บททั้งหมดของ สตรีใดในใต้หล้าก็มิงามเท่าเจ้า: บทที่ 11 - บทที่ 13

13

บทที่ 11 ขู่เข็ญ

เมื่อข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกเช่นนี้ แน่นอนว่าท้ายที่สุดแล้วกู้จิ้งสิงย่อมไม่อาจหนีพ้นการแต่งงานครั้งนี้ไปได้ เขาจำต้องแต่งงานกับเซียวอิ๋งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่จะว่าไปแล้วยามนี้เขาก็รู้สึกพอใจในตัวของเซียวอิ๋งอยู่บ้างเสิ่นหนิงหนิงนั้นก็มาร่วมงานแต่งของคนทั้งสองที่จัดในวังหลวงด้วยเช่นกัน อย่างไรเสียยามนี้นางก็นับว่าเป็นคนของกู้จื่อเทียนแล้วกู้ฮ่องเต้ดูพอใจเป็นอย่างมากที่กู้จิ้งสิงท้ายที่สุดแล้วก็สามารถแต่งภรรยากับเขาได้เสียที เมื่องานแต่งของบุตรชายคนโตผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแล้ว แน่นอนว่าย่อมมาถึงงานแต่งงานของบุตรชายคนรองอย่างกู้จื่อเทียน แม้กู้ฮ่องเต้จะไม่เห็นด้วยในครั้งแรกที่กู้จื่อเทียนตั้งใจจะแต่งกับเสิ่นหนิงหนิง แต่ถึงอย่างไรสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่อาจที่จะขัดขวางความสุขของบุตรชายได้ จึงตอบตกลงและไม่คิดจะคัดค้านงานแต่งงานของพวกเขาทั้งสองคนอีก เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว สุดท้ายก็ได้ฤกษ์ดี การแต่งงานของกู้จื่อเทียนและเสิ่นหนิงหนิงจะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ซึ่งมีเวลาเตรียมตัวไม่นาน คนของสำนักพระราชวังจึงรีบเร่งจัดงานเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อนที่วันงานจะมาถึงทว่าก่อนงานแต่งเพียงไม่กี่วั
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 12 โจรป่า

คนทั้งสองกระโดดลงมาจากหลังม้าก่อนจะหันมาสบตากันปราดหนึ่ง เสิ่นหนิงหนิงเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมา“เซียวอวี้เหิง ท่านว่าหมู่บ้านนี้ดูเงียบแปลกๆ หรือไม่ เหตุใดข้าไม่ได้ยินเสียงหรือเห็นคนในหมู่บ้านแห่งนี้เลยเล่า”เซียวอวี้เหิงไม่ตอบแต่กลับจ้องมองเข้าไปในหมู่บ้านแห่งนั้นด้วยสายตาระแวดระวัง แม้เขาจะเป็นคุณชายที่เกิดในตระกูลบัณฑิตแต่ก็ยังพอมีวรยุทธ์ติดตัวอยู่บ้าง ชายหนุ่มละสายตาจากทางเข้าหมู่บ้านก่อนจะหันมาเอ่ยกับเสิ่นหนิงหนิง “ข้าเองก็ไม่แน่ใจ ได้ยินว่าหมู่บ้านนี้เคยเกิดเหตุโจรป่าปล้นฆ่า บางคราก่อนหน้านี้คนของทางการอาจจะนำคนอพยพออกไปจากหมู่บ้านนี้แล้วก็ได้บรรยากาศจึงเงียบเช่นนี้”เสิ่นหนิงหนิงฟังแล้วก็พยักหน้าช้า ๆ เพราะนางเองก็เติบโตในยุคสงครามและเคยติดตามบิดาออกรบอยู่บ่อยครั้ง ทำให้สัญชาตญาณการระแวดระวังตนเองของนางค่อนข้างสูง “เช่นนั้นพวกเราลองเข้าไปดูกันเถอะ"”“อืม”เซียวอวี้เหิงพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปในหมู่บ้านพร้อมกับเสิ่นหนิงหนิง คนทั้งสองเดินเข้าไปด้านในด้วยฝีเท้าที่รีบร้อน เสิ่นหนิงหนิงรับรู้ได้ว่าบรรยากาศโดยรอบดูหนาวเหน็บอย่างแปลกประหลาด อีกทั้งยังเงียบสงัดราวกับไม่มีผู้คน เมื่อเดิน
อ่านเพิ่มเติม

ตอนจบ

หลังจากที่จัดการโจรป่าเหล่านั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว กู้จื่อเทียนก็สั่งให้คนช่วยกันนำศพของชาวบ้านผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้นไปฝังเอาไว้ให้ดี อีกทั้งยังมอบเงินชดเชยให้กับญาติของผู้เคราะห์ร้ายอีกด้วย แม้เงินจำนวนนี้จะไม่อาจเทียบได้กับความเสียใจและสิ่งเลวร้ายที่พวกเขาได้รับ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังดีกว่าที่พวกเขาไม่ได้รับการชดเชยอันใดเลยเมื่อเยียวยาผู้เคราะห์ร้ายตามสมควรและจัดการเรื่องราวต่างๆ ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดีแล้ว กู้จื่อเทียน เสิ่นหนิงหนิง และเซียวอวี้เหิงก็เดินทางกลับเมืองหลวงในทันทีเซียวอวี้เหิงนั้นหลังจากได้สารภาพความในใจของตนเองที่มีต่อเสิ่นหนิงหนิงแล้ว เขาก็ใจกล้ามากขึ้น ยามที่มีโอกาสก็มักจะหาทางเกี้ยวพานางอย่างหน้าไม่อาย เสิ่นหนิงหนิงถึงกับกลอกตาไปมาอีกทั้งยังรู้สึกจนใจในคราวเดียวกันระยะทางจากหมู่บ้านอิ๋นสุ่ยกลับสู่เมืองหลวงนั้นต้องใช้เวลาหลายชั่วยาม ระหว่างทางเพราะไม่ได้รีบร้อนต้องกลับเมืองหลวง พวกเขาจึงแวะพักแถวข้างทางเสียหน่อย ที่ที่พวกเขาจอดพักเป็นสถานที่ริมลำธาร มีแม่น้ำใสสะอาดไหลตัดผ่านและยังมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นรายล้อม ดูแล้วช่างทำให้คนรู้สึกสุนทรีย์ไม่น้อยเลย กู้จื่อเทียนกำลังให
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
12
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status