เข้าสู่ระบบในงานคอนเสิร์ต ผมปล่อยตัวปล่อยใจ ตะโกนปากดีใส่ไอดอลตัวท็อป “พี่ครับ ปล่อยใส่หน้าผมเลย!” คืนนั้นเอง ผมก็ถูกพี่ชายดันตัวติดกับแท่นบูชาในหอบรรพชน โดยมีไม้เรียวกดทับอยู่ตรงหลังคอ “เงยหน้าขึ้นมา แล้วบอกฉันสิ ว่าไอ้ประโยค ‘พี่ครับ ปล่อยใส่หน้าผมเลย’ มันแปลว่าอะไร” หลังจากนั้น เขาก็กดผมจมลงไปบนที่นอน ปลายนิ้วบดคลึงบนริมฝีปากที่เปียกชื้นและแดงเรื่อของผม “นี่มันเป็นสิ่งที่นายต้องการไม่ใช่หรือไง”
ดูเพิ่มเติมแสงไฟในห้องใต้ดินสลัวและคลุมเครือ ทอดเงาของเผยจือหลี่ที่ถูกพันธนาการให้ยืดยาวออกไปบนกำแพงปูนผมถอยหลังไปสองก้าว เอียงคอชื่นชมผลงานชิ้นเอกของตัวเองผู้ชายที่มักจะสวมชุดสูทเรียบกริบและเจ้าระเบียบอยู่เสมอคนนี้ ในเวลานี้เสื้อผ้ากลับหลุดลุ่ย เสื้อเชิ้ตถูกผมกระชากจนขาดวิ่น เผยให้เห็นไหปลาร้าขาวผ่องและกล้ามเนื้อที่ตึงแน่น“เผยเซียว แก้มัดให้ฉันเดี๋ยวนี้!” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง ดวงตาที่ถูกปิดบังด้วยผ้าปิดตาสีดำไม่อาจมองเห็นอารมณ์ใด ๆ แต่สันกรามที่ขบแน่นกลับเผยให้เห็นถึงความตึงเครียดของเขายิ่งเขาตึงเครียด ผมก็ยิ่งตื่นเต้นจนหยุดไม่อยู่เมื่อปลายนิ้วลากผ่านลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงของเขา สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่หดเกร็งขึ้นมาทันที “จะรีบไปไหน เกมเพิ่งจะเริ่มเองนะ” ผมจงใจพูดให้ช้าลง ปลายนิ้วลากต่ำลงมาตามลูกกระเดือกของเขาจังหวะหายใจของเขาปั่นป่วนอย่างเห็นได้ชัด“หึ ไอ้คนไม่เอาไหน ตอนนี้เก่งขึ้นมาแล้วสินะ” น้ำเสียงของเผยจือหลี่แหบพร่า ข้อมือที่ถูกมัดไพล่หลังไว้กับบาร์โหนขยับเล็กน้อย โซ่โลหะส่งเสียงกระทบกันดังแกรกแกรกผมเดินอ้อมไปด้านหลังเขา ปลายจมูกแทบจะแนบชิดกับหลังคอ
ผมค่อย ๆ เดินไปตรงหน้าเขา เอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง“ไม่หรอก คุณต่างหากที่ส่งหลักฐานมาถึงมือผมเอง แปดปีแล้ว หลักฐานในตอนนั้นถูกคุณทำลายทิ้งไปตั้งนานแล้ว ถ้าคุณไม่ลงมือทำอะไรเลย ตำรวจก็คงเอาผิดคุณยาก แต่การที่คุณฆ่าคนอีกครั้งก็คือคุณเป็นฝ่ายส่งหลักฐานมาถึงมือผมเอง”ประตูห้องประชุมถูกผลักให้เปิดออก ตำรวจสองนายเดินเข้ามา“คุณมู่เซินครับ คุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยในข้อหาจ้างวานฆ่าและอาชญากรรมทางธุรกิจ เชิญไปกับพวกเราด้วยครับ”มู่เซินจ้องผมเขม็ง จู่ ๆ ก็แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม “ฉันถูกเด็กเมื่อวานซืนอย่างแกวางแผนเล่นงานงั้นเหรอ! เผยเซียว แม้แต่พี่ชายตัวเองแกก็ยังไม่เว้น แกต้องตายไม่ดีแน่!”ผมก้มหน้าจัดระเบียบปลายแขนเสื้อ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “พาตัวเขาไป”หนึ่งสัปดาห์ต่อมา มู่เซินยอมรับสารภาพ เผยจือหลี่จึงถูกปล่อยตัวเนื่องจากไม่มีความผิดตอนผู้ช่วยคนใหม่ของผมไปรับตัวเขามาตรงหน้าผม ผมก็แทบจะจำผู้ชายที่เคยสง่างามและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจคนนั้นไม่ได้แล้ววินาทีที่ประตูรถเก๋งสีดำถูกดึงเปิดออก มือที่เห็นข้อกระดูกชัดเจนข้างหนึ่งก็จับยึดกรอบประตูรถเอาไว้ปีกหมวกแก๊ปทอดเงาลงบนใบหน้า ภายใต้ผิ
เผยจือหลี่จัดการวิกฤตห่วงโซ่อุปทานเสร็จก็รีบเดินทางกลับประเทศทันทีแสงไฟเย็นเยียบในสนามบินสาดส่องลงบนร่างของเขา ขับเน้นโครงร่างสูงโปร่งและตั้งตรงให้เห็นเด่นชัด เขาสวมชุดสูทสีดำที่เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว ยิ่งขับให้ใบหน้าเย็นชานั้นดูห่างเหินมากยิ่งขึ้น คิ้วและดวงตาของเขาราวกับถูกสลักด้วยคมมีด สันจมูกโด่ง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงเฉียบคม ราวกับแม้แต่ลมหายใจก็ยังแฝงไปด้วยความอดกลั้นทันทีที่เขาลงจากเครื่องบินก็ถูกตำรวจที่มารอรับอยู่นานแล้วขวางเอาไว้“คุณเผยจือหลี่ครับ ทางเผยซื่อได้แจ้งความว่าคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลแล้ว รบกวนให้ความร่วมมือในการสืบสวนกับพวกเราด้วยครับ”เผยจือหลี่ยืนนิ่งอยู่กับที่ สายตาเย็นเยียบกวาดมองตำรวจ ก่อนจะหันมามองผมที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักผมยืนพิงราวกั้นอย่างเกียจคร้าน เสื้อสูทตัวนอกพาดไว้บนบ่าแบบลวก ๆ กระดุมคอเสื้อเชิ้ตถูกปลดออกสองเม็ด เผยให้เห็นช่วงไหปลาร้า ในมือควงแฟลชไดรฟ์เล่นไปมา และสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในแฟลชไดรฟ์อันนั้น ก็คือหลักฐานที่มู่เซินใช้มัดตัวเผยจือหลี่นั่นเองเขายังคงมองมาที่ผมผมขยิบตาให้เผยจือหลี่ ขยับป
การประชุมเช้าวันรุ่งขึ้น ผมแบกหัวที่ยังคงเมาค้างเดินเข้าไปในห้องประชุม เพิ่งจะนั่งลงก็พบว่าบรรยากาศดูผิดปกติไปแอร์เซ็นทรัลส่งเสียงครางหึ่ง ๆ เบา ๆ บรรยากาศของคณะกรรมการบริหารดูตึงเครียดอยู่บ้างที่ปลายสุดของโต๊ะยาว เครื่องฉายโปรเจกเตอร์ฉายสัญญาฉบับนั้นลงบนจอภาพ เงื่อนไขการผิดสัญญาที่ถูกเน้นด้วยสีแดงดูแทงตาเป็นพิเศษนิ้วของเผยจือหลี่เคาะลงบนจุดเซ็นชื่อในสัญญา สายตาเฉียบคมกวาดมองมาที่ผม “อธิบายมาหน่อยสิ”ผมเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง ขอบตายังคงบวมแดงจากอาการเมาค้าง “พี่ครับ พี่เป็นคนเซ็นไม่ใช่เหรอ เมื่อคืนผม...” พูดไม่ทันจบก็ต้องยกมือขึ้นกุมกระเพาะอาหาร หยาดเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดซึมเต็มหน้าผาก“เมื่อคืนประธานเผยน้อยเมาหนักมากจริง ๆ ครับ” ผู้จัดการเฉินจากฝ่ายการตลาดช่วยยืนยันเสียงเบา “ผมเห็นกับตาว่าคนขับรถไปส่งเขากลับโรงแรมหลังจากงานเลี้ยงเริ่มไปได้แค่ครึ่งชั่วโมง”เหล่าสมาชิกคณะกรรมการบริหารต่างพากันสบตากันไปมา“ค่าปรับผิดสัญญาสามร้อยเท่า...” ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินสูดลมหายใจเข้าลึก “ถ้าต้องจ่ายจริง ๆ ละก็...”ผมลุกพรวดขึ้นยืน เก้าอี้ครูดกับพื้นจนเกิดเสียงดังบาดหู “ทุกท่านครับ ถึงจะไม่รู
รูปพวกนี้ทั้งหมด...เป็นรูปของผมเด็กหนุ่มในรูปถ่ายสวมชุดนักเรียนสีฟ้าขาว ยืนยิ้มแฉ่งอย่างภาคภูมิใจอยู่บนแท่นรับรางวัล นั่นเป็นรูปที่ถ่ายตอนที่ผมได้รางวัลจากการแข่งขันคณิตศาสตร์ตอนอายุ 15 ปี ต่อมารูปใบนั้นก็หายไป ที่แท้ก็ถูกเผยจือหลี่เก็บเอาไว้ที่นี่ ตอนอายุ 7 ขวบ ผมขี่คอเผยจือหลี่เด็ดลูกพลับ ตอนอาย
ในงานคอนเสิร์ตของมู่สือ แสงไฟสาดส่องจนแสบตา เสียงกรี๊ดดังสนั่นจนแทบจะทะลุหลังคา เพื่อนสนิทวัยเด็กของผมยืนอยู่บนเวที ถือปืนฉีดน้ำ พลางหัวเราะร่าและฉีดสาดลงมายังผู้ชมด้านล่างผมเกิดคึกขึ้นมาชั่วขณะ จึงแหกปากตะโกนใส่เวที “พี่ครับ ฉีดใส่ผมเลย! ฉีดใส่หน้าผมเลย!”สิ้นเสียงตะโกน ทั่วทั้งฮอลล์ก็เงียบสงัดล
เผยจือหลี่หยุดยืนห่างจากผมไปครึ่งก้าว เขายกมือขึ้น ปลายนิ้วเฉียดผ่านใบหูของผม แล้วดึงนิตยสารธุรกิจเล่มหนึ่งออกมาจากตู้หนังสือ“ฟู่—” ผมค่อย ๆ พ่นลมหายใจ ฟังเสียงสั่นสะท้านแผ่วเบาที่ดังมาจากในอกของตัวเอง“ว่างถึงขั้นต้องมารื้อหาแฟ้มเก่าเมื่อเจ็ดปีก่อนเลยเหรอ” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่กลับทำให้ผมรู
ไม้เรียวหล่นกระแทกพื้นเสียงดัง ‘แปะ’ เผยจือหลี่หันหลังกลับ ผมได้ยินเสียงเขาสูดลมหายใจลึก ราวกับกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านให้กลับคืนไป“หน้าไม่อาย” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าจนน่ากลัว แต่เขากลับเดินออกไปข้างนอกโดยไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมามอง“หน้าไม่อาย!”ผมยืนนิ่งอยู่กับที่ หลุบตาลงต่ำ ปล่