All Chapters of ครานี้ ชีวิตเป็นของข้า: Chapter 11 - Chapter 20

21 Chapters

บทที่ 11

ลมยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้า หอบพาความหนาวเย็นยะเยือกมาด้วย แต่กลับไม่อาจเป่าให้ความรุ่มร้อนในใจและความหวาดกลัวที่นับวันยิ่งเด่นชัดนั้นดับลงได้ประตูเรือนข้างแง้มไว้เขาผลักเปิดออกเต็มแรง บานประตูชนเข้ากับกำแพง ส่งเสียงดังทึบภายในห้องไม่ได้จุดตะเกียง มีเพียงแสงจันทร์อันเย็นเยียบส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ส่องให้เห็นความอ้างว้างทั่วทั้งห้องเครื่องนอนพับไว้เรียบร้อยเป็นระเบียบ ราวกับไม่เคยมีคนนอนมาก่อนบนโต๊ะ ของมีค่าเหล่านั้นที่เขาสั่งให้คนนำมาส่งเมื่อหลายวันก่อน ทั้งไข่มุกทะเลตะวันออก เครื่องประดับศีรษะหยก กำไลหยกมันแพะ เสื้อปักไหมทอง...ทั้งหมดกองอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีการแตะต้อง ทอประกายเยียบเย็นและหรูหราสูงค่าภายใต้แสงจันทร์ บนนั้นมีฝุ่นบางๆ จับอยู่แล้วนางไม่ได้เอาไปเลยสักอย่างเซียวหลินยวนเดินวนในห้องรอบหนึ่ง หัวใจคล้ายถูกมือที่มองไม่เห็นข้างหนึ่งบีบกำไว้อย่างแรง ยิ่งบีบยิ่งแน่น เจ็บจนเขาแทบหายใจไม่ออกความรู้สึกตื่นตระหนกสายนั้นราวกับเกลียวคลื่นเย็นเยียบ ถาโถมกลืนกินเขาในชั่วพริบตาไม่ ไม่หรอก นางต้องยังอยู่แน่นางแค่ซ่อนตัวอยู่ อยากเล่นซ่อนแอบกับเขาเท่านั้นเขาโถมไปที่ข้างเตี
Read more

บทที่ 12

ห้าวันถัดมา สำหรับทุกคนในจวนอ๋องเจิ้นเป่ยแล้ว ราวกับตกอยู่ในขุมนรกเซียวหลินยวนราวกับสัตว์ร้ายในกรงขังที่คลุ้มคลั่งตัวหนึ่งเขาแทบไม่ได้หลับได้นอน ในดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงก่ำชวนพรั่นพรึง อารมณ์ดุร้ายเกรี้ยวกราดถึงขีดสุดขอเพียงขัดใจนิดหน่อยก็อาจนำมาซึ่งโทสะราวฟ้าผ่า ทุกคนในจวนพากันอกสั่นขวัญแขวน แม้แต่หายใจแรงยังไม่กล้าทว่าเฉิงสือยวนกลับราวกับหยดน้ำที่เลือนหายไปในห้วงมหาสมุทร หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยองครักษ์เงาแทบจะพลิกเมืองหลวงค้นหา ตามสืบทุกสถานที่ที่พอจะเป็นไปได้ กระทั่งดึงกำลังจากฝ่ายทหารและหูตาในยุทธภพ แต่กลับไม่พบแม้แต่เศษชายเสื้อของนางพอจะสืบความได้รางๆ ว่า หลังจากนางออกจากที่ว่าการ ดูเหมือนจะใช้เครื่องประดับแลกม้ามาตัวหนึ่ง และเคยปรากฏตัวทางทิศตะวันตกของเมืองเพียงครั้งเดียว จากนั้นก็ไร้ข่าวคราวอีกเลยขณะที่ความอดทนและสติสัมปชัญญะของเซียวหลินยวนถูกเคี่ยวกรำจนเกือบสิ้นสูญ ทางคุกใต้ดินก็ส่งข่าวมาโจรที่หลุดรอดไปได้รายหนึ่งในคดีลักพาตัวเมื่อปีนั้น ถูกจับกุมได้ขณะก่อเหตุที่อำเภอข้างเคียงเพื่อเอาชีวิตรอด เขาสารภาพความลับที่ฝังกลบมาหลายปีออกมาในเวลาที่แทบจะประจวบ
Read more

บทที่ 13

มือของนางสั่นสะท้านยามหยิบคำให้การขึ้นมา เพียงได้มองแค่แวบเดียว เลือดฝาดหยดสุดท้ายบนใบหน้าก็เลือนหายไปจนหมดสิ้น“ไม่...ไม่ใช่นะ! ท่านอ๋อง ท่านฟังข้าอธิบายก่อน! นี่เป็นการใส่ร้าย! เป็นโจรพวกนั้นซัดทอดมั่วซั่ว! มีคนคิดจะทำร้ายข้า! ใช่แล้ว เป็นเฉิงสือยวน! ต้องเป็นเพราะนางเกลียดชังข้า นางจึงหาคนมาใส่ร้ายข้า!” นางล้มพับลงกับพื้น ร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตานองหน้า หมายจะคว้าชายเสื้อของเซียวหลินยวน เซียวหลินยวนถีบนางออกไปโดยพลัน แรงที่มหาศาลขนาดนั้นส่งผลให้เสิ่นเยว่หนิงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะล้มกลิ้งลงกับพื้น“ใส่ร้ายเจ้างั้นหรือ?” เซียวหลินยวนหัวเราะ ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับดูแย่เสียยิ่งกว่าร้องไห้ เผยให้เห็นความโศกสลดและความสมเพชตัวเองอย่างไร้ที่สิ้นสุด “แล้วสำนวนคดีพวกนี้ล่ะ? จดหมายเลือดพวกนี้ล่ะ? หรือว่าเฉิงสือยวนก็ติดสินบนผู้คุมคุกหลวง ติดสินบนแม่นมของเจ้ามาตั้งแต่ห้าปีก่อน เพื่อเขียนสิ่งเหล่านี้เตรียมไว้ใส่ร้ายเจ้าล่ะ?!”“เสิ่นเยว่หนิง!” เขาขยับก้าวไปข้างหน้า ก้มตัวลงไปกระชากคอเสื้อของนาง แล้วยกตัวนางขึ้นมาทั้งตัว ดวงตาแดงฉานจ้องมองนางเขม็ง “เจ้ามองตาข้าแล้วบอกมาสิ! เรื่องที่ริมหน้าผ
Read more

บทที่ 14

เสิ่นเยว่หนิงถูกองครักษ์ลากตัวออกไป ทว่าเสียงหัวเราะและคำสาปแช่งของนางยังคงดังก้องกังวานไปตามระเบียงทางเดินเซียวหลินยวนไม่อาจประคองร่างได้อีกต่อไป ร่างกายโงนเงนก่อนจะล้มหงายหลังลงไปอย่างแรง แล้วดิ่งลงสู่ความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดเซียวหลินยวนจับไข้สูงจนหมดสตินานถึงสามวันเต็มหมอหลวงเข้าๆ ออกๆ วนเวียนไม่ขาดสาย กรอกยาต้มเข้าไปเท่าใด ก็อาเจียนออกมาเท่านั้นเขากัดฟันแน่น พลางคิ้วขมวดเป็นปมราวกับตกอยู่ในฝันร้ายที่ไม่อาจหลุดพ้นในความฝัน มีแต่เฉิงสือยวนทั้งสุขและเศร้า ยิ้มแย้มและร่ำไห้ ภาพตอนยังมีชีวิต และภาพตอนที่ไร้ลมหายใจ...สุดท้ายหยุดนิ่งอยู่ตรงเถ้าถ่านอันเย็นเยียบกล่องนั้นสามวันให้หลัง เขาฝืนตื่นขึ้นมาทั้งร่างคล้ายถูกสูบดวงวิญญาณออกไป และคล้ายถูกไฟนรกเผาผลาญไปรอบหนึ่งเบ้าตาลึกโหล โหนกแก้มปูดนูน บริเวณคางเต็มไปด้วยตอหนวดเขียวครึ้ม แววตาที่เคยสงบนิ่งเย็นชาดุจหยกงาม บัดนี้เหลือเพียงความบ้าคลั่งยึดติดอันลึกล้ำไร้ก้นบึ้งเขาเลิกคำราม เลิกเกรี้ยวกราด เอาแต่ทุ่มอำนาจทั้งหมดที่มีอยู่ในมืออย่างเงียบเชียบโดยไม่เกรงกลัวผลที่จะตามมา ราวกับหว่านแหผืนใหญ่ครอบคลุมไปทั่วใต้หล้า เพียงเพ
Read more

บทที่ 15

ในตอนนั้นเอง องครักษ์เงาผู้หนึ่งที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางก็รีบรุดเข้ามา พร้อมคุกเข่าลงข้างเดียว“ท่านอ๋อง! มีข่าวคราวแล้วขอรับ!”เซียวหลินยวนหมุนตัวกลับมาทันควัน ในดวงตาพลันส่องประกายสว่างวาบอันน่าตระหนกออกมา “ว่ามา!”“พี่น้องในตำบลชิงสือทางเหนือส่งรายงานลับมาว่า ราวครึ่งเดือนก่อน มีสตรีผู้หนึ่งมาที่เมือง รูปโฉมคล้ายคลึงกับพระชายาถึงเจ็ดแปดส่วน มีแผลตามตัว ซ้ำยังตัวคนเดียว และเคยไปจัดยาที่หุยชุนถังทางทิศตะวันออกของเมืองขอรับ แต่...”องครักษ์เงาลังเลไปครู่หนึ่ง“แต่อันใด?!” หัวใจของเซียวหลินยวนแล่นขึ้นมาจ่ออยู่ที่ลำคอ“แต่จากการเฝ้าสังเกต สตรีผู้นั้นมิได้ตัวคนเดียว นางดูเหมือนจะ...สนิทสนมกับหมอประจำหุยชุนถังท่านหนึ่ง หมอผู้นั้นเอาใจใส่นางเป็นพิเศษ มักจะเข้าออกที่พักของนางอยู่บ่อยครั้ง ทั้งสองคน...ความสัมพันธ์ดูค่อนข้างสนิทสนมกัน”ประกายตาของเซียวหลินยวนหยุดนิ่งไปในบัดดล จากนั้น พายุสายหนึ่งที่มืดมนยิ่งกว่า ยึดติดปักใจยิ่งกว่า พลันก่อตัวขึ้นด้านในสนิทสนม?เขาตามหานางจนแทบคลั่ง แต่นางกลับ “สนิทสนมยิ่ง” กับผู้อื่น?ไม่เขาไม่อนุญาตเซียวหลินยวนพลิกตัวขึ้นม้า ร่างกายเซไปวูบห
Read more

บทที่ 16

“เพียะ…!”เสียงตบฉาดใหญ่ดังกังวานขึ้นในเพิงชาอย่างไม่มีใครคาดคิดนักเดินทางสองสามคนที่กำลังคุยสัพเพเหระหันมองด้วยความตกตะลึง เห็นเพียงบุรุษที่นิ่งเงียบฟังพวกตนพูดมาโดยตลอด ผู้มีเค้าความซูบซีดอิดโรยแต่ยากจะบดบังรัศมีสูงศักดิ์ กลับตบหน้าตนเองอย่างแรง แรงถึงขั้นมุมปากมีเลือดซึมออกมาในชั่วครู่เขาคล้ายไม่รู้สึกตัว เพียงเขม้นมองเปลวไฟในเตาที่ลุกโชน ในดวงตามีแต่ความเจ็บปวดและความเสียใจภายหลังอันท่วมท้นยามค่ำคืน ในถิ่นทุรกันดาร ลมหนาวบาดลึกถึงกระดูกเซียวหลินยวนนั่งอยู่ข้างกองไฟตามลำพัง แสงไฟส่องสว่างดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยและตอหนวดรกเรื้อบนคางของเขาเขาหยิบห่อผ้าเล็กๆ ห่อนั้นออกมาจากสาบเสื้อชิดตัว ด้านในคือเถ้าถ่านที่หลงเหลืออยู่ในกล่องเหล็ก กับเศษถุงหอมไหม้เกรียมชิ้นนั้นปลายนิ้วหยาบกร้าน สัมผัสเศษผ้าไหม้เกรียมชิ้นนั้นอย่างระมัดระวังเย็นยะเยือก ราวกับสายตาคู่นั้นที่นางใช้มองเขาเป็นครั้งสุดท้าย“ยวนยวน…” เขารำพึงกับความว่างเปล่า น้ำเสียงแหบแห้งแตกสลาย เพียงถูกลมหนาวพัดก็ปลิวหาย “ตอนนั้นข้า...ตอนนั้นข้าคิดว่าเจ้ารับมือไหวจริงๆ...ข้าไม่รู้...ข้าไม่รู้ว่าวรยุทธ์ของเจ้า...”เข
Read more

บทที่ 17

เขาอายุราวยี่สิบห้ายี่สิบหกปี รูปร่างสูงโปร่งผ่าเผย กลิ่นอายอบอุ่นนุ่มนวล คิ้วตาสะอาดหมดจด ราวกับสายธารกลางขุนเขา และสายลมบริสุทธิ์กลางพงไพรเขาประคองชามกระเบื้องเนื้อหยาบไว้ในมือ ในชามมีไอร้อนลอยกรุ่นเป็นสายเป็นกู้ชิงเฟิงนั่นเองเขาเดินมาหยุดข้างเก้าอี้หวาย พลางย่อกายลงอย่างเป็นธรรมชาติ วางถ้วยยาลงบนโต๊ะเล็กข้างๆ จากนั้นยื่นมือประคองข้อเท้าข้างที่บาดเจ็บของเฉิงสือยวนขึ้นมาอย่างอ่อนโยนยิ่ง แล้วค่อยๆ ปลดผ้าพันแผลสะอาดที่พันอยู่ออกอย่างระมัดระวังเซียวหลินยวนใจกระตุกวูบ ลมหายใจพลันถี่กระชั้นขึ้นมาเท้าข้างนั้น บริเวณฝ่าเท้ายังคงเห็นรอยแผลเป็นสีเข้มกับเนื้อใหม่สีชมพูน่าเกลียดน่ากลัว ทว่าเห็นได้ชัดว่าได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ดีกว่าสภาพ “เน่าเปื่อยจนไม่มีเนื้อดีสักชิ้น” อย่างที่พวกนักเดินทางในเพิงชาเล่าไว้มากนักกู้ชิงเฟิงใช้ผ้านุ่มชุบตัวยา ค่อยๆ เช็ดผิวรอบบาดแผลอย่างเบามือ น้ำหนักมือของเขานุ่มนวลแผ่วเบา ราวกับกำลังปฏิบัติต่อสมบัติล้ำค่าหาสิ่งใดเปรียบเรียวคิ้วของเฉิงสือยวนขมวดเข้าหากันแผ่วเบาจนแทบไม่สังเกตเห็น“ทนอีกนิดนะ ใกล้จะเสร็จแล้ว” กู้ชิงเฟิงสังเกตเห็นในทันที น้ำหนั
Read more

บทที่ 18

“ไม่! ข้ายังมิได้ยินยอม! เรื่องนั้นไม่นับ!” เซียวหลินยวนเอ่ยขัดนางขึ้นมาทันควัน ตะเบ็งเสียงขึ้นด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน แฝงความหวาดกลัวที่ยากจะซ่อนเร้น “ยวนยวน ข้ารู้สำนึกผิดแล้ว! ข้ารับรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว! เรื่องพวกนั้นที่เสิ่นเยว่หนิงก่อไว้ ทั้งในคุกใต้ดิน ทั้งที่ริมขอบหน้าผา...ข้ามันเขลาเอง! ข้ามันตาไร้แววเอง! ข้าผิดต่อเจ้ายิ่งนัก! เจ้ายกโทษให้ข้าจะได้หรือไม่? พวกเรามาเริ่มต้นกันใหม่อีกสักครั้ง ต่อไปข้าจะดีต่อเจ้าเพียงผู้เดียว จะเชื่อฟังเจ้า จะรักเจ้าแต่เพียงผู้เดียว...”เขาเอ่ยคำพูดสับสนรวนเรจับต้นชนปลายไม่ถูก พรั่งพรูเอาความรู้สึกเสียใจ ความเจ็บปวด และความตรอมตรมคิดถึงตลอดหลายวันที่ผ่านมาออกมาจนหมดเปลือก พยายามไขว่คว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้เฉิงสือยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย มิใช่ด้วยหวั่นไหว หากแต่เป็นความหงุดหงิดระอาใจคล้ายถูกรบกวนนางมองดูมือของเขาที่ยื่นเข้ามาหมายจะคว้าท่อนแขนตน ร่างกายเบี่ยงหลบไปข้างหลังเล็กน้อยจนแทบไม่สังเกตเห็น ราวกับกำลังหลบหลีกสิ่งสกปรกน่ารังเกียจ“ความรักของท่านอ๋อง” นางเงยหน้า จ้องลึกเข้าไปในแววตาอันอัดแน่นด้วยความทรมานและอ้อนวอนของเขา พลางเอ่ยทีละคำ ทั้งแ
Read more

บทที่ 19

กู้ชิงเฟิงยังมีสีหน้าสงบเยือกเย็น ยังคงไม่สยบยอมและไม่เย่อหยิ่ง “ข้าน้อยกู้ชิงเฟิง เป็นเพียงหมอพเนจรคนหนึ่ง ข้ารู้เพียงแต่ว่าแม่นางเฉิงที่พักฟื้นอยู่ ณ ที่นี้ มีอิสรภาพ หากท่านยังคอยรังควาน รบกวนคนไข้ ก็อย่าหาว่าข้าน้อยไม่เกรงใจ”เข็มเงินตรงปลายนิ้วของเขาสะท้อนประกายเย็นวูบวาบ“พี่กู้” เฉิงสือยวนยื่นมือออกมากะทันหัน พลางรั้งดึงแขนเสื้อของกู้ชิงเฟิงไว้เบาๆ นั่นเป็นท่าทีแห่งความไว้เนื้อเชื่อใจและพึ่งพิงอย่างเต็มเปี่ยมนางไม่แม้แต่จะชายตามองเซียวหลินยวนอีกเลยแม้สักแวบเดียว ราวกับเขาเป็นเพียงอากาศสกปรกกลุ่มหนึ่ง“พวกเราเข้าไปข้างในกันเถิด” น้ำเสียงของนางแผ่วเบายิ่ง ทว่ากลับสะท้อนเข้าสู่โสตประสาทของเซียวหลินยวนได้อย่างแจ่มชัด “คนไม่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ”ไม่สำคัญถ้อยคำทั้งสี่คำนั้น ช่างเบาหวิว ทว่าราวกับมีดสั้นอาบยาพิษ จ้วงแทงลงกลางใจของเซียวหลินยวนอย่างแรง จากนั้นก็บิดหมุน คว้านเนื้อโชกเลือดออกมาชิ้นหนึ่ง เขามองดูเฉิงสือยวนรั้งดึงแขนเสื้อของกู้ชิงเฟิงตาปริบๆ มองดูเขาประคบประหงมคอยประคองนาง แม้กระทั่งกระซิบเตือนนางให้ระวังธรณีประตู มองดูนางเดินเข้าประตูเรือนอันซอมซ่อบานนั้น แล้ว
Read more

บทที่ 20

“เซียวหลินยวน…!!”แรงผลักสุดกำลังส่งผลให้เฉิงสือยวนเซถลาล้มลงบนแผ่นหินอันปลอดภัย หัวเข่าและข้อศอกมีรอยถลอกปอกเปิก ส่งความรู้สึกเจ็บปวดแสบร้อนขึ้นมาใต้หน้าผาอบอวลด้วยเมฆหมอก ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้งในชั่วขณะที่นางคิดว่าเขาคงร่างแหลกลาญไปแล้วนั้น เบื้องล่างห่างไปไม่ไกล พลันมีเสียงกิ่งไม้แห้งหักเป๊าะดังขึ้น พร้อมเสียงครางแผ่วต่ำในลำคอนางเพ่งสายตามองไป พลันพบว่าเซียวหลินยวนมิได้ร่วงดิ่งลงสู่ก้นเหวทันที หากแต่โชคดีที่ถูกต้นไม้แห้งโกร๋นต้นหนึ่งที่ยื่นออกมาจากหน้าผาแขวนรั้งไว้ทว่าต้นไม้แห้งโกร๋นต้นนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่อาจต้านทานแรงกระแทกจากการตกร่วงและน้ำหนักตัวของเขาได้ จึงส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะหักสะบั้น แม้กระทั่งส่วนรากก็เริ่มเลื่อนหลุดแล้ว ทั้งร่างเขาห้อยโหนอยู่กลางอากาศ แผ่นหลังและท่อนแขนถูกโขดหินแหลมคมกรีดบาดเป็นรอยแผลนับไม่ถ้วน จนเลือดไหลโชกเขายังคงมีลมหายใจ ทว่าชะตากรรมกลับแขวนอยู่บนเส้นด้าย พร้อมจะร่วงดิ่งลงสู่เบื้องล่างได้ทุกเมื่อกู้ชิงเฟิงก็พุ่งมาถึงริมผาเช่นกัน เมื่อเห็นภาพนี้ สีหน้าพลันเคร่งเครียด“สือยวน เจ้าอยู่ตรงนี้อย่าขยับไปไหน! ข้าจะไปหาเชือกและคนมาช่วย!”
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status