Lahat ng Kabanata ng คืนรักคุณหมอลูกหนึ่ง: Kabanata 11 - Kabanata 20

39 Kabanata

งั้นก็ลาออกไปสิ

หลังประชุมเสร็จหมอแพรววาเดินออกจากห้องประชุมทันที โดยไม่มีการสนทนากับบุคลากรทางการแพทย์คนอื่น เนื่องจากสภาพอารมณ์ตอนนี้กลับสวิงขึ้นลงด้วยความหงุดหงิดและต้นเหตุคงหนีไม่พ้นเจ้าของโรงพยาบาลคนใหม่ “ฉันคงต้องหาวัดทำบุญสินะ” สองขาเรียวเดินตามทางเดินไปเรื่อย ๆ บ่นอุบอิบอยู่เพียงลำพัง จนเธอสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งสวมสูทสีดำยืนดักหน้าเธอเสมือนมีธุระจะคุยด้วย “รบกวนท่านประธานช่วยหลีกทางหน่อยค่ะ” หมอแพรววากัดฟันเอ่ยประโยคสุภาพออกมาอย่างจำใจ พยายามเบี่ยงตัวเดินหนี แต่! กลับถูกหยางปิดทุกทาง “ไม่ชอบผมขนาดนั้นเลยเหรอ” น้ำเสียงและใบหน้าเรียบเฉยเอ่ยถามคุณหมอแพรววาด้วยความอยากรู้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหมอสาวคนนี้แสดงท่าทีไม่ชอบขี้หน้าและไม่อยากเข้าใกล้เขาเต็มประดา “ถ้าท่านกล้าถามตามตรงแบบนี้ ฉันก็ขอตอบว่า มากค่ะ” ในเมื่อหยางกล้าถามตามตรง เธอก็กล้าตอบว่า ใช่! โดยไม่ต้องประดิษฐ์คำแต่อย่างใด “หึ! งั้นก็ลาออกไปสิ” คำตอบของหมอแพรววาสร้างความพอใจให้กับหยางไม่น้อย ชายหนุ่มไม่คิดว่าเธอจะตอบตามความรู้สึกเช่นนี้ จนพลันหงุดหงิดเอ่ยบอกเชิญให้เธอออกจากโรงพยาบาล
Magbasa pa

สองห่อ

ภายในห้องครัวของบ้านขนาดกลาง สมบัติชิ้นสุดท้ายที่บิดาและมารดาของหมอแพรววามอบให้ บ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย อาจจะไม่ได้ใหญ่โตเหมือนบ้านคนอื่น แต่! ทุกพื้นที่กลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่โอบล้อม “คุณแม่ขา อร่อยมากเลยค่ะ” เสียงใสของพาขวัญดังขึ้น ระหว่างที่ช่วยคุณแม่ยังสาวเข้าครัวในช่วงเย็นของวันและชิมฝีมือ “ปากหวานจริง” หมอแพววาที่กำลังปรุงอาหารหันไปเอ่ยแซวลูกสาวด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มหวาน “อร่อยจริง ๆ ค่ะ เดี๋ยวพาขวัญช่วยจัดโต๊ะนะคะ” หนูน้อยพาขวัญตอบกลับอย่างเอาใจ แต่! ดูเหมือนครั้งนี้หนูน้อยพาขวัญจะเอาใจเป็นพิเศษ จนคุณแม่คนสวยต้องหรี่ตามองจับผิดลูกสาว “ลูกสาวแม่เก่งจัง” “เก่งเหมือนคุณแม่ค่ะ” รอยยิ้มกว้าง น้ำเสียงสดใส ดวงตาประกายทอดมองมารดาตนเอง เสมือนเธอเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจ “พูดแบบนี้ พาขวัญไปทำอะไรผิดมารึเปล่าคะ” ยิ่งพูดดูเหมือนลูกสาวของเธอจะมีพิรุธ จนคุณแม่ยังสาวต้องคาดคั้นเอาคำตอบ “ไม่มีค่ะ พาขวัญบริสุทธิ์ใจ” ดวงตากลมโตกลอกตาไปมา ร้อนรน จนคุณแม่คนสวยจับพิรุธได้ แต่! เพราะไม่อยากคาดคั้นเอาคำตอบ จึงปล่อยผ่
Magbasa pa

โทษทีค่ะ พอดีฉันรู้สึกแบบนั้น

ช่วงเช้าของโรงพยาบาลที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย เข้ามาใช้บริการและมาตามนัดคุณหมอ และ ทุกหน้าที่ของเหล่าบุคลากรการแพทย์ล้นมือจนแทบไม่สามารถขยับไปไหนได้ ดรัณที่เดินมาตามหมอแพรววากลับต้องยืนดูอยู่ห่าง ๆ สักพัก ก่อนที่เลขาหนุ่มจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึก เดินเข้าไปแจ้งคำสั่งของประธานบริษัทที่รออยู่ในห้องทำงาน “คุณหมอแพรววา ท่านประธานเรียกพบครับ” ดรัณบอกกล่าวกับคุณหมอแพรววาด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่! คำตอบที่ได้รับจากหมอแพรววากลับทำให้ดรัณผงะถอยหลังเล็กน้อย ไม่คิดว่าคุณหมอที่มีนิสัยอ่อนโยนจะกล้าพูดเช่นนี้กับเจ้านายของเขา “รบกวนช่วยบอกท่านประธานรอไปก่อนนะคะ ฉันติดเคสคนไข้” “แต่ว่า” ดรัณอึดอัดใจเล็กน้อย หากต้องเดินกลับไปเพียงลำพัง ไร้คุณหมอสาวที่เจ้านายให้เดินลงมาตาม “ถ้าด่วนมาก ให้ท่านประธานมาพบฉันที่นี่ค่ะ” หมอแพรววาละความสนใจจากคนไข้ตรงหน้า หันมาสบตากับดรัณ พลันเอ่ยบอกด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรที่แฝงไปด้วยความน่ากลัว “ครับ” เพราะว่าคุณหมอสาวยุ่งมาก จึงไม่อยากกวนใจอีกต่อไป จึงทำได้เพียงโค้งศีรษะเล็กน้อยและเดินกลับไปห้องทำ
Magbasa pa

รอลุง

@ โรงเรียนอนุบาล ช่วงพักเที่ยงของวัน เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กน้อยดังขึ้นไปทุกหย่อมหญ้า สำหรับหยางหากเป็นแต่ก่อนคงนึกรำคาญใจน่าดู แต่! วันนี้เขากลับอยากมาที่นี่โดยไม่ทราบสาเหตุ นัยน์ตาคมกวาดสายตามองหาร่างเล็กที่คุ้นเคย หากหนูน้อยคนนั้นหันหลังเขาก็ยังจำได้ไม่มีผิดพลาดหยางใช้เวลามองหาได้ไม่นาน น้ำเสียงสดใสของหนูน้อยกลับดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม โดยที่สองขาวิ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็ว “สวัสดีค่ะคุณลุง มาแล้วเหรอคะ” “คราวหลังไม่วิ่งเร็วแบบนี้นะครับ หกล้มขึ้นมาเจ็บน่าดู” เพียงแค่เห็นขาสั้น ๆ รีบวิ่งเข้ามาหาตนเอง กลับต้องรีบย่อตัวลงรับร่างเล็กที่กำลังวิ่งเข้ามาถึงพอดีด้วยหัวใจแกร่งร้อนรน เกรงหนูน้อยพาขวัญจะได้รับอันตราย “โอเคค่ะ ครั้งนี้พาขวัญคิดถึงคุณลุง ก็เลยรีบมาหา” เสียงใสและแววตาประกายออดอ้อน เสมือนรู้จักและผูกพันกันมานานพูดจ้อความรู้สึกตนเอง “วันนี้ทานอาหารกลางวันกับอะไรครับ” หัวใจแกร่งกลับฟูฟ่องเพียงแค่ได้ยินคำพูดของเด็กอายุสามขวบ เสมือนน้ำรดหัวใจที่แห้งกร้านให้กลับมาชุ่มฉ่ำอีกครา “ยังไม่ได้ทานค่ะ รอคุณลุง” หน
Magbasa pa

ผมแค่ถูกชะตากับลูกสาวคุณ

ช่วงเย็นหลังเลิกงานโรงพยาบาล หมอแพรววารีบขับรถมารับลูกสาวที่โรงเรียนอนุบาลทันที ด้วยความคิดถึงหมอแพรววายืนรอลูกสาวหน้าโรงเรียนอยู่สักพัก จนกระทั่ง! หมอสาวได้พบกับครูประจำชั้นของพาขวัญที่เดินออกมาพอดี“สวัสดีค่ะ คุณแม่น้องพาขวัญ” ครูสาวสวยเอ่ยทักทายหมอแพรววาอย่างเป็นกันเอง โดยคุณแม่ยังสาวตอบรับด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม พลันเอ่ยถามหาลูกสาวตนเอง“สวัสดีค่ะคุณครู พาขวัญล่ะคะ”“กำลังจะเดินออกมาค่ะ”“ดื้อรึเปล่าคะ” หมอแพรววาเอ่ยถามคุณครูประจำชั้นของลูกสาว พลันอยากทราบว่าพาขวัญนั้นดื้อหรือเปล่าเวลาอยู่ที่โรงเรียน“ช่วงนี้น้องเป็นเด็กน่ารักค่ะ อ้อ คุณแม่คะ? วันนี้น้องมีคุณลุงมาหาด้วยนะคะ”“คุณลุง?” หมอแพรววาทวนคำพูดของครูประจำชั้น ด้วยความสงสัย เนื่องจากเธอและพาขวัญไม่มีญาติพี่น้องคนอื่นเหลืออยู่“ใช่ค่ะ คุณครูเห็นน้องห่อข้าวมาสองกล่อง” ครูสาวตอบกลับด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มบางแต่! หมอแพรววากลับมึนงง และใช้ความคิดตนเอง ทบทวนในสิ่งที่ครูสาวพูด แต่ยิ่งคิดเท่าไรก็คิดไม่ออก ว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร“แต่น้องไม่มีญาติที่ไหนแล้วนะคะ” “ท่านเป็นผู้ถือหุ้นคนใหม่ค่ะ ท่านบอกว่ารู้จักกับหนูพาขวัญ”
Magbasa pa

เธอคือใครกันแน่?

หลังจากที่หมอแพรววาเดินออกจากห้องทำงานไปด้วยท่าทางฉุนเฉียว ดรัณจึงรีบเดินเข้าไปภายในห้องทำงานทันที และ! สิ่งที่เขาเห็นคือเจ้านายหนุ่มกำลังนวดขมับตนเองอย่างใจเย็น “เจ้านายเป็นอะไรครับ” ดรัณเอ่ยถามด้วยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เพราะครั้งนี้ดูเหมือนว่าเจ้านายจะไม่สามารถกักเก็บความเจ็บปวดเอาไว้ได้ จนเผลอแสดงออกมาให้เห็น “ขอยาแก้ปวด” หยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พลันหลับตาลงเสมือนต้องการปกปิดความเจ็บปวด “ปวดหัวอีกแล้วเหรอครับ” “อือ รีบไปเอายามา” “ครับ” ดรัณรีบเดินไปหยิบยาประจำตัวของหยางที่มักจะทานเป็นประจำ เดินกลับเข้ามาพร้อมกับน้ำเปล่า หยางหยิบยาทานพร้อมดื่มน้ำด้วยความรวดเร็ว พลันทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ดั่งคนหมดแรง หลับตาลงระงับความเจ็บปวดที่กำลังปะทุ “ดีขึ้นไหมครับ” ดรัณเอ่ยถามเจ้านายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง อาการเช่นนี้ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยนัก “อือ” อาการปวดเริ่มทุเลาลง แต่หยางยังคงนั่งหลับตาเช่นนั้น หลับตาเสมือนต้องการให้ภาพในสมองฉายชัดขึ้น “ช่วงนี้มีเรื่องเครียดเหรอครับ” “ภาพทับซ้อนแต่เห็นไม่ชัด”
Magbasa pa

จะไปตามพ่อของพาขวัญเอง

ดรัณรายงานความคืบหน้าเรื่องราวที่เจ้านายหนุ่มให้ตาม แต่ด้วยข้อมูลอันน้อยนิดที่เจ้านายจำได้ กลับทำให้การสืบหาล้มเหลวไม่เป็นท่า “ข้อมูลแทบจะเป็นศูนย์เลยครับ ไม่มีวี่แวว แม้แต่นิดเดียว” “ตอบได้แค่นี้?” หยางถามกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่น้ำเสียงแฝงไปด้วยความดุดัน ไม่ได้พอใจกับคำตอบที่ได้รับจากเลขาคนสนิทแม้แต่น้อย “รู้เพียงแค่ช่วงนั้นเธอกำลังเรียนอยู่ แต่ตอนนี้คงเรียนจบแล้วครับ” หากคาดเดาเวลา ช่วงนั้นเจ้านายของเขาคงคบกับนักศึกษามหา’ลัยหนึ่ง แต่ขาดการติดต่อกันไปนานหลายปี “ไปทำงานต่อเถอะ” หากจะโทษว่าเป็นความผิด ก็คงเป็นความผิดของเขาที่คงแอบซ่อนเธอเอาไว้จนไม่สามารถสืบทราบข้อมูลได้ ภายในห้องตรวจที่มีคนไข้ต่อคิวยาว จนกระทั่ง หมอแพรววาตรวจคนไข้ทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย พยาบาลวิเวียนจึงเดินเข้ามาบอกกับคุณหมอสาวด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเอ็นดู “คนไข้หมดพอดีเลยค่ะคุณหมอ” “โอ๊ย! เมื่อยมาก” หมอแพรววาชูมือขึ้นเหนือศีรษะทั้งสองข้าง บิดตัวไปมา เพื่อระบายความเมื่อยล้า “มีอะไรเรียกวิเวียนได้ตลอดเวลาเลยนะคะ” “รับทราบค่ะ” หมอแพรว
Magbasa pa

คุณคิดจะทำอะไร

เพียงแค่ประตูลิฟต์ถูกเปิดออก หมอแพรววาจึงรีบสาวเท้าเดินออกจากลิฟต์ด้วยความเร่งรีบ มุ่งตรงผ่านโต๊ะเลขาไปยังประตูห้องทำงานเจ้าของโรงพยาบาล แต่! กลับถูกดรัณยืนดักทางเอาไว้เสียก่อน “คุณหมอแพรววา เข้าไม่ได้นะครับ เจ้านายกำลังประชุมกับสาขาต่างประเทศอยู่” “ฉันรอไม่ได้” เธอรอไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือชีวิตของลูกสาวเธอ หมอสาวผลักร่างสูงของดรัณให้พ้นทาง ร่างบางกระชากประตูเปิดเข้าไปด้วยความร้อนรน “เฮ้อ! เดี๋ยวครับ” เพียงแค่หมอสาวก้าวเข้าไปในห้องทำงาน เธอจึงรีบเอ่ยปากขอร้องหยางทันทีโดยไม่อิดออด “คุณหยาง ช่วยพาขวัญด้วย ช่วยลูกฉันด้วย” “เกิดอะไรขึ้น” หยางที่กำลังนั่งประชุมเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน ยันตัวลุกจากเก้าอี้ทำงานตรงไปหาแพรววาทันทีเพียงแค่ได้เห็นใบหน้าสวยเปื้อนไปด้วยน้ำตา ดวงตากลมโตแดงก่ำปูดบวมจากการร้องไห้อย่างหนัก ยิ่งทำให้หยางตกใจไม่น้อย “พาขวัญ ตกบันได ช่วยไปให้เลือดลูกฉันที” “เลือดผมเนี่ยนะ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความมึนงงปนสงสัย ทำไม? แพรววาต้องการเลือดเขาขนาดนั้น ทั้งที่โรงพยาบาล
Magbasa pa

ลูกสาวฉัน

ภายในห้องพักผู้ป่วยวีไอพีที่หยางให้เลขาจัดเตรียมเอาไว้สำหรับพาขวัญ ร่างเล็กนอนหลับใหลอยู่บนเตียง โดยมีคุณแม่ยังสาวและหยางคุณพ่อป้ายแดงนั่งเฝ้าไม่ห่าง “คุณไม่ต้องมาเฝ้าลูกฉันหรอก” หมอแพรววาเอ่ยปากไล่หยางทันที ที่พาขวัญถูกย้ายตัวเข้ามาพักฟื้นที่ห้องพักผู้ป่วย “ลูกคุณคนเดียวเหรอ” หยางถามกลับด้วยน้ำเสียงและใบหน้าเรียบเฉย ชายหนุ่มยังคงรู้สึกโกรธหมอแพรววาอย่างที่ไม่เคยโกรธใครมาก่อน “ใช่” หมอแพรววาตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พาขวัญคือลูกสาวของเธอคนเดียว เพราะเธอเลี้ยงดูพาขวัญเพียงลำพังมาโดยตลอด “ให้พูดอีกรอบ อย่าให้ผมโมโห” “ลูกสาวฉัน ฉันเลี้ยงเขามาเพียงลำพัง” “ทำไมคุณยังดื้อ” หยางส่ายศีรษะเบา ๆ เอือมระอากับความดื้อรั้นของแพรววาที่ยังคงเอ่ยปากไล่เขาไม่หยุด “เอ๊ะ! นี่คุณ ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ” หมอแพรววาแว้ดเสียงแหลมใส่หยาง อย่างลืมตัว ลืมไปเสียสนิทว่าลูกสาวของตนเองนั้นยังคงหลับอยู่บนเตียง “รู้” หยางตอบเพียงประโยคสั้น ๆ หยุดต่อปากต่อคำกับหมอแพรววา เพราะตอนนี้เขากลับรู้สึกเหนื่อยที่จะเถียงกับเธอ “นี่คุณกำลังกวนตีน ฉัน
Magbasa pa

ไล่ให้ตายก็ไม่ไปไหนครับ

ภายในห้องพักผู้ป่วยที่เต็มไปด้วยของเล่นเกือบเต็มพื้นที่ โดยความช่วยเหลือจากดรัณที่เป็นคนจัดการเรื่องของเล่นตามคำสั่งของเจ้านาย เพียงแค่แพรววาเห็นของเล่นทั้งหมดที่วางอยู่ในห้อง หมอสาวจึงรีบหันไปสั่งหยางให้จัดการเก็บของเล่นทั้งหมดออกไป ก่อนที่พาขวัญจะตื่นขึ้นมาเจอ “เก็บของเล่นออกไป เดี๋ยวนี้!” “ผมอยากซื้อให้ลูก” หยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวหมอแพรววาแต่อย่างใด อดจะเอ็นดูกับคำขู่ฟ่อเสมือนลูกแมวไม่มีผิด “พาขวัญไม่” อยากจะบอกว่าพาขวัญไม่ใช่ลูก แต่กลับต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอ เพียงแค่ได้เห็นสายตาคมตำหนิติเตียนจากชายหนุ่ม “มั่นใจคำพูดของตัวเองใช่ไหม” หยางเอ่ยถามหมอสาวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ย้ำเตือนคำพูดที่เธอพ่นออกมา “วุ้ย! ไอ้บ้า” ในเมื่อไม่สามารถหนีได้ ไม่สามารถปฏิเสธได้ ทำได้เพียงหงุดหงิดใจ พลันสบถอาการหัวเสีย “แพรววา พูดเพราะ ๆ หน่อย” น้ำเสียงเย็นยะเยือกติเตียนของชายหนุ่มเสมือนผู้ใหญ่กำลังเตือนเด็ก “ฉันแค่ไม่อยากให้พาขวัญ ถูกตามใจ” หมอแพรววาถอนหายใจพรืดยาวด้วยความหนักใจ เธอไม่อยากให้หยางตามใ
Magbasa pa
PREV
1234
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status