สตรีใดในใต้หล้าก็มิงามเท่าเจ้า

สตรีใดในใต้หล้าก็มิงามเท่าเจ้า

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-06
โดย:  องค์หญิงโนเนมอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel12goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
3บท
15views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

เรื่องราวความรักระหว่าง กู้จื่อเทียน องค์ชายรองหนุ่มรูปงามและ เสิ่นหนิงหนิง คุณหนูจวนแม่ทัพที่ชาติกำเนิดเป็นเพียงบุตรอนุ พวกเขาจะก้าวผ่านเรื่องราวของชนชั้นที่ต่างกันได้อย่างไร มาร่วมสัมผัสความรักที่มาพร้อมความฮาและความน่ารักในนิยายเรื่องนี้ได้เลยค่ะ

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 พบรักแรก

ชายแดนแคว้นฉี

หมู่บ้านกัว

“คุณหนูรอง บ่าวเก็บของทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันพรุ่งก็สามารถเดินทางกลับเมืองหลวงได้แล้วเจ้าค่ะ”

 “อืม ข้ารู้แล้ว เจ้ามีสิ่งใดก็ไปทำเถอะ”

“เจ้าค่ะ”

สาวใช้น้อยนามว่าอาซิ่งเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอนของเจ้านายทันที เมื่อคนออกไปหมดแล้วเสิ่นหนิงหนิงก็ถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะมองไปที่ข้าวของมากมายซึ่งถูกจัดวางเรียงใส่หีบเอาไว้เป็นอย่างดีด้วยแววตาที่เรียบเฉย ไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายต่อการกลับเมืองหลวงในครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย

นางคือเสิ่นหนิงหนิง เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของแม่ทัพเสิ่น บิดาของนางมีความดีความชอบทำคุณงามความดีเพื่อบ้านเมืองมามากมายจึงได้เลื่อนขั้นเป็นท่านแม่ทัพรักษาชายแดน แต่เพราะยามนี้บ้านเมืองสงบสุขไร้สงครามฝ่าบาทจึงมีพระราชโองการเรียกตัวบิดาของนางกลับเมืองหลวงเพื่อไปรับรางวัลจากผลงานที่ทำมาตลอดร่วมหลายสิบปี เดิมทีการกลับไปพร้อมกับความดีความชอบเช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี แต่สำหรับเสิ่นหนิงหนิงแล้วมันมิได้เป็นเช่นนั้นเลย

ตั้งแต่นางจำความได้ก็เห็นมาโดยตลอดว่าบิดามารดาต้องแบกรับเรื่องราวต่างๆเอาไว้มากมายเพียงใด

ตระกูลเสิ่นนั้นมีบุตรชายสองคน บุตรชายคนโตมีนามว่าเสิ่นเจี๋ย เกิดจากฮูหยินใหญ่ ส่วนบุตรชายคนรองนามว่าเสิ่นเย่ซึ่งก็คือบิดาของนางเกิดจากอนุที่มีฐานะต่ำต้อย หลังจากที่มารดาตายจากไปก็ได้ฮูหยินใหญ่เป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เยาว์วัย หากจะบอกว่าเลี้ยงดูมาอย่างดีก็พูดได้ไม่เต็มปากนัก เพราะฮูหยินใหญ่มักจะรังแกท่านพ่อของนางอยู่เสมอ อีกทั้งยังชอบกดข่มบิดาของนางอีกด้วย ที่ฮูหยินใหญ่ทำเช่นนี้ก็เพราะอิจฉาที่ท่านพ่อของนางมีสติปัญญาล้ำเลิศ ต่างจากท่านลุงใหญ่ที่แม้จะเกิดจากท้องของภรรยาเอกแต่กลับไม่เอาไหน บุ๋นไม่รู้บู๊ไม่สนทำสิ่งใดก็ไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลยแม้แต่น้อย ต่างจากท่านพ่อของนางที่มีความสามารถเป็นอย่างยิ่ง ฮูหยินใหญ่จึงไม่ชอบบิดาของนางนับแต่นั้นและหาทางกลั่นแกล้งเขามาโดยตลอด

จนกระทั่งท่านพ่อเริ่มเติบใหญ่และทนการกลั่นแกล้งจากฮูหยินใหญ่ไม่ไหว เขาจึงหนีเข้าค่ายทหารออกรบทำความดีความชอบจากหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของตนจนเลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นถึงแม่ทัพรักษาชายแดน และได้แต่งงานกับมารดาของนางที่เป็นเพียงสตรีชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น หลังจากที่แต่งงานกันไม่นานพวกเขาสองคนก็ให้กำเนิดบุตรสาวตัวน้อยเช่นนางออกมา

เดิมทีการมาอยู่ที่ชายแดนและไม่ต้องเห็นหน้ามารดาเลี้ยงควรจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่หลายปีมานี้คนบ้านใหญ่ตระกูลเสิ่นกลับยิ่งกำเริบเสิบสาน เมื่อบิดาของนางได้เป็นถึงแม่ทัพมีฐานะมั่นคงเป็นที่นับหน้าถือตาก็เริ่มทำตัวไม่รู้ความ อีกทั้งหลายปีมานี้เบี้ยหวัดที่ใช้เลี้ยงดูคนตระกูลเสิ่นเกือบทั้งหมดล้วนมาจากผลงานบิดาของนางทั้งสิ้น ฮูหยินใหญ่ที่ยามนี้กลายเป็นไท่ฮูหยินแล้ว เอาแต่อ้างว่าเงินที่เป็นค่ารักษานายท่านเสิ่นซึ่งก็คือท่านปู่ของนางนั้นเริ่มหร่อยหรอลงไปทุกที หากบิดานางไม่ยอมช่วยเหลือก็เท่ากับอกตัญญูแล้ว

เสิ่นหนิงหนิงได้ฟังแล้วก็รู้สึกโมโหจุกในหัวอกเหมือนมีหนามเล็กๆมาทิ่มแทงใจ คนพวกนั้นเอาแต่ยกความกตัญญูขึ้นมาอ้าง แต่กลับไม่เคยทำสิ่งใดเพื่อท่านปู่เลยสักนิดเอาแต่แบมือขอเงินจากบิดาของนางช่างไม่รู้จักละอายใจเอาเสียเลย ส่วนท่านพ่อก็เพราะเห็นแก่ท่านปู่จึงยอมทำตามที่คนเหล่านั้นร้องขอ ช่างน่าปวดใจยิ่งนัก!

 เสิ่นหนิงหนิงเกิดและโตที่ชายแดนมาตั้งแต่เด็ก นางไม่ได้ถูกเลี้ยงดูให้อยู่แต่ในห้องหอเหมือนเช่นคุณหนูในเมืองหลวงคนอื่นๆ และท่านพ่อท่านแม่ก็เลี้ยงดูนางมาอย่างอิสระเสรี ทำให้นิสัยของนางต่างจากสตรีทั่วไป ไม่ได้อ่อนแอทั้งยังไม่ยอมคนอีกด้วย เสิ่นหนิงหนิงจึงกังวลว่าด้วยนิสัยไม่ยอมผู้ใดของนางเช่นนี้หากได้กลับไปเมืองหลวงคงไม่สามารถอดทนต่อการกดข่มรังแกเช่นนี้ได้

แต่เมื่อคิดถึงความลำบากใจของบิดามารดาแล้ว นางจึงทำได้เพียงปลอบใจตนเองว่า ทางที่ดีนางไม่ก่อเรื่องดีกว่าเพราะไม่อยากให้ท่านพ่อท่านแม่ต้องเหนื่อยใจ

 หญิงสาวหันไปมองตนเองในคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย ใบหน้าของนางหมดจดงดงาม ผิวพรรณขาวผุดผาด ดวงตากลมโต แก้มฟูนุ่มริมฝีปากสีแดงเรื่อมองดูแล้วให้ความรู้สึกน่าเอ็นดูน่าทะนุถนอม มีบุรุษจำนวนไม่น้อยที่อยากจะแต่งนางเป็นภรรยา แต่เพราะนางเกิดจากบิดาที่เป็นเพียงบุตรอนุทำให้สถานะของนางต่ำต้อยในสายตาของเหล่าบรรดาผู้คน ทำให้ครอบครัวของบุรุษเหล่านั้นไม่อาจรับนางเข้าตระกูลได้ ด้วยเหตุนี้นางที่อายุล่วงเลยมาจนถึงสิบเจ็ดปีจึงยังไม่ได้แต่งงานเสียที

ในขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งครุ่นคิดเรื่องราวต่างๆอยู่นั้น ก็มีสาวใช้มาแจ้งว่าท่านพ่อเรียกให้นางไปพบที่เรือนใหญ่ เสิ่นหนิงหนิงขานรับคำหนึ่งก่อนจะมุ่งหน้าไปพบบิดามารดาทันที จวนแม่ทัพรักษาชายแดนของบิดานางกว้างขวางใหญ่โต อีกทั้งยังมีบ่าวรับใช้ร่วมหลายสิบคน แต่เพราะนางถูกสอนให้ทำสิ่งใดด้วยตนเองมาตั้งแต่เยาว์วัยทำให้นางไม่ค่อยได้ใช้สอยบ่าวเหล่านี้เท่าใดนัก

เมื่อเข้ามาถึงเรือนใหญ่นางก็ได้กลิ่นอาหารและกลิ่นสุรารสเลิศลอยวนมาเตะจมูก เสิ่นหนิงหนิงยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปหาบิดาพลางส่งเสียงเรียก

“ท่านพ่อ ลูกมาแล้วเจ้าค่ะ"”

แม่ทัพเสิ่นและหลีซื่อเมื่อเห็นว่าบุตรสาวมาแล้วก็ยิ้มเต็มใบหน้า แม่ทัพเสิ่นกวักมือเรียกบุตรสาวของตน

 “หนิงหนิง เจ้าดูสิ พ่อซื้อของกินมาให้เจ้าไม่น้อยเลย ยังมีสุราผลไม้ที่เจ้าชอบอีกด้วยนะ เจ้ามาลองชิมดูสิ”

เสิ่นหนิงหนิงเมื่อได้ยินก็อารมณ์ดีเป็นอย่างมาก นางทิ้งกายลงนั่งบนเก้าอี้ก่อนจะเริ่มกินอาหารอันโอชะเหล่านั้นอย่างมีความสุข เพิ่งจะกินอิ่มได้ไม่นานนางก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ดูเหมือนว่าวันนี้บิดามารดาของนางเหมือนจะนิ่งเงียบกว่าทุกวัน หญิงสาววางตะเกียบในมือลงก่อนจะเอ่ย

“ท่านพ่อท่านแม่ เหตุใดจึงเงียบเช่นนี้เล่า หรือว่าพวกท่านไม่สบายใจที่จะต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้”

 แม่ทัพเสิ่นและหลีซื่อเมื่อได้ยินบุตรสาวเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ผู้เป็นบิดายื่นมือมาลูบศีรษะบุตรสาวด้วยความรักใคร่ เสิ่นหนิงหนิงคือแก้วตาดวงใจของเขา ยามอยู่ที่ชายแดนนางจะทำตามใจชอบเช่นไรก็ย่อมได้ แต่เมื่อกลับไปถึงเมืองหลวงแล้ว สิ่งที่เขากังวลมากที่สุดก็คือกลัวว่านางจะถูกคนบ้านใหญ่รังแก

“หนิงหนิงของพ่อ พ่อขอโทษเจ้าด้วยที่พ่อมีฐานะต่ำต้อย ไม่อาจทำให้เจ้าสุขสบายได้ กลับไปเมืองหลวงคราวนี้เจ้าอาจจะต้องพบเจอกับความยากลำบาก”

แม่ทัพเสิ่นบอกกับบุตรสาวอย่างรู้สึกผิด เสิ่นหนิงหนิงเมื่อได้ยินก็ยิ้มออกมาอย่างเข้าใจ

“ท่านพ่อข้าไม่ลำบากหรอกเจ้าค่ะ และข้าก็ไม่มีวันยอมเสียเปรียบผู้ใดอยู่แล้ว แม้ว่าเราจะเป็นบุตรอนุแล้วมันอย่างไรเล่า พวกเขาบ้านใหญ่ก็ยังต้องพึ่งพาบุตรอนุเช่นท่านพ่อมิใช่หรือ อย่าคิดมากไปเลยเจ้าค่ะ ข้าจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงได้อย่างราบรื่นแน่นอน”

“อืม”

 แม่ทัพเสิ่นและหลีซื่อหันมาสบตากันครู่หนึ่ง คนทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าเมื่อกลับถึงเมืองหลวงจะมีสิ่งใดที่รอพวกเขาอยู่ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาสองสามีภรรยาก็จะต้องปกป้องบุตรสาวอย่างสุดชีวิต

 เมื่อกินอิ่มแล้ว เสิ่นหนิงหนิงก็บอกกับบิดามารดาว่านางจะขอออกไปเดินเล่นเสียหน่อย อย่างไรวันพรุ่งก็ต้องออกเดินทางแล้ว มิสู้ไปเดินเล่นชมทิวทัศน์ที่ชายแดนให้สุขใจเพื่อเก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆนี้เอาไว้จะดีกว่า

ยามค่ำคืนอากาศที่ชายแดนเริ่มเย็นขึ้นเล็กน้อย ชายแดนทางทิศใต้แต่ไหนแต่ไรสภาพอากาศก็ไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าใดนัก อีกทั้งยังต้องพบเจอกับพายุและน้ำป่าที่ไหลหลากสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านอีกด้วย แต่เพราะหลายปีมานี้บิดานางดูแลชาวบ้านเสมือนบุตร ช่วยเหลือพวกเขาทุกอย่างและยังทำคลองระบายน้ำเพื่อช่วยบรรเทาอุทกภัยลงไปได้มาก ทำให้ครอบครัวของนางเป็นที่เคารพรักของเหล่าชาวบ้านอย่างยิ่ง

“หนิงหนิง ได้ยินว่าพรุ่งนี้เจ้าก็จะต้องเดินทางเข้าเมืองหลวงแล้วไม่ใช่หรือ พวกเราคงคิดถึงเจ้าไม่น้อยเลย เอานี่ เอาซาลาเปาไปกินสิ”

 “ใช่แล้ว เจ้าเอาหมูย่างไปฝากบิดาเจ้าด้วยเถอะ เฮ้อ คิดแล้วข้าก็ใจหายยิ่งนักที่คนดีๆจะต้องกลับเมืองหลวงจากพวกเราไปไกลเสียแล้ว”

 เหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่เปิดแผงค้าขายส่งเสียงทักทายนางอย่างสนิทสนม เสิ่นหนิงหนิงเผยรอยยิ้มกว้างก่อนจะเข้าไปสนทนากับพวกเขา อีกทั้งยังเอ่ยขอบคุณที่พวกเขาเมตตามอบของกินมาให้ แต่นางก็ไม่ได้รับของเหล่านั้นมา อย่างไรก็คือของซื้อของขายจะให้นางเอามากินตามใจชอบได้อย่างไรกัน

หญิงสาวเดินเล่นไปตามถนนหนทางเรื่อยๆ นางไม่ได้พาสาวใช้มาด้วยเพราะไม่อยากให้ดูวุ่นวายเกินเหตุ กว่าจะรู้ตัวเสิ่นหนิงหนิงก็พบว่าตอนนี้ตนกำลังยืนอยู่ที่ท้ายหมู่บ้านเสียแล้ว ซึ่งที่นี่ห่างไกลจากหมู่บ้านกัวมาพอสมควร หญิงสาวถอนหายใจออกมายาว ๆ ตอนนี้ก็มืดค่ำแล้ว นางควรจะกลับบ้านได้เสียทีเพราะพรุ่งนี้ยังต้องเดินทางไกล

แต่ในขณะที่นางกำลังจะหันหลังเดินจากไป ก็มีใครบางคนพุ่งเข้ามาหาหญิงสาว ก่อนที่มันจะใช้มีดสั้นจ่อเข้ามาที่ลำคอของนางอย่างรวดเร็ว แสงสีเงินสาดประกายออกมาจากปลายมีดสั้นเล่มนั้นมองดูแล้วช่างน่าหวาดกลัวจนใจคอไม่ดี

“อย่าเข้ามานะ ปล่อยข้าไปเสีย ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่านางซะ!”

“เจ้าอย่าทำร้ายชาวบ้านผู้บริสุทธิ์นะปล่อยนางไป!”

เสิ่นหนิงหนิงที่ได้ยินก็หันไปมองตามเสียงของบุรุษผู้นั้น ยามนี้นางถูกนักฆ่าจับตัวเอาไว้จึงทำให้มองเขาได้ไม่ถนัดเท่าใดนัก

ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์ต่อสู้กันสินะ?

ไม่นานชายหนุ่มผู้นั้นก็ปรากฏตัวขึ้นมาที่เบื้องหน้าของหญิงสาว นางพลันชะงักไปชั่วขณะ ใบหน้าของเขาหล่อเหลาเป็นอย่างมาก ดวงตาเรียวยาวฉายแววเย็นชาและเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากสีแดงสด จมูกโด่งเป็นสัน มองแล้วช่างดูงดงามราวกับภาพวาดอย่างไรอย่างนั้น

ให้ตายเถอะ เกิดมานางก็เพิ่งเคยพบเจอบุรุษที่หน้าตาดีขนาดนี้

“อย่าทำร้ายนาง นางไม่รู้เรื่องด้วย!”

 ชายหนุ่มตรงหน้ากล่าวกับนักฆ่าชุดดำด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา แต่ยังไม่ทันที่เขาจะช่วยนางให้พ้นจากคมมีดก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เขาประหลาดใจขึ้นมาเสียก่อน สตรีน้อยตรงหน้าไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายหรือขอร้องให้เขาช่วยชีวิตเลยแม้แต่น้อย แต่นางกลับหักข้อมือข้างที่ถือมีดของนักฆ่าได้อย่างชำนาญและคล่องแคล่ว ก่อนจะหมุนตัวไปจับนักฆ่าผู้นั้นขึ้นมาและทุ่มลงกับพื้นโดยแรงจนนักฆ่าร้องไม่ออกใบหน้าแดงก่ำราวกับตับหมูเพราะเจ็บไปทั้งตัว จากนั้นนางก็ยกเท้าขึ้นมาเตะเสยปลายคางนักฆ่าจนเลือดกลบปาก ก่อนจะสบถออกมา

“บัดซบจริงๆ! เจ้าเก่งผิดคนแล้ว!”

 จากนั้นนางก็เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่มตรงหน้า พลางสอบถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

 “บุรุษรูปงามท่านนี้ ท่านได้รับบาดเจ็บหรือไม่ รีบไปโรงหมอก่อนเถอะให้ท่านหมอช่วยตรวจดูอาการสักหน่อย”

ว่าจบนางก็ยกเท้ากระทืบเข้าไปที่หว่างขาของนักฆ่าผู้นั้นซ้ำๆจนมันสลบเหมือดไปทันที

ให้ตายเถอะ! เขาเคยได้ยินแต่บุรุษช่วยสาวงาม แต่นี่สาวงามกลับช่วยบุรุษอย่างนั้นหรือ น่าสนใจดีนี่!

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
3
บทที่ 1 พบรักแรก
ชายแดนแคว้นฉีหมู่บ้านกัว“คุณหนูรอง บ่าวเก็บของทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันพรุ่งก็สามารถเดินทางกลับเมืองหลวงได้แล้วเจ้าค่ะ” “อืม ข้ารู้แล้ว เจ้ามีสิ่งใดก็ไปทำเถอะ”“เจ้าค่ะ”สาวใช้น้อยนามว่าอาซิ่งเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอนของเจ้านายทันที เมื่อคนออกไปหมดแล้วเสิ่นหนิงหนิงก็ถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะมองไปที่ข้าวของมากมายซึ่งถูกจัดวางเรียงใส่หีบเอาไว้เป็นอย่างดีด้วยแววตาที่เรียบเฉย ไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายต่อการกลับเมืองหลวงในครั้งนี้เลยแม้แต่น้อยนางคือเสิ่นหนิงหนิง เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของแม่ทัพเสิ่น บิดาของนางมีความดีความชอบทำคุณงามความดีเพื่อบ้านเมืองมามากมายจึงได้เลื่อนขั้นเป็นท่านแม่ทัพรักษาชายแดน แต่เพราะยามนี้บ้านเมืองสงบสุขไร้สงครามฝ่าบาทจึงมีพระราชโองการเรียกตัวบิดาของนางกลับเมืองหลวงเพื่อไปรับรางวัลจากผลงานที่ทำมาตลอดร่วมหลายสิบปี เดิมทีการกลับไปพร้อมกับความดีความชอบเช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี แต่สำหรับเสิ่นหนิงหนิงแล้วมันมิได้เป็นเช่นนั้นเลยตั้งแต่นางจำความได้ก็เห็นมาโดยตลอดว่าบิดามารดาต้องแบกรับเรื่องราวต่างๆเอาไว้มาก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-06
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 แบกไปหาหมอ
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้โต้ตอบ อีกทั้งใบหน้าก็ดูซีดขาวราวกับกระดาษ เสิ่นหนิงหนิงก็เริ่มหวาดหวั่น นางมีท่าทีครุ่นคิดก่อนจะนึกถึงแผนการหนึ่งขึ้นมาได้ หญิงสาวไม่รอช้ารีบแบกเขาขึ้นหลังและมุ่งหน้าตรงไปยังโรงหมออย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มผู้นั้นถึงกับตื่นตระหนกจนทำสิ่งใดไม่ถูก เขาทำได้เพียงหันไปส่งสายตาให้องครักษ์ลับเป็นเชิงบอกว่าให้จับตัวนักฆ่าผู้นั้นกลับไปรอไต่สวนที่จวนก่อนเสิ่นหนิงหนิงแบกชายหนุ่มรูปงามมาที่โรงหมออย่างคล่องแคล่ว นางไม่ได้แสดงท่าทีเหน็ดเหนื่อยออกมาให้เขาเห็นเลยแม้แต่น้อย ทำให้เขารู้สึกแปลกใจเพราะไม่เคยพบเจอสตรีที่มีแรงวัวเช่นนี้มาก่อนอาการบาดเจ็บของเขาไม่ได้หนักหนาอันใด อีกทั้งโรงหมอที่นางแบกเขามาก็ค่อนข้างอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านพอสมควรเพราะท่านหมอเป็นคนรักสันโดษ ทำให้ไม่มีชาวบ้านคนไหนเห็นว่านางแบกบุรุษผู้หนึ่งมาที่โรงหมอท่านหมอผู้นี้รู้จักกับเสิ่นหนิงหนิงเป็นอย่างดี เมื่อเห็นว่านางแบกบุรุษแปลกหน้ามาที่โรงหมอของเขาจึงขมวดคิ้วพลางสอบถามอย่างเป็นกันเอง “ยัยหนูหนิง เจ้าไปแบกบุรุษที่ใดมากัน บิดามารดาเจ้ารู้เรื่องนี้หรือไม่?”เขารักษาชายผู้นั้นไปพลางก็หันมาถามเสิ่นหนิงหนิ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-06
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 ช่วยเหลือ
ยามเช้าของวันต่อมาเสิ่นหนิงหนิงก็ถูกอาซิ่งสาวใช้ประจำตัวปลุกให้ลุกขึ้นมาตั้งแต่เช้าเพื่ออาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ หลังจากที่กินมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้วบิดามารดาก็พานางมุ่งหน้ากลับสู่เมืองหลวงทันทีรถม้าที่ใช้เดินทางกลับเมืองหลวงในครั้งนี้มีด้วยกันสามคัน คันแรกเป็นของแม่ทัพเสิ่นและหลีซื่อ ส่วนคันที่สองคือรถม้าของเสิ่นหนิงหนิง และคันที่สามเอาไว้ขนสัมภาระ สัมภาระของพวกนางสามคนพ่อแม่ลูกไม่ได้มากมาย ท่านพ่อบอกว่าไม่อยากนำข้าวของกลับไปด้วยมากนักเพราะอาจทำให้การเดินทางล่าช้า หากขาดเหลือสิ่งใดค่อยไปหาซื้อที่เมืองหลวง ส่วนบ่าวไพร่คนอื่นๆก็ทิ้งเอาไว้ที่ชายแดนส่วนหนึ่งเพื่อคอยดูแลจวนท่านแม่ทัพรถม้าค่อยๆเดินทางออกจากหมู่บ้านกัวมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง มีชาวบ้านหลายคนมายืนส่งครอบครัวของนางอยู่เบื้องหลัง เสิ่นหนิงหนิงเปิดผ้าม่านรถม้าออกก่อนจะส่งยิ้มให้กับชาวบ้านเหล่านั้น แล้วจึงทอดสายตามองดูทิวทัศน์รอบด้านด้วยความประทับใจ นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เดินทางไกลเช่นนี้เดิมทีการเดินทางก็ควรจะราบรื่นเป็นไปด้วยดีแต่ใครจะคาดคิดเล่าว่าเพิ่งจะเดินทางออกจากชายแดนมาได้ไม่เท่าไหร่ ก็ได้พบเรื่องที่ไม่คาดฝันเข้าเสียก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-06
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status