Short
สังเวยรักให้แสงจันทร์ขาว

สังเวยรักให้แสงจันทร์ขาว

By:  นิรนามCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
9Chapters
955views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

รักแรกของสามีป่วยเป็นโรคไตวายเฉียบพลัน และฉันเป็นเพียงคนเดียวที่ผลตรวจเนื้อเยื่อเข้ากันกับเธอได้ เพื่อช่วยชีวิตเธอ เขาบังคับให้ฉันไปทำแท้งในตอนที่ฉันตั้งครรภ์ได้หกเดือน เขาใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเอ่ยคำพูดที่กรีดแทงใจที่สุดออกมา “คุณหัดมีเมตตาบ้างได้ไหม คุณแค่เสียลูกไปหนึ่งคน แต่สิ่งที่เธอต้องเสียไปคือชีวิตเลยนะ!” ฉันไม่ยินยอมอย่างเด็ดขาด แต่เขากลับเอาความตายมาขู่บังคับฉัน บนเตียงผ่าตัด ฉันและลูกในท้องต้องสิ้นใจไปพร้อมกัน ส่วนรักแรกของเขาได้รับการปลูกถ่ายไตจนสำเร็จ และรอดชีวิตมาได้อย่างปลอดภัย ผลลัพธ์ของเรื่องราวเป็นไปตามที่เขาต้องการแท้ๆ แต่เขากลับกลายเป็นคนเสียสติไปหลังจากที่ได้รับข่าวการตายของฉัน

View More

Chapter 1

บทที่ 1

หลังจากตายไป วิญญาณของฉันก็หลุดออกจากร่าง ล่องลอยอยู่กลางอากาศ

หน้าท้องที่ยังไม่ทันได้เย็บปิดและร่างกายที่เหลือไตเพียงข้างเดียว อีกทั้งเด็กที่โตจนเป็นรูปร่างแล้วซึ่งอยู่ข้างๆ สภาพนั้นดูน่าอนาถเหลือเกิน

เพียงไม่นาน ร่างของฉันก็ถูกคลุมด้วยผ้าขาวจนมิดชิด ร่างไร้วิญญาณถูกเข็นออกจากห้องผ่าตัด

ฉันมองเห็นฟางฉือเหล่ย สามีของฉันกำลังเฝ้าอยู่หน้าห้องผ่าตัดอีกห้อง บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและร้อนรนอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

ตอนที่รถเข็นผ่านหน้าฟางฉือเหล่ย เขากลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง

ฉันกำลังคาดหวังอะไรอยู่นะ คนที่เขากำลังเป็นห่วงคือคนอื่นต่างหาก

ตอนนั้นเอง ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก เขารีบพุ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว “หมอครับ เยว่เยว่เป็นยังไงบ้างครับ?”

“การผ่าตัดปลูกถ่ายไตประสบความสำเร็จด้วยดีครับ รอให้หมดยาชา คุณก็เข้าไปเยี่ยมเธอได้แล้วครับ” หมอประกาศข่าวดีนี้ด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม ฟางฉือเหล่ยดีใจจนแทบเก็บอาการไว้ไม่อยู่

ภายในห้องพักฟื้น จางเยว่เยว่มีใบหน้าซีดเซียว เมื่อฟางฉือเหล่ยเห็นดังนั้นขอบตาก็แดงก่ำขึ้นมาทันที เขาเดินเข้าไปกุมมือของหญิงสาวไว้แน่นด้วยความปวดใจ “เยว่เยว่ คุณต้องทนทรมานแล้วนะ”

"ฉันไม่เป็นไรค่ะ" จางเยว่เยว่ค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบไล้พวงแก้มของฟางฉือเหล่ย ชะงักไปเล็กน้อย คล้ายกับกำลังคิดอะไรบางอย่างก่อนจะเอ่ยปาก "ฉือเหล่ย คุณไม่ควรมาอยู่ที่นี่ ควรจะไปอยู่เป็นเพื่อนสวี่เหยียนนะ ฉัน...รู้สึกผิดต่อเธอค่ะ"

พูดจบ น้ำตาก็ร่วงหล่นลงมา

ฟางฉือเหล่ยเอ่ยขัดขึ้นมา "เวลาแบบนี้คุณยังจะนึกถึงหล่อนอยู่อีกเหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะผู้หญิงจิตใจอำมหิตคนนั้น การผ่าตัดของคุณจะถูกลากยาวมาจนถึงตอนนี้ไหม โทษหล่อนคนเดียวเลย ที่ทำให้คุณต้องทนทรมานเพิ่มขึ้นแบบนี้"

คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความรำคาญและกล่าวโทษ

ลมหายใจของฉันสะดุด หัวใจบีบรัดแน่นขึ้นมาฉับพลัน

สวี่เหยียนก็คือฉัน ผู้หญิงจิตใจอำมหิตในปากของฟางฉือเหล่ย

ได้ยินมาว่า

ตอนที่คนเรากำลังจะตายจะเกิดภาพความทรงจำไหลย้อนกลับมาเหมือนภาพฉายแสง แต่ทว่าเมื่อมองดูคนสองคนที่กำลังกอดกันแน่นอยู่ตรงหน้า

ภายในหัวของฉันกลับเหลือเพียง ความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามาดั่งเกลียวคลื่นและความเจ็บปวดอันไร้ที่สิ้นสุด ในตอนที่ถูกฟางฉือเหล่ยบีบบังคับให้ขึ้นเตียงผ่าตัด

ตอนนั้นฟางฉือเหล่ยดึงมือฉันไว้ นัยน์ตาทั้งสองข้างแดงก่ำ "สวี่เหยียน ผมสาบาน ขอแค่คุณช่วยเยว่เยว่ พวกเราจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันดีๆ แต่ถ้าไม่เป็นอย่างนั้น ถ้าเยว่เยว่ตายผมก็ไม่อยู่แล้วเหมือนกัน" คำพูดเหมือนจะเว้าวอน แต่แท้จริงแล้วคือการข่มขู่

ตอนพ่อแม่จากไป ไม่ได้ทิ้งทรัพย์สินอะไรไว้ให้ฉันมากมายนัก บริษัทยังมีหนี้สินล้นพ้นตัว เป็นตระกูลฟางที่ช่วยชดใช้หนี้ทั้งหมดให้ฉัน

วินาทีที่ตระกูลฟางรับฉันไว้พึ่งพิง ชีวิตของฉัน... ก็กลายเป็นของฟางฉือเหล่ยแล้ว

ถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าฟางฉือเหล่ยไม่มีทางไปตายจริงๆ แต่แค่คำข่มขู่เพียงประโยคเดียวฉันก็ทนรับไม่ไหวแล้ว

มองดูผู้ชายตรงหน้าที่ฉันรักมาตลอดห้าปี ในท้ายที่สุด ฉันก็ยังใจอ่อน ยอมตกลงทำแท้งลูกของพวกเรา นำไตไปปลูกถ่ายให้กับจางเยว่เยว่ โดยคาดหวังว่าหลังจากนี้เขาจะยอมใช้ชีวิตกับฉันดีๆ

ทว่า ระหว่างการผ่าตัดเกิดเหตุไม่คาดฝันทำให้เสียเลือดมาก หมอติดต่อญาติไปนับครั้งไม่ถ้วนแต่ก็ติดต่อไม่ได้ ในความเลือนราง ฉันได้ยินเสียงถอนหายใจอยู่หลายครั้ง

สุดท้ายแล้ว ฉันก็เดินมาถึงจุดสิ้นสุดของชีวิตท่ามกลางความสิ้นหวัง

และในเวลานี้ ศพของฉันนอนอยู่บนเตียงในห้องดับจิตอันหนาวเหน็บ ส่วนเขา กลับยังคงอยู่เป็นเพื่อนรักแรกของเขา

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
9 Chapters
บทที่ 1
หลังจากตายไป วิญญาณของฉันก็หลุดออกจากร่าง ล่องลอยอยู่กลางอากาศหน้าท้องที่ยังไม่ทันได้เย็บปิดและร่างกายที่เหลือไตเพียงข้างเดียว อีกทั้งเด็กที่โตจนเป็นรูปร่างแล้วซึ่งอยู่ข้างๆ สภาพนั้นดูน่าอนาถเหลือเกินเพียงไม่นาน ร่างของฉันก็ถูกคลุมด้วยผ้าขาวจนมิดชิด ร่างไร้วิญญาณถูกเข็นออกจากห้องผ่าตัดฉันมองเห็นฟางฉือเหล่ย สามีของฉันกำลังเฝ้าอยู่หน้าห้องผ่าตัดอีกห้อง บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและร้อนรนอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนตอนที่รถเข็นผ่านหน้าฟางฉือเหล่ย เขากลับไม่แม้แต่จะปรายตามองฉันกำลังคาดหวังอะไรอยู่นะ คนที่เขากำลังเป็นห่วงคือคนอื่นต่างหากตอนนั้นเอง ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก เขารีบพุ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว “หมอครับ เยว่เยว่เป็นยังไงบ้างครับ?”“การผ่าตัดปลูกถ่ายไตประสบความสำเร็จด้วยดีครับ รอให้หมดยาชา คุณก็เข้าไปเยี่ยมเธอได้แล้วครับ” หมอประกาศข่าวดีนี้ด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม ฟางฉือเหล่ยดีใจจนแทบเก็บอาการไว้ไม่อยู่ภายในห้องพักฟื้น จางเยว่เยว่มีใบหน้าซีดเซียว เมื่อฟางฉือเหล่ยเห็นดังนั้นขอบตาก็แดงก่ำขึ้นมาทันที เขาเดินเข้าไปกุมมือของหญิงสาวไว้แน่นด้วยความปวดใจ “เยว่เยว่ คุณต้อง
Read more
บทที่ 2
หนึ่งเดือนต่อมา จางเยว่เยว่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ฟางฉือเหล่ยไม่เพียงแต่เปย์ไม่อั้นทุ่มซื้อคฤหาสน์ให้เธอหนึ่งหลัง เพื่อให้เธอใช้พักฟื้นร่างกายโดยเฉพาะและเพื่อเป็นการฉลองที่เธอออกจากโรงพยาบาลอย่างราบรื่น เขายังเชิญเพื่อนฝูงมามากมายเพื่อจัดงานเลี้ยงมีพลังงานที่มองไม่เห็นบางอย่าง ผูกมัดฉันไว้ข้างกายฟางฉือเหล่ย ทำให้ฉันต้องทนมองดูพวกเขาไปไหนมาไหนด้วยกันจางเยว่เยว่ชอบเป็นจุดสนใจของผู้คนมาแต่ไหนแต่ไร เธอฝืนพาร่างกายที่ยังไม่หายดีนัก มาพลอดรักกับฟางฉือเหล่ยในงานเลี้ยงการกระทำที่โจ่งแจ้งเช่นนี้ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้คนอื่นซุบซิบนินทาเมื่อได้ยินเพื่อนของฟางฉือเหล่ยพูดถึงฉัน ในใจของเธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่พอใจ แต่ทว่าบนใบหน้ากลับไม่สามารถแสดงออกมาได้ "ฉือเหล่ย พวกเราทำแบบนี้มันจะดูไม่ดีหรือเปล่าคะ ยังไงซะ...ฉันก็ไม่มีสถานะอะไร ถ้าเรื่องแพร่ออกไป สวี่เหยียนรู้เข้าคงจะโกรธเอาได้นะ!""วันดีๆ แบบนี้ คุณจะพูดถึงหล่อนทำไมกัน? อัปมงคลชะมัด" เมื่อพูดถึงฉัน ความหงุดหงิดบนใบหน้าของฟางฉือเหล่ยก็ยากที่จะปกปิดเอาไว้ได้เขาจับมือของจางเยว่เยว่ขึ้นมาท่ามกลางสายตาของผู้คน และประกาศเสียงดังต่
Read more
บทที่ 3
"ฉือเหล่ย แม่ไม่ได้เจอพวกลูกมาพักใหญ่แล้ว พรุ่งนี้พาเหยียนเหยียนกลับมากินข้าวที่บ้านหน่อยสิ แม่โทรหาเหยียนเหยียนตั้งนานก็ไม่ติด ช่วงนี้พวกลูกมัวยุ่งอะไรกันอยู่" โทรศัพท์ของแม่ฟางโทรเข้ามาในอีกหลายวันให้หลัง ในเวลานี้จางเยว่เยว่กำลังอิงแอบอยู่ในอ้อมอกของฟางฉือเหล่ยเมื่อได้ยินเสียงของแม่ฟาง ขอบตาของฉันก็พลันร้อนผ่าว ท่านเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของแม่ฉัน หลังจากที่พ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต ก็เป็นท่านนี่แหละที่พาฉันกลับมาอุปการะที่บ้าน"แม่ครับ ยัยนั่นมันก็แค่คนเนรคุณเลี้ยงไม่เชื่อง ต่อให้จะอาละวาดเรียกร้องความสนใจใส่ผมยังไง ก็ไม่ควรไม่ยอมรับสายแม่นะครับ!" ตอนที่ฟางฉือเหล่ยพูดถึงฉันบนใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความรังเกียจฉันยืนอยู่ตรงหน้าฟางฉือเหล่ย ยิ้มเยาะตัวเองว่าตอนนี้ความรักได้มลายหายไปแล้ว ฉันถึงกลับกลายเป็นคนเนรคุณในปากของเขาไปเสียได้"ฉือเหล่ย แม่รู้ว่าในใจลูกยังมีผู้หญิงคนนั้นอยู่ แต่ลูกแต่งงานกับเหยียนเหยียนแล้ว ลูกก็ต้องรับผิดชอบในตัวเธอ ไม่อย่างนั้นแม่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนตอนไปอธิบายกับแม่ของเธอบนสวรรค์!" เสียงของแม่ฟางค่อนข้างร้อนรนใบหน้าของฟางฉือเหล่ยอึมครึมลง
Read more
บทที่ 4
ยังไงซะในใจของเขา ก็ปักใจเชื่อมาตลอดว่าฉันเป็นผู้หญิงจิตใจอำมหิตที่ต่ำช้าไร้ยางอายเพียงเพราะฉันเคยผลักจางเยว่เยว่ตกจากบันไดนึกย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ปีที่จางเยว่เยว่เพิ่งกลับประเทศ ตอนนั้นบริษัทจัดงานเลี้ยง ฟางฉือเหล่ยพาจางเยว่เยว่มาหยามหน้าภรรยาหลวงอย่างฉันอย่างสง่าผ่าเผย พวกเขาควงแขนกันเดินทักทายพูดคุยอยู่ท่ามกลางบุคคลมีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจ ทุกคนในงานไม่มีใครไม่รอดูเรื่องตลกของฉันฉันที่ในใจปวดร้าวอย่างถึงที่สุดทำได้เพียงกลั้นน้ำตาแล้วหลบไปอยู่อีกมุมหนึ่ง หูทวนลมตาบอดเสียจะได้ไม่ต้องคิดมากแต่จางเยว่เยว่กลับเดินมาหาฉัน แกล้งทำเป็นเข้ามาไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ ฉันไม่มีกะจิตกะใจจะเสวนาด้วย ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ฉันหันหลังให้ เธอกลับกลิ้งตกลงไปจากบันไดฉันก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว มองเห็นจางเยว่เยว่แสยะยิ้มเย็นชาให้ฉันก่อนที่จะร่วงตกลงไปกับตาตัวเองทุกคนต่างตกตะลึง ฉันมองดูจางเยว่เยว่ที่ตกลงไปนอนจมกองเลือดอยู่ด้านล่างด้วยความหวาดผวา ตอนที่เงยหน้าขึ้นมาสายตาก็ปะทะเข้ากับฟางฉือเหล่ยที่วิ่งเข้ามาพอดี ฉันส่ายหน้าด้วยความตื่นตระหนกไม่ใช่ฉัน ไม่ใช่ฉัน แต่กลับไม่มีใครเชื่อฉันเลย"
Read more
บทที่ 5
"ปัง" หลังจากฟางฉือเหล่ยกดตัดสายทิ้ง อาจจะเป็นเพราะความโกรธจัดที่สุมอยู่ในใจ เขาจึงปาโทรศัพท์อัดกระแทกพื้นอย่างแรงเสียงหน้าจอแตกกระจายดึงสติของฉันให้กลับมาสงบสติอารมณ์ได้ไม่ทันไร เขาก็หยิบโทรศัพท์ที่หน้าจอแตกร้าวบนพื้นขึ้นมา โทรสั่งผู้ช่วยให้อีกฝ่ายพลิกแผ่นดินหาตัวฉันให้เจอเขาตีหน้าขรึมพิมพ์ข้อความส่งไป ฉันชะโงกหน้าเข้าไปดู หน้าจอแชทนั้นคือเบอร์โทรศัพท์ของฉันเอง"สวี่เหยียน ให้เวลาคุณหนึ่งวัน ไสหัวกลับมาปรากฏตัวตรงหน้าผมเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นก็เตรียมรับผลที่ตามมาได้เลย"ฉันหัวเราะเยาะตัวเอง ฉันก็อยู่ตรงหน้าคุณนี่ไง เพียงแต่คุณมองไม่เห็นก็เท่านั้นโทรศัพท์ของฉันถูกโยนทิ้งไว้ในห้องเก็บของตั้งนานแล้ว ป่านนี้แบตคงเกลี้ยงไปแล้วล่ะผ่านไปครึ่งค่อนวัน ปลายทางก็ยังไม่มีข้อความตอบกลับมา ความร้อนรนและกระวนกระวายบนใบหน้าของฟางฉือเหล่ยก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆผ่านไปไม่นาน เขาก็คว้าเสื้อคลุมบนโซฟาแล้ววิ่งออกไปข้างนอก ฉันรีบตามเขาไปติดๆ เขาจะไปตามหาฉันงั้นเหรอ?ความสงสัยก่อตัวขึ้นในใจทว่าเสียงกรีดร้องจากห้องนอนใหญ่กลับทำให้ฟางฉือเหล่ยเปลี่ยนทิศทาง และชะงักฝีเท้าที่จะก้าวออกจากบ้านจางเ
Read more
บทที่ 6
"ที่คุณพูดหมายความว่ายังไง?" ฟางฉือเหล่ยยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ เขาฉลาดเป็นกรดขนาดนั้น จะไม่เข้าใจความหมายของประโยคนี้ได้ยังไงดังนั้นผู้ช่วยจึงพูดทวนอีกครั้งอย่างชัดเจนทีละคำฉันมองเห็นม่านตาของฟางฉือเหล่ยหดเกร็ง ราวกับคนสติหลุดยืนเหม่อลอยอยู่กับที่จางเยว่เยว่ที่อยู่ข้างๆ ดูเหมือนจะอารมณ์ดีมาก แต่ก็ยังไม่กล้าแสดงออกไป เธอเดินเข้าไปควงแขนของเขา "ฉือเหล่ย นี่คงเป็นชะตาชีวิตของเธอ ทำใจดีๆ ไว้นะคะ!""ทำใจบ้าอะไร? นี่สวี่เหยียนกำลังหลอกผมอยู่ หล่อนจะยอมตายง่ายๆ ได้ยังไง" ฟางฉือเหล่ยพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดุดันเกรี้ยวกราดนี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาโมโหใส่จางเยว่เยว่ จางเยว่เยว่ตกใจกับท่าทางของเขาจนเงียบกริบไป"ฉือเหล่ย...ในใจคุณมีเธออยู่ใช่ไหม?" จางเยว่เยว่ถามด้วยขอบตาที่แดงชื้น "ฟางฉือเหล่ย คุณพูดมาให้ชัดเจนเลยนะ"เมื่อเห็นว่าเขาจะเดินหนี จางเยว่เยว่ก็ร้องไห้วิ่งตามไป "คุณเคยบอกว่าคุณไม่ได้รักเธอนี่นา แล้วตอนนี้คุณกำลังกลัวอะไร? สวี่เหยียนตายไปแล้ว พวกเราก็จะได้อยู่ด้วยกันพอดีเลยไง!"ฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินของฟางฉือเหล่ยหยุดชะงักลงกะทันหัน เขาหันกลับมาขมวดคิ้วมองจางเยว่เยว่ "หุบปาก! ผ
Read more
บทที่ 7
เขามีอาการรักความสะอาดอย่างรุนแรง แต่ตอนนี้ เขากลับไม่รังเกียจว่าฉันสกปรกเลยแม้แต่น้อย"ฟางฉือเหล่ย!" จู่ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามา กระชากคอเสื้อของฟางฉือเหล่ยเอาไว้ "ไอ้ระยำ ไอ้เหี้ย มึงอย่ามาแตะต้องสวี่เหยียนนะ"เป็นจางอี้หลิงนั่นเอง เธอร้องไห้ตะโกนพุ่งเข้ามา กระชากฟางฉือเหล่ยออกไปด้านข้าง แล้วฟาดฝ่ามือตบหน้าเขาฉาดใหญ่ทว่าฟางฉือเหล่ยกลับยืนนิ่งเป็นหินอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้เธอตบตีตามใจชอบ"สวี่เหยียนอยู่กับแกมาตั้งหลายปี รักแกอย่างหมดหัวใจ แล้วแกล่ะ? ตอนที่ต้องการเธอ ก็พูดจาหว่านล้อมสารพัด พอไม่ต้องการเธอ ก็แทบจะถีบหัวส่งเธอไปให้ไกลแสนไกล แกเห็นเธอเป็นอะไร? เป็นหมาตัวหนึ่งที่นึกจะเรียกก็มา นึกจะไล่ก็ไปงั้นเหรอ?""ฟางฉือเหล่ย ถ้าแกไม่ได้รักสวี่เหยียนก็ควรจะไสหัวไปให้ห่างจากเธอตั้งแต่แรก ทำไมถึงต้องไปร่วมมือกับนังจางเยว่เยว่ใส่ร้ายสวี่เหยียน จนบีบให้เธอต้องตายทั้งกลม แถมยังตายศพไม่สวยแบบนี้ด้วยฮะ!""ผม...ตอนนั้นผมเห็นกับตาจริงๆ ว่าสวี่เหยียนผลักเยว่เยว่ตกลงมา ผมไม่ได้ใส่ร้ายเธอ" นี่เป็นประโยคเดียวที่ฟางฉือเหล่ยเอ่ยปากพูดตั้งแต่ที่จางอี้หลิงเข้ามา และมันก็ยังคงเป็นคำแก้ตัวเพื่อจาง
Read more
บทที่ 8
วันที่สามที่ฟางฉือเหล่ยขังตัวเองไว้ในห้อง จางเยว่เยว่ก็มาหาเมื่อเห็นฟางฉือเหล่ยที่หนวดเครายาวเฟิ้มและมีกลิ่นเหม็นโชยไปทั้งตัว ความตื่นตระหนกก็พาดผ่านใบหน้าของเธอวูบหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าเธอตกใจกับสภาพของเขา"ฉือเหล่ย ฉันรู้ว่าคุณเป็นคนยึดมั่นในความผูกพัน สวี่เหยียนตายคุณก็ต้องเสียใจอยู่แล้ว แต่คุณจะมาปล่อยปละละเลยทำร้ายร่างกายตัวเองแบบนี้ไม่ได้นะคะ!" เธอจับแขนของฟางฉือเหล่ยไว้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลฟางฉือเหล่ยก้มลงมองแขนที่ถูกเธอจับ แววตาของเขาเริ่มเย็นชาขึ้นมา "เธอตายไปแล้ว คุณเสียใจบ้างไหม?""อะไรนะคะ?" จางเยว่เยว่ชะงักอึ้งไป"ตอนนั้นคุณจงใจทิ้งตัวตกบันไดไปเองใช่ไหม! ทำไมถึงต้องใส่ร้ายเธอด้วย?" สายตาของฟางฉือเหล่ยจับจ้องอยู่ที่ตัวเธอตลอดเวลา เขาเน้นย้ำทีละคำ สีหน้าอึมครึมลงอย่างเห็นได้ชัด"คุณ...ทำไมจู่ๆ ถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะคะ? สวี่เหยียนไปเป่าหูอะไรคุณ คุณถึงได้เชื่อเธอแล้วไม่เชื่อฉัน?" สีหน้าของจางเยว่เยว่ดูกระวนกระวายแต่ก็ยังพยายามจะแถแก้ตัวฟางฉือเหล่ยไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไรให้มากความ เขาเพียงแค่สะบัดมือของจางเยว่เยว่ออกแล้วลุกขึ้นยืนวันรุ่งขึ้นเขาก็กลับมาเป็นปกติ
Read more
บทที่ 9
เรื่องราวเลวร้ายถือว่าค่อยๆ ปิดฉากลง ฟางฉือเหล่ยที่กลับมาถึงบ้านไม่ได้แม้แต่จะเปิดไฟ เขาเอาแต่กระดกเหล้าเข้าปากเงียบๆพอเมาจนได้ที่ เขาก็เดินโซเซกลับเข้าไปในห้องด้วยท่าทีเหม่อลอยไร้สติ กอดโกศอัฐิของฉันไว้แน่น หยาดน้ำตาร่วงหล่นลงบนโกศหยดแล้วหยดเล่าฉันราวกับจะสัมผัสได้ถึงมัน ความร้อนลวกเป็นระลอก ร้อนจนฉันรู้สึกทรมานอยู่นิดๆร้องไห้จนพอใจแล้ว ถึงได้ล้วงบุหรี่ออกจากกระเป๋ามาจุดสูบ ท่ามกลางควันบุหรี่ที่ลอยคลุ้ง คิ้วและดวงตาอันหล่อเหลาของเขาฉายแววความโศกเศร้าที่หนักอึ้งและอัดอั้นฟางฉือเหล่ยสูดควันเข้าไปหนึ่งอึก พลันชะงักไป เขาพูดกับโกศอัฐิของฉันว่า "ขอโทษนะ ผมลืมไปว่าคุณไม่ชอบให้ผมสูบบุหรี่..."พูดจบเขาก็ฝืนยิ้มที่ดูน่าสมเพชยิ่งกว่าตอนร้องไห้ออกมา แล้วขยี้บุหรี่ทิ้งไปฉันมองดูเขากระทำทุกอย่างด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก หากเปลี่ยนเป็นเมื่อก่อน เขาไม่มีทางนึกถึงความรู้สึกของฉันเลยสักนิดจากนั้น เขาก็สะอึกสะอื้นเสียงเบา น้ำเสียงแทบจะเว้าวอน "เหยียนเหยียน ผมรู้ตัวว่าผิดแล้ว ผมขอร้องล่ะ คุณกลับมาได้ไหม""ผมมันเลว ผมมันสารเลวเอง ผมไม่ควรหูหนวกตาบอดโดนคนอื่นหลอกจนทำร้ายคุณเลย""สวี่เหยียน คน
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status