Tous les chapitres de : Chapitre 81 - Chapitre 90

111

Chapter 81.   มีที่ใดให้อยู่ได้โดยไม่รู้สึกเจ็บปวดบ้างเล่า?

“ท่านพี่ก็พูดจาเข้าข้างนางนัก” สวินเหอซื่อกระเง้ากระงอดราวเด็กสาว ทำเอาผู้เป็นสามีหัวเราะออกมา “ได้ยินว่านางทำสุรายาให้ท่านรึ”สวินไคเฉิงพยักหน้ายอมรับ อนุของสวินเย่ว์ผู้นี้รู้จักดูแลผู้อื่นดียิ่ง และไม่มีท่าทีอยากได้หน้าในผลงานที่ทำไป ที่เขารู้เพราะสังเกตจากสิ่งรอบข้างที่เปลี่ยนแปลงอย่างละเล็กละน้อย จึงสอบถามจากพ่อบ้านและรู้ว่าฉางซีเข้าครัวด้วยตนเอง บางครั้งก็ช่วยรั่วเวยจัดการงานในจวน ปกติเรื่องในจวนเขาไม่ยุ่ง มอบหมายให้ฮูหยินจัดการ แน่นอนว่าภรรยาของตนย่อมส่งมอบหน้าที่นี้ให้รั่วเวยผู้เป็นภรรยาเอกของสวินเย่ว์ แต่นางอายุเพียงสิบเก้า แต่งงานมาสามปีแล้วยังประหม่าเมื่อต้องออกไปพบปะผู้อื่น แต่จะโทษนางก็มิได้ บุตรชายของเขาไม่ค่อยอยู่เมืองหลวง ไม่ได้อยู่ใกล้เพื่อทำความคุ้นเคยกันเขาเป็นบุรุษ เรื่องบุตรชายมีสตรีนอกจวนนั้นยอมรับได้ รับเข้ามาก็ดี จะเลี้ยงไว้นอกจวนก็ช่าง แต่นี่นางมีบุตรชายให้ตระกูลจะไม่รับเข้าจวนคงไม่ได้ แรกทีเดียวเขาเองเป็นกังวลเรื่องเดียวกับฮูหยินคือเกรงว่าเด็กคนนั้นจะไม่ใช่ลูกของสวินเย่ว์ แต่เมื่อได้พบ ‘หยางหยาง’ ทั้งใบหน้าและลักษณะนิสัยถอดแบบสวินเย่ว์ในวัยเยาว์รา
Read More

Chapter 82.นี่ไม่ใช่ที่ของนาง

เด็กน้อยจำความรู้สึกยามถูกมารดาโอบกอดไม่ได้แล้ว ผู้อื่นมองว่าฮ่องเต้โปรดปรานเขามากจึงมักหาทางกลั่นแกล้งเขาเสมอ เพียงแค่เสี้ยวเวลาสั้นๆ ที่ฮ่องเต้ไม่อยู่ใกล้เขา เขาถูกรังแกสารพัด พี่น้องคนอื่นก็ไม่อยากจะเล่นกับเขา กับฮองเฮาที่เขาต้องเรียก ‘เสด็จแม่’ ก็ยังไม่ชอบเขา เหตุที่เขาไม่พูดเพราะ...เพราะเมื่อเขาพูดความจริงว่าถูกผู้อื่นรังแก แต่ไม่มีใครเชื่อ เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กขี้โกหก นานวันเข้า เขาจึงไม่พูดกับใครอีกเลยแต่ก่อนเขาคิดว่าตนเองอดทนได้ แต่ไม่เคยคิดว่าวันนั้น พี่น้องผู้อื่นมาชวนเขาไปเล่นด้วย แต่ใครคนหนึ่งกลับผลักเขาตกลงไปในหีบไม้ใบหนึ่ง ฝาหีบปิดทันทีที่เขาล้มหน้าคว่ำลงไป เขาหวาดกลัวความมืดเป็นที่สุด ไม่ว่าจะทุบผนังหรือส่งเสียงร้องเพียงใดก็ไม่มีใครเปิดให้ จนกระทั่งเขารู้สึกว่าหีบเคลื่อนไหวโคลงเคลงไปมา เขากลัวมาก กลัวจนแกะเล็บตนเองจนฉีกมีเลือดซึมเสิ่นฉางซีรู้สึกถึงร่างกายของอันอันสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างกะทันหัน นางกอดร่างเล็กๆ แน่นขึ้นแล้วพูดปลอบประโลม“ไม่มีอะไรแล้ว ไม่มีหมาป่าน่ากลัวอีกแล้ว”อันอันสูดน้ำมูก ใช้หลังมือปาดน้ำตาแล้วยิ้มให้ เสิ่นฉางซีลุกขึ้นแล้วฉวยตะกร้าและข้อมือเด็ก
Read More

Chapter 83.เชื่อฟังข้า

“พวกเจ้า!” เสี่ยวจูกระทบเท้าเร่าๆ พอเห็นอนุคนใหม่ของท่านแม่ทัพแล้วก็โยนโทสะเข้าใส่ “เพราะเจ้า! ข้าถึงได้ตกน้ำ” “ข้ารึ?” เสิ่นฉางซีแสร้งทำหน้าฉงน “เมื่อครู่เกิดเรื่องใดขึ้น?” “เจ้าทำให้ข้าตกน้ำ” “ข้าจะทำให้แม่นางเสี่ยวจูตกน้ำได้อย่างไร เมื่อครู่ข้ายืนอยู่ใกล้ฮูหยินน้อย” หญิงสาวก้มหน้ามองอันอันที่ยื่นมือมาจับมือนางไว้ “หรือเจ้าจะบอกว่าอันอันเป็นคนทำเจ้าตกน้ำ” อันอันขยับตัวเข้ามากอดขาเสิ่นฉางซี ช้อนตามองอีกฝ่ายราวกับหวาดกลัวเสียเต็มประดา ผู้ใดเห็นก็อดเวทนาไม่ได้ เด็กตัวน้อยน่ารักจะไปทำผู้ใดได้ เสี่ยวจูหวีดร้องด้วยความโมโหที่ถูกมองเป็นตัวตลกเช่นนี้ นางยกฝ่ามือขึ้นหมายจะตบใบหน้าของเสิ่นฉางซี แต่ครั้งนี้เสิ่นฉางซีคว้าข้อมือเสี่ยวจูไว้ได้ทัน นางบีบข้อมืออีกฝ่ายแน่น “เจ้ากล้า!” เสี่ยวจูขึงตาใส่ “ลองดูหรือไม่” เสิ่นฉางซีคลี่ยิ้มเย็นยะเยือก “เจ้าลืมไปแล้วหรือ ข้าเป็นแม่ครัว ถนัดนักเรื่องใช้มีด เคล็ดลับการทำอาหารให้อร่อยคือต้องใช้ของสดๆ หมูเห็ดเป็ดไก่ข้าชำแหละด้วยตัวเอง เลาะก้างปลาเป็นงานถนัด แต่ยัง
Read More

Chapter 84. เข้าไปใกล้

เสิ่นฉางซีก้าวเท้าเข้าไปใกล้ ยื่นมือไปแกะปมเชือกเสื้อคลุมออก ราวกับทำเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ท่าทางที่ไร้การเคอะเขินทำให้สวินเย่ว์ผ่อนคลายลง เมื่อยืนใกล้กัน นางต้องเขย่งปลายเท้าเพื่อแกะปมเชือกเสื้อคลุมที่คอของเขา ด้วยเกรงว่านางจะล้มจึงยื่นมือไปโอบเอวนางไว้หลวมๆ นางกลับขยับเข้าใกล้เขามากยิ่งขึ้นแล้วแกะเชือกออกพร้อมเสื้อคลุมที่ร่วงลงพื้นเพราะคว้าไว้ไม่ทัน “ช่างเถอะ มีแต่ฝุ่นทั้งนั้น” เสื้อผ้าของเขาไม่ควรตกพื้น แต่เรื่องครั้งนี้เขาไม่ใส่ใจ มองนางก้มลงเก็บเสื้อคลุมของเขาพับไว้แล้วหาที่วาง ห้องครัวขนาดเล็กเหมาะกับนาง แต่พอสวินเย่ว์ยืนอยู่ในนี้ กลับดูคับแคบนัก “ท่านแม่ทัพหิวหรือไม่” นางถามแล้วหันไปเทน้ำใส่อ่างนำมาวางตรงหน้าเขา เพื่อให้ชายหนุ่มล้างมือ “เหตุใดไม่มีบ่าวไพร่คอยรับใช้” เขาล้างมือ ไม่เดือดร้อนแม้จะเป็นน้ำเย็น แต่ไม่อยากเห็นนางลำบาก แต่ก่อนนางอยู่นอกจวนใช้ชีวิตอย่างไรเขาไม่รู้ แต่เวลานี้ไม่ต้องการเห็นผู้หญิงของเขามีความเป็นอยู่ที่ไม่สะดวกสบาย “บ่าวไม่ชอบให้มีคนมาวุ่นวายเจ้าค่ะ” นางยิ้มบางๆ แล้วยื่นมือไปใช้ผ้านุ่มซับน้ำท
Read More

Chapter 85.  อยู่กับข้าอย่าเรียกตัวเองว่าบ่าว

นางหอบหายใจแรง หัวใจเต้นรัวด้วยความเสียวซ่าน ระลอกแล้วระลอกเล่าถาโถมทุกครั้งที่นิ้วยาวเคลื่อนไหวเข้าออกอย่างเชื่องช้าและค่อยๆ เร็วขึ้น แรงขึ้น ความร้อนจากกายของเขาถ่ายเทมาสู่นาง เช่นเดียวกับลมหายใจร้อนระอุของเขากำลังหลอมละลายนาง สวินเย่ว์รับรู้ได้ว่าร่างคนบนตักเกร็งกระตุกด้วยถึงจุดสุขสมแล้ว ดวงตาฉ่ำวาวของนางจ้องมองเขาและโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วของนางอยู่ที่สาบเสื้อของเขาคล้ายเรียกร้องปรารถนาแตะต้องร่างกายของเขาเช่นกัน กิริยาเพียงแค่นี้เรียกรอยยิ้มจากบุรุษชาตินักรบเช่นเขาได้ ร่างกายนางอ่อนระทวย นางหลุบตาเอียงอายในเงามืด ในขณะที่เขาปลดสายรัดเอวออก สวินเย่ว์เผลอคิดถึงจางรั่วเวยที่หวาดกลัวทุกครั้งที่เขาใกล้เขา เขาไม่อยากให้นางกลัวเช่นเดียวกับรั่วเวย เพราะเร่งรีบเดินทางกลับมาหานางทำให้เขาไม่ได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า บนกายยามนี้มีอาวุธซ่อนอยู่ เขาปลดมันวางไว้แล้วใช้เสื้อคลุมทับ เสิ่นฉางซียังหอบหายใจอยู่ทว่าบุรุษผู้นี้ไม่ยินยอมให้นางได้พักนานนัก เขามองเห็นแผ่นหลังของนางแล้วร้อนรุ่มไปทั่วร่าง รั้งนางมาที่โต๊ะวางของแล้วยกสะโพกนางขึ้น เสื้อผ้าของนางหลุดออกจากเรือนร
Read More

Chapter 86  ทางเดินนี้ ข้าเลือกแล้ว

“เด็กดี” หลีเหว่ยเกลี่ยเส้นผมที่เคลียแก้มนวล “อดทนเพื่อข้าอีกสักนิด ข้าตระเตรียมรับเจ้าออกจากจวนท่านแม่ทัพ” “จริงหรือ?” แววตาใสคู่นั้นมีแววตื่นเต้นยินดี “พี่เหว่ยจะมารับข้าไปอยู่กับท่านจริงๆ นะ” “แน่นอน พี่จะทอดทิ้งภรรยาตัวน้อยได้อย่างไร” ได้ยินถ้อยคำหวานหู หัวใจจางรั่วเวยพลันอ่อนยวบ นางเอนกายพิงแผ่นอกของคนรัก วางปลายนิ้วบนอกเสื้อของอีกฝ่าย เฝ้ารอวันที่จะได้เคียงคู่โดยมิต้องหลบซ่อนอีก“ข้าเชื่อใจท่าน” “ฮูหยินน้อยเจ้าคะ” เสียงเสี่ยวจูกระซิบเรียกจากด้านนอกทำให้จางรั่วเวยได้แต่ถอนหายใจหนักหน่วง หลีเหว่ยโน้มหน้าลงจุมพิตกลีบปากอ่อนนุ่มอย่างอาลัย ดวงหน้าของหญิงสาวแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง แต่เสียงเรียกซ้ำๆ ด้านนอกทำให้ทั้งสองต้องผละออกจากกัน “ข้าจะรอท่าน” จางรั่วเวยเอ่ยแล้วเป็นฝ่ายลุกจากเตียงเดินจากห้อง เสี่ยวจูรีบเอาเสื้อคลุมมาคลุมร่าง ประคองพากันเดินหลบผู้คนออกจากโรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งนี้ แม้จะออกมาพ้นโรงเตี๊ยมแล้ว จางรั่วเวยหันกลับไปมองหน้าต่างชั้นสองบานนั้นที่เปิดอยู่ เพราะอยู่ไกลนางจึงเห็นเพียง
Read More

Chapter 87. ช่างน่าหัวเราะสิ้นดี

เขาไม่เคยรู้สึกรู้สาใดกับเสียงร้องโหยหวนร้องขอชีวิตหรือเสียงสาปแช่ง ทว่าในวันนั้น เสียงร้องของเด็กหญิงตัวน้อยกลับปลุกอีกเสี้ยวหนึ่งที่หลับใหลของเขาให้ตื่นฟื้น เพียงชั่วกะพริบตากลับหวนให้รำลึกถึงวัยเยาว์ บ้านของเขาเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ถูกไฟไหม้จนกลายเป็นทะเลเพลิง คราวนั้นเขาจูงมือน้องสาวแน่นไม่ยอมปล่อย ซูหลี่น่าเอาแต่ร้องไห้จนใบหน้าเปื้อนเปรอะ พร่ำเรียกหาบิดามารดาที่จมกองเลือดกลายเป็นซากศพ ปลายกระบี่จ่อที่ปลายจมูกของเขา ชายผู้นั้นสวมชุดสีม่วงเข้มคาดผ้ารัดเอวสีทองสะท้อนแสงเพลิงยามค่ำคืนอันโหดร้าย ‘ขอร้องข้าสิ เผื่อบางที ข้าจะมีความเมตตาหลงเหลืออยู่’ เสียงเย้ยหยันนั้นทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ทั้งโกรธแค้นและชิงชัง แต่เขาอายุเพียงสิบขวบ วัยเด็กของเขามลายหายไปสิ้น ‘อย่าโทษข้า แต่จงโทษโชคชะตาของเจ้า’ อีกฝ่ายกล่าวอย่างใจเย็น ลากปลายกระบี่เปื้อนเลือดกรีดเสื้อของเด็กชายจนเห็นแผ่นอกขาวของคุณชายที่ไม่เคยต้องแดด คุณชายน้อยแห่งบ้านเศรษฐีซู ใครเลยจะรู้ว่าชีวิตที่ผู้คนอิจฉาจะมีวันนี้ เด็กชายกัดฟันแน่นก่อนเอ่ยออกไป ‘หากจะฆ่าข้า! จงฆ่าให้ตาย! ถ้าข้าไม่ตาย!
Read More

Chapter 88. เจ้ามาแล้ว

“ข้ารู้”“พี่ใหญ่เดินทางเถิด ข้าส่งแค่นี้” นางลุกขึ้นยืน ประสานมือคารวะพี่ชายของตนแล้วหันไปสั่งกับบุรุษหน้าตายที่ยืนอยู่ใกล้ๆ “มู่หญงดูแลพี่ใหญ่ของข้าด้วย”“บ่าวทราบแล้วขอรับ”“เช่นนั้นน้องขอตัว พี่ใหญ่เดินทางดีๆ รักษาตัวด้วย”“เจ้าก็เช่นกันซูหลี่น่า”หญิงสาวในอาภรณ์สีม่วงเข้มก้าวออกไปขึ้นหลังม้าสีดำสนิทของตน นางหันไปสบตากับซูเหยี่ยนครั้งหนึ่งแล้วควบม้าออกไป มู่หญงเห็นนางออกไปไกลแล้วจึงระบายลมหายใจเบาๆ แต่กระนั้นก็ทำให้ซูเหยี่ยนหัวเราะด้วยน้ำเสียงแหบแห้งออกมา“พวกเราก็เดินทางกันเถิด”“ขอรับ”“มู่หญง”“....”“ขอบใจที่อยู่ข้างข้ามาตลอด”มู่หญงเงยหน้าสบตาซูเหยี่ยน ถ้อยคำเรียบง่ายนี้ทำให้หัวใจของมู่หญงตื้นตันและอับจนถ้อยคำในเวลาเดียวกัน“บ่าวเต็มใจยิ่ง”“ข้ารู้”ซูเหยี่ยนลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินมานอกศาลาแล้วสูดลมหายใจลึกๆ อีกครั้ง เด็กหญิงตัวน้อยผู้นั้นสอนให้เขารู้จักคำว่า ‘อภัย’ อย่างแท้จริงเป็นเช่นไร หัวใจที่แบกรับความเจ็บปวดมายาวนานก็เบาบางลงอย่างน่าอัศจรรย์แล้วนางเล่า จะผ่านเคราะห์กรรมของตนเองได้หรือไม่ เขาเองได้แต่หวังว่าเส้นทางที่นางเลือกนั้นจะไม่ทำให้นางต้องเสียใจ.กว่าแปดปีแล้ว นาง
Read More

Chapter 89.  น้องสาว

เกาฮูหยินส่งสายตาห้ามปราม แล้วจูงมือเสิ่นฉางซีพาเข้าไปด้านใน เสิ่นฉางซีไม่ได้กลับมาที่นี่นานแปดปี แต่นางจดจำเส้นทางที่กำลังเดินอยู่นี่ได้ ทางเดินมุ่งไปยังเรือนของเการุ่ยเฉียง สามวันก่อนพ่อบ้านสกุลเกาส่งเทียบเชิญและจดหมายจากเกาฮูหยิน ใจความจดหมายกล่าวถึงอาการเจ็บป่วยของเการุ่ยเฉียง หวังใจให้นางมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง แม้ฐานะนางเป็นเพียงอนุ แต่อยู่ในสกุลใหญ่ นางคิดหลายตลบสุดท้ายจึงเอ่ยปากขออนุญาตกลับมาเยี่ยมบ้านสกุลเกา นางไม่ได้พาเด็กๆ มาด้วย ได้แต่กำชับให้หยางหยางดูแลอันอันให้ดีอย่าให้ซุกซนเกินไป อย่างไรอยู่ในจวนแม่ทัพย่อมปลอดภัยกว่า หยางหยางมีท่าทีไม่พอใจที่รู้ว่านางจะมาพบชายที่เคยทำร้ายนาง แต่ไม่กล้าขัดใจมารดาจึงได้แต่ทำหน้าบึ้งตึงใส่ ในห้องนอนอบอวลด้วยกลิ่นยา เสิ่นฉางซีถึงกับผงะไปเล็กน้อย เกาฮูหยินรับรู้อาการของนาง จึงหันมาส่งยิ้มเศร้าหมองให้ “นับตั้งแต่วันที่ออกไปพบเจ้าวันนั้น เขากระอักเลือดกลับมาก็ล้มป่วยเช่นนี้” เกาฮูหยินกลั้นน้ำตาไม่ให้หลั่งริน “ซีเอ๋อร์ ที่ผ่านมาข้าไม่เคยคิดร้ายกับเจ้าเพียงแต่...” “ฮูหยินอย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลย เป
Read More

Chapter 90. ยิ้มเศร้า

“คุณชาย...” นางเม้มปากแล้วเปลี่ยนคำเรียกขานใหม่ ในวัยเด็กมักถูกเขาบังคับให้เรียกว่า “พี่รุ่ยเฉียง” เการุ่ยเฉียงฉีกยิ้มอย่างพอใจ นางยังจำได้ว่าเขามักดุนางเสมอเมื่อเรียกเขาว่า ‘คุณชายเกา’ “กลิ่นนี้...” “ข้าวต้มรังบวบเจ้าค่ะ” นางเอ่ยขึ้น บ่าวรับใช้จัดโต๊ะเก้าอี้ให้นางนั่งใกล้ๆ เตียงได้อย่างสะดวก “ร่างกายของพี่รุ่ยเฉียงยังอ่อนแออยู่ จะกินอาหารรสจัดมิได้ ฉางซีจำได้ว่าพี่รุ่ยเฉียงชอบกินข้าวต้มรังบวบจึงลงมือทำให้ หวังว่ารสชาติจะถูกปาก” เพราะเการุ่ยเฉียงยังอ่อนแรงอยู่ เสิ่นฉางซีจึงเป็นฝ่ายป้อนข้าวต้มให้เขาด้วยมือตนเอง “บวบอ่อนกินแก้ร้อนใน ส่วนรังบวบมีเส้นใยและมีคุณประโยชน์ละลายเสมหะ ขับพิษ แก้ปวด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด โรยเกลือเล็กน้อยทำให้อยากอาหาร พี่รุ่ยเฉียงกินให้มากๆ นะเจ้าคะ” “รสมือเจ้าไม่เปลี่ยนเลย” เขาพูดเมื่อกลืนข้าวต้มอุ่นๆ ลงกระเพาะแล้ว เมื่อมองนางใกล้ๆ เช่นนี้ยิ่งตอกย้ำว่านางมิใช่เด็กน้อยคนนั้นของเขาอีกแล้ว “ไม่มีสิ่งใดไม่เปลี่ยนแปลง” นางเอ่ยเสียงเรียบ ช้อนตามองอีกฝ่าย แววตาของเขายังมองนางอย่างลึกซึ้ง เพียงแต่เป็นสายตาที่มองอย่างเอ็นดูและสงสาร “ความรู้สึกของฉางซีเคา
Read More
Dernier
1
...
789101112
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status