All Chapters of สังเวยรักให้แสงจันทร์ขาว: Chapter 1 - Chapter 9

9 Chapters

บทที่ 1

หลังจากตายไป วิญญาณของฉันก็หลุดออกจากร่าง ล่องลอยอยู่กลางอากาศหน้าท้องที่ยังไม่ทันได้เย็บปิดและร่างกายที่เหลือไตเพียงข้างเดียว อีกทั้งเด็กที่โตจนเป็นรูปร่างแล้วซึ่งอยู่ข้างๆ สภาพนั้นดูน่าอนาถเหลือเกินเพียงไม่นาน ร่างของฉันก็ถูกคลุมด้วยผ้าขาวจนมิดชิด ร่างไร้วิญญาณถูกเข็นออกจากห้องผ่าตัดฉันมองเห็นฟางฉือเหล่ย สามีของฉันกำลังเฝ้าอยู่หน้าห้องผ่าตัดอีกห้อง บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและร้อนรนอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนตอนที่รถเข็นผ่านหน้าฟางฉือเหล่ย เขากลับไม่แม้แต่จะปรายตามองฉันกำลังคาดหวังอะไรอยู่นะ คนที่เขากำลังเป็นห่วงคือคนอื่นต่างหากตอนนั้นเอง ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก เขารีบพุ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว “หมอครับ เยว่เยว่เป็นยังไงบ้างครับ?”“การผ่าตัดปลูกถ่ายไตประสบความสำเร็จด้วยดีครับ รอให้หมดยาชา คุณก็เข้าไปเยี่ยมเธอได้แล้วครับ” หมอประกาศข่าวดีนี้ด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม ฟางฉือเหล่ยดีใจจนแทบเก็บอาการไว้ไม่อยู่ภายในห้องพักฟื้น จางเยว่เยว่มีใบหน้าซีดเซียว เมื่อฟางฉือเหล่ยเห็นดังนั้นขอบตาก็แดงก่ำขึ้นมาทันที เขาเดินเข้าไปกุมมือของหญิงสาวไว้แน่นด้วยความปวดใจ “เยว่เยว่ คุณต้อง
Read more

บทที่ 2

หนึ่งเดือนต่อมา จางเยว่เยว่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ฟางฉือเหล่ยไม่เพียงแต่เปย์ไม่อั้นทุ่มซื้อคฤหาสน์ให้เธอหนึ่งหลัง เพื่อให้เธอใช้พักฟื้นร่างกายโดยเฉพาะและเพื่อเป็นการฉลองที่เธอออกจากโรงพยาบาลอย่างราบรื่น เขายังเชิญเพื่อนฝูงมามากมายเพื่อจัดงานเลี้ยงมีพลังงานที่มองไม่เห็นบางอย่าง ผูกมัดฉันไว้ข้างกายฟางฉือเหล่ย ทำให้ฉันต้องทนมองดูพวกเขาไปไหนมาไหนด้วยกันจางเยว่เยว่ชอบเป็นจุดสนใจของผู้คนมาแต่ไหนแต่ไร เธอฝืนพาร่างกายที่ยังไม่หายดีนัก มาพลอดรักกับฟางฉือเหล่ยในงานเลี้ยงการกระทำที่โจ่งแจ้งเช่นนี้ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้คนอื่นซุบซิบนินทาเมื่อได้ยินเพื่อนของฟางฉือเหล่ยพูดถึงฉัน ในใจของเธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่พอใจ แต่ทว่าบนใบหน้ากลับไม่สามารถแสดงออกมาได้ "ฉือเหล่ย พวกเราทำแบบนี้มันจะดูไม่ดีหรือเปล่าคะ ยังไงซะ...ฉันก็ไม่มีสถานะอะไร ถ้าเรื่องแพร่ออกไป สวี่เหยียนรู้เข้าคงจะโกรธเอาได้นะ!""วันดีๆ แบบนี้ คุณจะพูดถึงหล่อนทำไมกัน? อัปมงคลชะมัด" เมื่อพูดถึงฉัน ความหงุดหงิดบนใบหน้าของฟางฉือเหล่ยก็ยากที่จะปกปิดเอาไว้ได้เขาจับมือของจางเยว่เยว่ขึ้นมาท่ามกลางสายตาของผู้คน และประกาศเสียงดังต่
Read more

บทที่ 3

"ฉือเหล่ย แม่ไม่ได้เจอพวกลูกมาพักใหญ่แล้ว พรุ่งนี้พาเหยียนเหยียนกลับมากินข้าวที่บ้านหน่อยสิ แม่โทรหาเหยียนเหยียนตั้งนานก็ไม่ติด ช่วงนี้พวกลูกมัวยุ่งอะไรกันอยู่" โทรศัพท์ของแม่ฟางโทรเข้ามาในอีกหลายวันให้หลัง ในเวลานี้จางเยว่เยว่กำลังอิงแอบอยู่ในอ้อมอกของฟางฉือเหล่ยเมื่อได้ยินเสียงของแม่ฟาง ขอบตาของฉันก็พลันร้อนผ่าว ท่านเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของแม่ฉัน หลังจากที่พ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต ก็เป็นท่านนี่แหละที่พาฉันกลับมาอุปการะที่บ้าน"แม่ครับ ยัยนั่นมันก็แค่คนเนรคุณเลี้ยงไม่เชื่อง ต่อให้จะอาละวาดเรียกร้องความสนใจใส่ผมยังไง ก็ไม่ควรไม่ยอมรับสายแม่นะครับ!" ตอนที่ฟางฉือเหล่ยพูดถึงฉันบนใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความรังเกียจฉันยืนอยู่ตรงหน้าฟางฉือเหล่ย ยิ้มเยาะตัวเองว่าตอนนี้ความรักได้มลายหายไปแล้ว ฉันถึงกลับกลายเป็นคนเนรคุณในปากของเขาไปเสียได้"ฉือเหล่ย แม่รู้ว่าในใจลูกยังมีผู้หญิงคนนั้นอยู่ แต่ลูกแต่งงานกับเหยียนเหยียนแล้ว ลูกก็ต้องรับผิดชอบในตัวเธอ ไม่อย่างนั้นแม่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนตอนไปอธิบายกับแม่ของเธอบนสวรรค์!" เสียงของแม่ฟางค่อนข้างร้อนรนใบหน้าของฟางฉือเหล่ยอึมครึมลง
Read more

บทที่ 4

ยังไงซะในใจของเขา ก็ปักใจเชื่อมาตลอดว่าฉันเป็นผู้หญิงจิตใจอำมหิตที่ต่ำช้าไร้ยางอายเพียงเพราะฉันเคยผลักจางเยว่เยว่ตกจากบันไดนึกย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ปีที่จางเยว่เยว่เพิ่งกลับประเทศ ตอนนั้นบริษัทจัดงานเลี้ยง ฟางฉือเหล่ยพาจางเยว่เยว่มาหยามหน้าภรรยาหลวงอย่างฉันอย่างสง่าผ่าเผย พวกเขาควงแขนกันเดินทักทายพูดคุยอยู่ท่ามกลางบุคคลมีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจ ทุกคนในงานไม่มีใครไม่รอดูเรื่องตลกของฉันฉันที่ในใจปวดร้าวอย่างถึงที่สุดทำได้เพียงกลั้นน้ำตาแล้วหลบไปอยู่อีกมุมหนึ่ง หูทวนลมตาบอดเสียจะได้ไม่ต้องคิดมากแต่จางเยว่เยว่กลับเดินมาหาฉัน แกล้งทำเป็นเข้ามาไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ ฉันไม่มีกะจิตกะใจจะเสวนาด้วย ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ฉันหันหลังให้ เธอกลับกลิ้งตกลงไปจากบันไดฉันก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว มองเห็นจางเยว่เยว่แสยะยิ้มเย็นชาให้ฉันก่อนที่จะร่วงตกลงไปกับตาตัวเองทุกคนต่างตกตะลึง ฉันมองดูจางเยว่เยว่ที่ตกลงไปนอนจมกองเลือดอยู่ด้านล่างด้วยความหวาดผวา ตอนที่เงยหน้าขึ้นมาสายตาก็ปะทะเข้ากับฟางฉือเหล่ยที่วิ่งเข้ามาพอดี ฉันส่ายหน้าด้วยความตื่นตระหนกไม่ใช่ฉัน ไม่ใช่ฉัน แต่กลับไม่มีใครเชื่อฉันเลย"
Read more

บทที่ 5

"ปัง" หลังจากฟางฉือเหล่ยกดตัดสายทิ้ง อาจจะเป็นเพราะความโกรธจัดที่สุมอยู่ในใจ เขาจึงปาโทรศัพท์อัดกระแทกพื้นอย่างแรงเสียงหน้าจอแตกกระจายดึงสติของฉันให้กลับมาสงบสติอารมณ์ได้ไม่ทันไร เขาก็หยิบโทรศัพท์ที่หน้าจอแตกร้าวบนพื้นขึ้นมา โทรสั่งผู้ช่วยให้อีกฝ่ายพลิกแผ่นดินหาตัวฉันให้เจอเขาตีหน้าขรึมพิมพ์ข้อความส่งไป ฉันชะโงกหน้าเข้าไปดู หน้าจอแชทนั้นคือเบอร์โทรศัพท์ของฉันเอง"สวี่เหยียน ให้เวลาคุณหนึ่งวัน ไสหัวกลับมาปรากฏตัวตรงหน้าผมเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นก็เตรียมรับผลที่ตามมาได้เลย"ฉันหัวเราะเยาะตัวเอง ฉันก็อยู่ตรงหน้าคุณนี่ไง เพียงแต่คุณมองไม่เห็นก็เท่านั้นโทรศัพท์ของฉันถูกโยนทิ้งไว้ในห้องเก็บของตั้งนานแล้ว ป่านนี้แบตคงเกลี้ยงไปแล้วล่ะผ่านไปครึ่งค่อนวัน ปลายทางก็ยังไม่มีข้อความตอบกลับมา ความร้อนรนและกระวนกระวายบนใบหน้าของฟางฉือเหล่ยก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆผ่านไปไม่นาน เขาก็คว้าเสื้อคลุมบนโซฟาแล้ววิ่งออกไปข้างนอก ฉันรีบตามเขาไปติดๆ เขาจะไปตามหาฉันงั้นเหรอ?ความสงสัยก่อตัวขึ้นในใจทว่าเสียงกรีดร้องจากห้องนอนใหญ่กลับทำให้ฟางฉือเหล่ยเปลี่ยนทิศทาง และชะงักฝีเท้าที่จะก้าวออกจากบ้านจางเ
Read more

บทที่ 6

"ที่คุณพูดหมายความว่ายังไง?" ฟางฉือเหล่ยยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ เขาฉลาดเป็นกรดขนาดนั้น จะไม่เข้าใจความหมายของประโยคนี้ได้ยังไงดังนั้นผู้ช่วยจึงพูดทวนอีกครั้งอย่างชัดเจนทีละคำฉันมองเห็นม่านตาของฟางฉือเหล่ยหดเกร็ง ราวกับคนสติหลุดยืนเหม่อลอยอยู่กับที่จางเยว่เยว่ที่อยู่ข้างๆ ดูเหมือนจะอารมณ์ดีมาก แต่ก็ยังไม่กล้าแสดงออกไป เธอเดินเข้าไปควงแขนของเขา "ฉือเหล่ย นี่คงเป็นชะตาชีวิตของเธอ ทำใจดีๆ ไว้นะคะ!""ทำใจบ้าอะไร? นี่สวี่เหยียนกำลังหลอกผมอยู่ หล่อนจะยอมตายง่ายๆ ได้ยังไง" ฟางฉือเหล่ยพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดุดันเกรี้ยวกราดนี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาโมโหใส่จางเยว่เยว่ จางเยว่เยว่ตกใจกับท่าทางของเขาจนเงียบกริบไป"ฉือเหล่ย...ในใจคุณมีเธออยู่ใช่ไหม?" จางเยว่เยว่ถามด้วยขอบตาที่แดงชื้น "ฟางฉือเหล่ย คุณพูดมาให้ชัดเจนเลยนะ"เมื่อเห็นว่าเขาจะเดินหนี จางเยว่เยว่ก็ร้องไห้วิ่งตามไป "คุณเคยบอกว่าคุณไม่ได้รักเธอนี่นา แล้วตอนนี้คุณกำลังกลัวอะไร? สวี่เหยียนตายไปแล้ว พวกเราก็จะได้อยู่ด้วยกันพอดีเลยไง!"ฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินของฟางฉือเหล่ยหยุดชะงักลงกะทันหัน เขาหันกลับมาขมวดคิ้วมองจางเยว่เยว่ "หุบปาก! ผ
Read more

บทที่ 7

เขามีอาการรักความสะอาดอย่างรุนแรง แต่ตอนนี้ เขากลับไม่รังเกียจว่าฉันสกปรกเลยแม้แต่น้อย"ฟางฉือเหล่ย!" จู่ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามา กระชากคอเสื้อของฟางฉือเหล่ยเอาไว้ "ไอ้ระยำ ไอ้เหี้ย มึงอย่ามาแตะต้องสวี่เหยียนนะ"เป็นจางอี้หลิงนั่นเอง เธอร้องไห้ตะโกนพุ่งเข้ามา กระชากฟางฉือเหล่ยออกไปด้านข้าง แล้วฟาดฝ่ามือตบหน้าเขาฉาดใหญ่ทว่าฟางฉือเหล่ยกลับยืนนิ่งเป็นหินอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้เธอตบตีตามใจชอบ"สวี่เหยียนอยู่กับแกมาตั้งหลายปี รักแกอย่างหมดหัวใจ แล้วแกล่ะ? ตอนที่ต้องการเธอ ก็พูดจาหว่านล้อมสารพัด พอไม่ต้องการเธอ ก็แทบจะถีบหัวส่งเธอไปให้ไกลแสนไกล แกเห็นเธอเป็นอะไร? เป็นหมาตัวหนึ่งที่นึกจะเรียกก็มา นึกจะไล่ก็ไปงั้นเหรอ?""ฟางฉือเหล่ย ถ้าแกไม่ได้รักสวี่เหยียนก็ควรจะไสหัวไปให้ห่างจากเธอตั้งแต่แรก ทำไมถึงต้องไปร่วมมือกับนังจางเยว่เยว่ใส่ร้ายสวี่เหยียน จนบีบให้เธอต้องตายทั้งกลม แถมยังตายศพไม่สวยแบบนี้ด้วยฮะ!""ผม...ตอนนั้นผมเห็นกับตาจริงๆ ว่าสวี่เหยียนผลักเยว่เยว่ตกลงมา ผมไม่ได้ใส่ร้ายเธอ" นี่เป็นประโยคเดียวที่ฟางฉือเหล่ยเอ่ยปากพูดตั้งแต่ที่จางอี้หลิงเข้ามา และมันก็ยังคงเป็นคำแก้ตัวเพื่อจาง
Read more

บทที่ 8

วันที่สามที่ฟางฉือเหล่ยขังตัวเองไว้ในห้อง จางเยว่เยว่ก็มาหาเมื่อเห็นฟางฉือเหล่ยที่หนวดเครายาวเฟิ้มและมีกลิ่นเหม็นโชยไปทั้งตัว ความตื่นตระหนกก็พาดผ่านใบหน้าของเธอวูบหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าเธอตกใจกับสภาพของเขา"ฉือเหล่ย ฉันรู้ว่าคุณเป็นคนยึดมั่นในความผูกพัน สวี่เหยียนตายคุณก็ต้องเสียใจอยู่แล้ว แต่คุณจะมาปล่อยปละละเลยทำร้ายร่างกายตัวเองแบบนี้ไม่ได้นะคะ!" เธอจับแขนของฟางฉือเหล่ยไว้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลฟางฉือเหล่ยก้มลงมองแขนที่ถูกเธอจับ แววตาของเขาเริ่มเย็นชาขึ้นมา "เธอตายไปแล้ว คุณเสียใจบ้างไหม?""อะไรนะคะ?" จางเยว่เยว่ชะงักอึ้งไป"ตอนนั้นคุณจงใจทิ้งตัวตกบันไดไปเองใช่ไหม! ทำไมถึงต้องใส่ร้ายเธอด้วย?" สายตาของฟางฉือเหล่ยจับจ้องอยู่ที่ตัวเธอตลอดเวลา เขาเน้นย้ำทีละคำ สีหน้าอึมครึมลงอย่างเห็นได้ชัด"คุณ...ทำไมจู่ๆ ถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะคะ? สวี่เหยียนไปเป่าหูอะไรคุณ คุณถึงได้เชื่อเธอแล้วไม่เชื่อฉัน?" สีหน้าของจางเยว่เยว่ดูกระวนกระวายแต่ก็ยังพยายามจะแถแก้ตัวฟางฉือเหล่ยไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไรให้มากความ เขาเพียงแค่สะบัดมือของจางเยว่เยว่ออกแล้วลุกขึ้นยืนวันรุ่งขึ้นเขาก็กลับมาเป็นปกติ
Read more

บทที่ 9

เรื่องราวเลวร้ายถือว่าค่อยๆ ปิดฉากลง ฟางฉือเหล่ยที่กลับมาถึงบ้านไม่ได้แม้แต่จะเปิดไฟ เขาเอาแต่กระดกเหล้าเข้าปากเงียบๆพอเมาจนได้ที่ เขาก็เดินโซเซกลับเข้าไปในห้องด้วยท่าทีเหม่อลอยไร้สติ กอดโกศอัฐิของฉันไว้แน่น หยาดน้ำตาร่วงหล่นลงบนโกศหยดแล้วหยดเล่าฉันราวกับจะสัมผัสได้ถึงมัน ความร้อนลวกเป็นระลอก ร้อนจนฉันรู้สึกทรมานอยู่นิดๆร้องไห้จนพอใจแล้ว ถึงได้ล้วงบุหรี่ออกจากกระเป๋ามาจุดสูบ ท่ามกลางควันบุหรี่ที่ลอยคลุ้ง คิ้วและดวงตาอันหล่อเหลาของเขาฉายแววความโศกเศร้าที่หนักอึ้งและอัดอั้นฟางฉือเหล่ยสูดควันเข้าไปหนึ่งอึก พลันชะงักไป เขาพูดกับโกศอัฐิของฉันว่า "ขอโทษนะ ผมลืมไปว่าคุณไม่ชอบให้ผมสูบบุหรี่..."พูดจบเขาก็ฝืนยิ้มที่ดูน่าสมเพชยิ่งกว่าตอนร้องไห้ออกมา แล้วขยี้บุหรี่ทิ้งไปฉันมองดูเขากระทำทุกอย่างด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก หากเปลี่ยนเป็นเมื่อก่อน เขาไม่มีทางนึกถึงความรู้สึกของฉันเลยสักนิดจากนั้น เขาก็สะอึกสะอื้นเสียงเบา น้ำเสียงแทบจะเว้าวอน "เหยียนเหยียน ผมรู้ตัวว่าผิดแล้ว ผมขอร้องล่ะ คุณกลับมาได้ไหม""ผมมันเลว ผมมันสารเลวเอง ผมไม่ควรหูหนวกตาบอดโดนคนอื่นหลอกจนทำร้ายคุณเลย""สวี่เหยียน คน
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status