Se connecterฉันคือผู้จัดการคลินิกทันตกรรมที่ทุกคนคิดว่าเก่ง สุภาพ อ่อนโยนแต่จริง ๆ แล้วฉันขี่บิ๊กไบค์ เมาเหล้ากับเพื่อนผู้ชาย และฝันเปียกทุกคืนจนกระทั่งผู้ชายคนนั้นเดินเข้ามา... แล้วเรียกฉันว่า ‘หนู’บ้าเอ๊ย !!!
Voir plusเช้านี้ฉันตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดอบอุ่นของพี่ศศิน ร่างกายยังอ่อนเพลียจากค่ำคืนที่ดุเดือด รู้สึกเหมือนทุกกล้ามเนื้อในตัวถูกใช้งานจนหมดแรง ฉันขยับตัวเบา ๆ แล้วซุกหน้าลงกับอกเขา กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวผู้ชายที่คุ้นเคยทำให้ฉันยิ้มโดยไม่รู้ตัว พี่ศศินยังหลับสนิท ใบหน้าสงบ ริมฝีปากบาง ๆ ยังคงมีรอยยิ้มจาง ๆ เหมือนฝันดี ฉันยกมือขึ้นลูบแก้มเขาเบา ๆ แล้วกระซิบ “เมื่อคืน...พี่เหนื่อยมากเลยใช่ไหมคะ”เขาขยับตัวเล็กน้อย แล้วลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตาที่เพิ่งตื่นยังพร่ามัว แต่พอเห็นหน้าฉันก็ยิ้มกว้างทันที “หนู... ตื่นแล้วเหรอครับ” เขาดึงฉันเข้ามากอดแน่นขึ้น มือลูบหลังฉันเบา ๆ “เมื่อคืน... หนูทำให้พี่แทบไม่ไหวเลยครับ”ฉันหัวเราะคิกคักในอกเขา “หนูเมา... แต่หนูจำได้หมดเลยค่ะว่าพี่ทำอะไรกับหนู” ฉันเงยหน้ามองตาเขา “เมื่อคืนพี่ข่มขืนหนูอีกแล้วนะคะ”เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วจูบหน้าผากฉัน “พี่ขอโทษครับ แต่พี่ทนไม่ไหวจริง ๆ หนูยั่วพี่เก่งนี่นา”ฉันยิ้มร้าย แล้วขยับตัวขึ้นนั่งคร่อมเขาเบา ๆ “ถ้างั้น... เช้านี้หนูจะชดเชย
ระหว่างทางกลับคอนโด ฉันนั่งกอดแขนเขาแน่น กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวเขาลอยมาเตะจมูก ใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะจากเซอร์ไพรส์ใหญ่ แต่ในหัวกลับมีแผนร้ายเล็ก ๆ ที่แอบวางไว้เมื่อครู่ แผนที่ทำให้ฉันตื่นเต้นจนมือเย็นเฉียบ พอรถจอดหน้าคอนโด ฉันหันไปมองเขาแล้วยิ้มมุมปากแบบที่เขารู้ทันทีว่าฉันกำลังจะเล่นอะไร “หนูไม่ได้บอกว่าอยากกลับคอนโดซะหน่อย..” พี่ศศินเลิกคิ้ว “ห๊ะ? แล้วหนูจะไปไหนครับ” ฉันยิ้มร้ายกาจ “ลงมาค่ะ เดี๋ยวหนูขับเอง” พี่ศศินยอมสลับที่นั่งคนขับแต่โดยดี หน้าตายังงง ๆ แต่ฉันเห็นแววตาเริ่มตื่นตัว ไม่ถึงสิบนาที ฉันจอดหน้าล็อบบี้โรงแรมม่านรูดสุดหรูที่ฉันแอบจองห้อง “Fantasy Suite” ไว้เมื่อกี้ตอนเราออกโชว์รูมมา ห้องที่ออกแบบมาเพื่อคนที่อยากปลดปล่อยด้านมืดที่สุดของกันและกัน พี่ศศินลงจากรถ เดินมาหาฉัน “หนู…เซอร์ไพรส์พี่คืนเหรอครับ” ฉันจับมือเขา ลากขึ้นลิฟต์โดยไม่ตอบคำถามใด ๆ ประตูห้องเปิดออก ความมืดสนิทถูกฉีกด้วยแสงไฟสีแดงเลือดหมูสลัว ๆ ผนังหุ้มหนังสีดำ โซ่สแตนเลสเย็
หลังจากวันที่ฉันยอมให้พี่ศศินกลับเข้ามาในชีวิตอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ฉันรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ แต่ยังไม่สมบูรณ์แบบ ทุกเช้าเขายังคงมารอรับฉันที่คอนโด ทุกเย็นเขามารอรับกลับบ้าน บางคืนเรานอนกอดกันที่คอนโด บางคืนเขาพาฉันไปกินข้าวที่ร้านโปรด หรือแค่ขับรถวนไปเรื่อย ๆ ฟังเพลงที่เราชอบด้วยกันวันนี้เป็นวันหยุดที่ฉันกับกลุ่มเพื่อน ๆ นัดกันอีกครั้ง คราวนี้เป็นร้านแถวบ้านไอ้หยองที่ปากเกร็ด เพื่อนในกลุ่มอีกคนที่ไม่ค่อยได้เจอกันเพราะมันอยู่ไกล จะเจอกันก็แค่ตอนไปออกทริปใหญ่ ๆ ด้วยกัน ฉันไปถึงร้านก่อนใครตอน 18.30 เพราะบึ่งรถมาตั้งแต่ก่อน 18.00 บรรยากาศร้านเป็นฟีลร้านยุค 90 มีคราฟท์เบียร์ที่ฉันชอบ เปิดเพลงสากลเก่า ๆ สลับกับเพลงร็อคในตำนาน ลูกค้าในร้านยังไม่มีฉันเลยถือโอกาสเดินสำรวจรอบ ๆ ร้าน ถือว่าตกแต่งดีมากเลย ทั้งไฟ เฟอร์นิเจอร์ ทุกอย่างลงตัวไปหมด หาร้านแบบนี้แถวคอนโดฉันยากมาก ๆ ฉันเดินเล่นอยู่เกือบ 20 นาทีจึงหาโต๊ะนั่งแล้วสั่งเบียร์มาชิม"ขอ Hazy IPA 1 Tap ค่ะ" ฉันสั่งเฮซี่ไอพีเอที่ฉันชอบมาก พี่พนักรีบกดแล้วเสิร์ฟฉันอย่างไว แก้วนี้แอลก
ฉันดื่มหนักกว่าปกติมาก เบียร์หมดแก้วแล้วแก้วเล่า เริ่มรู้ตัวว่าเมาจนขี่รถไม่ไหวแล้ว คงเพราะแอลกอฮอล์แต่ละแก้วไม่ใช้น้อย ๆ พี่ศศินก็คงจะเมามากเหมือนกัน เพราะเพื่อนเปรตของฉันชงไม่หยุด ตีสองกว่า เราลุกออกจากร้าน ทุกคนเมากันหัวทิ่ม ไอ้ฮอนตะโกน “กลับบ้านกันเถอะเว้ย เดี๋ยวเมาแล้วตายที่ร้าน ลำบากเขาอีก” รันหัวเราะลั่น “มึงนี่เมาแล้วยังคิดถึงความตายอีกเหรอวะ ฮ่าๆๆ” เดลกับหยองช่วยประคองฮอนที่เดินเซ "พวกมึงนอนบ้านกูได้นะ มีห้องว่าง ไม่ต้องขี่รถหรอกอันตราย" หยองที่ดูเมาน้อยที่สุดในกลุ่มเสนอ "มึงให้ไอ้เหี้ยฮอนนอนเลย ดูสภาพแม่งดิ เดี๋ยวพวกกูกลับแท็กซี่" รันพูดพลางชี้ไปที่เพื่อนฮอน ส่วนไอ้ปรินซ์หนีกลับไปก่อนเพื่อนตั้งแต่เที่ยงคืนแล้วพี่ศศินหันมาหาฉัน “พี่เรียก You Drink I Drive นะครับ คืนนี้หนูเมามากแล้ว พี่ไม่อยากให้หนูขี่มอเตอร์ไซค์กลับ”ฉันหัวเราะคิกคัก เมาจนตาพร่า “หนู..ยังไหวอยู่นะคะ”เขายิ้มอ่อนโยน “ไม่ไหวหรอกครับ พี่จะดูแลหนูเอง”ฉันพยักหน้าแบบงง ๆ แล้วกอดแขนเขาแน่น พี่ศศินเปิดแอปเรียกคนขับรถ ภายในไ
หลังจากวันหยุดที่พี่ศศินพาฉันไปบ้านครอบครัวที่ชลบุรี ฉันรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเรากำลังกลับมาแข็งแรงขึ้นทีละน้อย ไม่ใช่เพราะคำพูดหวาน ๆ หรือของขวัญราคาแพง แต่เพราะการที่เขายอมเปิดใจให้ฉันเห็นด้านที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน ด้านของลูกชายคนเดียวที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบอบอุ่นแต่ก็กดดันจากความคาดหวั
เช้านี้ พี่ศศินมารอรับฉันที่ลานจอดรถใต้คอนโดเหมือนเดิม เรานัดกันไว้แปดโมง พี่ศศินมาถึงตอนแปดโมงเช้าเป๊ะ ๆ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ฉันสังเกตเขาตั้งแต่แรกคือเขาเป็นคนตรงเวลามาก ๆ ไม่เคยสายแม้แต่วินาทีเดียวสักครั้งเลย เขายืนพิง Defender สีดำคันคุ้นตา มือกอดอก ใส่เสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนแขนพับ กา
พอผ่านวันชอปปิ้งที่พี่ศศินยอมเสียเงินเกือบสี่แสนเพื่อของแต่ง MT-09 ให้ฉัน ฉันยังคงไม่ปลดบล็อคเขาเลยสักช่องทาง ไลน์ยังดำ เฟซบุ๊กยังบล็อก เบอร์โทรยังถูกบล็อก แต่พี่ศศินไม่เคยหยุดง้อ และวิธีง้อของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นแนว... ติดตลกจนฉันอดขำไม่ได้เช้าวันจันทร์นี้ ฉันตื่นมาเปิดประตูห้องเพื่อไปทำงาน พ
หลังจากวันนั้นที่พี่ศศินพาเพื่อน ๆ ไปอธิบายคลิปให้ฟัง ฉันยังคงไม่หายโกรธเต็มที่ ใจมันเหมือนมีก้อนอะไรติดค้างอยู่ตรงกลางอก ไม่ได้ปวดร้าวแบบวันแรก ๆ แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนมีคนเอาไม้จิ้มฟันมาแทงเบา ๆ ทุกครั้งที่นึกถึงภาพเด็กดริงค์นั่งใกล้พี่เขา ฉันยังไม่ปลดบล็อคเบอร์ ไลน์ เฟซบุ๊ก หรืออิ