Masukคำโปรย ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา เธอถูกตราหน้า "ท้องไม่มีพ่อ" แต่เธอยังคงโอบอุ้มลูกน้อยด้วยความรัก โดยที่เธอไม่คิดจะร้องขอความรับผิดชอบ หรือตามหาพ่อของลูกที่ทิ้งไปไร้คำร่ำลา จนกระทั่ง ! เธอบังเอิญกลับมาเจอเขาอีกครั้ง ดั่งคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
Lihat lebih banyakโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังขนาดใหญ่ใจกลางกรุง ที่ถูกเทกโอเวอร์จากนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง โดยที่เจ้าตัวไม่แม้แต่จะเข้ามาบริหารงานในโรงพยาบาล ทำได้เพียงตรวจงานและประชุมผ่านอินเทอร์เน็ตเท่านั้น
จนกระทั่ง!
“ไม่! ออกไปให้พ้น” เสียงเข้มปนดุดันเอ่ยปากไล่คณะหมอและพยาบาลที่กำลังพากันกรูเข้าไปทำการรักษาบาดแผลจากการถูกยิงของประธานหนุ่มอย่างเร่งรีบ
“เออคือ ผมคิดว่าคุณหยางควรต้องรีบผ่าตัดเอากระสุนออกนะครับ” อาจารย์หมอประจำโรงพยาบาลที่ถูกตามตัวกลับเข้ามาโรงพยาบาล กลับมีสีหน้าเลิ่กลั่ก เพียงแค่ถูกปฏิเสธการรักษาอย่างไร้เยื่อใย
“แต่รอบนี้กระสุนฝังในนะครับ เราไม่สามารถทำแผลเองได้” ดรัณเลขาคนสนิทช่วยเกลี้ยกล่อมเจ้านายหนุ่มอีกทาง
“กูไม่ไว้ใจใคร” น้ำเสียงเย็นยะเยือก นัยน์ตาว่างเปล่า ตอบกลับเลขาคนสนิท ใบหน้าของประธานหนุ่มยังคงเรียบเฉยไม่ได้บ่งบอกอาการเจ็บปวดใด ๆ ออกมา แม้ว่าเลือดสีแดงสดยังคงไหลซึมออกมาไม่หยุด
“แต่ที่นี่โรงพยาบาลของเจ้านายนะครับ” เจ้านายจะระแวงเช่นนี้ไปตลอดชีวิตไม่ได้ เพราะนี่คือโรงพยาบาลที่เจ้านายเป็นเจ้าของ คงไม่มีใครคิดจะทำร้ายได้ง่าย ๆ
อีกด้านหนึ่งของบานประตูห้องฉุกเฉินวีไอพี ที่มักจะมีไฮโซ ดารา คนมีชื่อเสียง ผู้ทรงอิทธิพล หรือนักการเมืองเข้าไปรักษาในห้องนั้น และ! ครั้งนี้ก็เช่นกัน
“ไลลาเกิดอะไรขึ้น” หมอแพรววาที่กำลังเดินมาสมทบหยุดชะงัก และเอ่ยปากถามเพื่อนสนิทตนเองที่ยืนแอบฟังอยู่
“คนไข้อาละวาดไม่ยอมรักษา” หมอไลลาใช้มือป้องปาก กระซิบกระซาบให้หมอแพรววาได้ยินเพียงแค่สองคน
“อาจารย์หมอปล่อยให้ทำแบบนี้ได้ยังไง ปกติแกจัดการได้ไม่ใช่เหรอ” หมอแพรววาขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย ปกติเคสวีไอพี เมื่อถึงมืออาจารย์หมอมักไม่เคยมีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้นตามมา
“แต่คนนี้คือเจ้าของโรงพยาบาลคนใหม่ไง”
“ธุรกิจสีเทาเหรอ? ทำไมถึงถูกลอบยิงล่ะ” หมอแพรววาแอบสงสัยไม่น้อย คนปกติทั่วไปคงไม่ถูกยิงเช่นนี้หรอก
“ไม่แน่ใจ ฉันรู้แค่ว่าคุณเขาคือคนที่ซื้อโรงพยาบาลต่อจากเจ้าของคนเก่า แถมยังไม่เคยเข้ามาตรวจงานด้วยซ้ำ”
หมอแพรววาพยักหน้ากับข้อมูลที่หมอไลลาเล่าให้ฟัง โดยที่สมองยังคงครุ่นคิดและฟังบทสนทนาของคนในห้อง
จนกระทั่ง! บานประตูถูกเปิดออกโดยพยาบาลวิเวียนที่เดินออกมาเรียกร้องขอความช่วยเหลือ ตามคำสั่งของอาจารย์หมอ
“หมอแพรววา หมอไลลา หมอกิต อาจารย์หมอเชิญด้านในค่ะ”
“ค่ะ/ครับ” คุณหมอทั้งสามเดินเข้าไปในห้องฉุกเฉินวีไอพีทันที ตามสัญชาตญาณของหมอที่ต้องรวดเร็วและกระฉับกระเฉงเสมอ
เพียงแค่หมอแพรววาก้าวเดินเข้าไปภายในห้องฉุกเฉินขาวสะอาด มีเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ครบครัน
กึก! ร่างบางกลับต้องชะงัก เมื่อสายตาของเธอสบประสานเข้ากับสายตาคมกริบของผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนเตียงคนไข้ สายตาที่เธอไม่เคยลืมเลือนตลอดหลายปีที่ผ่านมา
หวนนึกถึงอดีตที่เคยมี อดีตที่ทำให้เธอเจ็บปวด และถูกตราหน้าว่าท้องไม่มีพ่อ เพียงแค่เธอนั้นหลงเชื่อผู้ชายเย็นชาคนนี้
“เธอ!” เสียงทุ้มต่ำปนเยือกเย็น ชี้ไปทางหมอแพรววาที่กำลังยืนนิ่งราวกำลังเหม่อลอย ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงรอบตัว จนเลขาคนสนิทต้องเอ่ยปากเรียกหมอแพรววาอีกครั้ง
“คุณหมอครับ เจ้านายเรียกคุณ”
“มีอะไรรึเปล่าคะ” หมอแพรววาเอ่ยถามด้วยความสงสัย มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ทั้งสองข้าง เพื่อข่มอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในใจ
“ให้เธอรักษา” หยางเอ่ยปากสั่งหมอแพรววาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ซึ่งคำสั่งของประธานหนุ่มกลับสร้างความตกใจให้กับเลขาหนุ่มและอาจารย์หมอไม่น้อย
“แต่ฉัน” หมอแพรววาพยายามจะปฏิเสธ เพราะเธอไม่เคยรักษาเคสวีไอพีมาก่อน จึงไม่รู้ว่าควรปฏิบัติตัวเช่นไร
“เธอเป็นหมอไม่ใช่เหรอ?” น้ำเสียงเย็นยะเยือก หรี่ตาจับผิดหมอสาวที่กำลังจะปฏิเสธเขา เขาที่ไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธมาก่อนในชีวิต
“คนอื่นก็หมอค่ะ” หมอแพรววาตอบกลับอย่างสุภาพ เพราะเธอรู้สึกไม่อยากข้องเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้อีก
“แพรววาถือว่าอาจารย์ขอ ช่วยรับเคสนี้ที” อาจารย์หมอที่รับรู้ถึงสถานการณ์อึดอัด รีบเอ่ยปากขอร้องหมอสาวที่ได้รับเลือกเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของโรงพยาบาลสามปีซ้อน
“แต่ว่า” เพราะความรู้สึกส่วนตัวจนทำให้หมอแพรววาลืมจรรยาบรรณวิชาชีพที่เคยปฏิญาณตน จนอาจารย์หมอต้องตักเตือนเธอขึ้น
“จรรยาบรรณวิชาชีพอย่าลืม”
“แกไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวฉันไปรับพาขวัญให้เอง” หมอไลลาทราบดีว่าสิ่งที่หมอแพรววากังวลจนพยายามปฏิเสธคนไข้วีไอพี เหตุผลเพราะว่าใกล้ถึงเวลาเลิกเรียนของลูกสาวนั่นเอง
“ขอบใจนะ งั้นฉันรับเคสนี้เองค่ะ” เมื่อความกังวลจบลง หมอแพรววาจึงตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้ว่าเธอจะไม่อยากรักษาผู้ชายคนนี้ แต่! ด้วยจรรยาบรรณ ทำให้เธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
“งั้นฝากด้วยนะหมอแพรววา มีอะไรโทรหาอาจารย์หมอได้ทุกเวลา” อาจารย์หมอตบหัวไหล่แพรววาด้วยรอยยิ้ม
หากเป็นหมอแพรววาอาจารย์หมออย่างเขาค่อนข้างเบาใจ เนื่องจากฝีมืออันเก่งกาจ จนถูกเล่าลือในกลุ่มหมอด้วยกัน
“ค่ะ” หมอแพรววาตอบรับด้วยน้ำเสียงสุภาพ เธอโค้งศีรษะให้กับอาจารย์หมอที่กำลังจะเดินออกจากห้องไปท่าทางนอบน้อม
“พยาบาลวิเวียนช่วยเตรียมเครื่องมือผ่าตัดด้วยค่ะ” หมอแพรววาหันหน้ากลับไปสั่งพยาบาลวิเวียนที่อยู่เป็นผู้ช่วยเธอในเคสนี้ด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ค่ะคุณหมอ”
“เชิญคุณออกไปก่อนนะคะ” หมอแพรววาไม่ลืมจะหันหน้าไปบอกเลขาคนสนิทของประธานหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเตียงไม่ห่างด้วยน้ำเสียงสุภาพดังเดิม
“ผมต้องอยู่ดูแลความปลอดภัยของเจ้านายครับ” ดรัณยังคงค้านหัวชนฝา เพราะห่วงความปลอดภัยของเจ้านายหนุ่ม แม้ว่าโรงพยาบาลนี้จะเป็นของเจ้านายก็ตาม
“หมอกำลังจะผ่าตัด ไม่อยากให้คนนอกเข้ามารบกวนสมาธิ และก็กลัวเชื้อโรคด้วย”
“แต่” ดรัณพยายามปฏิเสธ แต่! เลขาคนสนิทกลับต้องชะงัก เมื่อเจอคำสั่งของเจ้านายหนุ่มที่เอ่ยปากไล่เขา
“นายออกไป” เมื่อเห็นว่าดรัณยังคงยืนกรานเฝ้าอยู่ในห้องฉุกเฉินไม่ยอมห่างไปไหน หยางเอ่ยปากไล่เลขาคนสนิทอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เจ้านายไว้ใจเธอ?” คำสั่งในครั้งนี้สร้างความตกใจให้กับเลขาคนสนิทไม่น้อย ไม่คิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้ยินคำสั่งแบบนี้จากเจ้านาย
“เธอคงไม่คิดจะฆ่าฉัน”
“คุณไว้ใจได้ค่ะ ฉันไม่ได้อยากมีเวร มีกรรมอะไรกับเจ้านายคุณ” หมอแพรววาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย มือเล็กหยิบถุงมือขึ้นมาสวม พลันให้พยาบาลสวมชุดผ่าตัดให้ตามขั้นตอนปฏิบัติ
@ หกเดือนผ่านไป หยางนั่งอยู่โซฟาหน้าทีวี บนอกมีลูกน้อยวัยหกเดือนนอนแนบอก พลันหวนนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมาตั้งแต่กลับมาเจอแม่ของลูกรวมไปถึงลูกคนที่สองคลอดออกมา ซึ่งทำให้เขานั้นรับรู้รสชาติของความเป็นพ่อคนมากขึ้น จนนับถือน้ำใจคนเป็นแม่ที่อดทนเพื่อลูกมาโดยตลอด“พันไมล์หลับเหรอคะ” เสียงหวานของแพรววาดังขึ้นจากด้านหลังของหยาง หลังจากที่หญิงสาวปั๊มนมเสร็จเรียบร้อย“พึ่งหลับครับ” หยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงอบอุ่น มือหนายังคงลูบแผ่นหลังลูกชาย ใช่แล้ว! ลูกคนที่สองของเขาเป็นเด็กผู้ชายชื่อพันไมล์“เหนื่อยไหมคะ” แพรววาเอ่ยถามเสียงหวาน พลันเดินไปนั่งข้างสามีตนเองและซบศีรษะลงบนบ่าแกร่งเสมือนกำลังออดอ้อนชายหนุ่ม“ถ้าจะบอกว่าไม่เหนื่อยก็คงโกหก เอาเป็นว่าเหนื่อยแต่มีความสุขครับ” หากบอกว่าไม่! คงโกหก แต่ความเหนื่อยในครั้งนี้มีความสุขโอบล้อม จนสามารถยอมเหนื่อยไปทั้งชีวิตได้“ขอบคุณนะคะที่ช่วยเลี้ยงลูก” ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาขอบคุณหยาง ซึ่งการกระทำของชายหนุ่มที่แพรววารับรู้และได้เห็นเกินคาดกว่าที่คิดเอาไว้“เฮียต้องขอบคุณหนูมากกว่า” แพรววาคือผู้หญิงที่เขานั้นอยากขอบคุณมากที่สุด เธอเป็นทั้งคนที่เ
ช่วงค่ำของวันหลังจากที่ส่งลูกสาวเข้านอน หยางจึงเดินออกจากห้องมุ่งตรงมาหาแพรววาที่กำลังเตรียมของให้ลูกคนเล็กที่ใกล้จะคลอดในอีกไม่นาน “หนักไหมครับ” เสียงทุ้มต่ำปนอบอุ่นเอ่ยถามแพรววาขึ้น มือหนาเอื้อมไปลูบหน้าท้องนูนด้วยความรักใคร่ ทุกอย่างคือความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขาได้รับเสมือนกำลังชดเชยจากลูกคนแรกก็ไม่ปาน “หนักมาก” การอุ้มท้องไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีความอดทนสูงมาก ซึ่งเธอรับรู้ถึงความรักที่มารดามีให้และไม่ลืมที่จะนึกถึงท่านที่อยู่บนสวรรค์อยู่เสมอ “เฮียยอมใจเลย ขอบคุณนะครับ” ไม่รู้จะหาคำไหน? มาขอบคุณแพรววาที่ยอมทิ้งงาน เพื่ออุ้มท้องลูกคนที่สองให้ตนเอง รวมไปถึงอดทนเลี้ยงดูพาขวัญมาอย่างดี “รู้แบบนี้ จะอยากได้คนที่สาม ที่สี่อีกไหมคะ” แพรววาอดกระแนะกระแหนหยางไม่ได้ หวังให้ชายหนุ่มเห็นใจ มีลูกน้อยเพียงแค่สองคนเท่านั้น แต่! คำตอบที่ได้รับจากหยางกลับทำให้แพรววาอุทานเรียกสามีหนุ่มเสียงหลง เพราะเธอนั้นสัมผัสได้ถึงแววตาจริงจัง มุ่งมั่นอยู่ในนั้นจนรู้สึกเสียวหลัง “อยากได้ครับ” “เฮีย!” “โธ่! หลังจากลูกคนที่สอง เฮียไม่ได้จะมีคนที่
@ สี่เดือนต่อมา ตีสองของวันหลังจากที่ทั้งสามคนเข้านอนพร้อมกันในช่วงสี่ทุ่ม หมอแพรววาสะกิดหยางที่นอนอยู่ข้าง ๆ เนื่องจากอาการหิวที่กำเริบจนต้องรีบยันตัวลุกขึ้นนั่ง “เฮีย” “ครับ” หยางตอบรับแพรววาด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ลืมตาตื่นเหลือบมองนาฬิกาติดผนังที่กำลังบ่งบอกเวลา “อยากกินไอศกรีม” แพรววาตอบกลับหยางด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม หวังให้ชายหนุ่มเดินลงไปส่งตนเองที่ห้องครัวชั้นล่างของบ้าน “เวลานี้เนี่ยนะ แต่หมอให้งดน้ำตาล” หยางรีบอุทานขึ้นด้วยความตกใจ พลันเอ่ยเตือนแพรววาด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากตอนนี้หน้าท้องที่เคยแบนราบกลับนูนขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ใจ “หนูก็หมอ” หมอแพรววาชี้นิ้วเข้าหาตนเอง พลันบอกอาชีพที่เธอยังคงทำอยู่ตอนนี้และในอนาคตให้กับหยาง ย้ำความมั่นใจว่าสิ่งที่เธอต้องการจะกินในเวลานี้ สามารถทานได้ “หมอคนละแผนก ทนหน่อยนะ” เพราะเป็นห่วงกลัวค่าน้ำตาลจะขึ้นจนส่งผลเสียตามมาในอนาคต จึงพยายามเอ่ยปากห้ามแพรววาด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “เฮียไม่รักหนูแล้วเหรอ? ทำไมไม่ตามใจเหมือนแต่ก่อน” คำตอบของหยาง เมื่อถูกสามีขัดใจและติเตือน เริ
@ หกเดือนผ่านไป ชีวิตระหว่างหยางและแพรววาดำรงไปได้ด้วยดี โดยมีลูกสาวอย่างพาขวัญคอยเติมเต็มสีสันในชีวิตครอบครัวให้อบอุ่นมากกว่าเดิม แต่ ชีวิตจะหรรษามากกว่านั้น หากครอบครัวมีสมาชิกเพิ่มขึ้นดั่งที่หยางใฝ่ฝันและตั้งมั่นมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จนกระทั่ง! เสียงโอ้กอ้ากของเจ้านายหนุ่มดังออกมาจากห้องน้ำ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของวัน จึงทำให้ดรัณรีบย่างก้าวไปดูอาการเจ้านายที่ห้องน้ำด้วยความเป็นห่วง “เจ้านายเป็นอะไรครับ” ดรัณเอ่ยถามเจ้านายหนุ่มด้วยความร้อนรน หวังจะเดินเข้าไปประคองร่างสูงที่กำลังนั่งข้างชักโครกด้วยใบหน้าซีดเซียวเสมือนคนไร้เรี่ยวแรง “สงสัยคงทานข้าวเช้าเยอะไปหน่อย” หยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ภายในร่างกายตีรวนว้าวุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “แต่เจ้านายอ้วกหนักมากเลยนะครับ ผมว่าเดินลงไปให้หมอเช็กอาการดีกว่า” “ไม่ต้อง” หยางรีบเอ่ยปากและยกมือห้ามดรัณเอาไว้เสียก่อน เพราะเกรงภรรยาสาวจะรับทราบอาการผิดแปลกของตนเองในเวลานี้ “ลูกเจ้านายยังเล็กนะครับ จะไม่ไปตรวจร่างกายจริง ๆ เหรอ” ดรัณทราบดีว่าเจ้านายหนุ่มนั้นรักครอบครัวมาก จึง





