LOGINชิงหว่านคือคณิกาไป๋ลู่ ผู้ทุ่มเททั้งหัวใจกลับถูกตอบแทนด้วยความตายอันน่าอนาถ และคนสุดท้ายที่นางเห็นก่อนสิ้นใจ… คือบุรุษผู้เย็นชาราวภูผาน้ำแข็ง ซ่งอวี้หาน ผู้บัญชาการสำนักประจิม เขาสละเสื้อคลุมของตนเพื่อปิดบังศพของ “นางโลมไร้ค่า” เช่นนาง ทว่าสวรรค์เปิดโอกาสครั้งใหม่ นางฟื้นในร่างของ เจียงชิงหว่าน เด็กสาวตระกูลพ่อค้าวัยสิบห้า มีพี่ชายสามคนแสนรักและภารกิจสำคัญคือทำให้ตระกูลร่ำรวย! และที่สำคัญ นางเพียงต้องการตอบแทนผู้บัญชาซ่ง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย นางต้องงัดกลยุทธ“นางโลมระดับปรมาจารย์” ที่สั่งสมมากว่าสิบปี แต่ทุกครั้งที่เข้าใกล้กลับถูกคนทั้งเมืองเข้าใจผิดว่า เด็กสาววัยสิบห้ากำลังตกหลุมรักบุรุษน้ำแข็งพันปีผู้นั้น⁉ แล้วแบบนี้… ภารกิจตอบแทนบุญคุณจะกลายเป็นภารกิจ ‘ละลายใจท่านผู้บัญชาการ’ หรือไม่กันนะ?
View Moreหมอหลวงอึกอัก แต่เมื่อหญิงสาวจำใจเพราะรู้ความดื้อรั้นของอีกฝ่ายดีจึงยอมให้หมอหลวงจับชีพจรของตนก่อน หมอหลวงจับชีพจรให้เจียงชิงหว่าน สีหน้าเคร่งเครียดเสียจนหญิงสาวใจคอไม่ดี และเพียงครู่หนึ่งก็กล่าวออกมา“ชีพจรมงคล ยินดีกับใต้เท้าซ่งและฮูหยินด้วยขอรับ”“เอ่อ...หมายความว่าอย่างไร” ชิงหว่านเหมือนยังไม่ได้สติดีนัก“ฮูหยินตั้งครรภ์อ่อนๆ ระยะนี้ต้องดูแลร่างกายให้ดีขอรับ”“ตั้ง...ตั้งครรภ์”ชิงหว่านได้แต่อ้าปากค้าง นางนิ่งงันไปครู่หนึ่งจึงได้รู้ตัว เมื่อได้สติก็เห็นว่าหมอหลวงตรวจอาการสามีของตนแล้ว“ข้า...ตั้งครรภ์”“ข้าเห็นอาการเจ้าแปลกๆ มาสักระยะ” ซ่งอวี้หานพูดยิ้มๆ “เจ้าจะทำหน้าตกใจไปไย ข้าขยันขันแข็งถึงเพียงนั้น หากไม่ตั้งครรภก็แปลกแล้ว” “ร่างกายข้าเคยถูกพิษมาก่อน ท่านหมอแค่ช่วยห้ามเลือดก็พอ ประเดี๋ยวค่อยกลับไปให้หมอเจียงรักษา” หางตาของหมอหลวงกระตุก เป็นถึงหมอหลวงแต่คนเจ็บอยากไปรักษากับหมอชาวบ้าน เอาเถอะ คนผู้นี้เป็นถึงผู้บัญชาการสำนักประจิม ใครจะไปกล้าขัดใจ เขาจึงทำตามที่ซ่งอวี้หานต้องการ ฮ่องเต้ทรงเดินมาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เองแล้วก็ถอนหายใจเบาๆ “ครั้ง
หญิงสาวสูดลมหายใจไม่แสดงสีหน้าตื่นตระหนกแต่อย่างใด ขณะก้าวเดินเข้าไปใกล้เฟิงเยี่ยนหลง หางตาของนางจึงเห็นฮ่องเต้ที่หมดสติอยู่บนแท่นบรรถม นางเอียงใบหน้าเล็กน้อยเพื่อมองสีหน้าของบุรุษตรงหน้า “แค่นี้ก็ย้ำชัดว่าเจ้าคือใคร” เฟิงเยี่ยนหลงคลี่ยิ้มอ่อนโยน แต่แววตาดุร้ายราวสัตว์ป่า “เส้นทางนี้มิใช่ทุกคนจะรู้” หญิงสาวกระตุกยิ้มมุมปาก นางไม่คิดว่าตนเองตกหลุมพรางแต่อย่างใด “ไม่คิดบางหรือว่าข้าตั้งใจมา แม้รู้ว่านี่จะเป็นแผนการของเจ้า” นางเรียกเขาอย่างไม่ไว้หน้าและไม่สนใจว่ายามนี้เขามีฐานะใด แต่เขาคือคนที่ทำให้คนรักของนางบาดเจ็บ นางจะปกป้องซ่งอวี้หานด้วยกำลังของตนเอง เฟิงเยี่ยนหลงได้ยินก็แหงนหน้าหัวเราะ “ไป๋ลู่นะไป๋ลู่ เมื่อก่อนนั้นเจ้าไม่เคยใช้น้ำเสียงเช่นนี้กับข้ามาก่อน” “เพราะข้าไม่ใช่ไป๋ลู่” นางสบตากับดวงตาดุร้ายของบุรุษตรงหน้า “ข้าคือเจียงชิงหว่าน-ภรรยาของซ่งอวี้หาน” ราวกับสิ่งที่นางพูดไม่เกินจากที่เขาคาดเดา เฟิงเยี่ยนหลงใช้นิ้วเชยปลายคางหญิงสาวขึ้น “เด็ดเดี่ยวเช่นนี้สมกับที่เ
มือเรียวงามกระชับบังเหียนไว้แน่นขณะควบม้าไปยังหอฟาไฉ หลงจู๊ที่รู้สถานการณ์ล่วงหน้ารีบออกมาต้อนรับ หญิงสาวลงจากหลังม้าแล้วก้าวเดินตรงไปด้านใน ซึ่งมีห้องลับที่อยู่ชั้นบนสุดซ่งอวี้หานใช้ประชุมสั่งการลูกน้องของตน แต่ละคนที่อยู่ประจำการในห้องนั้นดูท่าไม่แปลกใจที่เห็นซ่งฮูหยินเข้ามาในห้องนี้ “ฮูหยินน้อย” “เคอชุน เจ้าก็อยู่ทีนี่รึ แล้วในวังเล่า” นางเอ่ยถามแล้วมองไปนอกหน้าต่าง ห้องนี้สามารถเป็นหอสังเกตการณ์ที่มองเห็นได้ถึงวังหลวง นั้นคือเหตุผลที่เขาเลือกใช้หอฟาไฉไว้บังหน้า “ใต้เท้าให้ข้ามารอที่นี่ หากเกิด...” “เกิดเรื่องใด?” “กลุ่มนักฆ่าของรัชทายาทล้อมตำหนักฮ่องเต้ ด้านในแต่ทหารของรัชทายาท ด้านนอกเป็นคนของสำนักวิหคโลหิตขอรับ” “ถึงเวลาแล้วสินะ” ชิงหว่านหรี่ตามองไปยังยอดวังหลวง “ใต้เท้าซ่งคงคาดการณ์ไว้แล้ว เส้นทางน้ำคือทางที่พวกมันใช้สินะ ข้าเพียงแต่กังวลว่านอกจากนี้สำนักวิหคโลหิตจะยาพิษในลำน้ำ ทำให้ชาวบ้านได้รับพิษ” “ใต้เท่าซ่งก็คิดเช่นนั้น สั่งกำลังคนกระจายไปตามจุดต่างๆแล้วขอรับ” เคอชุนรายงานอ
“ท่านแม่ ท่านพ่อ” ชิงหว่านส่งเสียงเรียกที่หน้าประตู ครู่หนึ่งจึงได้รับการขานรับทำให้สาวใช้เปิดประตูให้นางเข้าไป ทั้งบิดามารดามิได้สวมชุดนอนแต่แต่งกายเรียบร้อยเหมือนเตรียมสำหรับเหตุการณ์เหล่านี้ หรือไม่ก็คุ้นชินแล้ว “หว่านวานตกใจหรือไม่” เจียวจูกวาดตามองลูกสะใภ้แล้วก็อดยิ้ม “เจ้านี่ก็เรียนรู้เร็วจริงๆ” หญิงสาวยิ้มน้อยๆ แล้วเดินเข้าไปใกล้ “ท่านพ่อท่านแม่เป็นอย่างไรบ้าง มีใครเข้ามาทำอันตรายหรือไม่เจ้าคะ” “ใครหน้าไหนจะกล้า” ซ่งฉินหยีหัวเราะในลำคอ แม้ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงมานานแต่ก็ใช่ว่าจะสิ้นไร้บารมี พ่อบ้านเข้ามารายงาน แม้มีสีหน้าราบเรียบแต่ใบหน้าปรากฏเม็ดเหงื่อไหลซึมออกมา “นายท่านทั้งสอง ฮูหยินน้อย ตอนนี้มีทหารไม่ทราบสังกัดล้อมจวนของเราขอรับ” “แล้วทหารคุ้มกันของจวนเล่า? นอนหลับกันอยู่รึ” ซ่งฉินหยีทำเสียงขึ้นจมูกไม่พอใจนัก “ตั้งกำลังป้องกันแล้วขอรับ เพียงแค่...เป็นห่วงนายท่านทั้งสองและฮูหยินน้อย เอ่อ...รถม้าพร้อมสำหรับเดินทางแล้วขอรับ” “รถม้า? จะให้หลบหนีรึ หึ! ผู้แซ่ซ่งมิใช่คนจะหลบหนีง่ายๆ
ตั้งแต่กลับจากวังหลวง ชิงหว่านก็หลับมาตลอดทาง จนถึงจวนสกุลซ่งก็ถูกแม่สามีปลุกเบาๆ นางลืมตาแต่ดูงัวเงยและไร้เรี่ยวแรงแต่กระนั้นนางก็ฝืนรั้งสติไว้ให้สาวใช้ทั้งสองคนประคองนางเข้าไปถึงเตียงนอน “เกิดเรื่องใดขึ้น” ซ่งฉินหยีได้ยินที่บ่าวมารายงานก็รีบรุดเข้ามาดูลูกสะใภ้ทันที “มีคนทำร
“ท่านพี่...” เสียงหวานเรียกอย่างอ่อนระโหยปนสั่นเครือ นางเอี้ยวใบหน้าหันไปมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอน ลำเอ็นใหญ่ยักษ์เคลื่อนออกจากร่องสวาท นางผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกและเข้าใจว่าทุกอย่างคงจบลงแล้วทว่าเขากลับอุ้มนางขึ้นแล้วพาออกจากอ่างอาบน้ำ ชิงหว่านตกใจจึงยกมือขึ้นคล้องคอเข้าไว้และ
คนผู้นี้หน้าหนาจริงๆ ชิงหว่านไม่คิดว่าเขาจะทำอย่างที่พูด หลังจากบ่าวไพร่เตรียมน้ำอุ่นร้อนพอดีแล้ว ซ่งอวี้หานก็ขับไล่บ่าวรับใช้ออกไปให้หมด “มือเจ้ายังมีแผลอยู่ ให้ข้าช่วยถอดเสื้อผ้าให้ก็แล้วกัน”“ทะ ท่าน... แผลเล็กน้อยเท่านั้น”ต่อให้นางขึงตาใส่แต่อีกฝ่ายก็ไม่ล้มเ
เสียงขันทีรายงานทำให้ทุกคนลุกขึ้นแล้วรอต้อนรับ ชิงหว่านประคองแม่สามี นางหลุบตาลงจึงไม่เห็นพระพักตร์ของฮ่องเต้ สิ่งที่นางเห็นก็เพียงฉลองพระองค์สีทองอร่ามตา“ตามสบาย” สุรเสียงฮ่องเต้ดังอยู่เหนือศีรษะของชิงหว่าน เมื่อได้รับอนุญาตจึงเงยหน้าขึ้น แต่สิ่งที่นางสนใจคือด้านหลังของฮ่องเต้คือบุรุษผู้สวมชุดข
reviewsMore