تسجيل الدخولในปีที่เจ็ดหลังจากขาดการติดต่อ พี่สาวพบชื่อฉันในรายชื่อผู้บริจาคของศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ เธอมองเอกสารในมือพยาบาล มองรูปถ่ายและชื่อเดิมของฉันที่อยู่บนนั้น ก่อนขมวดคิ้วแน่น “คนนี้อยู่ไหน?” “อยู่หอผู้ป่วยระยะสุดท้าย ชั้นสิบสองค่ะ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เขายังรู้สึกตัวได้ พรุ่งนี้จะเข้ารับการผ่าตัด” สีหน้าเธอหม่นลง ก่อนเดินขึ้นไปชั้นบน พอผลักประตูเข้าไป ก็เห็นฉันกำลังเขียนจดหมายลาตาย “ลู่จี้” ฉันเงยหน้ามองเธอ ยิ้มบาง ๆ อย่างสงบ "คุณคงจำคนผิดแล้ว ผมชื่อจี้วั่ง ไม่ใช่ลู่จี้" เธอเดินมาหยุดข้างเตียง น้ำเสียงแข็งกระด้าง “กลับบ้านกับฉัน ไปขอโทษอาเซวียน ฉันจะหาหมอที่ดีที่สุดให้...” “ไม่จำเป็น ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ต้องขอโทษใคร” ฉันไม่แม้แต่จะเงยหน้า ก่อนเขียนลายเซ็นเสร็จบนหนังสือยินยอมบริจาคอวัยวะ
عرض المزيدหลังทำทุกอย่างเสร็จลู่สืออวี่ก็กลับมาที่หน้าหลุมศพของฉันเธอคุกเข่าอยู่ตรงนั้นตลอดสามวันสามคืนไม่กินไม่ดื่ม ปล่อยให้ลมฝนซัดกระหน่ำผู้ช่วยเข้ามาเกลี้ยกล่อมเธอ“คุณลู่ ร่างกายของคุณ...”“ออกไป”ลู่สืออวี่พูดเสียงแหบ “ปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียว”ผู้ช่วยถอนหายใจ แล้วเดินจากไปฉันมองใบหน้าซูบผอมกับผมหงอกขาวของเธอในใจพลันเจ็บแปลบขึ้นมาคนคนนี้ เคยเป็นพี่สาวที่ฉันรักที่สุดแต่ตอนนี้ เธอกลับกลายเป็นสภาพเช่นนี้เพื่อแก้แค้นให้ฉัน เธอลงมือทำลายลู่เซวียนด้วยตัวเอง และทำลายตัวเองไปพร้อมกันลู่สืออวี่ล้มป่วยหมอบอกว่าเป็นภาวะหัวใจล้มเหลว อยู่ได้อีกไม่เกินสามเดือนเธอปฏิเสธการรักษา “ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว”เธอบอกหมอ “ฉันจะไปอยู่กับน้องชายของฉัน”เธอกลับไปคฤหาสน์เก่าตระกูลลู่บริจาคทรัพย์สินทั้งหมดออกไปก่อตั้งมูลนิธิ "รำลึกถึงจี้"เพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าที่เหมือนฉันโดยเฉพาะหลังทำทุกอย่างเสร็จเธออุ้มโกศอัฐิของฉันมาที่ชายทะเลที่นั่นคือสถานที่ที่พวกเราชอบไปที่สุดตอนเด็ก“เสี่ยวจี้ ยังจำได้ไหม?”เธอประคองโกศอัฐิไว้ พลางพูดเสียงเบา“ตอนเด็ก ๆ นายบอกว่าอยากดูทะเล”“พ่อแม
ลู่สืออวี่รู้ข่าวแล้ว จึงไปหาเขาครั้งหนึ่งเธอพบเขาในโรงงานร้างแห่งหนึ่งเขาขดตัวอยู่ตรงมุม ตัวสั่นไปทั้งร่างพอเห็นลู่สืออวี่ ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันทีเขาคลานเข้ามากอดขาเธอ“พี่ครับ วิญญาณของพี่ชายมาหาผม...”“เขาบอกว่าจะพาผมลงนรก...”ลู่สืออวี่ก้มมองเขาแววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจลึก ๆ“แกควรลงนรกไปตั้งนานแล้ว”เธอย่อตัวลง บีบคอเขาไว้“รู้ไหม ก่อนเสี่ยวจี้ตาย เขาพูดว่าอะไร?”ลู่เซวียนรีบส่ายหน้าอย่างสุดชีวิต“เขาบอกว่าสิ่งที่เสียใจที่สุดในชีวิต คือการช่วยแก”“เขาบอกว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขายอมตาย ดีกว่าบริจาคตับให้แก”น้ำตาของลู่เซวียนไหลร่วงลงมา“ขอโทษ... ขอโทษ...”“ขอโทษแล้วมีประโยชน์อะไร”ลู่สืออวี่ปล่อยมือแล้วลุกขึ้น“ลู่เซวียน สิ่งที่แกติดค้างเสี่ยวจี้ ชาตินี้ก็ใช้คืนไม่หมด”เธอเดินไปถึงประตู แล้วจู่ ๆ ก็หยุดลง“ตับของแกใช้การไม่ได้ทั้งหมดแล้ว”“หมอบอกว่าแกอยู่ได้อีกไม่เกินหนึ่งเดือน”“ก็ใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายนี้ให้เต็มที่แล้วกัน”เธอเดินจากไปทิ้งลู่เซวียนให้ร้องไห้อยู่ในความมืดเพียงลำพังฉันลอยอยู่ข้างเขามองดูสภาพเจ็บปวดของเขาแต่ในใจกลับไม่รู้สึ
ลู่สืออวี่เลือกวันที่ฉันหนีออกจากบ้าน ไปรับร่างของฉันกลับมา“เสี่ยวจี้ พี่จะไปส่งนายเป็นครั้งสุดท้าย”ฉันมองแผ่นหลังของเธอ ร่างที่เคยตั้งตรงสง่าผ่าเผย บัดนี้กลับดูหลังค่อมและโรยราลงเธอเพิ่งอายุสามสิบสี่แต่กลับดูเหมือนคนอายุห้าสิบเธอพาฉันไปฌาปนกิจเก็บเถ้ากระดูกใส่กล่องด้วยตัวเองจากนั้นก็ขับรถไปยังเนินเขาเล็ก ๆ แห่งหนึ่งแถบชานเมืองที่นั่นไม่มีป้ายหลุมศพ ไม่มีแม้แต่หลุมศพมีเพียงดอกไม้ป่าขึ้นเต็มเนินเขาเธอขุดหลุมหนึ่งวางโกศลงไปแล้วคุกเข่าอยู่ตรงนั้นทั้งคืน“เสี่ยวจี้ พี่จะอยู่เป็นเพื่อนนาย”“ต่อไปทุกปี พี่จะมาหานาย”หลังลู่เซวียนออกจากโรงพยาบาล ชีวิตก็ตกต่ำถึงขีดสุดเขาเช่าบ้านไม่ไหว ได้แต่นอนใต้สะพานไม่มีเงินซื้อข้าว ก็คอยเก็บของเหลือที่คนอื่นกินทิ้งไว้วันหนึ่ง ฉันเห็นเขาคุ้ยหาอาหารในถังขยะข้าง ๆ มีคนชี้ไม้ชี้มือ“นี่อดีตคุณชายน้อยตระกูลลู่ไม่ใช่เหรอ?”“เฮ้อ ชีวิตคนเราไม่แน่นอนจริง ๆ”ลู่เซวียนตาแดง ก้มหน้าต่ำใบหน้าที่เคยหยิ่งผยอง บัดนี้เต็มไปด้วยคราบสกปรกฉันคิดว่า นี่คงเป็นกรรมแต่ลู่สืออวี่ก็ยังไม่ปล่อยเขาไปเธอคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ทำให้ลู่เซวี
“ได้มาจากไหน...”“คิดว่าเรื่องที่แกทำ จะไม่มีใครรู้เหรอ?”ลู่สืออวี่ย่อตัวลง จ้องเขาเขม็ง“เจ็ดปีมานี้ แกใช้ชีวิตสบายมากสินะ”“คุณชายน้อยตระกูลลู่ อยากได้อะไรก็ได้”“แต่แกรู้ไหมว่า เจ็ดปีมานี้เสี่ยวจี้ใช้ชีวิตมายังไง?”เธอหยิบรูปถ่ายปึกหนึ่งออกมานั่นคือรูปถ่ายชีวิตของฉันตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาในสายการผลิตของโรงงาน นิ้วมือถูกเครื่องจักรหนีบจนบาดเจ็บในไซต์ก่อสร้าง ใบหน้าเปื้อนฝุ่นไปทั้งหน้าในโรงพยาบาล ขดตัวอยู่คนเดียวตรงมุมรวมถึงในห้องใต้ดินที่เช่าไว้ กอดเข่าตัวสั่นทุกรูปแทงลึกลงในหัวใจเธอ“ดูให้ดี!”เธอกระชากผมลู่เซวียน บังคับให้เขาดูรูปพวกนั้น“ทั้งหมดเป็นเพราะแก!”“เดิมทีเขาควรเป็นคุณชายน้อยที่สูงศักดิ์ที่สุดของตระกูลลู่!”“แต่เพราะแก เขาถึงต้องทนรับความอัปยศอยู่ข้างนอก!”ลู่เซวียนร้องไห้ออกมา “พี่ครับ ผมก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้! ผมแค่รักพี่มาก...”“รักฉัน?”ลู่สืออวี่ปล่อยมือ แล้วหัวเราะเยาะ“แกเหรอ?”เธอลุกขึ้น หยิบโทรศัพท์ออกมา“ตั้งแต่วันนี้ ลู่เซวียน แกไม่ใช่คนของตระกูลลู่อีก”“ฉันจะให้แกรับความทุกข์ที่เสี่ยวจี้เคยเจอเป็นร้อยเท่า!”เธอหันหลังเดินออกไป






المراجعات