ทะลุมิติมาเป็นคู่หมั้นตัวร้าย แต่ไหงกลายเป็นคุณหนูจอมตะกละไป

ทะลุมิติมาเป็นคู่หมั้นตัวร้าย แต่ไหงกลายเป็นคุณหนูจอมตะกละไป

last updateLast Updated : 2026-06-15
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
21Chapters
1.1Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เป็นสาวออฟฟิศอยู่ดีดีกลับทะลุมิติมาเป็นนางร้ายเสียอย่างนั้น ไม่เพียงผู้คนไม่ชอบหน้า คู่หมั้นยังรังเกียจนางเข้าไส้ แต่ช่างเถอะ วันคืนยังอีกยาวไกล ไปหาอะไรกินรองท้องก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ!

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1 เนื้อย่างของฉัน

“จูจู โปรเจกต์นี้เธอต้องทำให้เสร็จภายในคืนนี้เลยนะ เพราะพรุ่งนี้เราต้องใช้โปรเจกต์นี้นำเสนอต่อหน้าบอร์ดผู้บริหารในที่ประชุม หากว่าทำไม่เสร็จเธอโดนไล่ออกแน่”

“ค่ะ หัวหน้า”

“โอเค งั้นฉันวางสายแล้วนะ”

ตี๊ด!

หลังจากหัวหน้าจอมวุ่นวายวางสายไปแล้ว ซ่งเป่าจูก็โยนโทรศัพท์ทิ้งไปบนเตียงนอนก่อนจะกรีดร้องออกมาอย่างสุดจะทน คนในออฟฟิศมีเป็นร้อยเป็นพัน คนในแผนกก็ใช่ว่าจะขาดแคลน แต่หัวหน้าบัดซบนี่กลับเอาแต่ใช้งานเธอไม่หยุดไม่พัก เธออยากจะลาออกให้รู้แล้วรู้รอด แต่เพราะคำว่ากลัวอดตายซ่งเป่าจูจึงทำได้เพียงกัดฟันทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก

หญิงสาวนั่งปั่นโปรเจกต์งานพิเศษจนถึงตีสอง สภาพของเธอตอนนี้ค่อนข้างโทรมสุดๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ขอบตาดำปี๋ นี่เธอซดกาแฟไปสามแก้วแล้วเพราะหาวไม่หยุด

 เวลาล่วงเลยมาจนถึงตีสาม ในที่สุดงานที่ได้รับมอบหมายก็แล้วเสร็จเสียที หลังจากเซฟไฟล์งานเรียบร้อยแล้ว ซ่งเป่าจูก็คว้ามือถือขึ้นมาเปิดดูก่อนจะกดเข้าไปในแอปอ่านนิยายชื่อดังที่เธออ่านค้างเอาไว้

ไหนๆ ก็จะเช้าแล้วและเธอก็ตาแข็งเพราะกาแฟแก้วที่สี่ทำให้นอนไม่หลับ จึงคิดจะหาอะไรทำฆ่าเพื่อเวลาจนถึงตอนเช้า ก่อนจะหอบสังขารที่ใกล้พังไปทำงาน

“เอ๋ อ่านถึงไหนแล้วนะ? อ้อ จริงสิตรงนี้”

ซ่งเป่าจูเอ่ยพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเลื่อนอ่านนิยายที่ตนอ่านค้างเอาไว้ นิยายเรื่องที่เธออ่านเป็นแนวนางร้าย ซึ่งนางร้ายคนนี้มีชื่อเหมือนกับเธอไม่มีผิดเพี้ยนและตอนนี้ยัยตัวร้ายก็กำลังยืนกรี๊ดกราดใส่สาวใช้บนบันไดหินอ่อนในจวน เพราะหงุดหงิดที่คนรับใช้นำอาหารมาส่งช้า ด้วยความโมโหจัดนางร้ายจึงเดินกระทืบเท้าตึงตังหมายจะเดินเข้าไปตบหน้าสาวใช้ที่นั่งคุกเข่าอยู่ แต่เพราะชุดที่รุ่มร่ามเกินไปบวกกับความลื่นของพื้น หล่อนจึงเสียหลักล้มหน้าทิ่มลงบันไดและหมดสติไปทันที

หน้าทิ่มลงบันไดและหมดสติไปทันที!

จู่ๆ ซ่งเป่าจูก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเบลออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด หัวใจเต้นเร็วและเริ่มบีบรัดแน่นขึ้นจนเธอรู้สึกทรมานเป็นอย่างมาก ซ่งเป่าจูยกมือขึ้นมาทุบที่หน้าอกของตนเองซ้ำไปซ้ำมาแต่กลับไม่เป็นผล สุดท้ายแล้วเธอก็หมดสติไปทันที

จวนตระกูลซ่ง เมืองหลวงแคว้นซี

หลังจากที่หมดสติไป ซ่งเป่าจูก็ฟื้นคืนสติกลับมาในเช้าของวันใหม่ แสงอาทิตย์ยามเช้าลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาจนปะทะเข้ากับสายตาของหญิงสาว สายลมอ่อนๆ พัดโชยเข้ามาจนผ้าม่านพลิ้วไหวเป็นระยะ อากาศในยามนี้ค่อนข้างเย็นสบายเป็นอย่างมาก ซ่งเป่าจูที่เห็นอย่างนั้นก็ดวงตาเบิกกว้าง ก่อนจะดีดกายลุกขึ้นมาจากที่นอนทันที

ตายแล้ว สายขนาดนี้แล้วฉันยังไม่ได้ไปที่บริษัทเลย ตายแน่ๆ ต้องรีบแต่งตัวแล้ว!

ตอนนี้กี่โมงแล้วนะ? เนื้อย่างราดซอสฉ่ำๆ ที่ขายอยู่หน้าบริษัทจะขายหมดหรือยังนะ!

ไม่ถูกต้อง เราต้องทำงานก่อนค่ะ!

ซ่งเป่าจูพยายามสลัดภาพเนื้อย่างออกไปจากหัว ก่อนจะลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่เพิ่งจะลุกขึ้นยืนได้ไม่นานเธอกลับต้องทิ้งกายลงไปนอนบนเตียงอีกครั้ง เพราะรู้สึกปวดหนึบที่ศีรษะอย่างทรมาน ความปวดนี้แผ่ซ่านไปทั่วทั้งศีรษะจนแทบจะทนไม่ไหว

“โอย ปวดหัวจัง”

ซ่งเป่าจูยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วอย่างทรมาน ไม่นานก็ได้ยินเสียงของสตรีน้อยนางหนึ่งเอ่ยขึ้นมา

“คุณหนู ฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ? บ่าวจะไปหาผ้าสะอาดมาช่วยเช็ดหน้าให้คุณหนูนะเจ้าคะ”

ไม่นานก็มีผ้าสะอาดผืนหนึ่งที่ชุบน้ำจนหมาดมาวางแปะเอาไว้บนหน้าผากของเธอ ซ่งเป่าจูรู้สึกดีขึ้นมาก เมื่ออาการปวดคลายลงแล้ว เธอจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ก่อนจะสบสายตาเข้ากับดวงตาใสกระจ่างของสตรีนางหนึ่ง หล่อนสวมชุดเหมือนสาวใช้ในซีรีส์ไม่มีผิด ซ่งเป่าจูย่นหว่างคิ้วก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย

“เธอเป็นใคร ทำไมถึงเข้ามาในห้องของฉันได้ล่ะ?”

สาวใช้น้อยมีท่าทีหวาดหวั่นขึ้นมาทันที แล้วจึงเอ่ยตอบอย่างลนลาน

“คุณหนู บ่าวผิดไปแล้ว อย่าเฆี่ยนตีบ่าวเลยนะเจ้าคะ คุณหนู บ่าวผิดไปแล้ว!”

ซ่งเป่าจูยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่ เมื่ออาการปวดหัวทุเลาลงแล้ว เธอจึงค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะมองไปโดยรอบ

ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในห้องพักเล็กๆ ของตนเอง แต่กลับอยู่ในเรือนไม้หลังใหญ่หลังหนึ่ง กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องหอมชั้นดีลอยอบอวลไปทั่วทั้งเรือน ไม่เพียงเท่านั้นภายในห้องยังประดับประดาด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่ดูก็รู้ว่ามีราคาแพงไม่ใช่เล่น เตียงไม้จันทน์หอมแกะสลักลวดลายดอกโบตั๋น ขึงด้วยม่านผ้าไหมแพรต่วนสีแดงชาดปักลวดลายดิ้นทองที่ชายม่าน มีฉากกั้นไม้ฉลุลายเมฆาและนกกระเรียนตั้งตระหง่านกั้นส่วนที่เป็นพื้นที่ส่วนตัว บนโต๊ะเครื่องแป้งวางตลับแป้งหยกขาว หวีไม้จันทน์และปิ่นปักผมทองคำฝังมุกเอาไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

ซ่งเป่าจูมองดูภาพของตนเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกทองเหลืองตรงหน้า ใบหน้าของสตรีในกระจกคือตัวเธอเองแต่กลับดูอ่อนวัยและงดงามกว่าหลายเท่านัก

ฉับพลันก็ปรากฏภาพเหตุการณ์บางอย่างขึ้นมาในหัวของซ่งเป่าจู ทุกภาพทุกเหตุการณ์ล้วนเป็นเรื่องราวของซ่งเป่าจูเจ้าของร่างคนเก่าทั้งสิ้น

เวรแล้วสิ ที่ฉันทะลุมิติเข้ามาเป็นตัวร้ายในนิยายอย่างนั้นหรือ!

หญิงสาวตัวสั่นสะท้าน เธอค่อยๆ หันหน้ามามองสาวใช้น้อยที่นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นปราดหนึ่ง ก่อนจะขยับเข้าไปนั่งตรงหน้าของสาวใช้น้อยผู้นั้น ทำเอาสาวใช้สะดุ้งจนแทบจะร้องไห้ออกมา

“เธอไม่ต้องกลัวฉัน ฉันขอถามเธอหน่อยสิ ที่นี่คือที่ไหน เอ่อ ไม่สิ แคว้นใด อะไรทำนองนั้น?”

สาวใช้น้อยตรงหน้าแม้จะมีท่าทีหวาดกลัวแต่กลับรีบตอบเจ้านายด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น

“เรียนคุณหนู ที่นี่คือเมืองหลวงแคว้นซีและที่นี่คือจวนตระกูลซ่งเจ้าค่ะ จวนของพวกเราคือจวนตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวงเจ้าค่ะ”

เอ่ยจบสาวใช้ผู้นั้นก็ก้มหน้างุดไม่กล้าสบตากับเธอตรงๆ ซ่งเป่าจูเมื่อได้ยินอย่างนั้นสีหน้าก็ฉายแววหมดอาลัยตายอยากขึ้นมาทันที เธอเพิ่งจะอ่านนิยายเล่มนั้นไปได้แค่สามบท ถึงตอนที่นางร้ายสะดุดตกบันได นับแต่นี้เธอไม่รู้แล้วว่าเรื่องราวจะดำเนินไปยังทิศทางไหน แต่ที่แน่ๆ จุดจบของนางร้ายคนนี้จะต้องไม่ดีอย่างแน่นอน

ซ่งเป่าจูยกมือขึ้นตบหน้าผากของตนเองดังฉาด ทำเอาสาวใช้น้อยสะดุ้ง

“เธอ เอ่อ เจ้าชื่ออะไร?”

เมื่อทำใจให้ปลงตกกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้แล้ว ซ่งเป่าจูก็หันมาเอ่ยถามสาวใช้คนนั้นทันที

“บ่าวชื่อจือจือเจ้าค่ะ”

ซ่งเป่าจูพยักหน้าครั้งหนึ่ง ช่างเถอะ ในเมื่อทะลุมิติมาแล้วจะให้เธอไปร้องไห้ หรือหาทางกลับไปยังโลกปัจจุบันด้วยวิธีพิศดารมันก็ใช่เรื่อง และมันก็คงไม่ง่ายเหมือนในนิยายที่เธออ่านหรอก เรื่องนี้เธอเข้าใจดี มิสู้ผลักเรือไปตามน้ำ ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไปก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกคราเถอะ

เมื่อคิดได้เช่นนั้นเธอจึงลุกขึ้นเดินกลับมาที่เตียง ก่อนจะทิ้งกายลงไปนอนแผ่หราบนเตียงพลางเหม่อมองไปที่ด้านนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่โศกเศร้า

ฮือ คิดถึงจัง

คิดถึงโลกที่จากมา คิดถึงอาชีพการงานที่มั่นคงเหรอ เปล่าเลย! เธอคิดถึงเนื้อย่างราดซอสฉ่ำๆ ที่ขายอยู่หน้าบริษัทต่างหาก ฮือ ฉันจากมาแบบนี้แล้วป้าคนขายเนื้อย่างจะไปนินทาเรื่องชาวบ้านกับใครกันล่ะ ที่ผ่านมาก็สุมหัวกับฉันสองคนเพื่อสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านมาโดยตลอด

 จากนี้ไปฉันคงไม่ได้กลับไปกินเนื้อย่างอีกแล้วสินะ เนื้อย่างของฉัน เอาเนื้อย่างของฉันคืนมาเดี๋ยวนี้นะ!

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
21 Chapters
ตอนที่ 1 เนื้อย่างของฉัน
“จูจู โปรเจกต์นี้เธอต้องทำให้เสร็จภายในคืนนี้เลยนะ เพราะพรุ่งนี้เราต้องใช้โปรเจกต์นี้นำเสนอต่อหน้าบอร์ดผู้บริหารในที่ประชุม หากว่าทำไม่เสร็จเธอโดนไล่ออกแน่”“ค่ะ หัวหน้า”“โอเค งั้นฉันวางสายแล้วนะ”ตี๊ด!หลังจากหัวหน้าจอมวุ่นวายวางสายไปแล้ว ซ่งเป่าจูก็โยนโทรศัพท์ทิ้งไปบนเตียงนอนก่อนจะกรีดร้องออกมาอย่างสุดจะทน คนในออฟฟิศมีเป็นร้อยเป็นพัน คนในแผนกก็ใช่ว่าจะขาดแคลน แต่หัวหน้าบัดซบนี่กลับเอาแต่ใช้งานเธอไม่หยุดไม่พัก เธออยากจะลาออกให้รู้แล้วรู้รอด แต่เพราะคำว่ากลัวอดตายซ่งเป่าจูจึงทำได้เพียงกัดฟันทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นักหญิงสาวนั่งปั่นโปรเจกต์งานพิเศษจนถึงตีสอง สภาพของเธอตอนนี้ค่อนข้างโทรมสุดๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ขอบตาดำปี๋ นี่เธอซดกาแฟไปสามแก้วแล้วเพราะหาวไม่หยุด เวลาล่วงเลยมาจนถึงตีสาม ในที่สุดงานที่ได้รับมอบหมายก็แล้วเสร็จเสียที หลังจากเซฟไฟล์งานเรียบร้อยแล้ว ซ่งเป่าจูก็คว้ามือถือขึ้นมาเปิดดูก่อนจะกดเข้าไปในแอปอ่านนิยายชื่อดังที่เธออ่านค้างเอาไว้ไหนๆ ก็จะเช้าแล้วและเธอก็ตาแข็งเพราะกาแฟแก้วที่สี่ทำให้นอนไม่หลับ จึงคิดจะหาอะไรทำฆ่าเพื่อเวลาจนถึงตอนเช้า ก่อนจะ
Read more
ตอนที่ 2 ไม่ได้เป็นญาติกับวัว
เพราะความเหนื่อยล้าอีกทั้งร่างนี้เพิ่งได้รับบาดเจ็บมา ทำให้ซ่งเป่าจูรู้สึกง่วงงุนจนเผลอนอนหลับไปอีกหน เมื่อนางตื่นขึ้นมาอีกคราก็พบว่าเป็นเวลายามเย็นแล้ว เหล่าสาวใช้เมื่อเห็นว่าเจ้านายตื่นนอนต่างรีบเข้ามาปรนนิบัตินางล้างหน้าล้างตาและแต่งเนื้อแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ตลอดเวลาซ่งเป่าจูเห็นว่าสาวใช้เหล่านั้นไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดคุยกับนางเลยสักคำเดียว พวกนางเพียงรีบทำงานให้เสร็จ บางคนถึงกับมือสั่นแข้งขาสั่นก็มี หญิงสาวถอนหายใจออกมาหนหนึ่ง นางเข้าใจดีว่าเหตุใดสาวใช้เหล่านั้นจึงหวาดกลัวนางเช่นนี้ นั่นก็เพราะเจ้าของร่างเดิมทำเรื่องไม่ดีเอาไว้มากอย่างไรล่ะอยู่ๆ เรื่องราวของซ่งเป่าจูคนเก่าก็ปรากฏขึ้นในหัวของนาง ซ่งเป่าจูเจ้าของร่างเดิมเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของจวนตระกูลซ่ง ตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวง ตระกูลซ่งทำการค้าขายทุกอย่าง ไม่ว่าจะทางเรือหรือทางบกล้วนทำทั้งหมด ไม่เพียงเท่านั้นตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายของซ่งเป่าจูก็ล้วนภักดีต่อราชวงศ์เป็นอย่างมาก ทุกปีจะต้องมอบกำไรจำนวนมหาศาลเข้าท้องพระคลังให้กับฮ่องเต้อยู่เสมอ ไม่เพียงเท่านั้นบิดาของนางยังได้ช่วยเหลืออดีตฮ่องเต้เอาไว้ และอดีตฮ่องเต้ก็
Read more
ตอนที่ 3 กลิ่นที่คุ้นเคย
สองสามีภรรยาเมื่อได้ยินที่บุตรสาวเอ่ยเช่นนี้ก็ลนลานรีบสั่งให้สาวใช้พากันไปทำอาหารที่มีเนื้อมาทันที ก่อนจะมองดูบุตรสาวด้วยความสงสารจับใจ“ลูกพ่อเจ้าอย่าร้องไห้ไปเลย ไหนเจ้าบอกว่ากลัวไม่งาม กลัวท่านอ๋องจะไม่ชอบเจ้าอย่างไรเล่าเจ้าจึงไม่ยอมกินเนื้อน่ะ”“จริงด้วย อ้อๆ แม่ลืมบอกเจ้าไป ตอนเจ้าไม่ได้สติน่ะท่านอ๋องมาเยี่ยมเจ้าด้วยนะ แต่เพราะเขาไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้าเลยขอตัวกลับไปก่อน ก่อนกลับยังบอกว่าขอให้เจ้าหายป่วยเร็วๆ อีกด้วย ดูสิท่านอ๋องรักเจ้าออกปานนี้น่ะ เจ้าอย่าร้องไห้เลยนะ”ซ่งเป่าจูถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า เจ้าของร่างเดิมช่างโง่สิ้นดีที่งดกินของอร่อยเพื่อผู้ชาย ต่อไปนางจะไม่ทำเช่นนั้นเด็ดขาด นางจะไม่มีทางยอมอดตายเพื่อผู้ชายอย่างแน่นอน หากเขาจะรักเรา ต่อให้หน้ามีตุ่มขึ้นเต็มหน้าเขาก็รัก แต่ชินอ๋องผู้นั้นไม่ได้รักเจ้าของร่างเดิมเสียหน่อย แล้วนางจะสนใจเขาไปทำไมกันเล่าพอสงบสติอารมณ์ลงได้สีหน้าของซ่งเป่าจูก็ดีขึ้นมาก สองสามีภรรยาเมื่อเห็นว่าบุตรสาวคลายความหม่นหมองลงได้แล้วก็หันมาสบตากันและยิ้มออกมาหนหนึ่ง ไม่นานเหล่าสาวใช้ก็ยกอาหารเข้ามาใหม่ เมื่อซ่งเป่าจูลองชิมดูก็พบว่
Read more
บทที่ 4 อยากบวช
ด้านซ่งเป่าจูเมื่อวิ่งมาถึงเรือนใหญ่ก็พบว่าบิดามารดากำลังกินเนื้อย่างอยู่พอดี นางจึงรีบเข้ามาร่วมวงด้วยทันที นางถูกใจเนื้อย่างเจ้านี้จริงๆรสชาติดีมากและน้ำราดยังยอดเยี่ยมอีกด้วย นางจดจำร้านนี้เอาไว้แล้ว ไว้มีเวลานางจะแวะไปอุดหนุนร้านดีๆ เช่นนี้อย่างแน่นอนหลังจากกินอิ่มแล้วนางก็ล้างไม้ล้างมือ รู้สึกว่าตนเองมีความสุขที่สุดแล้วตั้งแต่ใช้ชีวิตมา คหบดีซ่งและนางหลินที่เห็นว่าบุตรสาวดูมีความสุขมากก็ยิ้มเต็มใบหน้า“เมื่อครู่เจ้าคงได้พบกับท่านอ๋องแล้วสินะลูกแม่ เป็นอย่างไร เขาถามไถ่อาการป่วยของเจ้าหรือไม่?”นางหลินเอ่ยถามบุตรสาวอย่างกระตือรือร้น คหบดีซ่งเองก็รอฟังคำตอบเช่นเดียวกัน ซ่งเป่าจูหันมามองบิดามารดาก่อนจะเอ่ย“เจอแล้วเจ้าค่ะ ข้าเผลอพ่นเมล็ดพุทราใส่หัวเขาไป”“หา!”คหบดีซ่งลมแทบจับแต่กลับไม่กล้าเอ่ยวาจาตำหนิบุตรสาวด้วยถ้อยคำรุนแรง ทำได้เพียงถอนหายใจออกมาอย่างคิดไม่ตก“จูจูลูกพ่อ วันหน้าเจ้าจะต้องเป็นภรรยาของเขาอย่างไรเจ้าก็ช่วยเคารพเขาสักหน่อยเถอะ อย่าได้ทำตัวไม่รู้ความ พ่อไม่ได้ว่าเจ้านะต่อไปหลังจากที่เจ้าแต่งงานแล้วก็ต้องดูแลเขาให้ดี ช่างเถอะ คิดว่าพ่อไม่ได้พูดก็แล้วกัน”เมื่อเห็นว่าภ
Read more
บทที่ 5 ยังไม่รีบตาย
เช้าวันต่อมาซ่งเป่าจูตื่นนอนแต่เช้าและมุ่งหน้าไปจัดการเรื่องอาหารที่โรงครัวทันที ก่อนหน้านี้นางได้จดสูตรอาหารต่างๆ ให้กับพ่อครัวและสั่งให้เขาทำอาหารตามสูตรที่นางเขียนเอาไว้ พ่อครัวเอ่ยรับคำอย่างกระตือลือล้นอีกทั้งยังเอ่ยชมว่าอาหารที่นางทำรสชาติดีมาก บ่าวไพร่คนอื่นๆก็ไม่ค่อยหวาดกลัวนางมากเท่าแต่ก่อน ซ่งเป่าจูจึงพอจะวางใจลงไปได้มากหลังจากกินมื้อเช้าที่แสนอร่อยจนอิ่มหนำแล้ว ซ่งเป่าจูก็บอกกับมารดาว่านางอยากจะออกไปเดินเล่นที่ด้านนอกจวนสักหน่อย คหบดีซ่งที่ได้ยินอย่างนั้นจึงรีบหยิบตั๋วเงินปึกใหญ่มาส่งให้กับบุตรสาว อีกทั้งยังบอกว่าหากนางอยากจะซื้อสิ่งใดก็ซื้อได้ทั้งหมด เดิมทีไม่ต้องจ่ายเงินซื้อก็ได้เพราะตระกูลซ่งมีกิจการต่างๆมากมาย หากนางต้องการสิ่งใดก็ไปหยิบจับได้เลยตามใจชอบ ซ่งเป่าจูไม่ได้สนใจเรื่องข้าวของราคาแพงเหล่านั้นมากนัก แต่ที่นางสนใจก็คือร้านเนื้อย่างแห่งนั้นต่างหากความใฝ่ฝันสูงสุดของนางไม่ใช่การเสพสุขจากอำนาจเกียรติยศ แต่นางอยากเดินทางไปทั่วหล้าเพื่อชิมของอร่อยตามรายทาง ในเมื่อทะลุมิติมาแล้วเช่นนั้นก็มาทำตามความฝันให้สำเร็จกันเถอะเมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว นางก็ออกจากจวนไปพร้อมกับจ
Read more
บทที่ 6 หวงของกิน
เมื่อเห็นว่าเถียงซ่งเป่าจูไม่ชนะเว่ยอวี้เซวียนก็ถึงกับหมดคำจะกล่าว เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามระงับโทสะของตนเองอย่างสุดกำลัง ไม่รู้ว่าหลังจากเกิดอุบัติเหตุครานั้นหัวนางไปฟาดเข้ากับบันไดขั้นไหนเข้า ถึงได้กลายเป็นสตรีปากคอเราะรายกว่าแต่ก่อนเช่นนี้“เจ้าทำตัวให้ดีเถอะ หากทำให้ข้าและราชวงศ์ขายหน้าข้าจะไม่แต่งงานกับเจ้าอย่างแน่นอน”กล่าวจบเว่ยอวี้เซวียนก็เดินกระฟัดกระเฟียดจากไปทันที ซ่งเป่าจูเบ้ปากคราหนึ่ง นางไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายกับการจากไปของเขาเลยแม้แต่น้อย กับเว่ยอวี้เซวียนนางปลงตกตั้งนานแล้ว คนอย่างเขาไม่เคยคิดจะชอบนาง แล้วเหตุใดนางจะต้องทำตัวออดอ้อนเขาด้วยเล่า ช่างไร้สาระสิ้นดี!หากจะให้นางไปออดอ้อนเขา มิสู้นางไปออดอ้อนพ่อค้าแม่ค้าให้ช่วยลดราคาของกินให้นางยังจะดีเสียกว่า!เมื่อคิดได้เช่นนั้นอารมณ์ของซ่งเป่าจูก็ดีขึ้นมาก หญิงสาวเดินกลับมาที่เรือนของตน แต่ระหว่างทางกลับพบเข้ากับบิดามารดาที่เพิ่งกลับเข้าจวนมาเสียก่อน ท่านพ่อท่านแม่ของนางนั้นรักใคร่กันมาก และยังช่วยกันทำมาหากิน ท่านพ่อค้าขายเก่งท่านแม่ของนางก็ไม่ชอบอยู่เฉยออกไปช่วยท่านพ่อทำงานอยู่ทุกวัน เมื่อสองสามีภรรยาเห็นบุตรสาวคน
Read more
บทที่ 7 หิวจนตาลาย
สองวันต่อมาก็ถึงวันที่ซ่งเป่าจูต้องเดินทางเข้าวังหลวงเพื่อไปร่วมกินอาหารมื้อค่ำกับเชื้อพระวงศ์ ครั้งนี้เป็นการกินเลี้ยงแบบส่วนตัว ไม่ได้มีขุนนางคนอื่นเข้าร่วมด้วย ที่ตระกูลซ่งของนางได้รับเกียรติถึงเพียงนี้ก็เพราะว่ามีสัญญาหมั้นหมายกับเว่ยอวี้เซวียนนั่นเองหลังจากที่นอนหลับกลางวันไปได้เพียงหนึ่งชั่วยามนางก็ถูกสาวใช้ปลุกขึ้นมาแต่งตัว งานเลี้ยงครั้งนี้จัดขึ้นในช่วงค่ำเหล่าสาวใช้ต่างช่วยกันแต่งเนื้อแต่งตัวให้นางอย่างคล่องแคล่ว ซ่งเป่าจูหาวออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะคว้าหยิบขนมดอกกุ้ยมาเคี้ยวกินแก้ง่วง น่าเสียดายที่ยุคนี้ไม่มีร้านกาแฟขาย หากได้อเมริกาโน่เย็นๆสักแก้วก็คงจะดีไม่น้อยเลยไม่นานนางก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เมื่อซ่งเป่าจูมองดูตัวเองในกระจกก็ถึงกับตกใจไม่น้อย ใบหน้าของนางงดงามมากอยู่แล้ว เมื่อถูกประทินโฉมแต่งแต้มเข้าไปก็ยิ่งงดงามน่ามองเข้าไปใหญ่ คิ้วทรงใบหลิวที่โค้งมนรับกับใบหน้าช่างดูอ่อนเยาว์งดงามยิ่งนัก ใบหน้าของนางยามนี้เพียงแต้มชาดสีอ่อนๆ ทำให้ดูไม่ฉูดฉาดจนเกินไป ทรงผมทำเป็นมวยดอกโบตั๋นปล่อยปอยผมเล็กน้อยข้างใบหูเพื่อให้ใบหน้าดูอ่อนโยนมากยิ่งขึ้น บนศีรษะเพียงประดับปิ่นหยกขาว
Read more
บทที่ 8 ถอนหงอก
เว่ยอวี้เซวียนที่หันมาเห็นว่าเหล่าข้ารับใช้กำลังมองมาที่ตนด้วยแววตาสงสัยระคนเวทนาก็รู้สึกอับอายและโมโหในคราวเดียวกัน เขาจึงตวาดออกมาอย่างเหลืออด“พวกเจ้าจะยืนมองดูอีกนานหรือไม่ ยังไม่รีบเข้ามาช่วยข้าอีก!”เหล่าข้ารับใช้พลันได้สติ ก่อนจะรีบช่วยกันแยกซ่งเป่าจูออกมาจากเว่ยอวี้เซวียนในทันที ชายหนุ่มหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า เขารู้สึกทั้งโมโหและจนใจในคราวเดียวกัน“ส่งนางไปที่ตำหนักรับรอง แล้วสั่งให้คนดูแลนางให้ดี อย่าให้ออกไปเพ่นพ่านที่ใดได้อีก!”“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”เมื่อส่งซ่งเป่าจูไปแล้ว เว่ยอวี้เซวียนก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย พลางทิ้งกายนั่งลงที่ใต้ต้นไม้อย่างหมดสภาพ ซ่งเป่าจูสตรีบัดซบคนนี้แรงเยอะเป็นบ้า เพราะนางกินไม่หยุดเป็นแน่จึงทำให้น้ำหนักตัวมากถึงเพียงนี้ เขาแบกนางจนปวดหลังไปหมดแล้วเมื่อครู่เขานึกว่าตนเองกำลังแบกหมูอยู่ ช่างบัดซบยิ่งนัก!เมื่อนั่งพักจนหายเหนื่อยแล้ว เขาจึงกลับไปนอนพักยังตำหนักที่เหล่าข้ารับใช้จัดเตรียมเอาไว้ให้ ด้านซ่งเป่าจูนั้นก็นอนหลับเป็นตาย หลังจากตื่นขึ้นมาในตอนเช้าสิ่งแรกที่เกิดขึ้นก็คือนางรู้สึกหิวมาก หญิงสาวยกมือขึ้นมาลูบกลางท้องของตนป้อยๆ ก่อน
Read more
บทที่ 9 น้ำมันพริก
เวลาล่วงเลยมาจนถึงวันที่ซ่งเป่าจูจะต้องเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงที่จวนมู่กั๋วกง เพราะจวนมู่กั๋วกงมีนายท่านเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ บรรยากาศในจวนจึงมีกลิ่นอายของชายชาติทหารให้ได้เห็นอยู่เนืองๆ อีกทั้งยังมีบ่าวรับใช้ชายและองครักษ์ประจำจวนคอยดูแลความปลอดภัยของผู้คนในงานอย่างเคร่งครัดงานเลี้ยงในวันนี้ถูกจัดขึ้นที่สวนกลางจวนซึ่งตกแต่งด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ ดอกโบตั๋นสีสดที่บานสะพรั่งแข่งกันถูกจัดวางไว้ในแจกันทองเหลืองนับสิบคู่ ใบไม้เขียวขจีพริ้วไหวไปตามสายลมล้อไปกับเสียงพิณแผ่วเบา อาหารในงานจะเน้นการจัดแต่งที่ประณีตราวกับศิลปะ เหล่าคุณหนูและฮูหยินผู้สูงศักดิ์ต่างแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมราคาแพง ท่ามกลางความงดงามที่ดูบอบบางและละเมียดละไมนี้ช่างชวนให้ผู้คนรู้สึกหลงใหลไม่น้อยได้ยินว่ามู่กั๋วกงมีบุตรชายหญิงอยู่คู่หนึ่ง บุตรชายชื่อว่ามู่หรงอวี้ตอนนี้ประจำการอยู่ที่ชายแดนยังไม่กลับมา ส่วนบุตรสาวนามว่ามู่ลี่นั้นได้ยินว่าเก่งกาจไม่แพ้บุรุษเลยทีเดียวซ่งเป่าจูมองไปโดยรอบคราหนึ่ง นางไม่มีสหายเลยสักคนเดียว เพราะที่ผ่านมาเจ้าของร่างเดิมก่อเรื่องเอาไว้มาก ทำให้ไม่มีคุณหนูคนใดอยากจะเข้ามาพูดคุยกับนาง วันนี้นางยังคงแต่ง
Read more
บทที่ 10 อม
เหล่านักฆ่าถูกพาตัวกลับมาสอบสวนยังคุกหลวงทันที แต่พวกมันกลับปิดปากเงียบไม่ยอมเอ่ยสารภาพออกมาแม้แต่คำเดียว เว่ยอวี้เซวียนจึงสั่งให้คนลงทัณฑ์ทรมานให้หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้น แต่จนแล้วจนรอดพวกมันก็ยังไม่ยอมสาวไปถึงตัวผู้บงการ เว่ยอวี้เซวียนรู้สึกโมโหเป็นอย่างยิ่ง แต่กลับยังไม่คิดจะลงมือฆ่าพวกมันในตอนนี้ เพราะเขายังต้องการเก็บตัวพวกมันเอาไว้เพื่อไต่สวนหาความจริงต่อไปจวนมู่กั๋วกงสูญเสียข้ารับใช้และเหล่าทหารไปจำนวนไม่น้อยเลย โชคดีที่เหล่าฮูหยินและคุณหนูที่ได้รับบาดเจ็บไม่ได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต จวนมู่กั๋วกงจึงให้มู่ลี่นำของขวัญไปส่งมอบให้แก่ทุกจวนเพื่อเป็นการไถ่โทษ เรื่องนี้จึงจบลงไปได้ด้วยดีไม่มีผู้ใดติดใจเอาความอันใด แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่อาจวางใจได้ เว่ยอวี้เซวียนจึงให้เว่ยเยี่ยนออกราชโองการให้ตรวจตราการเข้าออกเมืองหลวงอย่างเข้มงวดและให้ทหารผลัดกันเฝ้าเวรยามทั่วทั้งเมืองหลวงตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนวันคืนก็ผ่านพ้นไปเช่นนี้ อีกไม่นานก็ใกล้จะถึงวันแต่งงานของเว่ยอวี้เซวียนและซ่งเป่าจูแล้ว ก่อนแต่งเข้าราชวงศ์จะมีระเบียบปฏิบัติอย่างหนึ่งที่หญิงสาวพึงต้องกระทำ นั่นก็คือเว่ยอวี้เซวียนจะต้องพาซ่งเ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status