Share

บทที่ 2

Author: เจียอี๋
ความคิดของฉันย้อนกลับไปเมื่อสิบสี่ปีก่อน

ปีนั้น ฉันอายุสิบสามปี ส่วนลู่สืออวี่อายุยี่สิบเอ็ดปี

พ่อแม่ของเราประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตพร้อมกัน ทิ้งตระกูลลู่อันใหญ่โตไว้ พร้อมญาติอีกนับไม่ถ้วนที่จ้องจะฮุบสมบัติ

ตอนนั้นลู่สืออวี่เหมือนหมาป่าที่คอยปกป้องลูกน้อย

เธอคอยปกป้องฉันไว้ด้านหลัง แบกรับทุกอย่างไว้เพียงลำพัง

ในงานศพ มีญาติคนหนึ่งเมาแล้วชี้หน้าด่าฉัน

“ไอ้ตัวซวย ถ้าไม่ใช่เพราะแก พ่อแม่แกจะเกิดเรื่องเหรอ!”

ลู่สืออวี่ต่อยเขาเข้าเต็มแรงจนหน้าอาบเลือด

“ใครกล้าแตะน้องชายฉันแม้แต่นิ้วเดียว ฉันจะทำให้มันอยู่ไม่สู้ตาย”

คืนนั้น เธอกอดฉันที่ร้องไห้จนแทบขาดใจ พลางพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“เสี่ยวจี้ ไม่ต้องกลัว พี่อยู่ตรงนี้”

“ชาตินี้พี่จะปกป้องนายเอง”

ฉันเชื่อ

ฉันคิดว่าเราจะพึ่งพากันแบบนี้ตลอดไป

แต่หลังจากลู่เซวียน น้องชายต่างมารดา เข้ามา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

เขาสุขภาพไม่ดี พี่สาวยกห้องของฉันให้เขา บอกว่าห้องนั้นรับแสงดีกว่า

เขาไม่ชอบอาหารที่ป้าทำ พี่สาวก็พาเขาออกไปกินข้าวข้างนอกทุกวัน

เขากลัวนอนคนเดียว พี่สาวก็ไปอยู่เป็นเพื่อนในห้องจนกว่าเขาจะหลับ

หนึ่งเดือนก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ลู่เซวียนป่วยเป็นโรคตับหายาก อาการวิกฤต

พี่สาวแทบเสียสติ

เธอพาเขาตระเวนไปตามโรงพยาบาลที่ดีที่สุดทั่วประเทศ ตามหาผู้เชี่ยวชาญทุกคน

สุดท้าย หมอให้ทางเลือกสองทาง

รอตับจากผู้บริจาค หรือการปลูกถ่ายตับจากญาติสายตรง

ถ้ารอตับจากผู้บริจาค อาจต้องรอหนึ่งถึงสองปี ซึ่งเขารอไม่ไหว

ส่วนการปลูกถ่ายจากญาติสายตรง ต้องเป็นญาติสายตรงที่มีกรุ๊ปเลือดตรงกัน

และทั้งตระกูลลู่ มีแค่ฉันกับเขาที่กรุ๊ปเลือดตรงกัน

ตอนที่พี่สาวมาคุยกับฉัน ฉันกำลังทบทวนบทเรียนรอบสุดท้าย

“เสี่ยวจี้” น้ำเสียงของเธออ่อนลงกว่าก่อนมาก “เรื่องของอาเซวียน นายคงรู้แล้วใช่ไหม”

ฉันไม่พูดอะไร

“หมอบอกว่า ตับของนายมีโอกาสเข้ากันได้มากที่สุด”

ฉันพลิกหนังสือไปอีกหน้า

“เสี่ยวจี้ เขาจะตายนะ”

เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย “พี่ขอร้อง ช่วยเขาเถอะ”

ในที่สุดฉันก็เงยหน้าขึ้นมองเธอ

“พี่ ยังจำได้ไหม ตอนที่ครั้งก่อนผมป่วย พี่กำลังทำอะไรอยู่?”

เธอนิ่งไป

“ผมไข้ขึ้นสี่สิบองศา นอนอยู่ในห้องคนเดียวสองวัน ไม่มีใครสนใจ”

“ส่วนพี่ พาลู่เซวียนไปเดินเที่ยว”

“เพราะเขาบอกว่าเขาอารมณ์ไม่ดี”

เธออ้าปาก “เสี่ยวจี้ ครั้งนั้นพี่ผิดเอง...”

“ยังมีอีก” ฉันขัดเธอ “จำได้ไหม ตอนที่ผมถูกผลักตกบันได”

“ผมบอกพี่ว่าลู่เซวียนเป็นคนผลัก พี่ตอบว่ายังไง?”

“พี่บอกว่า ผมเดินไม่ดูทางเอง แล้วยังจะโยนความผิดให้อาเซวียน”

ใบหน้าของเธอซีดเผือด “เสี่ยวจี้...”

“ลู่สืออวี่ อยากให้ผมช่วยเขาเหรอ?”

ฉันลุกขึ้นยืน มองเธอ

“ได้”

“แต่จากนี้ไป ผมกับพี่ถือว่าจบกัน ผมไม่ใช่คนของตระกูลลู่อีกต่อไป และพี่ก็ไม่ใช่พี่สาวของผมอีก!”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พี่สาว ชาติหน้าไม่ขอเป็นน้องชายของพี่อีก   บทที่ 10

    หลังทำทุกอย่างเสร็จลู่สืออวี่ก็กลับมาที่หน้าหลุมศพของฉันเธอคุกเข่าอยู่ตรงนั้นตลอดสามวันสามคืนไม่กินไม่ดื่ม ปล่อยให้ลมฝนซัดกระหน่ำผู้ช่วยเข้ามาเกลี้ยกล่อมเธอ“คุณลู่ ร่างกายของคุณ...”“ออกไป”ลู่สืออวี่พูดเสียงแหบ “ปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียว”ผู้ช่วยถอนหายใจ แล้วเดินจากไปฉันมองใบหน้าซูบผอมกับผมหงอกขาวของเธอในใจพลันเจ็บแปลบขึ้นมาคนคนนี้ เคยเป็นพี่สาวที่ฉันรักที่สุดแต่ตอนนี้ เธอกลับกลายเป็นสภาพเช่นนี้เพื่อแก้แค้นให้ฉัน เธอลงมือทำลายลู่เซวียนด้วยตัวเอง และทำลายตัวเองไปพร้อมกันลู่สืออวี่ล้มป่วยหมอบอกว่าเป็นภาวะหัวใจล้มเหลว อยู่ได้อีกไม่เกินสามเดือนเธอปฏิเสธการรักษา “ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว”เธอบอกหมอ “ฉันจะไปอยู่กับน้องชายของฉัน”เธอกลับไปคฤหาสน์เก่าตระกูลลู่บริจาคทรัพย์สินทั้งหมดออกไปก่อตั้งมูลนิธิ "รำลึกถึงจี้"เพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าที่เหมือนฉันโดยเฉพาะหลังทำทุกอย่างเสร็จเธออุ้มโกศอัฐิของฉันมาที่ชายทะเลที่นั่นคือสถานที่ที่พวกเราชอบไปที่สุดตอนเด็ก“เสี่ยวจี้ ยังจำได้ไหม?”เธอประคองโกศอัฐิไว้ พลางพูดเสียงเบา“ตอนเด็ก ๆ นายบอกว่าอยากดูทะเล”“พ่อแม

  • พี่สาว ชาติหน้าไม่ขอเป็นน้องชายของพี่อีก   บทที่ 9

    ลู่สืออวี่รู้ข่าวแล้ว จึงไปหาเขาครั้งหนึ่งเธอพบเขาในโรงงานร้างแห่งหนึ่งเขาขดตัวอยู่ตรงมุม ตัวสั่นไปทั้งร่างพอเห็นลู่สืออวี่ ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันทีเขาคลานเข้ามากอดขาเธอ“พี่ครับ วิญญาณของพี่ชายมาหาผม...”“เขาบอกว่าจะพาผมลงนรก...”ลู่สืออวี่ก้มมองเขาแววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจลึก ๆ“แกควรลงนรกไปตั้งนานแล้ว”เธอย่อตัวลง บีบคอเขาไว้“รู้ไหม ก่อนเสี่ยวจี้ตาย เขาพูดว่าอะไร?”ลู่เซวียนรีบส่ายหน้าอย่างสุดชีวิต“เขาบอกว่าสิ่งที่เสียใจที่สุดในชีวิต คือการช่วยแก”“เขาบอกว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขายอมตาย ดีกว่าบริจาคตับให้แก”น้ำตาของลู่เซวียนไหลร่วงลงมา“ขอโทษ... ขอโทษ...”“ขอโทษแล้วมีประโยชน์อะไร”ลู่สืออวี่ปล่อยมือแล้วลุกขึ้น“ลู่เซวียน สิ่งที่แกติดค้างเสี่ยวจี้ ชาตินี้ก็ใช้คืนไม่หมด”เธอเดินไปถึงประตู แล้วจู่ ๆ ก็หยุดลง“ตับของแกใช้การไม่ได้ทั้งหมดแล้ว”“หมอบอกว่าแกอยู่ได้อีกไม่เกินหนึ่งเดือน”“ก็ใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายนี้ให้เต็มที่แล้วกัน”เธอเดินจากไปทิ้งลู่เซวียนให้ร้องไห้อยู่ในความมืดเพียงลำพังฉันลอยอยู่ข้างเขามองดูสภาพเจ็บปวดของเขาแต่ในใจกลับไม่รู้สึ

  • พี่สาว ชาติหน้าไม่ขอเป็นน้องชายของพี่อีก   บทที่ 8

    ลู่สืออวี่เลือกวันที่ฉันหนีออกจากบ้าน ไปรับร่างของฉันกลับมา“เสี่ยวจี้ พี่จะไปส่งนายเป็นครั้งสุดท้าย”ฉันมองแผ่นหลังของเธอ ร่างที่เคยตั้งตรงสง่าผ่าเผย บัดนี้กลับดูหลังค่อมและโรยราลงเธอเพิ่งอายุสามสิบสี่แต่กลับดูเหมือนคนอายุห้าสิบเธอพาฉันไปฌาปนกิจเก็บเถ้ากระดูกใส่กล่องด้วยตัวเองจากนั้นก็ขับรถไปยังเนินเขาเล็ก ๆ แห่งหนึ่งแถบชานเมืองที่นั่นไม่มีป้ายหลุมศพ ไม่มีแม้แต่หลุมศพมีเพียงดอกไม้ป่าขึ้นเต็มเนินเขาเธอขุดหลุมหนึ่งวางโกศลงไปแล้วคุกเข่าอยู่ตรงนั้นทั้งคืน“เสี่ยวจี้ พี่จะอยู่เป็นเพื่อนนาย”“ต่อไปทุกปี พี่จะมาหานาย”หลังลู่เซวียนออกจากโรงพยาบาล ชีวิตก็ตกต่ำถึงขีดสุดเขาเช่าบ้านไม่ไหว ได้แต่นอนใต้สะพานไม่มีเงินซื้อข้าว ก็คอยเก็บของเหลือที่คนอื่นกินทิ้งไว้วันหนึ่ง ฉันเห็นเขาคุ้ยหาอาหารในถังขยะข้าง ๆ มีคนชี้ไม้ชี้มือ“นี่อดีตคุณชายน้อยตระกูลลู่ไม่ใช่เหรอ?”“เฮ้อ ชีวิตคนเราไม่แน่นอนจริง ๆ”ลู่เซวียนตาแดง ก้มหน้าต่ำใบหน้าที่เคยหยิ่งผยอง บัดนี้เต็มไปด้วยคราบสกปรกฉันคิดว่า นี่คงเป็นกรรมแต่ลู่สืออวี่ก็ยังไม่ปล่อยเขาไปเธอคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ทำให้ลู่เซวี

  • พี่สาว ชาติหน้าไม่ขอเป็นน้องชายของพี่อีก   บทที่ 7

    “ได้มาจากไหน...”“คิดว่าเรื่องที่แกทำ จะไม่มีใครรู้เหรอ?”ลู่สืออวี่ย่อตัวลง จ้องเขาเขม็ง“เจ็ดปีมานี้ แกใช้ชีวิตสบายมากสินะ”“คุณชายน้อยตระกูลลู่ อยากได้อะไรก็ได้”“แต่แกรู้ไหมว่า เจ็ดปีมานี้เสี่ยวจี้ใช้ชีวิตมายังไง?”เธอหยิบรูปถ่ายปึกหนึ่งออกมานั่นคือรูปถ่ายชีวิตของฉันตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาในสายการผลิตของโรงงาน นิ้วมือถูกเครื่องจักรหนีบจนบาดเจ็บในไซต์ก่อสร้าง ใบหน้าเปื้อนฝุ่นไปทั้งหน้าในโรงพยาบาล ขดตัวอยู่คนเดียวตรงมุมรวมถึงในห้องใต้ดินที่เช่าไว้ กอดเข่าตัวสั่นทุกรูปแทงลึกลงในหัวใจเธอ“ดูให้ดี!”เธอกระชากผมลู่เซวียน บังคับให้เขาดูรูปพวกนั้น“ทั้งหมดเป็นเพราะแก!”“เดิมทีเขาควรเป็นคุณชายน้อยที่สูงศักดิ์ที่สุดของตระกูลลู่!”“แต่เพราะแก เขาถึงต้องทนรับความอัปยศอยู่ข้างนอก!”ลู่เซวียนร้องไห้ออกมา “พี่ครับ ผมก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้! ผมแค่รักพี่มาก...”“รักฉัน?”ลู่สืออวี่ปล่อยมือ แล้วหัวเราะเยาะ“แกเหรอ?”เธอลุกขึ้น หยิบโทรศัพท์ออกมา“ตั้งแต่วันนี้ ลู่เซวียน แกไม่ใช่คนของตระกูลลู่อีก”“ฉันจะให้แกรับความทุกข์ที่เสี่ยวจี้เคยเจอเป็นร้อยเท่า!”เธอหันหลังเดินออกไป

  • พี่สาว ชาติหน้าไม่ขอเป็นน้องชายของพี่อีก   บทที่ 6

    ลู่สืออวี่รับกระดาษแผ่นนั้นมามือของเธอสั่นจนแทบจับไว้ไม่อยู่บนนั้นเป็นลายมือเรียวบางของฉัน“ลู่สืออวี่ ตอนที่คุณเห็นจดหมายฉบับนี้ ผมคงตายแล้ว”“ชาตินี้ ขอบคุณที่เคยให้ความอบอุ่นกับผม”“หลังพ่อแม่เสีย คุณเป็นคนเดียวที่ประคองครอบครัวนี้ไว้และปกป้องผม หลายปีที่ผ่านมา ความดีที่คุณมีให้ ผมจำได้หมด”“ผมจำได้ว่า เพื่อทำให้ผมยิ้มได้ คุณอุตส่าห์หัดทำหมูพะโล้ที่ผมชอบ สุดท้ายก็ทำครัวเละไปหมด”“ผมจำได้ว่าตอนผมป่วย คุณเฝ้าอยู่ข้างเตียงทั้งคืน เล่านิทานให้ฟังจนผมหลับ”“ผมจำได้ว่าคุณเคยบอกว่าจะปกป้องผมตลอดชีวิต”“ตอนนั้นผมคิดว่า เราจะพึ่งพากันแบบนี้ไปตลอด”“น่าเสียดาย โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน”“และขอบคุณที่ทำให้ผมเข้าใจว่า บนโลกนี้ไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดไป”“เถ้ากระดูกของผม ไม่ต้องส่งกลับตระกูลลู่”“หาเนินเขาที่ไม่มีชื่อสักแห่งฝังก็พอ”“ชีวิตนี้ของผม เคยรัก และเคยเกลียด”“พอแล้ว”“ลู่จี้ ลาตาย”เธอมองตัวหนังสือไม่กี่บรรทัดนั้นน้ำตาพร่ามัวจนมองอะไรไม่ชัด“เสี่ยวจี้... เสี่ยวจี้...”เธอคุกเข่าลงกับพื้น ทั้งร่างสั่นไม่หยุดพยาบาลเข็นร่างของฉันออกมาลู่สืออวี่พุ่งเข้าไป เปิดผ้าขาวออกฉ

  • พี่สาว ชาติหน้าไม่ขอเป็นน้องชายของพี่อีก   บทที่ 5

    เธอเงยหน้าขึ้นทันที มองฉันที่นอนแน่นิ่งไร้สัญญาณชีวิตอยู่ใน ICUดวงตาแดงก่ำ เต็มไปด้วยความตกตะลึง สำนึกเสียใจ และสิ้นหวังหลักฐานในแท็บเล็ตเหมือนมีดที่แทงซ้ำลงไปกลางหัวใจของเธอครั้งแล้วครั้งเล่าภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ชัดเจนว่า ลู่เซวียนแอบใช้โทรศัพท์ของฉันล็อกอินบัญชี แล้วส่งข้อความร้ายกาจเหล่านั้นลงในกลุ่มแชตของห้องเรียนเขาก้มหน้า มุมปากยกเป็นรอยยิ้มสมใจ พอส่งข้อความเสร็จ ก็วางโทรศัพท์กลับเข้าที่เดิมในกระเป๋านักเรียนของฉันอย่างระมัดระวังยังมีเรื่องการสอบครั้งนั้นอีก กล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่า ตอนฉันไปห้องน้ำ ลู่เซวียนแอบเปิดดูกระดาษข้อสอบของฉัน แล้วจงใจ “เผลอหลุดปาก” ต่อหน้าครู บอกว่าเมื่อคืนฉันทบทวนบทเรียนจนดึก เดาประเด็นสำคัญออกหมดสิ่งที่ทำให้ใจหนาวเหน็บที่สุด คือคลิปบริเวณโถงบันไดในภาพ ฉันสะพายกระเป๋ากำลังจะลงบันได ลู่เซวียนเดินมาจากด้านหลัง มองซ้ายมองขวา พอแน่ใจว่าไม่มีใคร ก็ยื่นมือมาผลักฉันอย่างแรงทันทีฉันไม่ทันตั้งตัว ร่างทั้งร่างกลิ้งตกลงไปจากบันไดส่วนเขารีบวิ่งไปที่ปากบันได น้ำตาทะลักออกมาทันที แล้วพูดกับครูที่รีบเข้ามาว่า“คุณครูครับ ผมเห็นพี่เดินเล่นโทรศ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status