อวิ๋นชีเฟิ่งเพียงยิ้มบางๆ และไม่ตอบคำถามลมแรงพัดโหมกระหน่ำในป่า ฝนที่อั้นมานานพรั่งพรูลงมาจากเมฆดำ หยาดฝนเม็ดโตตกลงมาชะล้างเส้นผมของสุ่ยอีอีจนเปียกชุ่มในพริบตาอวิ๋นชีเฟิ่งรีบถอดเสื้อคลุมตัวนอกมาคลุมกายให้นางทันที"อีอี ทางลงเขายังอีกไกลนัก พวกเราไปหลบฝนที่ถ้ำข้างหน้าก่อนเถิด!" เขาไม่รอคำตอบรีบอุ้มสุ่ยอีอีไว้ในอ้อมอก ใช้ร่างกายตนเองบังฝนให้นาง พลันมุ่งหน้าไปยังถ้ำที่อยู่ลึกเข้าไปในป่าเส้นทางในป่าแฉะโคลน ประกอบกับฝนที่ตกหนักทำให้เดินลำบากยิ่งนัก สุ่ยอีอีรู้สึกได้ว่าฝีเท้าของอวิ๋นชีเฟิ่งเริ่มช้าลง ใบหน้าของเขาขาวซีดราวกับกระดาษ อาจเป็นเพราะความหนาวเหน็บจากน้ำฝน แม้แต่ริมฝีปากของเขาก็ยังเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ"ข้าตัวหนักมากใช่ไหม? ปล่อยข้าลงเถิด" เมื่อเห็นริมฝีปากที่เขียวช้ำของเขา สุ่ยอีอีจึงยอมเปิดปากเอ่ยอวิ๋นชีเฟิ่งยิ้มบางๆ "ทั่วทั้งใต้หล้าล้วนอยู่ในอ้อมแขนข้า เจ้าว่าหนักหรือไม่เล่า?"สุ่ยอีอีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหน้าแดงก่ำขึ้นมาเห็นท่าทางเขินอายของนาง อวิ๋นชีเฟิ่งก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ"ท่านกล้าพูดวาจาสามหาวเช่นนี้ได้อย่างไร ใต้หล้านี้เป็นของเสด็จพ่อ""อีอี สำหรับข้าแล้ว เจ้าก
Leer más