All Chapters of ทะลุมิติมาเป็นคู่หมั้นตัวร้าย แต่ไหงกลายเป็นคุณหนูจอมตะกละไป: Chapter 11 - Chapter 20

21 Chapters

บทที่ 11 หายไป

เมื่อรถม้ามาถึงหน้าประตูจวนตระกูลซ่ง ซ่งเป่าจูก็รีบวิ่งลงจากรถม้าไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองเว่ยอวี้เซวียนอีก ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วก่อนจะหันไปตวาดใส่หลี่เฟิ่งเพื่อระบายโทสะเมื่อส่งซ่งเป่าจูกลับจวนไปแล้ว เว่ยอวี้เซวียนก็มุ่งหน้าไปยังคุกหลวงทันที หลี่เฟิงที่เดินตามมาเอาแต่ยิ้มกรุ่กริ่มพลางมองเจ้านายของตนด้วยแววตาเป็นประกาย จนเว่ยอวี้เซวียนทนไม่ไหวจึงสั่งให้หลี่เฟิงไปรับโทษโบยยี่สิบไม้ หลี่เฟิงถึงกับร้องโอดครวญและบอกว่าครั้งหน้าจะไม่มองเจ้านายตนด้วยแววตาเช่นนี้อีกเว่ยอวี้เซวียนเดินลงมายังคุกหลวงใต้ดินด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย หลายวันแล้วที่เหล่านักฆ่าถูกจับตัวมาแต่ทว่าพวกมันกลับยังไม่ยอมรับสารภาพ ก่อนหน้านี้พวกมันก็ตกตายไปแล้วหลายคนเพราะทนการทรมานไม่ไหว ในขณะที่เขากำลังจะเดินไปยังห้องคุมขังกลับมีทหารนายหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา“ทูลท่านอ๋อง นักฆ่าเหล่านั้นถูกวางยาพิษตายหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เว่ยอวี้เซวียนเมื่อได้ฟัง สีหน้าก็ฉายแววเย็นชาขึ้นมาทันทีถูกวางยาอย่างนั้นหรือ?“พวกมันถูกวางยาได้อย่างไรกัน?”“เมื่อเช้ามีคนส่งอาหารมาที่นี่ กระหม่อมคิดว่าเป็นคนที่มาส่งอาหารเหมือนเช่นทุกวัน แต่ไ
Read more

บทที่ 12 สถาณการณ์อันตราย

ด้านซ่งเป่าจูนั้นหลังจากที่ได้สติฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว นางก็รู้สึกเจ็บแลปบที่บริเวณท้ายทอยไม่น้อยเลย หญิงสาวค่อยๆหยัดกายลุกขึ้นมานั่งก่อนจะมองไปโดยรอบและพบว่าตอนนี้ตนเองกำลังนั่งอยู่บนเตียงนอนในบ้านไม้เก่าๆ หลังหนึ่งที่ค่อนข้างทรุดโทรม หัวใจของนางเต้นถี่ระรัวพลางคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้นางไปดูอาหลานที่เรือนพักแต่หลังจากนั้นก็หมดสติไป นี่มันเรื่องราวใดกัน?ยังไม่ทันที่นางจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนดังใกล้เข้ามา เมื่อนางหันไปมองก็พบกับอาหลานที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารเช้าในมือ อาหลานเดินเข้ามาหาซ่งเป่าจูอย่างรีบร้อนอีกทั้งยังไม่กล้าสบตาซ่งเป่าจูอีกด้วยนางจะเอาหน้าไปสู้คุณหนูได้อย่างไรกัน คุณหนูช่วยพวกนางสองพี่น้องให้รอดพ้นจากคราวเคราะห์เอาไว้แท้ๆ แต่พี่ชายของนางกลับใฝ่สูงคิดอยากจะครอบครองคุณหนูแต่เพียงผู้เดียว ถึงขั้นวางแผนลักพาตัวคุณหนูออกจากจวนเพื่อหลบหนีงานแต่งงานที่กำลังจะมาถึงซ่งเป่าจูมองอาหลานด้วยแววตาที่เจือไปด้วยความสงสัยก่อนจะเอ่ยถาม“อาหลาน นี่มันเรื่องอันใดกันไหนอาหลงบอกว่าเจ้าล้มป่วยมิใช่หรือ แล้วที่นี่คือที่ใด?”ซ่งเป่าจูรู้สึกมึ
Read more

บทที่ 13 คนส่งอาหาร

ซ่งเป่าจูถูกพาตัวกลับมาที่จวนตระกูลซ่งอย่างรวดเร็ว คหบดีซ่งและนางหลินถึงกับร้องไห้โฮเมื่อได้เห็นสภาพของบุตรสาว หมอหลวงรีบทำการตรวจรักษานางอย่างรวดเร็วโชคดีที่ขาของนางได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีทำให้ไม่พิกลพิการใช้งานไม่ได้ พักรักษาตัวต่ออีกสักหน่อยก็สามารถกลับมาเดินเหินได้ตามปกติแล้ว เว่ยอวี้เซวียนจัดการเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ตอนเขาพานางกลับมานั้นผู้คนในเมืองหลวงล้วนเห็นทั้งสิ้น เขาจึงสั่งให้คนไปปล่อยข่าวว่าเขาและนางออกไปเที่ยวเล่นที่นอกเมืองด้วยกันและนางได้รับบาดเจ็บระหว่างทางจึงต้องเร่งพาตัวกลับมารักษา ผู้คนจึงไม่กล้าเอ่ยวาจาส่งเดชอีกซ่งเป่าจูหมดสติไปถึงหนึ่งวันเต็มๆ เมื่อนางตื่นขึ้นมาก็รู้สึกเจ็บร้าวไปทั่วทั้งใบหน้าและลำตัว โดยเฉพาะขาข้างนั้นที่ถูกอาหลงทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ทำให้นางไม่สามารถเดินเหินได้ตามใจชอบและยังต้องนอนพักรักษาตัวต่อไปอีกร่วมเดือนเพื่อให้กระดูกสมานกันด้วยดีนางทำได้เพียงนอนอยู่บนเตียงให้เหล่าสาวใช้ช่วยปรนนิบัติดูแลเพียงเท่านั้นซ่งเป่าจูได้ทราบเรื่องของอาหลานแล้ว นางรู้สึกเวทนาอาหลานเป็นอย่างมากและยังด่าทออาหลงว่าขอให้เขาตกนรกไม่ได้ผุดได้เกิดอีกด้วย!ช่วงหลายวั
Read more

บทที่ 14 ยั่วประสาท

หลังจากที่ซ่งเป่าจูนอนหลับไปแล้ว เว่ยอวี้เซวียนก็กลับจวนของตนเองทันที ชายหนุ่มแอบกระโดดออกไปทางกำแพงจวนเหมือนเช่นครั้งก่อน เขาเองก็ไม่เข้าใจตนเองเช่นเดียวกัน เดิมทีเขาเป็นคู่หมั้นของนางย่อมสามารถไปมาหาสู่กับนางได้อย่างเปิดเผย แล้วเหตุใดจะต้องมาทำตัวหลบๆ ซ่อนๆ ปีนเข้าหานางทางหน้าต่างด้วยเล่าคาดว่าเขาคงติดนิสัยแปลกประหลาดมาจากนางอย่างแน่นอนชายหนุ่มถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะเดินไปตามทางเรื่อยๆ ยามนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดค่ำลงแล้ว ชายหนุ่มทอดสายตามองไปโดยรอบด้วยความครุ่นคิดเรื่องที่เว่ยอวี้เซวียนยังคงคิดไม่ตกนั่นก็คือเรื่องของนักฆ่าเหล่านั้นที่เพิ่งถูกลอบวางยาพิษตายไป คนของเขาได้ทำการตรวจสอบอย่างเข้มงวดแล้ว แต่กลับไม่พบเบาะแสเลยแม้แต่น้อย“อาอวี้”ในขณะที่เขากำลังเดินเล่นไปตามทางเรื่อยๆ กลับได้ยินเสียงของใครบางคนเอ่ยเรียกชื่อของตนขึ้นมาเสียก่อน เมื่อเขาหันไปมองก็พบว่าเป็นหลัวจิ้งสหายรักของเขานั่นเองหลัวจิ้งเกิดในตระกูลของบัณฑิตมีชื่อ บิดาของหลัวจิ้งยังเป็นสหายรักของเสด็จพ่อเขาอีกด้วย เพราะช่วยกันบุกเบิกสร้างแคว้นซีมาด้วยกัน เสด็จพ่อของเขาเป็นนักรบเชี่ยวชาญด้านการรบกอบกู้บ้านเมือง ส่วนบิดา
Read more

บทที่ 15 ไม่คายเด็ดขาด

ด้านซ่งเป่าจูนั้น ยามนี้ขาของนางเริ่มดีขึ้นมากแล้ว แต่ยังคงไม่อาจเดินเหินได้ นางจึงสั่งให้เหล่าสาวใช้ช่วยกันประคองนางมานั่งรับลมที่ริมระเบียงด้านหน้าเรือนของตนเอง หญิงสาวนอนเอนกายอยู่บนเก้าอี้โยก พลางมองดูท้องฟ้าและดอกไม้ไปเรื่อยเปื่อยโดยมีจือจือและสาวใช้น้อยคอยดูแลปรนนิบัติอยู่ด้านข้างเฮ้อ อากาศเช่นนี้หากได้ของกินอร่อยๆ มากินก็คงจะดีไม่น้อยเลยหญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่นานก็มีสาวใช้น้อยมาแจ้งว่าเว่ยอวี้เซวียนมาพบนาง เมื่อได้ยินเช่นนั้นซ่งเป่าจูก็รู้สึกดีใจไม่น้อย นางตั้งตารอเขาอย่างใจจดใจจ่อ ถึงขนาดคิดว่าวันนี้เขาจะเอาของกินอะไรติดไม้ติดมือมาฝากนางบ้างและเขาก็ไม่ทำให้นางผิดหวัง เว่ยอวี้เซวียนซื้อไก่ทอดและเนื้อย่างมาให้นางจริงๆ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังเอาน้ำมันพริกจากจวนมู่กั๋วกงมาฝากนางอีกด้วย ซ่งเป่าจูรีบสั่งให้จือจือนำของกินเหล่านั้นไปจัดใส่จานและนำมาให้นาง ก่อนจะหันมาเอ่ยกับเว่ยอวี้เซวียน“ท่านอ๋องทรงจิตใจดีมากเลยเพคะ หม่อมฉันขอบคุณท่านอ๋องมาก ดูสิ วันนี้พระองค์ทรงหล่อเหลามากเลยทีเดียวเพคะ ต้องเป็นเพราะกุศลที่ซื้อเนื้อย่างมาฝากหม่อมฉันแน่นอน ทำให้พระองค์เปล่งประกายเ
Read more

บทที่ 16 โจ๊ก

เดิมทีเว่ยอวี้เซวียนจะต้องเดินทางไปช่วยผู้ประสบภัยที่เกิดภัยพิบัติ แต่ทว่ากลับไม่ได้เดินทางไปเสียแล้ว เพราะนายอำเภอจากเมืองต่ง ซึ่งเป็นเมืองที่เกิดภัยพิบัติได้ส่งคนมาแจ้งว่าสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้เป็นอย่างดีและชาวบ้านก็ได้รับการช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถแล้ว ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงไปได้ด้วยดีแต่เพิ่งจะผ่านไปได้สองเดือน กลับเกิดเรื่องขึ้นที่หมู่บ้านเมืองต่งแห่งนั้นอีกครั้งหนึ่ง และครั้งนี้ก็เกิดเหตุการณ์เดิมซ้ำรอยขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นยังทำมีผู้คนเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก ชายหนุ่มนึกโมโหไม่น้อยเลย ครั้งนี้เขาจึงเดินทางไปที่นั่นด้วยตนเองด้วยซ่งเป่าจูนั้นหายดีแล้ว ครั้งนี้นางจึงอ้อนวอนให้เว่ยอวี้เซวียนพานางไปด้วย นางไม่เพียงอยากไปเห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่หมู่บ้านแห่งนั้น แต่ยังอยากจะไปช่วยเหลือผู้คนที่ประสบภัยอีกด้วย นางอยู่ที่จวนว่างๆ ไม่มีอันใดทำ จึงอยากจะทำเรื่องที่มีประโยชน์เสียหน่อยจะได้ไม่รู้สึกว่าตนเองกลายเป็นคนไร้ค่าเข้าไปทุกวันเว่ยอวี้เซวียนที่ถูกซ่งเป่าจูรบเร้าจนทนไม่ไหวจึงยอมตกปากรับคำนาง ซ่งเป่าจูดีใจมาก นางรีบสั่งให้คนเตรียมของโดยทันที คาดว่าการเดินทางไปเมือ
Read more

บทที่ 17 อาหารรองท้อง

“เป่าจูคนงามของข้า โจ๊กที่เจ้าทำรสชาติดีมากเลยนะ”ในขณะที่ซ่งเป่าจูกำลังนั่งสนทนากับเว่ยอวี้เซวียนอยู่นั้น สวีโม่เฉินก็เดินเข้ามาหานางด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่เขากลับทำเมินเฉยต่อเว่ยอวี้เซวียนราวกับว่าเว่ยอวี้เซวียนเป็นอากาศอย่างไรอย่างนั้นเว่ยอวี้เซวียนส่งเสียงเหอะออกมา ไอ้เวรนี่อะไรก็ดีไปหมด ยามทำงานก็ตั้งอกตั้งใจดี ทำตามคำสั่งเขาทุกอย่าง แต่พอไม่ใช่เวลางานกลับเอาแต่เกี้ยวพาคู่หมั้นของเขาไม่หยุด และยังชอบชักสีหน้าใส่เขาอีกด้วยซ่งเป่าจูที่ได้ยินก็หันมายิ้มให้สวีโม่เฉิน ก่อนจะกวักมือเรียกเขาให้มาร่วมวงสนทนาด้วย แม้นางจะไม่ได้รู้สึกอันใดกับเขา แต่อย่างไรนางก็ไม่อยากที่จะสร้างศัตรู ในเมื่อมีคนมาชอบก็นับว่าเป็นเรื่องดีเพราะคนเราควรจะผูกมิตรเอาไว้ เมื่อคิดได้เช่นนั้นนางจึงเอ่ยกับเขา“ท่านชอบกินก็ดีแล้ว”“ทุกสิ่งที่เจ้าทำ ข้าล้วนชอบอยู่แล้ว ชอบทั้งหมด”ปัง!อยู่ๆ เว่ยอวี้เซวียนก็ยกมือขึ้นตบโต๊ะจนเกิดเสียงดังปัง ทำเอาซ่งเป่าจูและสวีโม่เฉินสะดุ้ง ก่อนจะหันขวับมามองเขาเป็นตาเดียว“ข้านั่งหัวโด่อยู่นี่ พวกเจ้าไม่เห็นหรือ!”เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา สวีโม่เฉินยิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วจึงเอ่ยตอบอย่า
Read more

บทที่ 18 แต่งงาน

เมื่อจัดการทุกอย่างที่เมืองต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เว่ยอวี้เซวียนและซ่งเป่าจูก็เดินทางกลับเมืองหลวงในทันที ซ่งเป่าจูรู้สึกใจหายไม่น้อยที่จะต้องจากหมู่บ้านแห่งนี้ไป แม้จะอาศัยอยู่ที่นี่เพียงไม่นานแต่นางกลับรู้สึกผูกพันกับผู้คนในหมู่บ้านเป็นอย่างยิ่งเว่ยอวี้เซวียนสั่งให้คนไปหารถม้ามาหนึ่งคันและให้เด็กกำพร้ากลุ่มนั้นใช้รถม้าในการเดินทางกลับเมืองหลวง อย่างไรหากจะให้พวกเขาเดินไปก็คงจะไม่ไหวเพราะพวกเขายังเด็กมากนักและหนทางก็ค่อนข้างลำบาก ซ่งเป่าจูเองก็แบ่งขนมและอาหารให้เด็กๆ กินจนอิ่มหนำ ระหว่างทางที่รถม้าขับผ่านร้านขนมที่ไหน นางก็มักจะนำเงินออกมาจับจ่ายซื้อของอย่างมือเติบและยังซื้อของเล่นให้เด็กๆอย่างไม่ตระหนี่ เว่ยอวี้เซวียนที่เห็นเช่นนั้นก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ส่วนสวีโม่เฉินนั้นไม่เพียงไม่ห้ามปรามยังช่วยส่งเสริมอีกด้วย เว่ยอวี้เซวียนที่เห็นคนทั้งสองเข้ากันได้ดีก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา เขาจึงใช้เงินของตัวเองเพื่อซื้อของกินของเล่นให้กับเด็กๆ เช่นเดียวกันการเดินทางครั้งนี้เดิมทีควรจะราบรื่นดี แต่แล้วกลับเกิดเรื่องราวระหว่างทางขึ้นจนได้ เพราะมีนักฆ่ากลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาหมายจะโจมตีรถม้าของเว่ยอ
Read more

บทที่ 19 งอน

หลังจากที่ทำพิธีต่างๆ จนแล้วเสร็จ นางก็ถูกพายังห้องหอ แสงเทียนมงคลลายมังกรหงส์ส่องสว่างวับแวมอยู่ภายในห้องหออันกว้างขวาง กลิ่นอายความหอมหวานของกำยานชั้นดีอบอวลไปทั่วทุกมุมห้องประสานกับกลิ่นดอกไม้อ่อนๆที่วางประดับไว้รอบเตียงกว้างที่ปูด้วยฟูกไหมสีแดงมงคล ซ่งเป่าจูนั่งอยู่บนเตียงด้วยท่าทีสงบนิ่ง หญิงสาวถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก และจัดการอาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ทันที เหล่าสาวใช้ต่างบอกว่าทำเช่นนี้ไม่เหมาะอย่างไรควรรอท่านอ๋องมาก่อนจะดีกว่า แต่ซ่งเป่าจูกลับไม่ใส่ใจเท่าใดนัก เพราะการแต่งงานระหว่างนางและเว่ยอวี้เซวียนในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความรักและเขาก็คงไม่คิดจะเข้าหอกับนางด้วยซ้ำหลังจากที่ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว ซ่งเป่าจูก็มานั่งที่โต๊ะอาหารก่อนจะจัดการกินน้ำมันพริกกับไก่ทอดอย่างมีความสุข พอได้ล้างหน้าล้างตาและถอดเครื่องประดับต่างๆ ออกแล้วนางก็รู้สึกเบาสบายเป็นอย่างมาก เหล่าสาวใช้ถึงกับลอบถอนหายใจออกมาอย่างคิดไม่ตก พวกนางไม่เคยพบเจอเจ้าสาวเช่นนี้เลย เจ้าสาวจวนอื่นหากถึงยามเข้าหอคงนั่งไม่ติดที่ เขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่ซ่งเป่าจูกลับไม่ใส่ใจอีกทั้งยัง
Read more

บทที่ 20 สารภาพความในใจ

ด้านจือจือที่ยืนมองเจ้านายของตนอยู่นานก็เริ่มทนไม่ไหวขึ้นมา จึงเอ่ยกับซ่งเป่าจูไปตามตรง“พระชายาทรงหยุดเสวยเถอะเพคะ เสวยต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะอาการที่พระองค์เป็นอยู่ตอนนี้คืออาการของคนกำลังมีความรักเพคะ ขนาดหม่อมฉันไม่เคยมีคนรักมาก่อน ยังมองออกเลยว่าพระชายาทรงหลงรักท่านอ๋องจนแทบคลั่งแล้ว”ซ่งเป่าจูพลันได้สติคืนมาทันทีก่อนจะหันมามองจือจือ นางนิ่งเงียบไปชั่วขณะก่อนจะเริ่มตั้งข้อสงสัย นางเองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกที่มีต่อเว่ยอวี้เซวียนนั้นเริ่มขึ้นตั้งแตตอนไหน อาจจะเป็นตอนที่เขาช่วยนาง หรือเป็นตอนที่เขาซื้อเนื้อย่างมาให้นาง หรืออาจจะเป็นตอนที่เขากับนางผ่านเรื่องราวมากมายมาด้วยกัน นางเองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกเช่นนี้มันเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนไหนซ่งเป่าจูหลับตาลงช้าๆก่อนจะถอนหายใจออกมา คงใช่แน่แล้ว นางหลงรักเว่ยอวี้เซวียนเข้าให้แล้ว แต่ในเมื่อเขาไม่ชอบนางแล้วมันจะไปมีความหมายอันใดกันเล่าในขณะที่นางกำลังนั่งคิดไม่ตกอยู่นั้น กลับรู้สึกปวดท้องขึ้นมาอย่างกระทันหันอาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้นางกินมากเกินไปเป็นแน่“โอย จือจือ ข้าปวดท้อง”นางยกมือขึ้นมากุมท้องของตนเองด้วยความทรมาน ใบหน้าสวยหวานพลันซีดเ
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status