Short
พี่สาว ชาติหน้าไม่ขอเป็นน้องชายของพี่อีก

พี่สาว ชาติหน้าไม่ขอเป็นน้องชายของพี่อีก

بواسطة:  เจียอี๋مكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
10فصول
4.5Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ในปีที่เจ็ดหลังจากขาดการติดต่อ พี่สาวพบชื่อฉันในรายชื่อผู้บริจาคของศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ เธอมองเอกสารในมือพยาบาล มองรูปถ่ายและชื่อเดิมของฉันที่อยู่บนนั้น ก่อนขมวดคิ้วแน่น “คนนี้อยู่ไหน?” “อยู่หอผู้ป่วยระยะสุดท้าย ชั้นสิบสองค่ะ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เขายังรู้สึกตัวได้ พรุ่งนี้จะเข้ารับการผ่าตัด” สีหน้าเธอหม่นลง ก่อนเดินขึ้นไปชั้นบน พอผลักประตูเข้าไป ก็เห็นฉันกำลังเขียนจดหมายลาตาย “ลู่จี้” ฉันเงยหน้ามองเธอ ยิ้มบาง ๆ อย่างสงบ "คุณคงจำคนผิดแล้ว ผมชื่อจี้วั่ง ไม่ใช่ลู่จี้" เธอเดินมาหยุดข้างเตียง น้ำเสียงแข็งกระด้าง “กลับบ้านกับฉัน ไปขอโทษอาเซวียน ฉันจะหาหมอที่ดีที่สุดให้...” “ไม่จำเป็น ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ต้องขอโทษใคร” ฉันไม่แม้แต่จะเงยหน้า ก่อนเขียนลายเซ็นเสร็จบนหนังสือยินยอมบริจาคอวัยวะ

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอหัวเราะเยาะออกมาอย่างเย็นชา “แกล้งได้แนบเนียนดีนะ เจ็ดปีแล้ว ยังทำหน้าเหมือนไม่มีความผิดเหมือนเดิม”

“นายป่วยเหรอ? ป่วยเป็นอะไร? ทำไมต้องผ่าตัด?”

ฉันยิ้มบาง ๆ

“เนื้องอกกลัยโอมาในสมองระยะสุดท้าย อยู่ได้อีกไม่นานแล้ว”

“แทนที่จะปล่อยให้เน่าเปื่อยอยู่ในดิน สู้บริจาคอวัยวะ ยังช่วยชีวิตคนได้อีกหลายคน”

สีหน้าของลู่สืออวี่เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ไม่นานก็กลับมาเย็นชาเหมือนเดิม

“เลิกเล่นละครเถอะ คิดว่าแกล้งน่าสงสารแล้วฉันจะใจอ่อนเหรอ?”

เธอกวาดตามองข้าวของอันเรียบง่ายในห้องผู้ป่วย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงประชด “หลายปีมานี้อยู่ข้างนอกคงลำบากสินะ ถ้าวันนั้นไม่ทำเรื่องพวกนั้น จะลงเอยแบบนี้ได้ยังไง”

ฉันก้มมองมือที่ผอมจนเห็นแต่กระดูกของตัวเอง ไม่พูดอะไร

“เสี่ยวจี้...” จู่ ๆ เธอก็เรียกฉัน น้ำเสียงแฝงความลังเลอยู่เล็กน้อย “นายป่วยหนักขนาดนี้จริง ๆ เหรอ?”

ฉันเงยหน้ามองเธอ แววตาสงบจนน่ากลัว “เกี่ยวอะไรกับคุณลู่?”

“ฉันเป็นพี่สาวนาย!”

“น้องชายของคุณ ตายไปตั้งแต่เจ็ดปีก่อนแล้ว”

สีหน้าของเธอเขียวคล้ำ จ้องฉันเขม็ง “นายเกลียดฉันขนาดนั้นเลยเหรอ? เรื่องเมื่อก่อน หรือว่าไม่ใช่เพราะนายเอง...”

“พอเถอะ” ฉันขัดเธอ “คุณลู่ คุณคงไม่ได้มารื้อฟื้นเรื่องเก่าหรอกใช่ไหม? มีอะไรก็พูดมา”

เธออ้าปาก แต่กลับพูดไม่ออก

“ให้ผมเดานะ” ฉันพูดช้า ๆ

“เขา...ก็ต้องการตับเหมือนกันใช่ไหม?”

ลู่สืออวี่ไม่ตอบ

แต่แววตาที่หลบเลี่ยงของเธอ บอกคำตอบทุกอย่างแล้ว

ฉันพิงหัวเตียง หัวเราะเบา ๆ

“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้”

“เจ็ดปีแล้ว ในที่สุดเขาก็นึกถึงพี่ชายคนนี้”

“งั้นวันนี้คุณก็มาขอตับของผมแทนเขา?”

“ไม่ใช่ขอ” เธอแก้ “แต่นี่เป็นสิ่งที่นายควรทำ ตอนนั้นนายเต็มใจบริจาคเอง ตอนนี้อาเซวียนต้องการอีก นายก็ยังเป็นพี่ชายของเขา นี่คือความรับผิดชอบของนาย”

ฉันพิงหัวเตียง รู้สึกว่าน่าขันสิ้นดี

“ลู่สืออวี่ ตอนที่คุณไล่ผมออกจากบ้านเมื่อเจ็ดปีก่อน ทำไมไม่บอกว่าผมเป็นพี่ชายของเขา?”

“ก็เพราะนายก่อเรื่องเอง!” จู่ ๆ เธอก็ขึ้นเสียง “ถ้าตอนนั้นนายไม่ทำเรื่องชั่วร้ายตั้งมากมาย ใส่ร้ายอาเซวียน ฉันจะไล่นายออกจากบ้านได้ยังไง?”

“จนถึงตอนนี้นายก็ยังโกหก ยังแกล้งทำเป็นไร้เดียงสา”

“คิดว่าหนีไปเจ็ดปีแล้ว ฉันจะลืมเรื่องที่นายทำไว้เหรอ?”

ฉันหลับตา หัวใจด้านชาราวกับตายไปแล้ว

ที่แท้ เธอไม่เคยสงสัยเลย

และเชื่อมาตลอดว่าคนผิดคือฉัน

“ออกไปเถอะ” ฉันพูดอย่างอ่อนล้า “ผมอยากพัก”

“ลู่จี้!” เธอคว้าไหล่ฉันไว้ทันที “ฟังให้ชัด! อาเซวียนต้องการตับของนาย!”

ฉันลืมตา มองเธออย่างสงบ

“งั้นก็รอตับจากผู้บริจาคเถอะ ยังไงอวัยวะของผมก็ยกให้คนแปลกหน้าไปหมดแล้ว”

“นาย...” เธอโกรธจนตัวสั่น “ใจดำขนาดนี้เลยเหรอ?! ตอนนั้นอาเซวียนช่วยชีวิตฉันไว้! ถ้าไม่มีเขา ก็ไม่มีตระกูลลู่ในวันนี้! ส่วนนาย ไอ้คนอกตัญญู!”

ฉันไม่พูดอะไร เพียงหันหน้าไปมองนอกหน้าต่าง

“ลู่จี้ วันนี้ฉันจะพูดให้ชัด” เธอปล่อยมือจากฉัน น้ำเสียงเย็นเยียบ “ถ้านายไม่ช่วยอาเซวียน ฉันไม่มีวันปล่อยให้นายตายง่าย ๆ”

“ฉันจะใช้ทรัพยากรทั้งหมดของตระกูลลู่รักษานาย ให้นายมีชีวิตอยู่แบบตายทั้งเป็น”

ฉันฟังคำขู่ของเธอ โดยไม่รู้สึกหวั่นไหวแม้แต่น้อย

“แล้วแต่คุณ”

เธอมองฉันลึก ๆ ครั้งหนึ่ง ก่อนหันหลังเดินจากไป

ประตูปิดลงดังปังอยู่ด้านหลัง

ฉันนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างเงียบงัน

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

ไพโรจน์
ไพโรจน์
กำลังซึ้งแต่มาหลุดขำตอนจบ ฮ่าๆย้อนแย้งสุดๆไม่รุ้ร้องไห้เพราะอะไร
2026-08-13 08:05:29
0
0
Aob
Aob
..............................
2026-08-13 00:19:11
0
0
10 فصول
บทที่ 1
ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอหัวเราะเยาะออกมาอย่างเย็นชา “แกล้งได้แนบเนียนดีนะ เจ็ดปีแล้ว ยังทำหน้าเหมือนไม่มีความผิดเหมือนเดิม”“นายป่วยเหรอ? ป่วยเป็นอะไร? ทำไมต้องผ่าตัด?”ฉันยิ้มบาง ๆ“เนื้องอกกลัยโอมาในสมองระยะสุดท้าย อยู่ได้อีกไม่นานแล้ว”“แทนที่จะปล่อยให้เน่าเปื่อยอยู่ในดิน สู้บริจาคอวัยวะ ยังช่วยชีวิตคนได้อีกหลายคน”สีหน้าของลู่สืออวี่เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ไม่นานก็กลับมาเย็นชาเหมือนเดิม“เลิกเล่นละครเถอะ คิดว่าแกล้งน่าสงสารแล้วฉันจะใจอ่อนเหรอ?”เธอกวาดตามองข้าวของอันเรียบง่ายในห้องผู้ป่วย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงประชด “หลายปีมานี้อยู่ข้างนอกคงลำบากสินะ ถ้าวันนั้นไม่ทำเรื่องพวกนั้น จะลงเอยแบบนี้ได้ยังไง”ฉันก้มมองมือที่ผอมจนเห็นแต่กระดูกของตัวเอง ไม่พูดอะไร“เสี่ยวจี้...” จู่ ๆ เธอก็เรียกฉัน น้ำเสียงแฝงความลังเลอยู่เล็กน้อย “นายป่วยหนักขนาดนี้จริง ๆ เหรอ?”ฉันเงยหน้ามองเธอ แววตาสงบจนน่ากลัว “เกี่ยวอะไรกับคุณลู่?”“ฉันเป็นพี่สาวนาย!”“น้องชายของคุณ ตายไปตั้งแต่เจ็ดปีก่อนแล้ว”สีหน้าของเธอเขียวคล้ำ จ้องฉันเขม็ง “นายเกลียดฉันขนาดนั้นเลยเหรอ? เรื่องเมื่อก่อน หรือว่าไม่ใช่เพราะนายเอง...”
اقرأ المزيد
บทที่ 2
ความคิดของฉันย้อนกลับไปเมื่อสิบสี่ปีก่อนปีนั้น ฉันอายุสิบสามปี ส่วนลู่สืออวี่อายุยี่สิบเอ็ดปีพ่อแม่ของเราประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตพร้อมกัน ทิ้งตระกูลลู่อันใหญ่โตไว้ พร้อมญาติอีกนับไม่ถ้วนที่จ้องจะฮุบสมบัติตอนนั้นลู่สืออวี่เหมือนหมาป่าที่คอยปกป้องลูกน้อยเธอคอยปกป้องฉันไว้ด้านหลัง แบกรับทุกอย่างไว้เพียงลำพังในงานศพ มีญาติคนหนึ่งเมาแล้วชี้หน้าด่าฉัน“ไอ้ตัวซวย ถ้าไม่ใช่เพราะแก พ่อแม่แกจะเกิดเรื่องเหรอ!”ลู่สืออวี่ต่อยเขาเข้าเต็มแรงจนหน้าอาบเลือด“ใครกล้าแตะน้องชายฉันแม้แต่นิ้วเดียว ฉันจะทำให้มันอยู่ไม่สู้ตาย”คืนนั้น เธอกอดฉันที่ร้องไห้จนแทบขาดใจ พลางพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า“เสี่ยวจี้ ไม่ต้องกลัว พี่อยู่ตรงนี้”“ชาตินี้พี่จะปกป้องนายเอง”ฉันเชื่อฉันคิดว่าเราจะพึ่งพากันแบบนี้ตลอดไปแต่หลังจากลู่เซวียน น้องชายต่างมารดา เข้ามา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเขาสุขภาพไม่ดี พี่สาวยกห้องของฉันให้เขา บอกว่าห้องนั้นรับแสงดีกว่าเขาไม่ชอบอาหารที่ป้าทำ พี่สาวก็พาเขาออกไปกินข้าวข้างนอกทุกวันเขากลัวนอนคนเดียว พี่สาวก็ไปอยู่เป็นเพื่อนในห้องจนกว่าเขาจะหลับหนึ่งเดือนก่อนสอบเข้ามหาวิทยาล
اقرأ المزيد
บทที่ 3
เธอตัวสั่นสะท้าน “นายว่าอะไรนะ?”“ผมบอกว่า ผมยอมบริจาคตับให้เขา”“แต่หลังบริจาคเสร็จ ผมจะออกจากตระกูลลู่”“พวกพี่ก็คิดซะว่าผมตายแล้ว”เธอเงียบไปนานสุดท้ายก็พยักหน้าวันผ่าตัด ฉันถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดก่อนจะเข้าไป ฉันเห็นพี่สาวยืนอยู่หน้าประตูริมฝีปากของเธอขยับราวกับอยากพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้าย เธอก็ไม่พูดสักคำการผ่าตัดผ่านไปด้วยดีลู่เซวียนรอดชีวิตส่วนฉันเสียตับไปหนึ่งในสาม และไม่เคยกลับตระกูลลู่อีกเลยตอนบ่าย ลู่สืออวี่มาอีกครั้งคราวนี้ลู่เซวียนตามเธอมาด้วยเจ็ดปีผ่านไป เขาดูสูงโปร่งขึ้น ดวงตาคู่นั้นยังดูใสซื่อเหมือนเดิมลู่สืออวี่นั่งลงข้างเตียง “เสี่ยวจี้ อาเซวียนมาเยี่ยมนาย”ลู่เซวียนเดินเข้ามา ดวงตาแดงก่ำ “พี่ ได้ยินว่าพี่ป่วย ผมเป็นห่วงมาก...”“เลิกแสดงได้แล้ว” ฉันขัดเขา “มีแค่พวกเราสามคน จะแสดงให้ใครดู?”สีหน้าของลู่เซวียนซีดเผือด น้ำตาไหลอาบแก้ม“พี่ ทำไมพี่ถึงเกลียดผมขนาดนี้? เรื่องเมื่อก่อน ไม่ใช่ความผิดของผม...”“ไม่ใช่ความผิดของนาย?” ฉันหัวเราะเย็นชา “ลู่เซวียน นายแอบใช้บัญชีฉันไปด่าตัวเองในกรุ๊ปห้องเรียน ไม่ใช่นายทำเหรอ? นายแอบดูกระดาษข้อสอบของฉ
اقرأ المزيد
บทที่ 4
ใจฉันหายวาบ “คุณคิดจะทำอะไร?”“ไม่มีอะไร” เธอเก็บโทรศัพท์ “ในเมื่อนายจะบริจาคอวัยวะให้คนแปลกหน้า งั้นฉันก็จะทำให้คนพวกนั้นไม่ได้รับมัน”“ฉันจะให้โรงพยาบาลยกเลิกคำขอบริจาคของนาย แล้วจะใช้ทรัพยากรทั้งหมดของตระกูลลู่รักษานาย”“ให้นายมีชีวิตอยู่อย่างทรมาน จนกว่านายจะยอมช่วยอาเซวียน!”ฉันเบิกตากว้าง “คุณบ้าไปแล้ว!”“นายบีบให้ฉันต้องทำเอง” เธอพูดเสียงเย็น “ลู่จี้ นายเห็นแก่ตัวเกินไป เพื่อศักดิ์ศรีกับความแค้นน่าขันของตัวเอง นายถึงขั้นยอมทำร้ายคนบริสุทธิ์”“นายก็เหมือนเมื่อก่อน ยังร้ายกาจไม่เปลี่ยน”พูดจบ เธอก็ดึงลู่เซวียนเดินออกไปฉันนอนอยู่บนเตียง ตัวสั่นไปทั้งตัวด้วยความโกรธคืนนั้นเอง โรงพยาบาลส่งคนมาแจ้งว่า การผ่าตัดบริจาคถูกยกเลิกแล้ว“มีคนแจ้งว่าภาวะทางจิตใจของคุณไม่มั่นคง ไม่เหมาะจะตัดสินใจเรื่องการบริจาคอวัยวะครับ”“ทางเราจำเป็นต้องประเมินสภาพจิตใจของคุณใหม่ อย่างน้อยต้องใช้เวลาหนึ่งเดือน”วันต่อมา ฉันถูกย้ายไปโรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุดในเมือง Sห้องพักเป็นห้อง VIP แบบสวีต แพทย์เจ้าของไข้คือผู้เชี่ยวชาญด้านสมองระดับแนวหน้าของประเทศลู่สืออวี่ยืนอยู่ในห้องผู้ป่วย มองฉันด้ว
اقرأ المزيد
บทที่ 5
เธอเงยหน้าขึ้นทันที มองฉันที่นอนแน่นิ่งไร้สัญญาณชีวิตอยู่ใน ICUดวงตาแดงก่ำ เต็มไปด้วยความตกตะลึง สำนึกเสียใจ และสิ้นหวังหลักฐานในแท็บเล็ตเหมือนมีดที่แทงซ้ำลงไปกลางหัวใจของเธอครั้งแล้วครั้งเล่าภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ชัดเจนว่า ลู่เซวียนแอบใช้โทรศัพท์ของฉันล็อกอินบัญชี แล้วส่งข้อความร้ายกาจเหล่านั้นลงในกลุ่มแชตของห้องเรียนเขาก้มหน้า มุมปากยกเป็นรอยยิ้มสมใจ พอส่งข้อความเสร็จ ก็วางโทรศัพท์กลับเข้าที่เดิมในกระเป๋านักเรียนของฉันอย่างระมัดระวังยังมีเรื่องการสอบครั้งนั้นอีก กล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่า ตอนฉันไปห้องน้ำ ลู่เซวียนแอบเปิดดูกระดาษข้อสอบของฉัน แล้วจงใจ “เผลอหลุดปาก” ต่อหน้าครู บอกว่าเมื่อคืนฉันทบทวนบทเรียนจนดึก เดาประเด็นสำคัญออกหมดสิ่งที่ทำให้ใจหนาวเหน็บที่สุด คือคลิปบริเวณโถงบันไดในภาพ ฉันสะพายกระเป๋ากำลังจะลงบันได ลู่เซวียนเดินมาจากด้านหลัง มองซ้ายมองขวา พอแน่ใจว่าไม่มีใคร ก็ยื่นมือมาผลักฉันอย่างแรงทันทีฉันไม่ทันตั้งตัว ร่างทั้งร่างกลิ้งตกลงไปจากบันไดส่วนเขารีบวิ่งไปที่ปากบันได น้ำตาทะลักออกมาทันที แล้วพูดกับครูที่รีบเข้ามาว่า“คุณครูครับ ผมเห็นพี่เดินเล่นโทรศ
اقرأ المزيد
บทที่ 6
ลู่สืออวี่รับกระดาษแผ่นนั้นมามือของเธอสั่นจนแทบจับไว้ไม่อยู่บนนั้นเป็นลายมือเรียวบางของฉัน“ลู่สืออวี่ ตอนที่คุณเห็นจดหมายฉบับนี้ ผมคงตายแล้ว”“ชาตินี้ ขอบคุณที่เคยให้ความอบอุ่นกับผม”“หลังพ่อแม่เสีย คุณเป็นคนเดียวที่ประคองครอบครัวนี้ไว้และปกป้องผม หลายปีที่ผ่านมา ความดีที่คุณมีให้ ผมจำได้หมด”“ผมจำได้ว่า เพื่อทำให้ผมยิ้มได้ คุณอุตส่าห์หัดทำหมูพะโล้ที่ผมชอบ สุดท้ายก็ทำครัวเละไปหมด”“ผมจำได้ว่าตอนผมป่วย คุณเฝ้าอยู่ข้างเตียงทั้งคืน เล่านิทานให้ฟังจนผมหลับ”“ผมจำได้ว่าคุณเคยบอกว่าจะปกป้องผมตลอดชีวิต”“ตอนนั้นผมคิดว่า เราจะพึ่งพากันแบบนี้ไปตลอด”“น่าเสียดาย โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน”“และขอบคุณที่ทำให้ผมเข้าใจว่า บนโลกนี้ไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดไป”“เถ้ากระดูกของผม ไม่ต้องส่งกลับตระกูลลู่”“หาเนินเขาที่ไม่มีชื่อสักแห่งฝังก็พอ”“ชีวิตนี้ของผม เคยรัก และเคยเกลียด”“พอแล้ว”“ลู่จี้ ลาตาย”เธอมองตัวหนังสือไม่กี่บรรทัดนั้นน้ำตาพร่ามัวจนมองอะไรไม่ชัด“เสี่ยวจี้... เสี่ยวจี้...”เธอคุกเข่าลงกับพื้น ทั้งร่างสั่นไม่หยุดพยาบาลเข็นร่างของฉันออกมาลู่สืออวี่พุ่งเข้าไป เปิดผ้าขาวออกฉ
اقرأ المزيد
บทที่ 7
“ได้มาจากไหน...”“คิดว่าเรื่องที่แกทำ จะไม่มีใครรู้เหรอ?”ลู่สืออวี่ย่อตัวลง จ้องเขาเขม็ง“เจ็ดปีมานี้ แกใช้ชีวิตสบายมากสินะ”“คุณชายน้อยตระกูลลู่ อยากได้อะไรก็ได้”“แต่แกรู้ไหมว่า เจ็ดปีมานี้เสี่ยวจี้ใช้ชีวิตมายังไง?”เธอหยิบรูปถ่ายปึกหนึ่งออกมานั่นคือรูปถ่ายชีวิตของฉันตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาในสายการผลิตของโรงงาน นิ้วมือถูกเครื่องจักรหนีบจนบาดเจ็บในไซต์ก่อสร้าง ใบหน้าเปื้อนฝุ่นไปทั้งหน้าในโรงพยาบาล ขดตัวอยู่คนเดียวตรงมุมรวมถึงในห้องใต้ดินที่เช่าไว้ กอดเข่าตัวสั่นทุกรูปแทงลึกลงในหัวใจเธอ“ดูให้ดี!”เธอกระชากผมลู่เซวียน บังคับให้เขาดูรูปพวกนั้น“ทั้งหมดเป็นเพราะแก!”“เดิมทีเขาควรเป็นคุณชายน้อยที่สูงศักดิ์ที่สุดของตระกูลลู่!”“แต่เพราะแก เขาถึงต้องทนรับความอัปยศอยู่ข้างนอก!”ลู่เซวียนร้องไห้ออกมา “พี่ครับ ผมก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้! ผมแค่รักพี่มาก...”“รักฉัน?”ลู่สืออวี่ปล่อยมือ แล้วหัวเราะเยาะ“แกเหรอ?”เธอลุกขึ้น หยิบโทรศัพท์ออกมา“ตั้งแต่วันนี้ ลู่เซวียน แกไม่ใช่คนของตระกูลลู่อีก”“ฉันจะให้แกรับความทุกข์ที่เสี่ยวจี้เคยเจอเป็นร้อยเท่า!”เธอหันหลังเดินออกไป
اقرأ المزيد
บทที่ 8
ลู่สืออวี่เลือกวันที่ฉันหนีออกจากบ้าน ไปรับร่างของฉันกลับมา“เสี่ยวจี้ พี่จะไปส่งนายเป็นครั้งสุดท้าย”ฉันมองแผ่นหลังของเธอ ร่างที่เคยตั้งตรงสง่าผ่าเผย บัดนี้กลับดูหลังค่อมและโรยราลงเธอเพิ่งอายุสามสิบสี่แต่กลับดูเหมือนคนอายุห้าสิบเธอพาฉันไปฌาปนกิจเก็บเถ้ากระดูกใส่กล่องด้วยตัวเองจากนั้นก็ขับรถไปยังเนินเขาเล็ก ๆ แห่งหนึ่งแถบชานเมืองที่นั่นไม่มีป้ายหลุมศพ ไม่มีแม้แต่หลุมศพมีเพียงดอกไม้ป่าขึ้นเต็มเนินเขาเธอขุดหลุมหนึ่งวางโกศลงไปแล้วคุกเข่าอยู่ตรงนั้นทั้งคืน“เสี่ยวจี้ พี่จะอยู่เป็นเพื่อนนาย”“ต่อไปทุกปี พี่จะมาหานาย”หลังลู่เซวียนออกจากโรงพยาบาล ชีวิตก็ตกต่ำถึงขีดสุดเขาเช่าบ้านไม่ไหว ได้แต่นอนใต้สะพานไม่มีเงินซื้อข้าว ก็คอยเก็บของเหลือที่คนอื่นกินทิ้งไว้วันหนึ่ง ฉันเห็นเขาคุ้ยหาอาหารในถังขยะข้าง ๆ มีคนชี้ไม้ชี้มือ“นี่อดีตคุณชายน้อยตระกูลลู่ไม่ใช่เหรอ?”“เฮ้อ ชีวิตคนเราไม่แน่นอนจริง ๆ”ลู่เซวียนตาแดง ก้มหน้าต่ำใบหน้าที่เคยหยิ่งผยอง บัดนี้เต็มไปด้วยคราบสกปรกฉันคิดว่า นี่คงเป็นกรรมแต่ลู่สืออวี่ก็ยังไม่ปล่อยเขาไปเธอคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ทำให้ลู่เซวี
اقرأ المزيد
บทที่ 9
ลู่สืออวี่รู้ข่าวแล้ว จึงไปหาเขาครั้งหนึ่งเธอพบเขาในโรงงานร้างแห่งหนึ่งเขาขดตัวอยู่ตรงมุม ตัวสั่นไปทั้งร่างพอเห็นลู่สืออวี่ ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันทีเขาคลานเข้ามากอดขาเธอ“พี่ครับ วิญญาณของพี่ชายมาหาผม...”“เขาบอกว่าจะพาผมลงนรก...”ลู่สืออวี่ก้มมองเขาแววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจลึก ๆ“แกควรลงนรกไปตั้งนานแล้ว”เธอย่อตัวลง บีบคอเขาไว้“รู้ไหม ก่อนเสี่ยวจี้ตาย เขาพูดว่าอะไร?”ลู่เซวียนรีบส่ายหน้าอย่างสุดชีวิต“เขาบอกว่าสิ่งที่เสียใจที่สุดในชีวิต คือการช่วยแก”“เขาบอกว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขายอมตาย ดีกว่าบริจาคตับให้แก”น้ำตาของลู่เซวียนไหลร่วงลงมา“ขอโทษ... ขอโทษ...”“ขอโทษแล้วมีประโยชน์อะไร”ลู่สืออวี่ปล่อยมือแล้วลุกขึ้น“ลู่เซวียน สิ่งที่แกติดค้างเสี่ยวจี้ ชาตินี้ก็ใช้คืนไม่หมด”เธอเดินไปถึงประตู แล้วจู่ ๆ ก็หยุดลง“ตับของแกใช้การไม่ได้ทั้งหมดแล้ว”“หมอบอกว่าแกอยู่ได้อีกไม่เกินหนึ่งเดือน”“ก็ใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายนี้ให้เต็มที่แล้วกัน”เธอเดินจากไปทิ้งลู่เซวียนให้ร้องไห้อยู่ในความมืดเพียงลำพังฉันลอยอยู่ข้างเขามองดูสภาพเจ็บปวดของเขาแต่ในใจกลับไม่รู้สึ
اقرأ المزيد
บทที่ 10
หลังทำทุกอย่างเสร็จลู่สืออวี่ก็กลับมาที่หน้าหลุมศพของฉันเธอคุกเข่าอยู่ตรงนั้นตลอดสามวันสามคืนไม่กินไม่ดื่ม ปล่อยให้ลมฝนซัดกระหน่ำผู้ช่วยเข้ามาเกลี้ยกล่อมเธอ“คุณลู่ ร่างกายของคุณ...”“ออกไป”ลู่สืออวี่พูดเสียงแหบ “ปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียว”ผู้ช่วยถอนหายใจ แล้วเดินจากไปฉันมองใบหน้าซูบผอมกับผมหงอกขาวของเธอในใจพลันเจ็บแปลบขึ้นมาคนคนนี้ เคยเป็นพี่สาวที่ฉันรักที่สุดแต่ตอนนี้ เธอกลับกลายเป็นสภาพเช่นนี้เพื่อแก้แค้นให้ฉัน เธอลงมือทำลายลู่เซวียนด้วยตัวเอง และทำลายตัวเองไปพร้อมกันลู่สืออวี่ล้มป่วยหมอบอกว่าเป็นภาวะหัวใจล้มเหลว อยู่ได้อีกไม่เกินสามเดือนเธอปฏิเสธการรักษา “ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว”เธอบอกหมอ “ฉันจะไปอยู่กับน้องชายของฉัน”เธอกลับไปคฤหาสน์เก่าตระกูลลู่บริจาคทรัพย์สินทั้งหมดออกไปก่อตั้งมูลนิธิ "รำลึกถึงจี้"เพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าที่เหมือนฉันโดยเฉพาะหลังทำทุกอย่างเสร็จเธออุ้มโกศอัฐิของฉันมาที่ชายทะเลที่นั่นคือสถานที่ที่พวกเราชอบไปที่สุดตอนเด็ก“เสี่ยวจี้ ยังจำได้ไหม?”เธอประคองโกศอัฐิไว้ พลางพูดเสียงเบา“ตอนเด็ก ๆ นายบอกว่าอยากดูทะเล”“พ่อแม
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status