สาวน้อยยั่วรักหมาแก่สายเปย์의 모든 챕터: 챕터 21 - 챕터 30

38 챕터

บทที่ 20 พี่ศศินขอเวลาพักใจ

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กอีกครั้ง ยังคงไม่มีข้อความจากพี่ศศิน สายที่โทรไปก็ไม่รับเหมือนเดิม ฉันลองส่งไลน์อีกครั้ง“พี่ศศิน พี่หายไปไหน ทำไมถึงไม่บอกหนูคะ ถ้าเห็นข้อความโทรกลับหาหนูด้วยนะคะ" แต่เขายังคงไม่อ่านเหมือนเดิม 1 ขั้วโมงผ่านไปหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นแจ้งเตือนว่าคือข้อความจากพี่ศศิน ฉันรีบเปิดอ่านอย่างไว แต่ใจฉันก็ต้องเต้นแรงอีกครั้ง ข้อความนั้นเขียนว่า 'พี่ขอโทษครับที่ไม่ได้บอกหนู เมื่อคืนตอนหนูหลับพี่นั่งเครียดทั้งคืน พี่ขอเวลาทบทวนเรื่องนี้ให้ดีสัก 2-3 วันแล้วพี่จะกลับมานะครับ ตอนนี้พี่ยังไม่พร้อมคุยจริง ๆ พี่ยอมรับว่าพี่คิดมากครับ' ฉันวางโทรศัพท์ลง แล้วร้องไห้เงียบ ๆ อีกพักใหญ่ อย่างน้อยฉันก็รู้ว่าเขาไม่ได้หายไปไหน ไม่ได้ตัดขาดฉัน แต่การรอ 2-3 วันนี้มันยาวนานเหมือน 2 ปีสำหรับฉันฉันเริ่มนั่งเหม่อลอย ทุกอย่างรอบตัวมันช้าไปหมด จากนาทีเป็นชั่วโมง จาก 1 ชั่วโมงเป็นหลายชั่วโมง พยายามนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา เหตุการณ์เมื่อคืนมันเกิดขึ้นไวมาก ไม่รู้จะเสียใจเรื่องไหนก่อนดี ทั้งเพื่อนสนิทที่ตอนนี้จะมองหน้ากันได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ทั้งพี่ศศิ
더 보기

บทที่ 22 พาไปกองถ่ายฯ

"หนู.... "ฉันยังคงไม่สนใจเขา ก้มหน้าMK เขาต่ออย่างเอร็ดอร่อย พลางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาที่ตอนนี้ทำหน้าตาเหยเก มือจิกหัวฉันกับขาที่เกร็งอยู่ตอนนี้ทำให้ฉันสะใจชะมัด ตาแก่นี่กล้าทิ้งฉันไว้ตั้งหลายวัน ต้องโดนบ๊วบให้จำ หึหึ"พี่จะแตกครับหนู อืมม...""อื้อ แตกใส่ปากหนูเลยค่ะ..."ไม่นานพี่ศศินก็ปล่อยน้ำคาว ๆ เค็ม ๆ ใส่ปากฉันอย่างจัง ฉันดูดและกลืนทุกหยดแบบไม่รังเกียจเลยหลังจากพี่ศศินกลับมา ทุกอย่างเริ่มจะกลับมาปกติเหมือนเดิม พี่ศศินเก็บเสื้อผ้ามาอยู่กับฉันหลายวัน (แก พ่อแม่เขาจะว่าไหมลูกชายเขาหนีตามฉันมาเองนะ) เขายังคงนอนกอดฉันทุกคืน กระซิบคำว่ารักซ้ำ ๆ จนฉันหลับไปด้วยรอยยิ้ม ฉันรู้สึกเหมือนโลกที่เคยพังลงได้ประกอบขึ้นใหม่ แม้จะยังมีรอยร้าวเล็ก ๆ แต่ฉันเชื่อว่าเราจะเยียวยามันด้วยกันเช้านี้พี่ศศินตื่นก่อน เขานั่งมองฉันนอนหลับแล้วจูบหน้าผากเบา ๆ“วันนี้พี่มีถ่าย MV ที่กอง พี่อยากชวนหนูไปด้วยนะครับ”ฉันลืมตาขึ้นมองเขา “จริงเหรอคะ หนูไปได้เหรอคะ” เขายิ้ม “ได้สิครับ พี่ชวนนี่ไง”ฉันตื่นเต้นจนลุกขึ้นนั่งทันที “ค่ะ! อาบ
더 보기

บทที่ 24 ปรินซ์กลับมาแล้วแต่พี่ศศินต้องไปตปท

หลังจากวันที่กองถ่ายผ่านไป ทุกอย่างเหมือนเข้าที่เข้าทาง ฉันกับพี่ศศินกลับมาใกล้ชิดกันเหมือนเดิม เขายังคงมาหาฉันทุกเย็น บางวันก็ค้างคอนโด บางวันก็พาฉันไปกินข้าวหรือนั่งดื่มเบา ๆ ฉันรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเรามั่นคงขึ้นมากหลังจากผ่านเรื่องหนัก ๆ มาแล้ว ฉันเริ่มเชื่อใจเขามากขึ้น และเขาก็พยายามทำให้ฉันมั่นใจว่าเขาจะไม่หายไปอีกแต่แล้วเช้านั้น พี่ศศินนั่งกอดฉันบนโซฟา แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง“หนูครับ พี่มีข่าวจะบอก”ฉันหันมามองเขา “อะไรคะ” เขาถอนหายใจเบา ๆ“พี่ต้องไปถ่ายภาพยนตร์ที่ปารีส หนึ่งเดือนเต็มเลยครับ เป็นโปรเจกต์ใหญ่ พี่เป็นผู้กำกับหลัก ทีมงานส่วนใหญ่ไปด้วยกันหมด”ฉันชะงัก “หนึ่งเดือนเลยเหรอคะ...” ใจฉันหนักอึ้งทันที แต่ฉันพยายามยิ้ม “หนูเข้าใจค่ะ พี่ต้องไปทำงาน พี่ไปเถอะค่ะ หนูรอได้”เขาดึงฉันเข้ากอดแน่น “พี่จะโทรหาหนูทุกวันนะครับ ถ้าว่างพี่จะวิดีโอคอล ถ้าหนูเหงาก็โทรหาพี่ได้ตลอด”ฉันพยักหน้า “ค่ะ หนูจะรอ หนูจะดูแลตัวเองดี ๆ” เขาจูบหน้าผากฉัน “พี่รักหนูมากเลยนะครับ”วันถัดมา พี่ศศินไปสนามบิน ฉันไปส่งเขา
더 보기

บทที่ 23 หนูครับนี่มันบนรถนะ NC

ฉันซัดเบียร์ไปเต็มเหนี่ยวเพราะอยากผ่อนคลายหลังจากเครียดมาหลายวัน ฉันเริ่มทำความรู้จักกับเพื่อน ๆ พี่ศศินอีก 3 คน ซึ่งทุกคนคือหุ้นส่วนบริษัทฯและเป็นเพื่อนสนิทพี่ศศินที่คบกันมาตั้งแต่มหา'ลัย มีพี่เอิร์ธ พี่เชน พี่เบียร์ พี่ศศินเคยบอกว่าสนิทกับพี่เบียร์ที่สุดเพราะโตมาด้วยกันตั้งแต่จำความได้ "น้องจุ๊บแจง เรามาเจอศศินมันได้ยังไงน่ะ ปกติมันไม่เคยพาใครมากองถ่ายเลยนะ นอกจากมะเหมี่ยว.." พี่เชนถามขึ้นในขณะที่ฉันกำลังหัวเราะเฮฮา อ่อ ฉันไม่สงสัยอะไรเพราะพี่มะเหมี่ยวคือแฟนเก่าที่เขาคบมา 15 ปีแล้วเลิกกันไป จะเคยพามากองถ่ายก็ไม่เห็นแปลก"ก็เพื่อนพี่เชนสิ ตามจีบหนูที่คลินิก หนูก็ทำงานของหนูอยู่ดีๆ ฮึก.." ฉันตอบด้วยความเมาจนสะอึกออกมา"ปกติศศินมันขี้รำคาญจะตาย ไม่ค่อยให้ใครมายุ่งกับมันเท่าไหร่ พี่สงสัยเราทำยังไงให้มันติดแหงกขนาดนี้ ฮ่าๆๆ" พี่เบียร์แทรกขึ้นมาอีก จนฉันหันไปมองหน้าพี่ศศินด้วยความประหลาดใจ"หืม? พี่ศศิน.. เพื่อนพี่พูดอะไรน่ะ..""ครับ ปกติพี่ไม่ให้ใครมายุ่งงานพี่ เพราะพี่จริงจังกับงานมาก" พี่ศศินตอบแล้วมองหน้าฉันจริงจัง"อย่าทิ้งเพื่อนพี่ไปไหนนะจุ๊
더 보기

บทที่ 25 ช่วงที่ห่างกัน

เช้านี้ ... ฉันตื่นขึ้นมาด้วยแสงแดดอ่อนโยนที่สาดส่องผ่านม่านผ้าบางเบาในห้องนอน ฉันลุกนั่งบนเตียง ยืดเส้นยืดสายช้า ๆ เพื่อไล่ความเมื่อยล้าจากการนอนหลับสนิทเมื่อคืน ชีวิตในช่วงนี้สอนให้ฉันรู้จักชื่นชมช่วงเวลาเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ แสงแดดอุ่น ๆ ที่สัมผัสผิวหน้า เสียงรถราเบา ๆ จากถนนด้านล่าง และกลิ่นกาแฟที่ฉันชงเองทุกเช้า มันคือสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังมีชีวิตชีวา ยังคงก้าวเดินต่อไปได้ แม้ในวันที่หัวใจรู้สึกว่างเปล่านิดหน่อย ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ตามกิจวัตรประจำวัน ไถฟีดเฟซบุ๊กเพื่อดูว่าวันนี้โลกภายนอกเป็นอย่างไรบ้าง มันเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้ฉันเชื่อมต่อกับโลกกว้าง ดูโพสต์ของเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ที่ยังคงแซวกันไม่หยุด ไอ้ฮอนลงรูปกินหมูกระทะกับครอบครัว แคปชั่น “ชีวิตดีเพราะมีหมู” ฉันยิ้มขำ แล้วกดไลก์ ไอ้รันลงสตอรี่ออกกำลังกายตอนเช้า หน้าตาสดใส ฉันส่งสติกเกอร์หัวเราะไปให้ ชมพู่โพสต์รูปขนมที่นางทำเองในครัว ดูน่ากินจนฉันคิดว่าพรุ่งนี้จะลองทำตามดู มันคือสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าชีวิตยังคงไหลเวียน ไม่หยุดนิ่ง ระหว่างไถ ฉันเปิดดูข้อ
더 보기

บทที่ 27 การกลับมาของพี่ศศิน

หลังจากบล็อกพี่ศศินไป ชีวิตฉันเหมือนถูกตัดขาดจากบางอย่างที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของทุกวัน แต่ฉันไม่ปล่อยให้ช่องว่างนั้นกลายเป็นบ่อน้ำลึกที่จมฉันลงไปอีก ฉันยังคงตื่นเช้า ยังคงขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำงาน ยังคงหัวเราะกับมุกตลกของเพื่อน ยังคงกินข้าวกับชมพู่ ยังคงดูแลคนไข้ที่คลินิกด้วยรอยยิ้ม ฉันบอกตัวเองทุกเช้าว่า “จุ๊บแจง มึงไม่ใช่คนที่รอให้ใครมาตอบแทนความรู้สึกอีกต่อไป มึงคือคนที่เลือกเดินต่อด้วยตัวเอง” มันไม่ใช่คำพูดที่ทำให้เจ็บปวดหายไปทันที แต่เป็นคำพูดที่ค่อย ๆ กลายเป็นเกราะป้องกันใจให้ฉันแข็งแรงขึ้นทุกวันฉันเริ่มใช้ชีวิตให้เต็มที่ในแบบของฉัน วันหยุดฉันขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปต่างจังหวัดคนเดียวอีกครั้ง ไปนั่งริมน้ำที่กาญจนบุรี ไปดูพระอาทิตย์ตกที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว ไปกินข้าวเหนียวมะม่วงคนเดียวที่ตลาดนัดเล็ก ๆ กลางป่า ฉันถ่ายรูปวิวสวย ๆ ลง IG แต่ไม่เคยแท็กใคร ไม่เคยเขียนแคปชั่นถึงความเหงา ฉันเขียนแค่ “วันนี้ดี” หรือ “ลมเย็นดี” แค่นั้น มันคือการบอกตัวเองว่าฉันยังมีวันที่ดีอยู่ ฉันยังมีโลกที่สวยงามรอให้ฉันสัมผัสส่วนไอ้ปรินซ์ช่วงนี้กำลังมีความรักกับสาวคนใหม่ของมัน ช่วงเลยไม่ค่อยมาวอ
더 보기

บทที่ 26 รอยร้าวที่ยังไม่หาย

ช่วงนี้ฉันกับไอ้ปรินซ์สนิทกันเป็นพิเศษ ส่วนคนอื่น ๆ ก็ไม่ว่าง อาจจะเพราะเรื่องพี่ศศินด้วยที่ทำให้ฉันไม่ค่อยอยากอยู่คนเดียว ไอ้ปรินซ์ก็รับจบไป ตกเย็นฉันกับมันก็เมากันเหมือนเดิม ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ฉันแอบเผลอร้องไห้ด้วยล่ะ ไม่พ้นไอ้ปรินซ์ต้องคอยนั่งปลอบ เหอะ ๆ ทุเรศชะมัดเลยฉัน เรานั่งอยู่กันที่ร้านจนดึกแล้วก็แยกย้ายกัน หลังจากบล็อกพี่ศศินทุกช่องทาง ฉันรู้สึกเหมือนตัดสายสะพายที่เคยรั้งตัวเองไว้กับอดีตออกไปทีเดียว หน้าจอโทรศัพท์ฉันเริ่มมีเบอร์ต่างประเทศโทรมา ฉันไม่ได้รับเลยสักสายเพราะรู้ว่าปลายสายคือใคร ตามโซเชียลก็มีข้อความจากเพื่อนพี่ศศินที่ทักมาเรื่อย ๆ แต่ฉันไม่คิดแม้แต่จะเปิดอ่านเลยสักข้อความ โทรศัพท์ฉันเปิดเสียงแจ้งเตือนแค่กรุ๊ปงาน กับกรุ๊ปเพื่อน ฉันพยายามคิดเข้าข้างตัวเองแล้วบอกกับตัวเองในกระจก “จุ๊บแจง มึงทำถูกแล้ว มึงไม่ใช่คนที่รอให้ใครมาตอบแทนความรู้สึกอีกต่อไป” แต่คำพูดที่ดูเข้มแข็งนั้นยังไม่สามารถกลบเสียงร้องไห้เบา ๆ ที่ดังขึ้นในอกทุกครั้งที่ความทรงจำผุดขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัวฉันเริ่มเฮิร์ทหนักจริง ๆ ไม่ใช่แบบร้องไห้ฟูมฟาย แต่เป็นความปวดที่ค่อย ๆ แ
더 보기

บทที่ 28 ง้อบนรถ NC เบา ๆ

2-3วันหลังจากพี่ศศินมาปรากฎตัวที่ห้อง ฉันยังคงใช้ชีวิตต่อไปแบบเดิม ไปคลินิก ช่วยชมพู่จัดตารางคนไข้ ช่วยหมอตรวจ ฟังเรื่องราวของคนไข้ แล้วให้กำลังใจพวกเขาด้วยรอยยิ้ม ฉันยังคงขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำงานทุกวัน ลมปะทะหน้าแรง ๆ ทำให้รู้สึกว่าชีวิตยังคงเคลื่อนไหว ฉันยังคงนัดเพื่อนในกลุ่มเกือบทุกเย็น ไปร้านเหล้าร้านเดิม นั่งดื่มคุยกัน หัวเราะกันดังลั่นร้าน ฉันเล่าเรื่องหลายวันก่อนที่พี่ศศินมาง้อฉันให้พวกมันฟัง เพื่อนในกลุ่มก็บอกแล้วแต่ฉันจะตัดสินใจ เพราะนี่คือชีวิตฉัน แต่ฉันตัดสินใจไปแล้วนี่นา ไอ้ปรินซ์ยังคงมาหาฉันอยู่บ้าง มาคุย มาเล่น บางวันก็มากับไอ้ฮอน ไอ้เดล ทำให้ฉันคลายเหงาลงได้เยอะเลย ถ้าไม่มีพวกมันฉันคงเคว้งคว้างมากแน่ ๆ ฉันยังคงเข้มแข็งในแบบของฉัน ไปวิ่งจ๊อกกิ้งตอนเช้า ยังคงทำอาหารง่าย ๆ กินคนเดียว ยังคงอ่านหนังสือเกี่ยวกับการเดินทางคนเดียว ยังเขียนไดอารี่ทุกคืน เขียนถึงสิ่งที่ฉันขอบคุณในวันนั้น ฉันเลือกที่จะโฟกัสกับปัจจุบัน กับคนรอบข้าง กับตัวเอง แต่พี่ศศินยังไม่ยอมแพ้เขายังตามง้อฉันไม่เลิก ตาบ้านี่ อยากเห็นฉันเป็นบ้ารึไง! เขาใช้เบอร์ใหม่
더 보기

บทที่ 29 ความจริงในคลิป

ฉันขี่มอเตอร์ไซค์กลับถึงคอนโดตอนห้าโมงเย็นพอดี เหงื่อซึมตามหน้าผากเพราะแดดบ่าย ฉันถอดหมวกกันน็อก เดินตรงไปยังลิฟท์ด้วยความเหนื่อยล้าปกติ แล้วชะงักเมื่อเห็นเขา ตาแก่นี่ตื๊อไม่เลิกจริงๆ ให้ตายสิ!พี่ศศินรู้เวลาที่ฉันเลิกงานทุกวัน เพราะเขาเคยจำตารางงานของฉันได้แม่นยำตั้งแต่เรายังคบกันดี ๆ วันนี้เขาเลือกที่จะยืนรอตรงหน้าลิฟท์ชั้นล่างของคอนโดตั้งแต่สี่โมงครึ่ง ตรงจุดที่ฉันต้องเดินผ่านทุกครั้งที่กลับจากคลินิก เขาใส่เสื้อเชิ้ตสีเทาเรียบ ๆ กางเกงยีนส์ ผมยังยุ่งจากการเดินทาง ใบหน้าดูเหนื่อยล้าแต่เต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะไม่ยอมแพ้"มาทำไมอีกคะ.." ฉันพูดเสียงแผ่ว มือที่ถือหมวกกันน็อกเกร็งแน่น พี่ศศินก้าวออกมาหนึ่งก้าว "พี่อยากชวนหนูไปกินข้าวข้างนอกกับเพื่อน ๆ พี่หน่อยได้ไหมครับ" พี่ศศินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่น ขณะยืนอยู่หน้าลิฟท์ชั้นล่างของคอนโดฉัน เขาคงกะเวลารอฉันกลับจากคลินิกพอดี ยังคงใส่เสื้อเชิ้ตสีเทาเรียบ ๆ กางเกงยีนส์ ผมยุ่ง ๆ จากการเดินทาง หนวดเคราหนาเฟิ้มขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก บ่งบอกช่วงนี้เขาไม่ได้ดูแลตัวเองเลย แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะไม่ยอมแพ
더 보기

บทที่ 30 ง้อสุดพลังกับการละลายทรัพย์ให้ MT-09

หลังจากวันนั้นที่พี่ศศินพาเพื่อน ๆ ไปอธิบายคลิปให้ฟัง ฉันยังคงไม่หายโกรธเต็มที่ ใจมันเหมือนมีก้อนอะไรติดค้างอยู่ตรงกลางอก ไม่ได้ปวดร้าวแบบวันแรก ๆ แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนมีคนเอาไม้จิ้มฟันมาแทงเบา ๆ ทุกครั้งที่นึกถึงภาพเด็กดริงค์นั่งใกล้พี่เขา ฉันยังไม่ปลดบล็อคเบอร์ ไลน์ เฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรมของเขาเลยสักช่องทาง ทุกครั้งที่เห็นชื่อเขาโผล่ขึ้นมาในรายชื่อติดต่อ ฉันก็เลื่อนผ่านไปเฉย ๆ เหมือนมันเป็นชื่อคนแปลกหน้าแต่พี่ศศินไม่ยอมแพ้จริง ๆเช้าวันจันทร์นี้ ฉันเปิดประตูห้องเพื่อไปทำงาน พอเดินออกมาถึงหน้าลิฟท์ก็เห็น Defender สีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ตรงลานจอดรถใกล้รถฉัน พี่ศศินยืนพิงรถ มือกอดอก ใส่เสื้อเชิ้ตสีเทาแขนพับ กางเกงยีนส์ดำ รองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาด ผมเซ็ตเรียบร้อยกว่าปกติ (คงตั้งใจแต่งตัวมาสุด ๆ) เขายิ้มกว้างเมื่อเห็นฉันเดินมา“สวัสดีตอนเช้าครับ แหะ ๆ” เขาพูดเสียงนุ่ม แต่ตาแดง ๆ เหมือนไม่ได้นอนฉันชะงัก แล้วพูดเสียงเรียบ “พี่มาทำอะไรที่นี่คะ”“พี่มารอรับหนูไปทำงานครับ” เขาตอบทันควัน แล้วยกกาแฟเย็นแก้วโปรดของฉันขึ้นมาโชว์ 
더 보기
이전
1234
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status