รอยยิ้มที่ทำให้ดูสว่างไสวจนตาพร่าปล้นสติของชายหนุ่มไปหมดสิ้น เขาได้แต่ยืนนิ่งงันราวกับเท้าถูกตรึงด้วยตะปูที่มองไม่เห็น กระทั่งได้ยินเสียงกระแอมไอจากคนที่เข้ามาพร้อมกันจึงได้สติ “แม่นาง...” พบหน้ากันครั้งก่อนไม่ได้ถามชื่อแซ่เหตุเพราะเขาต้องรีบเข้าวังให้เวลา “ข้าหลินอวี่เหยา” หญิงสาวแนะนำตัวแล้วค่อยลุกขึ้นยืน สองมือยังเปื้อนดินอยู่จึงปัดไปมากับผ้ากั้นเปื้อนที่คาดเอว “วันนี้พี่ชายพาสหายมาด้วยหรือ?” ‘พี่ชาย?’ หลี่หย่วนซินได้ยินคำเรียกขานนี้ถึงกับปรายตามองบุรุษในชุดขันทีที่ยืนอยู่หน้าเขาหนึ่งก้าว ทว่าสิ่งที่สะดุดหูเขายิ่งกว่าก็คือนางชื่อหลินอวี่เหยา หรือก็คือสนมหลินที่ถูกลงโทษให้มาอยู่ตำหนักเย็น และดูเหมือนว่าเซวียนจิ้งเฉินเองก็จำไม่ได้ว่านางเป็นสนมที่พระองค์ไม่เคยเรียกตัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว “เรียกข้าว่าเฉินเหอก็ได้” เซวียนจิ้งเฉินเผยรอยยิ้มให้หญิงสาว มาวันนี้เขาก็ยังสวมชุดขันทีเช่นเดียวกับหลี่หย่วนซินที่เขาลากให้มาด้วยกัน “นี่สหายข้าเรียกเขาว่าหย่วนซิน” “มาเสียบ่ายคล้อยเช่นนี้ ข้าไม่มีอะไรรับรองพี่ชายทั้งสองหรอกนะ” นา
Mehr lesen