LOGINเป็นสาวออฟฟิศอยู่ดีดีกลับทะลุมิติมาเป็นนางร้ายเสียอย่างนั้น ไม่เพียงผู้คนไม่ชอบหน้า คู่หมั้นยังรังเกียจนางเข้าไส้ แต่ช่างเถอะ วันคืนยังอีกยาวไกล ไปหาอะไรกินรองท้องก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ!
View Moreหลังจากที่เปิดใจสารภาพรักและเข้าหอกันแล้ว ความสัมพันธ์ของเว่ยอวี้เซวียนและซ่งเป่าจูก็ก้าวกระโดดไปอีกขั้น เขาและนางเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น อีกทั้งยังเติมความหวานให้กันไม่หยุด แต่บางคราดูเหมือนว่ามันจะมากเกินไปจนเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมามีครั้งหนึ่งเขาและนางพากันไปเดินเล่นที่สวนบุปผาด้านหลังจวนอ๋อง คนทั้งสองจับมือกันเอาไว้แน่นและเดินเล่นไปเรื่อยๆ ซ่งเป่าจูรู้สึกเขินอายเป็นอย่างมากที่ถูกเว่ยอวี้เซวียนเอ่ยวาจาหยอกเย้านางไม่หยุด หญิงสาวจึงยกกำปั้นน้อยๆขึ้นไปตีที่แขนของเขา เว่ยอวี้เซวียนก็กระแทกไหล่ของตนเข้ามาที่ไหล่นางอย่างหยอกล้อเช่นเดียวกัน คนทั้งสองหยอกกันไปมาอยู่เช่นนั้น จนกระทั่งซ่งเป่าจูกระแทกไหล่กลับไปและเพราะนางออกแรงมากไปหน่อยจึงทำให้เว่ยอวี้เซวียนกระเด็นร่วงตกน้ำไปอย่างหมดสภาพต่อมานางบอกว่าอยากนั่งชิงช้า ให้เขาช่วยทำชิงช้าเอาไว้ให้นางในจวนจะได้หรือไม่ เว่ยอวี้เซวียนที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบสั่งให้คนทำชิงช้าเอาไว้ให้พระชายาของตนทันที ก่อนจะพานางไปนั่งเล่น แต่เพราะหยอกกันไปหยอกกันมา เว่ยอวี้เซวียนลืมตัวเผลอออกแรงผลักชิงช้าหนักหน่วงไปหน่อย ทำให้เชือกชิงช้าขาดซ่งเป่าจูจึงลอยละลิ่วร่วงตกส
ด้านจือจือที่ยืนมองเจ้านายของตนอยู่นานก็เริ่มทนไม่ไหวขึ้นมา จึงเอ่ยกับซ่งเป่าจูไปตามตรง“พระชายาทรงหยุดเสวยเถอะเพคะ เสวยต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะอาการที่พระองค์เป็นอยู่ตอนนี้คืออาการของคนกำลังมีความรักเพคะ ขนาดหม่อมฉันไม่เคยมีคนรักมาก่อน ยังมองออกเลยว่าพระชายาทรงหลงรักท่านอ๋องจนแทบคลั่งแล้ว”ซ่งเป่าจูพลันได้สติคืนมาทันทีก่อนจะหันมามองจือจือ นางนิ่งเงียบไปชั่วขณะก่อนจะเริ่มตั้งข้อสงสัย นางเองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกที่มีต่อเว่ยอวี้เซวียนนั้นเริ่มขึ้นตั้งแตตอนไหน อาจจะเป็นตอนที่เขาช่วยนาง หรือเป็นตอนที่เขาซื้อเนื้อย่างมาให้นาง หรืออาจจะเป็นตอนที่เขากับนางผ่านเรื่องราวมากมายมาด้วยกัน นางเองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกเช่นนี้มันเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนไหนซ่งเป่าจูหลับตาลงช้าๆก่อนจะถอนหายใจออกมา คงใช่แน่แล้ว นางหลงรักเว่ยอวี้เซวียนเข้าให้แล้ว แต่ในเมื่อเขาไม่ชอบนางแล้วมันจะไปมีความหมายอันใดกันเล่าในขณะที่นางกำลังนั่งคิดไม่ตกอยู่นั้น กลับรู้สึกปวดท้องขึ้นมาอย่างกระทันหันอาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้นางกินมากเกินไปเป็นแน่“โอย จือจือ ข้าปวดท้อง”นางยกมือขึ้นมากุมท้องของตนเองด้วยความทรมาน ใบหน้าสวยหวานพลันซีดเ
หลังจากที่ทำพิธีต่างๆ จนแล้วเสร็จ นางก็ถูกพายังห้องหอ แสงเทียนมงคลลายมังกรหงส์ส่องสว่างวับแวมอยู่ภายในห้องหออันกว้างขวาง กลิ่นอายความหอมหวานของกำยานชั้นดีอบอวลไปทั่วทุกมุมห้องประสานกับกลิ่นดอกไม้อ่อนๆที่วางประดับไว้รอบเตียงกว้างที่ปูด้วยฟูกไหมสีแดงมงคล ซ่งเป่าจูนั่งอยู่บนเตียงด้วยท่าทีสงบนิ่ง หญิงสาวถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก และจัดการอาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ทันที เหล่าสาวใช้ต่างบอกว่าทำเช่นนี้ไม่เหมาะอย่างไรควรรอท่านอ๋องมาก่อนจะดีกว่า แต่ซ่งเป่าจูกลับไม่ใส่ใจเท่าใดนัก เพราะการแต่งงานระหว่างนางและเว่ยอวี้เซวียนในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความรักและเขาก็คงไม่คิดจะเข้าหอกับนางด้วยซ้ำหลังจากที่ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว ซ่งเป่าจูก็มานั่งที่โต๊ะอาหารก่อนจะจัดการกินน้ำมันพริกกับไก่ทอดอย่างมีความสุข พอได้ล้างหน้าล้างตาและถอดเครื่องประดับต่างๆ ออกแล้วนางก็รู้สึกเบาสบายเป็นอย่างมาก เหล่าสาวใช้ถึงกับลอบถอนหายใจออกมาอย่างคิดไม่ตก พวกนางไม่เคยพบเจอเจ้าสาวเช่นนี้เลย เจ้าสาวจวนอื่นหากถึงยามเข้าหอคงนั่งไม่ติดที่ เขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่ซ่งเป่าจูกลับไม่ใส่ใจอีกทั้งยัง
เมื่อจัดการทุกอย่างที่เมืองต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เว่ยอวี้เซวียนและซ่งเป่าจูก็เดินทางกลับเมืองหลวงในทันที ซ่งเป่าจูรู้สึกใจหายไม่น้อยที่จะต้องจากหมู่บ้านแห่งนี้ไป แม้จะอาศัยอยู่ที่นี่เพียงไม่นานแต่นางกลับรู้สึกผูกพันกับผู้คนในหมู่บ้านเป็นอย่างยิ่งเว่ยอวี้เซวียนสั่งให้คนไปหารถม้ามาหนึ่งคันและให้เด็กกำพร้ากลุ่มนั้นใช้รถม้าในการเดินทางกลับเมืองหลวง อย่างไรหากจะให้พวกเขาเดินไปก็คงจะไม่ไหวเพราะพวกเขายังเด็กมากนักและหนทางก็ค่อนข้างลำบาก ซ่งเป่าจูเองก็แบ่งขนมและอาหารให้เด็กๆ กินจนอิ่มหนำ ระหว่างทางที่รถม้าขับผ่านร้านขนมที่ไหน นางก็มักจะนำเงินออกมาจับจ่ายซื้อของอย่างมือเติบและยังซื้อของเล่นให้เด็กๆอย่างไม่ตระหนี่ เว่ยอวี้เซวียนที่เห็นเช่นนั้นก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ส่วนสวีโม่เฉินนั้นไม่เพียงไม่ห้ามปรามยังช่วยส่งเสริมอีกด้วย เว่ยอวี้เซวียนที่เห็นคนทั้งสองเข้ากันได้ดีก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา เขาจึงใช้เงินของตัวเองเพื่อซื้อของกินของเล่นให้กับเด็กๆ เช่นเดียวกันการเดินทางครั้งนี้เดิมทีควรจะราบรื่นดี แต่แล้วกลับเกิดเรื่องราวระหว่างทางขึ้นจนได้ เพราะมีนักฆ่ากลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาหมายจะโจมตีรถม้าของเว่ยอ
สองสามีภรรยาเมื่อได้ยินที่บุตรสาวเอ่ยเช่นนี้ก็ลนลานรีบสั่งให้สาวใช้พากันไปทำอาหารที่มีเนื้อมาทันที ก่อนจะมองดูบุตรสาวด้วยความสงสารจับใจ“ลูกพ่อเจ้าอย่าร้องไห้ไปเลย ไหนเจ้าบอกว่ากลัวไม่งาม กลัวท่านอ๋องจะไม่ชอบเจ้าอย่างไรเล่าเจ้าจึงไม่ยอมกินเนื้อน่ะ”“จริงด้วย อ้อๆ แม่ลืมบอกเจ้าไป ตอนเจ้าไม่ได้สติน่ะ
เพราะความเหนื่อยล้าอีกทั้งร่างนี้เพิ่งได้รับบาดเจ็บมา ทำให้ซ่งเป่าจูรู้สึกง่วงงุนจนเผลอนอนหลับไปอีกหน เมื่อนางตื่นขึ้นมาอีกคราก็พบว่าเป็นเวลายามเย็นแล้ว เหล่าสาวใช้เมื่อเห็นว่าเจ้านายตื่นนอนต่างรีบเข้ามาปรนนิบัตินางล้างหน้าล้างตาและแต่งเนื้อแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ตลอดเวลาซ่งเป่าจูเห็นว่าสาวใช้เหล่านั้
“จูจู โปรเจกต์นี้เธอต้องทำให้เสร็จภายในคืนนี้เลยนะ เพราะพรุ่งนี้เราต้องใช้โปรเจกต์นี้นำเสนอต่อหน้าบอร์ดผู้บริหารในที่ประชุม หากว่าทำไม่เสร็จเธอโดนไล่ออกแน่”“ค่ะ หัวหน้า”“โอเค งั้นฉันวางสายแล้วนะ”ตี๊ด!หลังจากหัวหน้าจอมวุ่นวายวางสายไปแล้ว ซ่งเป่าจูก็โยนโทรศัพท์ทิ้งไปบนเตียงนอนก่อนจะกรีดร้องออกมาอ
เช้าวันต่อมาซ่งเป่าจูตื่นนอนแต่เช้าและมุ่งหน้าไปจัดการเรื่องอาหารที่โรงครัวทันที ก่อนหน้านี้นางได้จดสูตรอาหารต่างๆ ให้กับพ่อครัวและสั่งให้เขาทำอาหารตามสูตรที่นางเขียนเอาไว้ พ่อครัวเอ่ยรับคำอย่างกระตือลือล้นอีกทั้งยังเอ่ยชมว่าอาหารที่นางทำรสชาติดีมาก บ่าวไพร่คนอื่นๆก็ไม่ค่อยหวาดกลัวนางมากเท่าแต่ก่อน











