All Chapters of ผมถูกพี่ชายจับขังในหอบรรพชน: Chapter 1 - Chapter 8

8 Chapters

บทที่ 1

ในงานคอนเสิร์ตของมู่สือ แสงไฟสาดส่องจนแสบตา เสียงกรี๊ดดังสนั่นจนแทบจะทะลุหลังคา เพื่อนสนิทวัยเด็กของผมยืนอยู่บนเวที ถือปืนฉีดน้ำ พลางหัวเราะร่าและฉีดสาดลงมายังผู้ชมด้านล่างผมเกิดคึกขึ้นมาชั่วขณะ จึงแหกปากตะโกนใส่เวที “พี่ครับ ฉีดใส่ผมเลย! ฉีดใส่หน้าผมเลย!”สิ้นเสียงตะโกน ทั่วทั้งฮอลล์ก็เงียบสงัดลงชั่วขณะอย่างน่าประหลาด แม้แต่เสียงดนตรีก็ราวกับจะสะดุดไปครึ่งจังหวะผมกำลังกระหยิ่มยิ้มย่องว่าเสียงตะโกนของตัวเองมันช่างเร้าใจสุด ๆ ทว่าวินาทีต่อมากลับรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นปราดขึ้นมาตรงหลังคอ ราวกับกำลังถูกสัตว์ร้ายสุดอันตรายจ้องมองอยู่ผมค่อย ๆ หันหน้ากลับไป ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาที่เย็นเยียบราวกับบ่อน้ำลึกเผยจือหลี่เหรอพี่ชายของผมมาได้ยังไงเนี่ยเขานั่งอยู่แถวหลังผมถัดไปแค่หนึ่งแถว สวมชุดสูทเรียบกริบ สีหน้าเย็นชา แววตาดุดันจนน่ากลัวหัวใจของผมกระตุกวูบ ป้ายเชียร์ในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดัง ‘แปะ’เขาเหลือบตาขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มต่ำ “ให้เวลาครึ่งชั่วโมง ไสหัวกลับไปซะ”คอนเสิร์ตยังไม่ทันจบ ผมก็ต้องแอบหนีออกจากฮอลล์ ใจเต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ สมองคิดคำนวณอย่างบ้าคลั่งว่าเดี๋ย
Read more

บทที่ 2

รูปพวกนี้ทั้งหมด...เป็นรูปของผมเด็กหนุ่มในรูปถ่ายสวมชุดนักเรียนสีฟ้าขาว ยืนยิ้มแฉ่งอย่างภาคภูมิใจอยู่บนแท่นรับรางวัล นั่นเป็นรูปที่ถ่ายตอนที่ผมได้รางวัลจากการแข่งขันคณิตศาสตร์ตอนอายุ 15 ปี ต่อมารูปใบนั้นก็หายไป ที่แท้ก็ถูกเผยจือหลี่เก็บเอาไว้ที่นี่ ตอนอายุ 7 ขวบ ผมขี่คอเผยจือหลี่เด็ดลูกพลับ ตอนอายุ 12 ปี เขาแบกผมกลับมาจากโรงพยาบาลหลังจากให้น้ำเกลือ รูปสุดน่าเกลียดตอนผมเมาแอ๋ในวันเกิดอายุ 18 ปี...ผมนั่งยอง ๆ หยิบรูปถ่ายตอนเผยจือหลี่ยังเป็นเด็กกำพร้าขึ้นมาจากกองระเกะระกะบนพื้นผมราวกับได้เห็นเผยจือหลี่ในวัย 13 ปีอีกครั้ง เด็กหนุ่มที่ดูสะอาดสะอ้านราวกับเครื่องกระเบื้องเคลือบสีขาวนั่งอยู่ใต้ต้นอู๋ถงในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ขนตาหลุบต่ำ เงียบสงบราวกับภาพวาดสีน้ำมันเขาสวมเพียงเสื้อยืดที่ซักจนสีซีดจาง แต่กลับเหมือนเจ้าชายน้อยที่เดินออกมาจากหนังสือนิทาน ยิ่งกว่าพวกลูกเศรษฐีรุ่นสองที่แต่งตัวหรูหราในโรงเรียนเราเสียอีกวันนั้นแม่ลูบผมของผมพลางเอ่ยถาม “เซียวเซียวอยากเลือกคนไหนมาเป็นพี่ชายลูกจ๊ะ”ใช่แล้ว วันก่อนหน้าที่จะไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ผมเป็นคนรบเร้าแม่ บังคับให้แม่คลอดพี่ชายออกมาให้ผม
Read more

บทที่ 3

เผยจือหลี่หยุดยืนห่างจากผมไปครึ่งก้าว เขายกมือขึ้น ปลายนิ้วเฉียดผ่านใบหูของผม แล้วดึงนิตยสารธุรกิจเล่มหนึ่งออกมาจากตู้หนังสือ“ฟู่—” ผมค่อย ๆ พ่นลมหายใจ ฟังเสียงสั่นสะท้านแผ่วเบาที่ดังมาจากในอกของตัวเอง“ว่างถึงขั้นต้องมารื้อหาแฟ้มเก่าเมื่อเจ็ดปีก่อนเลยเหรอ” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่กลับทำให้ผมรู้สึกหนาวเยือกไปถึงหลังคอผม “...” หัวใจที่แขวนต่องแต่งอยู่เมื่อกี้ได้ตายจากไปอย่างสมบูรณ์แล้วจู่ ๆ เขาก็โน้มตัวลงมา“ปึก!” ซองเอกสารหนาหนักถูกโยนลงบนโต๊ะหนังสือตรงหน้าผมจนเกิดเสียงดังทึบ ๆ“เอาไปดูสิ”เขาปลดกระดุมปลายแขนเสื้อ เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ปล่อยให้โต้แย้ง “แต่เรื่องคอนเสิร์ตวันนี้ นายต้องอธิบายให้ฉันฟัง”ผมรีบคว้าแฟ้มเอกสารมากอดไว้แน่น สบเข้ากับดวงตาอันลึกล้ำจนหยั่งไม่ถึงของเผยจือหลี่พอดี “พี่ครับ ตอนนี้มันดึกมากแล้ว เอาไว้คุยกันพรุ่งนี้ดีไหม”ปลายนิ้วของเขาเฉียดผ่านใบหูผม จู่ ๆ ก็บีบปลายคาง บังคับให้ผมเงยหน้าขึ้น “ถ้าขืนกล้าไปมั่วสุมกับไอ้คนแซ่มู่นั่นอีก ฉันจะหักขานายซะ”หัวใจของผมหยุดเต้นไปชั่วขณะดุชะมัดมู่สือพูดถูกจริง ๆ เหรอผมจ้องใบหน้าของเผยจือหลี่ที่อยู่ใกล้แค่เอ
Read more

บทที่ 4

ไม้เรียวหล่นกระแทกพื้นเสียงดัง ‘แปะ’ เผยจือหลี่หันหลังกลับ ผมได้ยินเสียงเขาสูดลมหายใจลึก ราวกับกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านให้กลับคืนไป“หน้าไม่อาย” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าจนน่ากลัว แต่เขากลับเดินออกไปข้างนอกโดยไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมามอง“หน้าไม่อาย!”ผมยืนนิ่งอยู่กับที่ หลุบตาลงต่ำ ปล่อยให้แพขนตาบดบังความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ในดวงตาเผยจือหลี่คอยดูเถอะ!เมื่อแสงแดดยามเช้าของวันรุ่งขึ้นสาดส่องลอดผ้าม่านเข้ามา เสียงกริ่งประตูก็ดังระงมราวกับจะมาทวงวิญญาณ“เวรเอ๊ย!” ผมซุกหน้าลงกับหมอนให้ลึกกว่าเดิม กำหมัดแน่นจนกระดูกข้อนิ้วลั่นดังกรอบแกรบนี่มันเพิ่งกี่โมงเองผมคว้าหมอนปาอัดกำแพง เดินเท้าเปล่าเหยียบขวดเหล้าที่เกลื่อนเต็มพื้น ภาพของมู่สือที่เอียงคอกดกริ่งประตูอยู่บนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ทำเอาผมคันเขี้ยวจนต้องกัดฟันกรอด ไอ้หมานี่ชอบโผล่มาซ้ำเติมเวลาที่ผมอารมณ์ไม่ดีอยู่เรื่อย“เผยเซียว ได้ข่าวว่าโดนพี่ชายตีมาอีกแล้วเหรอ” เขาแกว่งแก้วน้ำเต้าหู้ไปมาพลางยืนพิงกรอบประตู สายตากวาดมองชายกางเกงวอร์มของผม “วิธีการสั่งสอนน้องชายของประธานเผยยังโบราณเหมือนเดิมเลย”ผมปัดมือคว้าแก้ว
Read more

บทที่ 5

การประชุมเช้าวันรุ่งขึ้น ผมแบกหัวที่ยังคงเมาค้างเดินเข้าไปในห้องประชุม เพิ่งจะนั่งลงก็พบว่าบรรยากาศดูผิดปกติไปแอร์เซ็นทรัลส่งเสียงครางหึ่ง ๆ เบา ๆ บรรยากาศของคณะกรรมการบริหารดูตึงเครียดอยู่บ้างที่ปลายสุดของโต๊ะยาว เครื่องฉายโปรเจกเตอร์ฉายสัญญาฉบับนั้นลงบนจอภาพ เงื่อนไขการผิดสัญญาที่ถูกเน้นด้วยสีแดงดูแทงตาเป็นพิเศษนิ้วของเผยจือหลี่เคาะลงบนจุดเซ็นชื่อในสัญญา สายตาเฉียบคมกวาดมองมาที่ผม “อธิบายมาหน่อยสิ”ผมเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง ขอบตายังคงบวมแดงจากอาการเมาค้าง “พี่ครับ พี่เป็นคนเซ็นไม่ใช่เหรอ เมื่อคืนผม...” พูดไม่ทันจบก็ต้องยกมือขึ้นกุมกระเพาะอาหาร หยาดเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดซึมเต็มหน้าผาก“เมื่อคืนประธานเผยน้อยเมาหนักมากจริง ๆ ครับ” ผู้จัดการเฉินจากฝ่ายการตลาดช่วยยืนยันเสียงเบา “ผมเห็นกับตาว่าคนขับรถไปส่งเขากลับโรงแรมหลังจากงานเลี้ยงเริ่มไปได้แค่ครึ่งชั่วโมง”เหล่าสมาชิกคณะกรรมการบริหารต่างพากันสบตากันไปมา“ค่าปรับผิดสัญญาสามร้อยเท่า...” ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินสูดลมหายใจเข้าลึก “ถ้าต้องจ่ายจริง ๆ ละก็...”ผมลุกพรวดขึ้นยืน เก้าอี้ครูดกับพื้นจนเกิดเสียงดังบาดหู “ทุกท่านครับ ถึงจะไม่รู
Read more

บทที่ 6

เผยจือหลี่จัดการวิกฤตห่วงโซ่อุปทานเสร็จก็รีบเดินทางกลับประเทศทันทีแสงไฟเย็นเยียบในสนามบินสาดส่องลงบนร่างของเขา ขับเน้นโครงร่างสูงโปร่งและตั้งตรงให้เห็นเด่นชัด เขาสวมชุดสูทสีดำที่เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว ยิ่งขับให้ใบหน้าเย็นชานั้นดูห่างเหินมากยิ่งขึ้น คิ้วและดวงตาของเขาราวกับถูกสลักด้วยคมมีด สันจมูกโด่ง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงเฉียบคม ราวกับแม้แต่ลมหายใจก็ยังแฝงไปด้วยความอดกลั้นทันทีที่เขาลงจากเครื่องบินก็ถูกตำรวจที่มารอรับอยู่นานแล้วขวางเอาไว้“คุณเผยจือหลี่ครับ ทางเผยซื่อได้แจ้งความว่าคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลแล้ว รบกวนให้ความร่วมมือในการสืบสวนกับพวกเราด้วยครับ”เผยจือหลี่ยืนนิ่งอยู่กับที่ สายตาเย็นเยียบกวาดมองตำรวจ ก่อนจะหันมามองผมที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักผมยืนพิงราวกั้นอย่างเกียจคร้าน เสื้อสูทตัวนอกพาดไว้บนบ่าแบบลวก ๆ กระดุมคอเสื้อเชิ้ตถูกปลดออกสองเม็ด เผยให้เห็นช่วงไหปลาร้า ในมือควงแฟลชไดรฟ์เล่นไปมา และสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในแฟลชไดรฟ์อันนั้น ก็คือหลักฐานที่มู่เซินใช้มัดตัวเผยจือหลี่นั่นเองเขายังคงมองมาที่ผมผมขยิบตาให้เผยจือหลี่ ขยับป
Read more

บทที่ 7

ผมค่อย ๆ เดินไปตรงหน้าเขา เอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง“ไม่หรอก คุณต่างหากที่ส่งหลักฐานมาถึงมือผมเอง แปดปีแล้ว หลักฐานในตอนนั้นถูกคุณทำลายทิ้งไปตั้งนานแล้ว ถ้าคุณไม่ลงมือทำอะไรเลย ตำรวจก็คงเอาผิดคุณยาก แต่การที่คุณฆ่าคนอีกครั้งก็คือคุณเป็นฝ่ายส่งหลักฐานมาถึงมือผมเอง”ประตูห้องประชุมถูกผลักให้เปิดออก ตำรวจสองนายเดินเข้ามา“คุณมู่เซินครับ คุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยในข้อหาจ้างวานฆ่าและอาชญากรรมทางธุรกิจ เชิญไปกับพวกเราด้วยครับ”มู่เซินจ้องผมเขม็ง จู่ ๆ ก็แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม “ฉันถูกเด็กเมื่อวานซืนอย่างแกวางแผนเล่นงานงั้นเหรอ! เผยเซียว แม้แต่พี่ชายตัวเองแกก็ยังไม่เว้น แกต้องตายไม่ดีแน่!”ผมก้มหน้าจัดระเบียบปลายแขนเสื้อ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “พาตัวเขาไป”หนึ่งสัปดาห์ต่อมา มู่เซินยอมรับสารภาพ เผยจือหลี่จึงถูกปล่อยตัวเนื่องจากไม่มีความผิดตอนผู้ช่วยคนใหม่ของผมไปรับตัวเขามาตรงหน้าผม ผมก็แทบจะจำผู้ชายที่เคยสง่างามและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจคนนั้นไม่ได้แล้ววินาทีที่ประตูรถเก๋งสีดำถูกดึงเปิดออก มือที่เห็นข้อกระดูกชัดเจนข้างหนึ่งก็จับยึดกรอบประตูรถเอาไว้ปีกหมวกแก๊ปทอดเงาลงบนใบหน้า ภายใต้ผิ
Read more

บทที่ 8

แสงไฟในห้องใต้ดินสลัวและคลุมเครือ ทอดเงาของเผยจือหลี่ที่ถูกพันธนาการให้ยืดยาวออกไปบนกำแพงปูนผมถอยหลังไปสองก้าว เอียงคอชื่นชมผลงานชิ้นเอกของตัวเองผู้ชายที่มักจะสวมชุดสูทเรียบกริบและเจ้าระเบียบอยู่เสมอคนนี้ ในเวลานี้เสื้อผ้ากลับหลุดลุ่ย เสื้อเชิ้ตถูกผมกระชากจนขาดวิ่น เผยให้เห็นไหปลาร้าขาวผ่องและกล้ามเนื้อที่ตึงแน่น“เผยเซียว แก้มัดให้ฉันเดี๋ยวนี้!” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง ดวงตาที่ถูกปิดบังด้วยผ้าปิดตาสีดำไม่อาจมองเห็นอารมณ์ใด ๆ แต่สันกรามที่ขบแน่นกลับเผยให้เห็นถึงความตึงเครียดของเขายิ่งเขาตึงเครียด ผมก็ยิ่งตื่นเต้นจนหยุดไม่อยู่เมื่อปลายนิ้วลากผ่านลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงของเขา สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่หดเกร็งขึ้นมาทันที “จะรีบไปไหน เกมเพิ่งจะเริ่มเองนะ” ผมจงใจพูดให้ช้าลง ปลายนิ้วลากต่ำลงมาตามลูกกระเดือกของเขาจังหวะหายใจของเขาปั่นป่วนอย่างเห็นได้ชัด“หึ ไอ้คนไม่เอาไหน ตอนนี้เก่งขึ้นมาแล้วสินะ” น้ำเสียงของเผยจือหลี่แหบพร่า ข้อมือที่ถูกมัดไพล่หลังไว้กับบาร์โหนขยับเล็กน้อย โซ่โลหะส่งเสียงกระทบกันดังแกรกแกรกผมเดินอ้อมไปด้านหลังเขา ปลายจมูกแทบจะแนบชิดกับหลังคอ
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status