All Chapters of จารใจทุรยศ : Chapter 31 - Chapter 40

111 Chapters

Chapter 31.   เห็นด้วย

หมอหวังข่ายพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย “อีกอย่าง หากวันหนึ่งบิดาของเด็กคนนี้ปรากฏตัว จะมิกลายเป็นว่านางคบชู้สู่ชายหรือ? เขาจะยอมรับฉางซีกับลูกได้อย่างไร เจ้านี่มัน! อายุเท่าใดแล้วยังคิดอะไรไม่รอบคอบอีก” “แล้วจะทำอย่างไรเล่า” เกาเทียนฉีได้แต่เดินวนไปวนมาในห้อง “อย่างไรท้องก็โตขึ้นทุกวัน ต้องมีคนรู้เป็นแน่” “เอาอย่างนี้เป็นไร ข้ามีญาติฝั่งมารดาอยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง ที่นั่นนอกจากป้าของข้าและคนรับใช้สองสามคนแล้วก็ไม่มีใครอื่นอีก เจ้าไปพักอยู่ที่นั่นสองสามเดือนให้ครรภ์แข็งแรงค่อยเดินทางไปหยุนหนาน อยู่ไกลที่นี่จะได้ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าเป็นใคร หากผู้ใดถามก็บอกไปว่าพ่อเด็กทำการค้า เดินทางตลอดเวลา” “อย่างนั้นก็ดี” เกาเทียนฉีหยุดเดินได้เสียที “เรื่องเงินทองไม่ต้องเป็นห่วง เงินที่ขายสมุนไพรได้นั้นยังมี ข้าเองก็ไม่ได้ใช้อะไร เก็บไว้ให้หลานของข้าก็แล้วกัน” “ขอบคุณท่านหมอหวัง นายท่านรองมากเจ้าค่ะ” “เพื่อมิให้ผู้อื่นสงสัย เจ้าคงต้องทำเป็นเดินทางไปหยุนหนานตามแผนเดิม” หมอหวังข่ายเริ่มหายใจได้เต็มปอด “แต่เรื่องนี้จะปิดคนในบ้านสกุล
Read more

Chapter 32.  ไม่ว่าอย่างไร

“เช่นนั้นข้าก็เบาใจ ข้าอยากให้เจ้ารู้ว่าข้าไม่เคยรังเกียจเจ้า ขอเพียงให้รุ่ยเฉียงได้แต่งงานกับสตรีเพียบพร้อมอย่างจูเอ๋ออิ่ง คนเป็นแม่อย่างข้าก็สบายใจลงได้บ้าง”“เจ้าค่ะ”“แล้วนี่อีกไม่กี่วันจะเดินทางแล้ว เจ้าตระเตรียมเสื้อผ้าเครื่องใช้เรียบร้อยแล้วหรือ? สตรีอย่างเรามีของจำเป็นต้องใช้มากมายนัก”“ไม่ลำบากอะไรหรอกเจ้าค่ะ” ลำพังเงินที่นายท่านรองตระเตรียมไว้ให้ก็หลายสิบตำลึง ซ้ำท่านหมอหวังยังรับรองความเป็นอยู่ของนางอีก นางคงพอมีชีวิตอยู่รอดจนคลอดเด็กคนนี้ แล้วค่อยหาลู่ทางทำมาหากินเพื่อเลี้ยงปากท้อง อย่างไรนางก็จะอดทน จะต้องทำงานหนักเพียงใดนางก็ไม่หวั่น ขอเพียงมีลูกอยู่กับนาง ขอเพียงนางไม่โดดเดี่ยวเพียงพอแล้ว เกาฮูหยินเห็นรอยยิ้มละมุนของเสิ่นฉางซีที่เผลอยิ้มออกมาแล้วก็อดประหลาดใจไม่ได้ ผู้หญิงตัวคนเดียวไร้ญาติขาดมิตร หากไม่มีสามีให้พึ่งพาได้จะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร นางได้แต่ถอนหายใจเบาๆ อย่างไรนางก็เอ็นดูเสิ่นฉางซี ส่วนจูเอ๋ออิ่งนั้นก็เป็นหญิงที่นางหมายมั่นให้เป็นสะใภ้แตกกิ่งก้านสาขาให้สกุลเกา“เอาเถิดๆ ขาดเหลืออะไรขอให้บอกอย่าได้เกรงใจ”“ขอบคุณเจ้าค่ะ”เสิ่นฉางซีมองเกาฮูหยินเดินจากไปเงียบๆ
Read more

Chapter33.  โปรดเบามือ

“มีอะไรรึ” เกาเทียนฉีเห็นนางชะงัก ไม่เดินเข้าไปด้านในก็อดถามไม่ได้ ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมองไปที่คนด้านใน เขารู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่าง เขาแตะแขนของนางคิดจะพานางกลับขึ้นรถม้า ทว่าคนผู้หนึ่งก็เดินเร็วๆ เข้ามาประสานมือคารวะเกาเทียนฉีอย่างอ่อนน้อม“ท่านเกาเทียนฉี ข้าอาเฟยที่ท่านหมอหวังข่ายส่งมารับแม่นางเสิ่นขอรับ”“อ้อ...เป็นเจ้าเอง” เกาเทียนฉีพยักหน้ารับ เขาเคยพบหน้าคนผู้นี้สองสามครั้งจึงจำได้เขาสั่งให้อาเฟยช่วยขนข้าวของซึ่งมีไม่มากของเด็กสาวย้ายไปที่รถม้าอีกคัน เสิ่นฉางซีผู้ถูกสั่งให้อยู่เฉยๆ ได้แต่เดินเลี่ยงมาที่ใต้ร่มไม้ใหญ่ นางไม่กล้าเข้าไปที่ศาลาจึงแสร้งทำเป็นมองดูทิวทัศน์รอบกายคล้ายสั่งลา เพียงครู่เดียวทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เสิ่นฉางซีไปถึงที่หมายค่ำมืดจนเกินไป เกาเทียนฉีจำเป็นต้องเอ่ยลาพร้อมยื่นถุงเงินยัดใส่มือให้นาง“ในนี้มีตั๋วแลกเงินที่ข้าเก็บสะสมไว้ หากจำเป็นค่อยเอาออกมาใช้ ถ้าไม่มีอะไรก็เก็บมาคืนข้า” “นายท่านรอง”“ข้าเคยบอกว่าจะสนับสนุนเจ้าทำทุกสิ่งที่ปรารถนา แต่ไม่คิดว่าเจ้าจะตัดสินใจเช่นนี้” เกาเทียนฉีหลุบตามองหน้าท้องที่ยังแบนราบอยู่ พลางคิดถึงภรรยาที่ตายจ
Read more

Chapter 34.  นางมารตะกละ

เสิ่นฉางซีตกใจ แต่ส่งเสียงไม่ได้ นางพยายามแกะมือที่บีบคอของนางอยู่ สติกำลังจะเลือนหายไปทีละน้อย ความเจ็บปวดผสานความหวาดกลัว เป็นจังหวะเดียวกับจอกสุราปลิวมากระทบหลังมือของเการุ่ยเฉียงอย่างแรงจนมือนั้นปล่อยจากลำคอของนาง ร่างของเการุ่ยเฉียงถอยห่างจากนางไปสองสามก้าว เด็กสาวถึงกับทรุดลงไปนั่งกับพื้นไอหนักๆ หลายหนกว่าจะสูดอากาศเข้าปอดได้“ผู้ใดสอดเรื่องของผู้อื่น!” เการุ่ยเฉียงตวาด ไร้ความสุขุมของบุตรชายคนเดียวของสำนักคุ้มภัยราชสีห์คำราม เสียงจิ๊กจั๊กในลำคอ มาพร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสีดำขลิบม่วงเดินเข้ามาด้วยท่าทีเหมือนแมวเกียจคร้าน เคาะพัดบนฝ่ามือเล่นเการุ่ยเฉียงที่โทสะครอบงำจนไร้สติไม่สนใจสิ่งอื่นใด เขาชักกระบี่พุ่งใส่อีกฝ่ายอย่างลืมตัว ชายในชุดดำขลิบม่วงมีใบหน้าหล่อเหลาและงดงามจนสตรีลุ่มหลง เท้าทั้งสองไม่ได้ขยับ มีเพียงยื่นพัดในมือรับกระบี่ที่พุ่งเข้ามา อย่างไรเสียเการุ่ยเฉียงเป็นเพียงชายหนุ่มอายุสิบเจ็ด ยังอ่อนด้อยประสบการณ์แม้เป็นฝ่ายรุกแต่กลับทำอะไรมิได้ ยิ่งรู้สึกถึงความอ่อนด้อยของตนเอง ยิ่งทำไม่อาจคุมสติตนเองได้ ฟาดฟันกระบี่ใส่ไร้ระเบียบ“มู่หญง” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยเพียงคำ
Read more

Chapter 35.  ไม่คิดปิดบัง

ซูเหยี่ยนดื่มสุราหมดจอกแล้วเอ่ย “ได้ยินว่าเจ้าซุกซน ไปประชุมพรรคมารช้าไปสองวันหรือ?” “แค่สองวัน” นางยักไหล่ “ข้าเป็นประมุขอย่างไรก็ต้อง เชื่อฟังข้าหาไม่แล้ว ข้าจะค่อยๆ เลาะกระดูกและเส้นเอ็นของพวกมันออกมา” “ดี” แม้ได้รับรายงานเรื่องอื่นมาอีก เขาหาได้ใส่ใจเรื่องเล่นสนุกของนาง นางชอบอะไรเขาตามใจนางเสมอ ซูเหยี่ยนหลุบตามองมือขวาที่สวมถุงมือไว้เพียงข้างเดียว เขาลุกขึ้นยืนแล้วพูด“พี่จะพักผ่อนสักหน่อย อีกสองวันพี่จะโคจรลมปราณ เจ้ารู้ใช่ไหมต้องทำเช่นไร” “ข้าทราบดี” ซูหลี่น่ายกมือขึ้นทุบหน้าอกตนเอง “มีเรื่องใดให้ปรึกษามู่หญง” “ข้าทราบแล้ว” ขานรับด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย พลันนึกบางอย่างขึ้นได้ก็กระโดดขึ้น ยื่นหน้าไปหาซูเหยี่ยนที่สูงกว่านางมากจนนางต้องแหงนหน้าคอแทบตั้งบ่า “อยากให้ข้าส่งหญิงรับใช้ไปปรนนิบัติหรือไม่ หญิงงามจากหอวสันต์รัญจวนฝึกปรือฝีมือมาอย่างดียิ่ง หากพี่เหยี่ยนต้องการ ข้าคัดเลือกหญิงงามส่งให้พี่ชายด้วยตนเอง” ซูเหยี่ยนมองสีหน้าทะเล้นของน้องสาวแล้วยกมุมปากเป็นรอยยิ้ม “แล้วแต่เจ้าเถิด” “ได
Read more

Chapter 36.  หอวสันต์รัญจวน

“หอวสันต์รัญจวน เป็นหนึ่งในสาขาของพรรคเงาอสูร หากเจ้าอยากทำงานมีเงินทองไว้เลี้ยงลูกของเจ้า ข้าจะส่งเจ้าไปที่หอวสันต์รัญจวน”“ประมุขซู! ข้าไม่...ไม่ทำ...เรื่องนั้น”“เรื่องไหน?” ซูหลี่น่าเบ้ปาก “ข้าให้เจ้าไปเป็นแม่ครัวที่นั่นต่างหาก เด็กที่เกิดในพรรคมารเป็นสมบัติของพรรคมาร ข้าให้เจ้าเลือก อยากให้ลูกของเจ้าเป็นจอมยุทธ์ก็อยู่ที่พรรคเงาอสูร หากอยากให้ลูกเจ้าเป็นคนธรรมดาก็ต้องไปทำงานที่หอวสันต์รัญจวน”เสิ่นฉางซีแทบไม่ต้องคิด ลูกต้องเป็นของนาง นางจะไม่ยกลูกของนางให้ใครเด็ดขาด“หากไม่ได้ขายตัว ข้าทำงานที่หอวสันต์รัญจวนได้เจ้าค่ะ”ซูหลี่น่ากวาดตามองเสิ่นฉางซีขึ้นลงอีกรอบ “เจ้าคงยังตั้งครรภ์อ่อนๆ ระยะนี้อยู่ที่นี่ไปก่อนก็แล้วกัน”“ขอบคุณเจ้าค่ะ”“ไม่ต้องขอบคุณข้า ไปทำอาหารมาให้ถูกปากข้ากับพี่ใหญ่ก็พอ”เสิ่นฉางซียิ้มกว้าง มือยังวางบนหน้าท้องแบนราบของตน กระซิบบอกลูกในครรภ์ที่เติบโตอย่างช้าๆ ‘แม่จะเลี้ยงดูเจ้าให้ดีที่สุด’พลันเกิดความรู้สึกอบอุ่นในอก‘แม่’ในที่สุด นางก็ได้เรียกตัวเองด้วยคำคำนี้.คืนวันพ้นผ่าน หญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายสีเขียวนั่งสงบเสงี่ยม ด้านหน้ามีฉากกั้นปักลายดอกเสาเย่
Read more

Chapter 37.    เจ้าชนะได้อย่างไร

ซูหลี่น่าเห็นสีหน้าจริงจังของเสิ่นฉางซีแล้วรู้สึกหมดสนุก นางโบกมือไปมาคล้ายไม่อยากพูดถึงเรื่องพวกนี้อีกจึงเอ่ยถามเรื่องของพี่ชายตัวเอง“พี่ชายข้ากินข้าวเรียบร้อยแล้วหรือ?”“เจ้าค่ะ”ซูหลี่น่าพยักหน้ารับ “อืม เป็นเช่นนั้นก็ดี”มีเพียงการพูดถึงอดีตประมุขพรรคมารเท่านั้นที่ทำให้ซูหลี่น่ามีสีหน้าอ่อนโยนลงราวเด็กเล็กๆ คนหนึ่ง นางโบกมือไปมาไม่ใส่ใจสอบถามเรื่องใดอีก เสิ่นฉางซีจึงจูงแขนบุตรชายที่สูงกว่าเอวนางออกมาด้านนอก รถม้าแสนธรรมดาไม่บ่งบอกฐานะรออยู่ด้านนอก ลูกชายทำท่าประคองมารดาที่เดินกะโผลกกะเผลกขึ้นรถก่อน ส่วนตัวเองนั้นปีนป่ายขึ้นตามหลังอย่างว่องไวราวลิงน้อย เด็กน้อยมองมารดานั่งเรียบร้อยแล้วจึงโผล่หน้ามาทางหน้าต่างส่งเสียงเจื้อยแจ้วว่าพร้อมแล้วเดินทางได้เลย เสียงหัวเราะเบาๆ ของชายบังคับม้าดังขึ้นพร้อมการเคลื่อนตัวไปของรถม้า มือเล็กๆ ขยำลงที่ท่อนขาของมารดาพลางแหงนหน้าขึ้นมองส่งรอยยิ้มที่ทำให้คนใจละลายแล้วเอ่ยถาม “ท่านแม่ปวดขาหรือไม่ หยางเอ๋อร์จะนวดขาให้ท่านแม่” เด็กน้อยประจบแต่คนเป็นแม่รู้ทันจึงหัวเราะออกมา “แม่แค่นั่งนานไปหน่อยไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก ว่าแต่วันนี้เ
Read more

Chapter 38.   ข้าเก็บได้

อายุสิบเจ็ด นางออกจากหอนางโลมมาเช่าบ้านหลังเล็กๆ อยู่กับลูกชายเพียงสองคน แม้จะเป็นเพียงกระท่อมหลังน้อยแต่นางรู้สึกเหมือนคืนวันที่ได้อยู่กับบิดามารดาหวนมาอีกครั้ง นางยังไปทำงานเป็นแม่ครัวที่หอนางโลมเช่นเคยแต่ไม่ได้พักอาศัยที่นั่นอีกแล้ว ด้วยไม่ต้องการให้ลูกชายเติบโตในสถานที่เช่นนั้น อายุสิบแปด นางกลุ้มใจที่ลูกชายยังพูดไม่ได้ ได้แต่ส่งเสียงเป็นคำๆ และปีนี้ฮ่องเต้ที่ได้ยินข่าวว่าประชวรหนักมาหลายปีสิ้นพระชนม์ องค์รัชทายาทขึ้นนั่งบัลลังก์มังกรมีนามว่าฝูหรง อายุสิบเก้า บุตรชายวัยสามขวบเรียกนางว่า “แม่” ได้ครั้งแรก พร้อมกับข่าวแม่ทัพสวินเย่ว์ได้รับปูนบำเหน็จเป็นแม่ทัพปกป้องแคว้น อายุยี่สิบ จากที่เคยกลัวว่าลูกตนเองจะพูดไม่ได้ เวลานั้นหยางหยาง หรือหยางเอ๋อร์ในวัยสี่ขวบพูดจาไม่ยอมหยุด และอาจเพราะบ้านของนางอยู่ใกล้สำนักศึกษา บ่อยครั้งได้ยินเสียงท่องโคลงกลอนหรือคัมภีร์สามอักษร เด็กน้อยถึงท่องได้คล่องปาก ทุกครั้งที่ว่าง นางจับมือบุตรชายหัดคัดชื่อตนเอง อายุยี่สิบเอ็ด ทั่วทั้งแคว้นเฉลิมฉลองฮ่องเต้มีพระโอรสพระองค์แรก ปลายปีเดียวกันแม่ทัพสว
Read more

Chapter 39.    ท่านแม่

“รู้ได้อย่างไร เจ้าเอาหูไปแนบประตูวังมารึ” “สองสามวันก่อนข้าไปทางฝั่งตะวันออกมา ได้ยินคนที่นั่นพูดกัน” “จะมีเรื่องใดเกิดขึ้นอีก แม่ทัพสวินเย่ว์ปราบข้าศึกที่มารุกรานจนได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพปกป้องแคว้น แผ่นดินผลัดเปลี่ยนผู้ปกครอง องค์รัชทายาททรงขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้ ทุกอย่างก็ราบรื่นดีมิใช่หรือ” “เจ้าไม่เคยได้ยิน ‘คลื่นใต้น้ำ’ หรืออย่างไร ไม่แน่ว่าในวังอาจเกิดเรื่องที่พูดไม่ได้ก็เป็นได้” “จะเกิดสิ่งใดก็ช่างเถอะ อย่าให้หญ้าแพรกอย่างพวกเราเดือดร้อนก็พอ” “จริงด้วยๆ” เสิ่นฉางซีรับฟังเรื่องราวต่างๆ ด้วยท่าทีนิ่งสงบ มุมปากยังคงประดับรอยยิ้มน้อยๆ นางหยุดมองครู่หนึ่งแล้วเดินออกมาอย่างเงียบๆ แต่เดิมนางเคยคิดจะไปให้ไกลจากเมืองหลวง แต่เพราะซูหลี่น่าส่งนางมาเป็นแม่ครัวที่หอวสันต์รัญจวน ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของเมือง และประโยคที่ซูหลี่น่าเคยเปรยกับนางไว้ว่า “สถานที่ที่อันตรายที่สุดคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด” ผู้อื่นคิดว่านางหลบหนีไปไกล แต่ความจริงนางยังอยู่ไม่ไกลนัก หญิงสาวเดินออกมาเงียบๆ จากตรอกเล็กๆ สู่ถนน มุ่งสู
Read more

Chapter 40.   เด็กน้อย

“หนูน้อย เจ้าชื่ออะไร ข้า...เอ่อ...น้าชื่อฉางซี เจ้าเรียกน้าฉางซีก็ได้” นางแปรงผมให้เด็กชายได้สำเร็จเสียที แต่ไม่ว่านางจะถามหรือชวนคุยอะไร เด็กน้อยไม่ยอมตอบ“ท่านแม่ น้องชายพูดไม่ได้ขอรับ” หยางหยางวิ่งถลาเข้ามา“เจ้าว่าอะไรนะ!” นางอุทานอย่างตกใจ“ข้าเจอน้องชายสามวันก่อน ตั้งแต่เจอกันน้องชายไม่พูดสักคำ ข้าคิดว่าน้องชายคงเป็นใบ้ พ่อแม่เลยไม่ต้องการเขา”“เจ้านี่ก็เหลือเกิน เก็บซ่อนไว้ได้อย่างไรตั้งสามวัน”เสิ่นฉางซีส่ายหน้าไปมา แม้หยางหยางจะเป็นเพียงเด็กชายวัยเจ็ดขวบ แต่เป็นเด็กที่แข็งแรงและกตัญญูยิ่ง หยางหยางช่วยงานในบ้านอย่างไม่อิดออด รวมทั้งงานขนฟืนก็ทำด้วยตนเอง นางจึงไม่ค่อยได้เข้าไปสำรวจตรวจดูบริเวณนั้น “ข้าเตรียมน้ำอุ่นไว้ข้างนอกแล้ว พาน้องชายไปอาบน้ำกัน!” หยางหยางเปลี่ยนเรื่อง เขาแลบลิ้นทำหน้าทะเล้นแล้วจูงมือ ‘น้องชาย’ ออกมาที่ด้านหลัง มีตุ่มน้ำหลายใบเพียงพอสำหรับการใช้สอยในบ้าน เขาเตรียมน้ำอุ่นให้น้องชาย “เจ้าก็สกปรกแล้ว อาบน้ำพร้อมน้องชายเถิด”มารดาส่ายหน้าระอาใจ ลูกชายเป็นคนเหงื่อมาก แถมเล่นสนุกซุกซน นางต้องไล่ให้ลูกอาบน้ำทุกวัน หยางหยางอยากจะปฏิเสธแต่เพราะกลัวเส
Read more
PREV
123456
...
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status