ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอหัวเราะเยาะออกมาอย่างเย็นชา “แกล้งได้แนบเนียนดีนะ เจ็ดปีแล้ว ยังทำหน้าเหมือนไม่มีความผิดเหมือนเดิม”“นายป่วยเหรอ? ป่วยเป็นอะไร? ทำไมต้องผ่าตัด?”ฉันยิ้มบาง ๆ“เนื้องอกกลัยโอมาในสมองระยะสุดท้าย อยู่ได้อีกไม่นานแล้ว”“แทนที่จะปล่อยให้เน่าเปื่อยอยู่ในดิน สู้บริจาคอวัยวะ ยังช่วยชีวิตคนได้อีกหลายคน”สีหน้าของลู่สืออวี่เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ไม่นานก็กลับมาเย็นชาเหมือนเดิม“เลิกเล่นละครเถอะ คิดว่าแกล้งน่าสงสารแล้วฉันจะใจอ่อนเหรอ?”เธอกวาดตามองข้าวของอันเรียบง่ายในห้องผู้ป่วย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงประชด “หลายปีมานี้อยู่ข้างนอกคงลำบากสินะ ถ้าวันนั้นไม่ทำเรื่องพวกนั้น จะลงเอยแบบนี้ได้ยังไง”ฉันก้มมองมือที่ผอมจนเห็นแต่กระดูกของตัวเอง ไม่พูดอะไร“เสี่ยวจี้...” จู่ ๆ เธอก็เรียกฉัน น้ำเสียงแฝงความลังเลอยู่เล็กน้อย “นายป่วยหนักขนาดนี้จริง ๆ เหรอ?”ฉันเงยหน้ามองเธอ แววตาสงบจนน่ากลัว “เกี่ยวอะไรกับคุณลู่?”“ฉันเป็นพี่สาวนาย!”“น้องชายของคุณ ตายไปตั้งแต่เจ็ดปีก่อนแล้ว”สีหน้าของเธอเขียวคล้ำ จ้องฉันเขม็ง “นายเกลียดฉันขนาดนั้นเลยเหรอ? เรื่องเมื่อก่อน หรือว่าไม่ใช่เพราะนายเอง...”
Read more