All Chapters of พี่สาว ชาติหน้าไม่ขอเป็นน้องชายของพี่อีก: Chapter 1 - Chapter 10

10 Chapters

บทที่ 1

ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอหัวเราะเยาะออกมาอย่างเย็นชา “แกล้งได้แนบเนียนดีนะ เจ็ดปีแล้ว ยังทำหน้าเหมือนไม่มีความผิดเหมือนเดิม”“นายป่วยเหรอ? ป่วยเป็นอะไร? ทำไมต้องผ่าตัด?”ฉันยิ้มบาง ๆ“เนื้องอกกลัยโอมาในสมองระยะสุดท้าย อยู่ได้อีกไม่นานแล้ว”“แทนที่จะปล่อยให้เน่าเปื่อยอยู่ในดิน สู้บริจาคอวัยวะ ยังช่วยชีวิตคนได้อีกหลายคน”สีหน้าของลู่สืออวี่เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ไม่นานก็กลับมาเย็นชาเหมือนเดิม“เลิกเล่นละครเถอะ คิดว่าแกล้งน่าสงสารแล้วฉันจะใจอ่อนเหรอ?”เธอกวาดตามองข้าวของอันเรียบง่ายในห้องผู้ป่วย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงประชด “หลายปีมานี้อยู่ข้างนอกคงลำบากสินะ ถ้าวันนั้นไม่ทำเรื่องพวกนั้น จะลงเอยแบบนี้ได้ยังไง”ฉันก้มมองมือที่ผอมจนเห็นแต่กระดูกของตัวเอง ไม่พูดอะไร“เสี่ยวจี้...” จู่ ๆ เธอก็เรียกฉัน น้ำเสียงแฝงความลังเลอยู่เล็กน้อย “นายป่วยหนักขนาดนี้จริง ๆ เหรอ?”ฉันเงยหน้ามองเธอ แววตาสงบจนน่ากลัว “เกี่ยวอะไรกับคุณลู่?”“ฉันเป็นพี่สาวนาย!”“น้องชายของคุณ ตายไปตั้งแต่เจ็ดปีก่อนแล้ว”สีหน้าของเธอเขียวคล้ำ จ้องฉันเขม็ง “นายเกลียดฉันขนาดนั้นเลยเหรอ? เรื่องเมื่อก่อน หรือว่าไม่ใช่เพราะนายเอง...”
Read more

บทที่ 2

ความคิดของฉันย้อนกลับไปเมื่อสิบสี่ปีก่อนปีนั้น ฉันอายุสิบสามปี ส่วนลู่สืออวี่อายุยี่สิบเอ็ดปีพ่อแม่ของเราประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตพร้อมกัน ทิ้งตระกูลลู่อันใหญ่โตไว้ พร้อมญาติอีกนับไม่ถ้วนที่จ้องจะฮุบสมบัติตอนนั้นลู่สืออวี่เหมือนหมาป่าที่คอยปกป้องลูกน้อยเธอคอยปกป้องฉันไว้ด้านหลัง แบกรับทุกอย่างไว้เพียงลำพังในงานศพ มีญาติคนหนึ่งเมาแล้วชี้หน้าด่าฉัน“ไอ้ตัวซวย ถ้าไม่ใช่เพราะแก พ่อแม่แกจะเกิดเรื่องเหรอ!”ลู่สืออวี่ต่อยเขาเข้าเต็มแรงจนหน้าอาบเลือด“ใครกล้าแตะน้องชายฉันแม้แต่นิ้วเดียว ฉันจะทำให้มันอยู่ไม่สู้ตาย”คืนนั้น เธอกอดฉันที่ร้องไห้จนแทบขาดใจ พลางพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า“เสี่ยวจี้ ไม่ต้องกลัว พี่อยู่ตรงนี้”“ชาตินี้พี่จะปกป้องนายเอง”ฉันเชื่อฉันคิดว่าเราจะพึ่งพากันแบบนี้ตลอดไปแต่หลังจากลู่เซวียน น้องชายต่างมารดา เข้ามา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเขาสุขภาพไม่ดี พี่สาวยกห้องของฉันให้เขา บอกว่าห้องนั้นรับแสงดีกว่าเขาไม่ชอบอาหารที่ป้าทำ พี่สาวก็พาเขาออกไปกินข้าวข้างนอกทุกวันเขากลัวนอนคนเดียว พี่สาวก็ไปอยู่เป็นเพื่อนในห้องจนกว่าเขาจะหลับหนึ่งเดือนก่อนสอบเข้ามหาวิทยาล
Read more

บทที่ 3

เธอตัวสั่นสะท้าน “นายว่าอะไรนะ?”“ผมบอกว่า ผมยอมบริจาคตับให้เขา”“แต่หลังบริจาคเสร็จ ผมจะออกจากตระกูลลู่”“พวกพี่ก็คิดซะว่าผมตายแล้ว”เธอเงียบไปนานสุดท้ายก็พยักหน้าวันผ่าตัด ฉันถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดก่อนจะเข้าไป ฉันเห็นพี่สาวยืนอยู่หน้าประตูริมฝีปากของเธอขยับราวกับอยากพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้าย เธอก็ไม่พูดสักคำการผ่าตัดผ่านไปด้วยดีลู่เซวียนรอดชีวิตส่วนฉันเสียตับไปหนึ่งในสาม และไม่เคยกลับตระกูลลู่อีกเลยตอนบ่าย ลู่สืออวี่มาอีกครั้งคราวนี้ลู่เซวียนตามเธอมาด้วยเจ็ดปีผ่านไป เขาดูสูงโปร่งขึ้น ดวงตาคู่นั้นยังดูใสซื่อเหมือนเดิมลู่สืออวี่นั่งลงข้างเตียง “เสี่ยวจี้ อาเซวียนมาเยี่ยมนาย”ลู่เซวียนเดินเข้ามา ดวงตาแดงก่ำ “พี่ ได้ยินว่าพี่ป่วย ผมเป็นห่วงมาก...”“เลิกแสดงได้แล้ว” ฉันขัดเขา “มีแค่พวกเราสามคน จะแสดงให้ใครดู?”สีหน้าของลู่เซวียนซีดเผือด น้ำตาไหลอาบแก้ม“พี่ ทำไมพี่ถึงเกลียดผมขนาดนี้? เรื่องเมื่อก่อน ไม่ใช่ความผิดของผม...”“ไม่ใช่ความผิดของนาย?” ฉันหัวเราะเย็นชา “ลู่เซวียน นายแอบใช้บัญชีฉันไปด่าตัวเองในกรุ๊ปห้องเรียน ไม่ใช่นายทำเหรอ? นายแอบดูกระดาษข้อสอบของฉ
Read more

บทที่ 4

ใจฉันหายวาบ “คุณคิดจะทำอะไร?”“ไม่มีอะไร” เธอเก็บโทรศัพท์ “ในเมื่อนายจะบริจาคอวัยวะให้คนแปลกหน้า งั้นฉันก็จะทำให้คนพวกนั้นไม่ได้รับมัน”“ฉันจะให้โรงพยาบาลยกเลิกคำขอบริจาคของนาย แล้วจะใช้ทรัพยากรทั้งหมดของตระกูลลู่รักษานาย”“ให้นายมีชีวิตอยู่อย่างทรมาน จนกว่านายจะยอมช่วยอาเซวียน!”ฉันเบิกตากว้าง “คุณบ้าไปแล้ว!”“นายบีบให้ฉันต้องทำเอง” เธอพูดเสียงเย็น “ลู่จี้ นายเห็นแก่ตัวเกินไป เพื่อศักดิ์ศรีกับความแค้นน่าขันของตัวเอง นายถึงขั้นยอมทำร้ายคนบริสุทธิ์”“นายก็เหมือนเมื่อก่อน ยังร้ายกาจไม่เปลี่ยน”พูดจบ เธอก็ดึงลู่เซวียนเดินออกไปฉันนอนอยู่บนเตียง ตัวสั่นไปทั้งตัวด้วยความโกรธคืนนั้นเอง โรงพยาบาลส่งคนมาแจ้งว่า การผ่าตัดบริจาคถูกยกเลิกแล้ว“มีคนแจ้งว่าภาวะทางจิตใจของคุณไม่มั่นคง ไม่เหมาะจะตัดสินใจเรื่องการบริจาคอวัยวะครับ”“ทางเราจำเป็นต้องประเมินสภาพจิตใจของคุณใหม่ อย่างน้อยต้องใช้เวลาหนึ่งเดือน”วันต่อมา ฉันถูกย้ายไปโรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุดในเมือง Sห้องพักเป็นห้อง VIP แบบสวีต แพทย์เจ้าของไข้คือผู้เชี่ยวชาญด้านสมองระดับแนวหน้าของประเทศลู่สืออวี่ยืนอยู่ในห้องผู้ป่วย มองฉันด้ว
Read more

บทที่ 5

เธอเงยหน้าขึ้นทันที มองฉันที่นอนแน่นิ่งไร้สัญญาณชีวิตอยู่ใน ICUดวงตาแดงก่ำ เต็มไปด้วยความตกตะลึง สำนึกเสียใจ และสิ้นหวังหลักฐานในแท็บเล็ตเหมือนมีดที่แทงซ้ำลงไปกลางหัวใจของเธอครั้งแล้วครั้งเล่าภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ชัดเจนว่า ลู่เซวียนแอบใช้โทรศัพท์ของฉันล็อกอินบัญชี แล้วส่งข้อความร้ายกาจเหล่านั้นลงในกลุ่มแชตของห้องเรียนเขาก้มหน้า มุมปากยกเป็นรอยยิ้มสมใจ พอส่งข้อความเสร็จ ก็วางโทรศัพท์กลับเข้าที่เดิมในกระเป๋านักเรียนของฉันอย่างระมัดระวังยังมีเรื่องการสอบครั้งนั้นอีก กล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่า ตอนฉันไปห้องน้ำ ลู่เซวียนแอบเปิดดูกระดาษข้อสอบของฉัน แล้วจงใจ “เผลอหลุดปาก” ต่อหน้าครู บอกว่าเมื่อคืนฉันทบทวนบทเรียนจนดึก เดาประเด็นสำคัญออกหมดสิ่งที่ทำให้ใจหนาวเหน็บที่สุด คือคลิปบริเวณโถงบันไดในภาพ ฉันสะพายกระเป๋ากำลังจะลงบันได ลู่เซวียนเดินมาจากด้านหลัง มองซ้ายมองขวา พอแน่ใจว่าไม่มีใคร ก็ยื่นมือมาผลักฉันอย่างแรงทันทีฉันไม่ทันตั้งตัว ร่างทั้งร่างกลิ้งตกลงไปจากบันไดส่วนเขารีบวิ่งไปที่ปากบันได น้ำตาทะลักออกมาทันที แล้วพูดกับครูที่รีบเข้ามาว่า“คุณครูครับ ผมเห็นพี่เดินเล่นโทรศ
Read more

บทที่ 6

ลู่สืออวี่รับกระดาษแผ่นนั้นมามือของเธอสั่นจนแทบจับไว้ไม่อยู่บนนั้นเป็นลายมือเรียวบางของฉัน“ลู่สืออวี่ ตอนที่คุณเห็นจดหมายฉบับนี้ ผมคงตายแล้ว”“ชาตินี้ ขอบคุณที่เคยให้ความอบอุ่นกับผม”“หลังพ่อแม่เสีย คุณเป็นคนเดียวที่ประคองครอบครัวนี้ไว้และปกป้องผม หลายปีที่ผ่านมา ความดีที่คุณมีให้ ผมจำได้หมด”“ผมจำได้ว่า เพื่อทำให้ผมยิ้มได้ คุณอุตส่าห์หัดทำหมูพะโล้ที่ผมชอบ สุดท้ายก็ทำครัวเละไปหมด”“ผมจำได้ว่าตอนผมป่วย คุณเฝ้าอยู่ข้างเตียงทั้งคืน เล่านิทานให้ฟังจนผมหลับ”“ผมจำได้ว่าคุณเคยบอกว่าจะปกป้องผมตลอดชีวิต”“ตอนนั้นผมคิดว่า เราจะพึ่งพากันแบบนี้ไปตลอด”“น่าเสียดาย โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน”“และขอบคุณที่ทำให้ผมเข้าใจว่า บนโลกนี้ไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดไป”“เถ้ากระดูกของผม ไม่ต้องส่งกลับตระกูลลู่”“หาเนินเขาที่ไม่มีชื่อสักแห่งฝังก็พอ”“ชีวิตนี้ของผม เคยรัก และเคยเกลียด”“พอแล้ว”“ลู่จี้ ลาตาย”เธอมองตัวหนังสือไม่กี่บรรทัดนั้นน้ำตาพร่ามัวจนมองอะไรไม่ชัด“เสี่ยวจี้... เสี่ยวจี้...”เธอคุกเข่าลงกับพื้น ทั้งร่างสั่นไม่หยุดพยาบาลเข็นร่างของฉันออกมาลู่สืออวี่พุ่งเข้าไป เปิดผ้าขาวออกฉ
Read more

บทที่ 7

“ได้มาจากไหน...”“คิดว่าเรื่องที่แกทำ จะไม่มีใครรู้เหรอ?”ลู่สืออวี่ย่อตัวลง จ้องเขาเขม็ง“เจ็ดปีมานี้ แกใช้ชีวิตสบายมากสินะ”“คุณชายน้อยตระกูลลู่ อยากได้อะไรก็ได้”“แต่แกรู้ไหมว่า เจ็ดปีมานี้เสี่ยวจี้ใช้ชีวิตมายังไง?”เธอหยิบรูปถ่ายปึกหนึ่งออกมานั่นคือรูปถ่ายชีวิตของฉันตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาในสายการผลิตของโรงงาน นิ้วมือถูกเครื่องจักรหนีบจนบาดเจ็บในไซต์ก่อสร้าง ใบหน้าเปื้อนฝุ่นไปทั้งหน้าในโรงพยาบาล ขดตัวอยู่คนเดียวตรงมุมรวมถึงในห้องใต้ดินที่เช่าไว้ กอดเข่าตัวสั่นทุกรูปแทงลึกลงในหัวใจเธอ“ดูให้ดี!”เธอกระชากผมลู่เซวียน บังคับให้เขาดูรูปพวกนั้น“ทั้งหมดเป็นเพราะแก!”“เดิมทีเขาควรเป็นคุณชายน้อยที่สูงศักดิ์ที่สุดของตระกูลลู่!”“แต่เพราะแก เขาถึงต้องทนรับความอัปยศอยู่ข้างนอก!”ลู่เซวียนร้องไห้ออกมา “พี่ครับ ผมก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้! ผมแค่รักพี่มาก...”“รักฉัน?”ลู่สืออวี่ปล่อยมือ แล้วหัวเราะเยาะ“แกเหรอ?”เธอลุกขึ้น หยิบโทรศัพท์ออกมา“ตั้งแต่วันนี้ ลู่เซวียน แกไม่ใช่คนของตระกูลลู่อีก”“ฉันจะให้แกรับความทุกข์ที่เสี่ยวจี้เคยเจอเป็นร้อยเท่า!”เธอหันหลังเดินออกไป
Read more

บทที่ 8

ลู่สืออวี่เลือกวันที่ฉันหนีออกจากบ้าน ไปรับร่างของฉันกลับมา“เสี่ยวจี้ พี่จะไปส่งนายเป็นครั้งสุดท้าย”ฉันมองแผ่นหลังของเธอ ร่างที่เคยตั้งตรงสง่าผ่าเผย บัดนี้กลับดูหลังค่อมและโรยราลงเธอเพิ่งอายุสามสิบสี่แต่กลับดูเหมือนคนอายุห้าสิบเธอพาฉันไปฌาปนกิจเก็บเถ้ากระดูกใส่กล่องด้วยตัวเองจากนั้นก็ขับรถไปยังเนินเขาเล็ก ๆ แห่งหนึ่งแถบชานเมืองที่นั่นไม่มีป้ายหลุมศพ ไม่มีแม้แต่หลุมศพมีเพียงดอกไม้ป่าขึ้นเต็มเนินเขาเธอขุดหลุมหนึ่งวางโกศลงไปแล้วคุกเข่าอยู่ตรงนั้นทั้งคืน“เสี่ยวจี้ พี่จะอยู่เป็นเพื่อนนาย”“ต่อไปทุกปี พี่จะมาหานาย”หลังลู่เซวียนออกจากโรงพยาบาล ชีวิตก็ตกต่ำถึงขีดสุดเขาเช่าบ้านไม่ไหว ได้แต่นอนใต้สะพานไม่มีเงินซื้อข้าว ก็คอยเก็บของเหลือที่คนอื่นกินทิ้งไว้วันหนึ่ง ฉันเห็นเขาคุ้ยหาอาหารในถังขยะข้าง ๆ มีคนชี้ไม้ชี้มือ“นี่อดีตคุณชายน้อยตระกูลลู่ไม่ใช่เหรอ?”“เฮ้อ ชีวิตคนเราไม่แน่นอนจริง ๆ”ลู่เซวียนตาแดง ก้มหน้าต่ำใบหน้าที่เคยหยิ่งผยอง บัดนี้เต็มไปด้วยคราบสกปรกฉันคิดว่า นี่คงเป็นกรรมแต่ลู่สืออวี่ก็ยังไม่ปล่อยเขาไปเธอคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ทำให้ลู่เซวี
Read more

บทที่ 9

ลู่สืออวี่รู้ข่าวแล้ว จึงไปหาเขาครั้งหนึ่งเธอพบเขาในโรงงานร้างแห่งหนึ่งเขาขดตัวอยู่ตรงมุม ตัวสั่นไปทั้งร่างพอเห็นลู่สืออวี่ ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันทีเขาคลานเข้ามากอดขาเธอ“พี่ครับ วิญญาณของพี่ชายมาหาผม...”“เขาบอกว่าจะพาผมลงนรก...”ลู่สืออวี่ก้มมองเขาแววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจลึก ๆ“แกควรลงนรกไปตั้งนานแล้ว”เธอย่อตัวลง บีบคอเขาไว้“รู้ไหม ก่อนเสี่ยวจี้ตาย เขาพูดว่าอะไร?”ลู่เซวียนรีบส่ายหน้าอย่างสุดชีวิต“เขาบอกว่าสิ่งที่เสียใจที่สุดในชีวิต คือการช่วยแก”“เขาบอกว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขายอมตาย ดีกว่าบริจาคตับให้แก”น้ำตาของลู่เซวียนไหลร่วงลงมา“ขอโทษ... ขอโทษ...”“ขอโทษแล้วมีประโยชน์อะไร”ลู่สืออวี่ปล่อยมือแล้วลุกขึ้น“ลู่เซวียน สิ่งที่แกติดค้างเสี่ยวจี้ ชาตินี้ก็ใช้คืนไม่หมด”เธอเดินไปถึงประตู แล้วจู่ ๆ ก็หยุดลง“ตับของแกใช้การไม่ได้ทั้งหมดแล้ว”“หมอบอกว่าแกอยู่ได้อีกไม่เกินหนึ่งเดือน”“ก็ใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายนี้ให้เต็มที่แล้วกัน”เธอเดินจากไปทิ้งลู่เซวียนให้ร้องไห้อยู่ในความมืดเพียงลำพังฉันลอยอยู่ข้างเขามองดูสภาพเจ็บปวดของเขาแต่ในใจกลับไม่รู้สึ
Read more

บทที่ 10

หลังทำทุกอย่างเสร็จลู่สืออวี่ก็กลับมาที่หน้าหลุมศพของฉันเธอคุกเข่าอยู่ตรงนั้นตลอดสามวันสามคืนไม่กินไม่ดื่ม ปล่อยให้ลมฝนซัดกระหน่ำผู้ช่วยเข้ามาเกลี้ยกล่อมเธอ“คุณลู่ ร่างกายของคุณ...”“ออกไป”ลู่สืออวี่พูดเสียงแหบ “ปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียว”ผู้ช่วยถอนหายใจ แล้วเดินจากไปฉันมองใบหน้าซูบผอมกับผมหงอกขาวของเธอในใจพลันเจ็บแปลบขึ้นมาคนคนนี้ เคยเป็นพี่สาวที่ฉันรักที่สุดแต่ตอนนี้ เธอกลับกลายเป็นสภาพเช่นนี้เพื่อแก้แค้นให้ฉัน เธอลงมือทำลายลู่เซวียนด้วยตัวเอง และทำลายตัวเองไปพร้อมกันลู่สืออวี่ล้มป่วยหมอบอกว่าเป็นภาวะหัวใจล้มเหลว อยู่ได้อีกไม่เกินสามเดือนเธอปฏิเสธการรักษา “ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว”เธอบอกหมอ “ฉันจะไปอยู่กับน้องชายของฉัน”เธอกลับไปคฤหาสน์เก่าตระกูลลู่บริจาคทรัพย์สินทั้งหมดออกไปก่อตั้งมูลนิธิ "รำลึกถึงจี้"เพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าที่เหมือนฉันโดยเฉพาะหลังทำทุกอย่างเสร็จเธออุ้มโกศอัฐิของฉันมาที่ชายทะเลที่นั่นคือสถานที่ที่พวกเราชอบไปที่สุดตอนเด็ก“เสี่ยวจี้ ยังจำได้ไหม?”เธอประคองโกศอัฐิไว้ พลางพูดเสียงเบา“ตอนเด็ก ๆ นายบอกว่าอยากดูทะเล”“พ่อแม
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status