Short
ผมถูกพี่ชายจับขังในหอบรรพชน

ผมถูกพี่ชายจับขังในหอบรรพชน

بواسطة:  สมดั่งใจمكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
8فصول
2.2Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ในงานคอนเสิร์ต ผมปล่อยตัวปล่อยใจ ตะโกนปากดีใส่ไอดอลตัวท็อป “พี่ครับ ปล่อยใส่หน้าผมเลย!” คืนนั้นเอง ผมก็ถูกพี่ชายดันตัวติดกับแท่นบูชาในหอบรรพชน โดยมีไม้เรียวกดทับอยู่ตรงหลังคอ “เงยหน้าขึ้นมา แล้วบอกฉันสิ ว่าไอ้ประโยค ‘พี่ครับ ปล่อยใส่หน้าผมเลย’ มันแปลว่าอะไร” หลังจากนั้น เขาก็กดผมจมลงไปบนที่นอน ปลายนิ้วบดคลึงบนริมฝีปากที่เปียกชื้นและแดงเรื่อของผม “นี่มันเป็นสิ่งที่นายต้องการไม่ใช่หรือไง”

عرض المزيد

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
8 فصول
บทที่ 1
ในงานคอนเสิร์ตของมู่สือ แสงไฟสาดส่องจนแสบตา เสียงกรี๊ดดังสนั่นจนแทบจะทะลุหลังคา เพื่อนสนิทวัยเด็กของผมยืนอยู่บนเวที ถือปืนฉีดน้ำ พลางหัวเราะร่าและฉีดสาดลงมายังผู้ชมด้านล่างผมเกิดคึกขึ้นมาชั่วขณะ จึงแหกปากตะโกนใส่เวที “พี่ครับ ฉีดใส่ผมเลย! ฉีดใส่หน้าผมเลย!”สิ้นเสียงตะโกน ทั่วทั้งฮอลล์ก็เงียบสงัดลงชั่วขณะอย่างน่าประหลาด แม้แต่เสียงดนตรีก็ราวกับจะสะดุดไปครึ่งจังหวะผมกำลังกระหยิ่มยิ้มย่องว่าเสียงตะโกนของตัวเองมันช่างเร้าใจสุด ๆ ทว่าวินาทีต่อมากลับรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นปราดขึ้นมาตรงหลังคอ ราวกับกำลังถูกสัตว์ร้ายสุดอันตรายจ้องมองอยู่ผมค่อย ๆ หันหน้ากลับไป ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาที่เย็นเยียบราวกับบ่อน้ำลึกเผยจือหลี่เหรอพี่ชายของผมมาได้ยังไงเนี่ยเขานั่งอยู่แถวหลังผมถัดไปแค่หนึ่งแถว สวมชุดสูทเรียบกริบ สีหน้าเย็นชา แววตาดุดันจนน่ากลัวหัวใจของผมกระตุกวูบ ป้ายเชียร์ในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดัง ‘แปะ’เขาเหลือบตาขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มต่ำ “ให้เวลาครึ่งชั่วโมง ไสหัวกลับไปซะ”คอนเสิร์ตยังไม่ทันจบ ผมก็ต้องแอบหนีออกจากฮอลล์ ใจเต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ สมองคิดคำนวณอย่างบ้าคลั่งว่าเดี๋ย
اقرأ المزيد
บทที่ 2
รูปพวกนี้ทั้งหมด...เป็นรูปของผมเด็กหนุ่มในรูปถ่ายสวมชุดนักเรียนสีฟ้าขาว ยืนยิ้มแฉ่งอย่างภาคภูมิใจอยู่บนแท่นรับรางวัล นั่นเป็นรูปที่ถ่ายตอนที่ผมได้รางวัลจากการแข่งขันคณิตศาสตร์ตอนอายุ 15 ปี ต่อมารูปใบนั้นก็หายไป ที่แท้ก็ถูกเผยจือหลี่เก็บเอาไว้ที่นี่ ตอนอายุ 7 ขวบ ผมขี่คอเผยจือหลี่เด็ดลูกพลับ ตอนอายุ 12 ปี เขาแบกผมกลับมาจากโรงพยาบาลหลังจากให้น้ำเกลือ รูปสุดน่าเกลียดตอนผมเมาแอ๋ในวันเกิดอายุ 18 ปี...ผมนั่งยอง ๆ หยิบรูปถ่ายตอนเผยจือหลี่ยังเป็นเด็กกำพร้าขึ้นมาจากกองระเกะระกะบนพื้นผมราวกับได้เห็นเผยจือหลี่ในวัย 13 ปีอีกครั้ง เด็กหนุ่มที่ดูสะอาดสะอ้านราวกับเครื่องกระเบื้องเคลือบสีขาวนั่งอยู่ใต้ต้นอู๋ถงในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ขนตาหลุบต่ำ เงียบสงบราวกับภาพวาดสีน้ำมันเขาสวมเพียงเสื้อยืดที่ซักจนสีซีดจาง แต่กลับเหมือนเจ้าชายน้อยที่เดินออกมาจากหนังสือนิทาน ยิ่งกว่าพวกลูกเศรษฐีรุ่นสองที่แต่งตัวหรูหราในโรงเรียนเราเสียอีกวันนั้นแม่ลูบผมของผมพลางเอ่ยถาม “เซียวเซียวอยากเลือกคนไหนมาเป็นพี่ชายลูกจ๊ะ”ใช่แล้ว วันก่อนหน้าที่จะไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ผมเป็นคนรบเร้าแม่ บังคับให้แม่คลอดพี่ชายออกมาให้ผม
اقرأ المزيد
บทที่ 3
เผยจือหลี่หยุดยืนห่างจากผมไปครึ่งก้าว เขายกมือขึ้น ปลายนิ้วเฉียดผ่านใบหูของผม แล้วดึงนิตยสารธุรกิจเล่มหนึ่งออกมาจากตู้หนังสือ“ฟู่—” ผมค่อย ๆ พ่นลมหายใจ ฟังเสียงสั่นสะท้านแผ่วเบาที่ดังมาจากในอกของตัวเอง“ว่างถึงขั้นต้องมารื้อหาแฟ้มเก่าเมื่อเจ็ดปีก่อนเลยเหรอ” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่กลับทำให้ผมรู้สึกหนาวเยือกไปถึงหลังคอผม “...” หัวใจที่แขวนต่องแต่งอยู่เมื่อกี้ได้ตายจากไปอย่างสมบูรณ์แล้วจู่ ๆ เขาก็โน้มตัวลงมา“ปึก!” ซองเอกสารหนาหนักถูกโยนลงบนโต๊ะหนังสือตรงหน้าผมจนเกิดเสียงดังทึบ ๆ“เอาไปดูสิ”เขาปลดกระดุมปลายแขนเสื้อ เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ปล่อยให้โต้แย้ง “แต่เรื่องคอนเสิร์ตวันนี้ นายต้องอธิบายให้ฉันฟัง”ผมรีบคว้าแฟ้มเอกสารมากอดไว้แน่น สบเข้ากับดวงตาอันลึกล้ำจนหยั่งไม่ถึงของเผยจือหลี่พอดี “พี่ครับ ตอนนี้มันดึกมากแล้ว เอาไว้คุยกันพรุ่งนี้ดีไหม”ปลายนิ้วของเขาเฉียดผ่านใบหูผม จู่ ๆ ก็บีบปลายคาง บังคับให้ผมเงยหน้าขึ้น “ถ้าขืนกล้าไปมั่วสุมกับไอ้คนแซ่มู่นั่นอีก ฉันจะหักขานายซะ”หัวใจของผมหยุดเต้นไปชั่วขณะดุชะมัดมู่สือพูดถูกจริง ๆ เหรอผมจ้องใบหน้าของเผยจือหลี่ที่อยู่ใกล้แค่เอ
اقرأ المزيد
บทที่ 4
ไม้เรียวหล่นกระแทกพื้นเสียงดัง ‘แปะ’ เผยจือหลี่หันหลังกลับ ผมได้ยินเสียงเขาสูดลมหายใจลึก ราวกับกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านให้กลับคืนไป“หน้าไม่อาย” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าจนน่ากลัว แต่เขากลับเดินออกไปข้างนอกโดยไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมามอง“หน้าไม่อาย!”ผมยืนนิ่งอยู่กับที่ หลุบตาลงต่ำ ปล่อยให้แพขนตาบดบังความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ในดวงตาเผยจือหลี่คอยดูเถอะ!เมื่อแสงแดดยามเช้าของวันรุ่งขึ้นสาดส่องลอดผ้าม่านเข้ามา เสียงกริ่งประตูก็ดังระงมราวกับจะมาทวงวิญญาณ“เวรเอ๊ย!” ผมซุกหน้าลงกับหมอนให้ลึกกว่าเดิม กำหมัดแน่นจนกระดูกข้อนิ้วลั่นดังกรอบแกรบนี่มันเพิ่งกี่โมงเองผมคว้าหมอนปาอัดกำแพง เดินเท้าเปล่าเหยียบขวดเหล้าที่เกลื่อนเต็มพื้น ภาพของมู่สือที่เอียงคอกดกริ่งประตูอยู่บนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ทำเอาผมคันเขี้ยวจนต้องกัดฟันกรอด ไอ้หมานี่ชอบโผล่มาซ้ำเติมเวลาที่ผมอารมณ์ไม่ดีอยู่เรื่อย“เผยเซียว ได้ข่าวว่าโดนพี่ชายตีมาอีกแล้วเหรอ” เขาแกว่งแก้วน้ำเต้าหู้ไปมาพลางยืนพิงกรอบประตู สายตากวาดมองชายกางเกงวอร์มของผม “วิธีการสั่งสอนน้องชายของประธานเผยยังโบราณเหมือนเดิมเลย”ผมปัดมือคว้าแก้ว
اقرأ المزيد
บทที่ 5
การประชุมเช้าวันรุ่งขึ้น ผมแบกหัวที่ยังคงเมาค้างเดินเข้าไปในห้องประชุม เพิ่งจะนั่งลงก็พบว่าบรรยากาศดูผิดปกติไปแอร์เซ็นทรัลส่งเสียงครางหึ่ง ๆ เบา ๆ บรรยากาศของคณะกรรมการบริหารดูตึงเครียดอยู่บ้างที่ปลายสุดของโต๊ะยาว เครื่องฉายโปรเจกเตอร์ฉายสัญญาฉบับนั้นลงบนจอภาพ เงื่อนไขการผิดสัญญาที่ถูกเน้นด้วยสีแดงดูแทงตาเป็นพิเศษนิ้วของเผยจือหลี่เคาะลงบนจุดเซ็นชื่อในสัญญา สายตาเฉียบคมกวาดมองมาที่ผม “อธิบายมาหน่อยสิ”ผมเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง ขอบตายังคงบวมแดงจากอาการเมาค้าง “พี่ครับ พี่เป็นคนเซ็นไม่ใช่เหรอ เมื่อคืนผม...” พูดไม่ทันจบก็ต้องยกมือขึ้นกุมกระเพาะอาหาร หยาดเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดซึมเต็มหน้าผาก“เมื่อคืนประธานเผยน้อยเมาหนักมากจริง ๆ ครับ” ผู้จัดการเฉินจากฝ่ายการตลาดช่วยยืนยันเสียงเบา “ผมเห็นกับตาว่าคนขับรถไปส่งเขากลับโรงแรมหลังจากงานเลี้ยงเริ่มไปได้แค่ครึ่งชั่วโมง”เหล่าสมาชิกคณะกรรมการบริหารต่างพากันสบตากันไปมา“ค่าปรับผิดสัญญาสามร้อยเท่า...” ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินสูดลมหายใจเข้าลึก “ถ้าต้องจ่ายจริง ๆ ละก็...”ผมลุกพรวดขึ้นยืน เก้าอี้ครูดกับพื้นจนเกิดเสียงดังบาดหู “ทุกท่านครับ ถึงจะไม่รู
اقرأ المزيد
บทที่ 6
เผยจือหลี่จัดการวิกฤตห่วงโซ่อุปทานเสร็จก็รีบเดินทางกลับประเทศทันทีแสงไฟเย็นเยียบในสนามบินสาดส่องลงบนร่างของเขา ขับเน้นโครงร่างสูงโปร่งและตั้งตรงให้เห็นเด่นชัด เขาสวมชุดสูทสีดำที่เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว ยิ่งขับให้ใบหน้าเย็นชานั้นดูห่างเหินมากยิ่งขึ้น คิ้วและดวงตาของเขาราวกับถูกสลักด้วยคมมีด สันจมูกโด่ง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงเฉียบคม ราวกับแม้แต่ลมหายใจก็ยังแฝงไปด้วยความอดกลั้นทันทีที่เขาลงจากเครื่องบินก็ถูกตำรวจที่มารอรับอยู่นานแล้วขวางเอาไว้“คุณเผยจือหลี่ครับ ทางเผยซื่อได้แจ้งความว่าคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลแล้ว รบกวนให้ความร่วมมือในการสืบสวนกับพวกเราด้วยครับ”เผยจือหลี่ยืนนิ่งอยู่กับที่ สายตาเย็นเยียบกวาดมองตำรวจ ก่อนจะหันมามองผมที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักผมยืนพิงราวกั้นอย่างเกียจคร้าน เสื้อสูทตัวนอกพาดไว้บนบ่าแบบลวก ๆ กระดุมคอเสื้อเชิ้ตถูกปลดออกสองเม็ด เผยให้เห็นช่วงไหปลาร้า ในมือควงแฟลชไดรฟ์เล่นไปมา และสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในแฟลชไดรฟ์อันนั้น ก็คือหลักฐานที่มู่เซินใช้มัดตัวเผยจือหลี่นั่นเองเขายังคงมองมาที่ผมผมขยิบตาให้เผยจือหลี่ ขยับป
اقرأ المزيد
บทที่ 7
ผมค่อย ๆ เดินไปตรงหน้าเขา เอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง“ไม่หรอก คุณต่างหากที่ส่งหลักฐานมาถึงมือผมเอง แปดปีแล้ว หลักฐานในตอนนั้นถูกคุณทำลายทิ้งไปตั้งนานแล้ว ถ้าคุณไม่ลงมือทำอะไรเลย ตำรวจก็คงเอาผิดคุณยาก แต่การที่คุณฆ่าคนอีกครั้งก็คือคุณเป็นฝ่ายส่งหลักฐานมาถึงมือผมเอง”ประตูห้องประชุมถูกผลักให้เปิดออก ตำรวจสองนายเดินเข้ามา“คุณมู่เซินครับ คุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยในข้อหาจ้างวานฆ่าและอาชญากรรมทางธุรกิจ เชิญไปกับพวกเราด้วยครับ”มู่เซินจ้องผมเขม็ง จู่ ๆ ก็แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม “ฉันถูกเด็กเมื่อวานซืนอย่างแกวางแผนเล่นงานงั้นเหรอ! เผยเซียว แม้แต่พี่ชายตัวเองแกก็ยังไม่เว้น แกต้องตายไม่ดีแน่!”ผมก้มหน้าจัดระเบียบปลายแขนเสื้อ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “พาตัวเขาไป”หนึ่งสัปดาห์ต่อมา มู่เซินยอมรับสารภาพ เผยจือหลี่จึงถูกปล่อยตัวเนื่องจากไม่มีความผิดตอนผู้ช่วยคนใหม่ของผมไปรับตัวเขามาตรงหน้าผม ผมก็แทบจะจำผู้ชายที่เคยสง่างามและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจคนนั้นไม่ได้แล้ววินาทีที่ประตูรถเก๋งสีดำถูกดึงเปิดออก มือที่เห็นข้อกระดูกชัดเจนข้างหนึ่งก็จับยึดกรอบประตูรถเอาไว้ปีกหมวกแก๊ปทอดเงาลงบนใบหน้า ภายใต้ผิ
اقرأ المزيد
บทที่ 8
แสงไฟในห้องใต้ดินสลัวและคลุมเครือ ทอดเงาของเผยจือหลี่ที่ถูกพันธนาการให้ยืดยาวออกไปบนกำแพงปูนผมถอยหลังไปสองก้าว เอียงคอชื่นชมผลงานชิ้นเอกของตัวเองผู้ชายที่มักจะสวมชุดสูทเรียบกริบและเจ้าระเบียบอยู่เสมอคนนี้ ในเวลานี้เสื้อผ้ากลับหลุดลุ่ย เสื้อเชิ้ตถูกผมกระชากจนขาดวิ่น เผยให้เห็นไหปลาร้าขาวผ่องและกล้ามเนื้อที่ตึงแน่น“เผยเซียว แก้มัดให้ฉันเดี๋ยวนี้!” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง ดวงตาที่ถูกปิดบังด้วยผ้าปิดตาสีดำไม่อาจมองเห็นอารมณ์ใด ๆ แต่สันกรามที่ขบแน่นกลับเผยให้เห็นถึงความตึงเครียดของเขายิ่งเขาตึงเครียด ผมก็ยิ่งตื่นเต้นจนหยุดไม่อยู่เมื่อปลายนิ้วลากผ่านลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงของเขา สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่หดเกร็งขึ้นมาทันที “จะรีบไปไหน เกมเพิ่งจะเริ่มเองนะ” ผมจงใจพูดให้ช้าลง ปลายนิ้วลากต่ำลงมาตามลูกกระเดือกของเขาจังหวะหายใจของเขาปั่นป่วนอย่างเห็นได้ชัด“หึ ไอ้คนไม่เอาไหน ตอนนี้เก่งขึ้นมาแล้วสินะ” น้ำเสียงของเผยจือหลี่แหบพร่า ข้อมือที่ถูกมัดไพล่หลังไว้กับบาร์โหนขยับเล็กน้อย โซ่โลหะส่งเสียงกระทบกันดังแกรกแกรกผมเดินอ้อมไปด้านหลังเขา ปลายจมูกแทบจะแนบชิดกับหลังคอ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status