《ครานี้ ชีวิตเป็นของข้า》全部章節:第 1 章 - 第 10 章

21 章節

บทที่ 1

ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ไกลๆ โดยรอบพลันมีเสียงสูดหายใจดังขึ้นระงมนั่นคือถ่านไฟที่เผาจนแดงจัด อย่าว่าแต่สิบหลี่เลย แม้เพียงสิบก้าว ก็เพียงพอจะลวกเท้าสองข้างของคนจนเนื้อแตกหนังปริ!มือที่จับบังเหียนของเซียวหลินยวนพลันเกร็งแน่น สีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขารีบพลิกตัวลงจากม้า “หยุดนะ...”“ท่านอ๋อง!” เสียงสตรีอันอ่อนหวานแต่แฝงความร้อนใจเอ่ยขัดเขาขึ้นมาเห็นเพียงม่านรถม้าหรูหราคันหนึ่งที่จอดอยู่ข้างๆ ถูกเปิดขึ้น เสิ่นเยว่หนิงมีสาวใช้คอยพยุง เดินลงมาอย่างเชื่องช้าแช่มช้อยนางรีบก้าวไปข้างกายเซียวหลินยวน ดึงรั้งชายเสื้อเขาไว้เบาๆ “ท่านอ๋อง อย่าได้วู่วาม! พระนางเหลียงเฟยกำลังทรงกริ้ว หากท่านฝืนขัดขวาง เกรงว่าจะยิ่งทำให้นางมีโทสะ วันหน้าจะยิ่งมุ่งเป้าเล่นงานพี่หญิงสือยวน”“อีกทั้งนิสัยของพี่หญิงสือยวนแต่ไหนแต่ไรก็เด็ดเดี่ยวเปิดเผย กาลก่อนมีแต่ผู้อื่นเสียเปรียบนาง เคยเห็นนางเสียเปรียบให้ใครที่ไหนกัน? นางต้องมีวิธีรับมือเป็นแน่ หากท่านลงมือยามนี้ กลับจะไม่เป็นผลดี”การเคลื่อนไหวของเซียวหลินยวนพลันชะงักลงนั่นสิ เฉิงสือยวน...นางไม่เคยเป็นลูกพลับนิ่มที่ปล่อยให้ผู้ใดข่มเหงรังแกได้ตามใจชอบนางเป็นบุตร
閱讀更多

บทที่ 2

เฉิงสือยวนไม่ได้ตอบ เพียงกล่าวกับคนขับรถม้าว่า “ไปที่ว่าการเมืองหลวง”“ที่ว่าการเมืองหลวง?” เซียวหลินยวนขมวดคิ้วแน่น “เจ้าไปที่นั่นทำไม?”เฉิงสือยวนไม่ตอบ เพียงใช้ดวงตาอันว่างเปล่าคู่นั้นมองเขาเสิ่นเยว่หนิงที่อยู่ข้างๆ ก้าวมาข้างหน้าได้ถูกเวลา พลางเอ่ยหว่านล้อมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ท่านอ๋อง พี่หญิงสือยวนเพิ่งออกมา คงจะมีเรื่องสำคัญต้องจัดการ มิสู้...ตามใจนางเถิดเจ้าค่ะ?”เซียวหลินยวนมองท่าทางดื้อดึงเงียบขรึมของเฉิงสือยวน แล้วกดข่มความสงสัยและความขุ่นเคืองในใจลง “เอาล่ะ ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า”ตลอดทาง ภายในรถม้าเงียบสงัดจนน่ากลัวเซียวหลินยวนอยากชวนคุย แต่เมื่อเห็นเฉิงสือยวนหลับตาพักผ่อนเช่นนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดจากตรงไหนเขาสั่งให้คนนำผ้าห่มมาคลุมให้นาง แล้วรินน้ำอุ่นยื่นไปจ่อที่ริมฝีปาก แต่นางก็ไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้น เพียงเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบเลี่ยงกาลก่อนนางหาได้เป็นเช่นนี้ไม่แต่ก่อนหากนางได้รับบาดเจ็บแม้เพียงนิด แม้แค่ถลอกเพียงเล็กน้อย ก็จะวิ่งมาตรงหน้าเขา ชูมือให้เขาดู แล้วออดอ้อนว่า “เซียวหลินยวน เจ็บจังเลย ท่านช่วยเป่าให้ข้าหน่อยสิ”ตอนนั้นเขารู้สึกรำคาญ คิดว่
閱讀更多

บทที่ 3

“แม่นาง? แม่นาง? ท่านไม่เป็นไรกระมัง?” น้ำเสียงแสดงความห่วงใยเสียงหนึ่ง ฉุดดึงเฉิงสือยวนกลับมาจากความทรงจำเป็นท่านลุงขายถังหูลู่คนหนึ่ง กำลังมองนางด้วยความกังวลเฉิงสือยวนส่ายหน้าเบาๆ จ่ายเงินซื้อถังหูลู่มาไม้หนึ่ง แต่เพียงแค่ถือไว้ในมือ ไม่ได้ส่งเข้าปากนางลืมเลือนไปตั้งนานแล้วว่า รสชาติหวานนั้นเป็นเช่นไรนางฝืนลากเท้าทั้งสองข้างที่ยังคงเจ็บปวดรวดร้าว ค่อยๆ ก้าวเดินกลับไปยังจวนอ๋องเจิ้นเป่ยจวนอ๋องยังคงยิ่งใหญ่อลังการ ประตูสีชาดและกำแพงสูงใหญ่ตระหง่าน คนเฝ้าประตูเห็นนางก็ตะลึงค้างไปพักใหญ่ กว่าจะลนลานย่อกายคารวะ “พระ พระชายา…”เฉิงสือยวนมิได้ขานรับ เพียงเดินตรงเข้าไปข้างในทันทียามเหล่าคนรับใช้ในจวนเห็นนาง ต่างแสดงสีหน้าตกตะลึง พลางกระซิบกระซาบ สายตาที่มองมามีทั้งเห็นใจ มีทั้งเวทนา แต่ที่มากที่สุดคือความเฉยชาของคนรอชมเรื่องสนุกนางเดินตรงไปยังเรือนหลักอย่างเรือนชีอู๋ ที่แห่งนี้คือเรือนประธานของพระชายา และเคยเป็นที่พักอาศัยของนางในอดีตยามผลักประตูเรือนประธานเข้าไป การตกแต่งภายในห้องก็เปลี่ยนไปมากแล้ว เสิ่นเยว่หนิงกำลังนั่งปักผ้าอยู่บนตั่งนุ่มริมหน้าต่าง พอได้ยินเสียงความเคล
閱讀更多

บทที่ 4

“ท่านไปเสียเถอะ” เฉิงสือยวนหลับตาลง น้ำเสียงแฝงความเหนื่อยล้า “ข้าอยากพักผ่อน”เซียวหลินยวนมองดวงตาทั้งสองข้างที่ปิดสนิทและเสี้ยวหน้าอันซีดเซียวของนาง ในยามนี้ บนเรือนร่างของนางไม่เหลือเงาร่างของหญิงสาวผู้เคยงดงามเฉิดฉาย และมีชีวิตชีวาดั่งเปลวเพลิงในวันวานอีกแล้วไม่รู้เพราะเหตุใด ในใจเขาพลันอึดอัดยิ่งนัก ราวกับมีหนามแทงปักอยู่ตรงนั้น“เจ้าพักผ่อนให้ดี” เขายืนขึ้น “วันหน้า...ข้าจะเจียดเวลามาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าให้มากขึ้น แล้วก็จะ...ใส่ใจเจ้าให้มากขึ้นด้วย”เขาหันหลังทำท่าจะเดินออกไป ทว่าสาวใช้คนหนึ่งกลับพรวดพราดลนลานเข้ามา ซึ่งก็คือปี้จู สาวใช้คนสนิทของเสิ่นเยว่หนิง“ท่านอ๋อง! แย่แล้วเจ้าค่ะ! คุณหนูญาติผู้น้อง...นางกระอักเลือดหมดสติไปกะทันหัน! หมอหลวงบอกว่านางต้องพิษประหลาด ต้องใช้เลือดของผู้มีธาตุหยินบริสุทธิ์มาเป็นตัวนำยา ถึงจะถอนพิษได้!”เซียวหลินยวนสีหน้าเปลี่ยนไปฉับพลัน “ผู้มีธาตุหยินบริสุทธิ์?”สายตาของปี้จูเคลื่อนไปทางเฉิงสือยวนที่อยู่บนเตียงโดยไม่รู้ตัวเซียวหลินยวนหันขวับไปมองเฉิงสือยวนทันที พร้อมแววตาซับซ้อน “สือยวน ข้าจำได้ว่า...วันเดือนปีเกิดของเจ้า เป็นธาตุหยินบริสุท
閱讀更多

บทที่ 5

เซียวหลินยวนสำลักคำพูดของนาง สัมผัสได้ถึงความเย็นชาและเย้ยหยันที่ซุกซ่อนอยู่ใต้น้ำเสียงเรียบสงบนั้นเขาอยากอธิบาย อยากพูดอะไรสักอย่างเพื่อคลี่คลายบรรยากาศ แต่เฉิงสือยวนเบือนหน้าหนีไปแล้ว พลางมองดูทิวทัศน์ที่แล่นผ่านไปนอกหน้าต่างรถ ท่าทางไม่อยากพูดคุยกับเขาอีกเซียวหลินยวนมองเสี้ยวหน้าที่เย็นชาของนาง ความอึดอัดกลุ้มใจและความรู้สึกไร้กำลังในอกก็ตีรวนขึ้นมาอีกครั้งงานเลี้ยงฤดูใบไม้ผลิจัดขึ้น ณ ตำหนักแปรพระราชฐานอันงดงามริมชานเมือง ซึ่งโอบล้อมด้วยขุนเขาและสายน้ำ บรรยากาศคึกคักครึกครื้นเป็นอย่างยิ่งการปรากฏตัวของเฉิงสือยวน ก่อให้เกิดความฮือฮาไม่น้อยผู้คนไม่น้อยต่างจำพระชายาเจิ้นเป่ยผู้เคยเลื่องชื่อไปทั่วเมืองหลวงผู้นี้ได้ สายตาอันหลากหลายต่างจับจ้องมา พลางกระซิบกระซาบกันสายตาเย็นชาของเซียวหลินยวนที่กวาดมองไป ทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นแผ่วลงในงานเลี้ยงมีการแข่งขันตีคลี เซียวหลินยวนรู้ว่าเมื่อก่อนเฉิงสือยวนชอบตีคลีที่สุด ทั้งยังมีทักษะการขี่ม้าเป็นเลิศ จึงอยากให้นางลงสนาม“สือยวน ไปเล่นสักรอบไหม? ถือเสียว่ายืดเส้นยืดสาย”เฉิงสือยวนส่ายหน้า “ไม่ล่ะ”เซียวหลินยวนเกลี้ยกล่อ
閱讀更多

บทที่ 6

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด เฉิงสือยวนลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงนอนในสถานที่ห่างไกล เจ็บปวดไปทั้งตัวราวกับกระดูกจะหลุดเป็นชิ้นๆนางยังไม่ตายหรือ?นางยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก หมายจะเอื้อมให้ถึงกาน้ำร้อนบนโต๊ะเตี้ยข้างเตียงขณะนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกถีบเปิดออกเสียงดัง “ปัง” อย่างแรง!เซียวหลินยวนยืนหน้าถมึงทึงอยู่ตรงประตู สายตาเย็นชาเฉียบคมแฝงความโกรธเกรี้ยวที่กดข่มไว้ไม่มิด จ้องมองนางไม่วางตา“เฉิงสือยวน” เขาสืบเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงสั่นสะท้านเล็กน้อยด้วยความโกรธ “เหตุใดเจ้าต้องสมรู้ร่วมคิดกับโจรลักพาตัวพวกนั้นด้วย?!”เฉิงสือยวนชะงักงัน ตั้งตัวไม่ติดไปชั่วขณะ“นี่ยังจะเสแสร้งอยู่อีก?!” เซียวหลินยวนเดินมาหยุดข้างเตียง มองลงมาที่นางด้วยสายตาเต็มไปด้วยความผิดหวังและความโกรธเกรี้ยว “หากไม่ใช่เพราะเจ้าบอกเส้นทางกับลักษณะรถม้าของเยว่หนิงให้พวกมันรู้ พวกมันจะลักพาตัวนางได้แม่นยำขนาดนี้ได้อย่างไร?! พวกโจรสารภาพหมดแล้วว่า ทั้งหมดนี้เจ้าเป็นคนสมคบคิดกับพวกมัน!”เขาก้าวบีบเข้าไปใกล้ น้ำเสียงยิ่งดุเดือดกร้าวกระด้าง “ข้าเคยบอกแล้วไงว่าข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าอย่างด
閱讀更多

บทที่ 7

ยามที่ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็ถูกความอับชื้น เย็นชืด และกลิ่นคาวเลือดอันคุ้นเคยเข้าโอบล้อมตัวนางเอาไว้เป็นกองอาญา“ฟื้นแล้วหรือ?” ผู้คุมหน้าตาเหี้ยมเกรียมคนหนึ่งเดินเข้ามา ในมือถือเหล็กนาบเนื้อที่เผาจนแดงจัด “คุณหนูญาติผู้น้องกำชับไว้ ให้ต้อนรับท่านอย่างดีเป็นเวลาสามวัน พระชายา ล่วงเกินแล้ว!”ต่อจากนั้น ทั้งเหล็กร้อน เฆี่ยนตี น้ำเกลือ การลงทัณฑ์ด้วยเข็ม...การทรมานที่คุ้นเคย ถูกกระหน่ำลงบนเรือนร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลของนางทีละอย่างเหล่าผู้คุมได้รับคำสั่งพิเศษจากเสิ่นเยว่หนิง ลงมือได้อย่างพอเหมาะพอดี ทั้งต้องการให้นางเจ็บปวดเจียนตาย แต่ก็จะไม่ปล่อยให้นางตายในทันทีตลอดสามวัน ทุกเสี้ยววินาทียาวนานราวกับร้อยปีเฉิงสือยวนกัดฟันแน่น ไม่เอ่ยปากขอชีวิต ไม่ร่ำไห้คร่ำครวญ ทำเพียงเบิกตาสีหม่นไร้แววคู่นั้น จ้องมองผนังหินที่มีน้ำซึมอยู่ตรงเพดานห้องขังเซียวหลินยวน…นี่คือการลงโทษที่ท่านมอบให้งั้นหรือ?นี่คือวิธีที่ท่านจะพยายามรักข้างั้นหรือ?พลบค่ำวันที่สาม เฉิงสือยวนที่บาดแผลเต็มตัวและลมหายใจรวยริน ก็ถูกโยนกลับมาตรงหน้าประตูเรือนข้างของจวนอ๋องราวกับเศษขยะชิ้นหนึ่งนางฝืนทนรักษาล
閱讀更多

บทที่ 8

ผ่านไปไม่กี่วัน แผลตามตัวของเฉิงสือยวนก็เริ่มดีขึ้นบ้าง จนพอจะลุกจากเตียงเดินเหินได้แล้วเสิ่นเยว่หนิงเป็นฝ่ายมาที่เรือนข้างด้วยตนเอง แถมยังพาเซียวหลินยวนมาด้วย“พี่หญิงสือยวน หลายวันก่อนที่ทำให้ท่านต้องไปคัดคัมภีร์ ในใจข้ารู้สึกละอายใจจริงๆ วันนี้อากาศดี ดอกเหมยที่สวนเหมยทางทิศตะวันตกของเมืองกำลังบานสะพรั่ง ข้าเลยอยากชวนพี่หญิงไปชมบุปผาด้วยกัน ถือเสียว่าข้าขอโทษพี่หญิง ได้หรือไม่?”นางส่ายหน้าปฏิเสธ ทว่าไร้เรี่ยวแรง สุดท้ายจึงถูกเสิ่นเยว่หนิงดึงตัวไปจนได้ในสวนเหมย ดอกเหมยบานสะพรั่ง กลิ่นหอมอบอวลโชยตามลม ผู้คนสัญจรขวักไขว่หนาแน่นเสิ่นเยว่หนิงดูคล้ายเบิกบานยิ่งนัก นางชี้ไปยังเหมยขาวต้นหนึ่งพลางเอ่ย “ท่านอ๋อง ท่านดูต้นนี้สิเจ้าคะ บานได้งดงามยิ่งนัก”เซียวหลินยวนทอดสายตามองแวบหนึ่งพลางพยักหน้า ทว่าสายตากลับเบนไปยังเฉิงสือยวนที่ยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างๆ โดยไม่รู้ตัวนางสวมเสื้อคลุมที่ค่อนข้างเก่าตัวหนึ่ง ยืนอยู่ใต้ต้นเหมยแดงพลางแหงนหน้ามองบุปผา เสี้ยวหน้าด้านข้างซูบผอมซีดเซียว สีหน้าเฉยชา ดูแปลกแยกไม่เข้ากับทัศนียภาพฤดูใบไม้ผลิอันคึกคักนี้เลยสักนิดเสิ่นเยว่หนิงพลันส่งเสียง “ซี๊ด” ออ
閱讀更多

บทที่ 9

เฉิงสือยวนกัดฟันแน่น สองมือยันพื้น เล็บจิกลงในร่องอิฐแน่น ไร้ซึ่งคำอ้อนวอน ไร้ซึ่งคำแก้ตัวเพียงใช้ดวงตาว่างเปล่าคู่นั้น จ้องมองเซียวหลินยวนไม่วางตาในสายตานั้น ไร้ความเกลียด ไร้ความแค้น มีเพียงความเฉยชาอันเย็นเยียบ สงัดเงียบ และราวกับมองทะลุทุกสิ่งเซียวหลินยวนถูกสายตาเช่นนี้ของนางมองจนในใจลนลานอย่างบอกไม่ถูก เพลิงโทสะยิ่งลุกโชน “เฆี่ยน! เฆี่ยนต่อไป! เฆี่ยนจนกว่านางจะยอมพูด!”ขณะสติของเฉิงสือยวนกำลังจะพร่าเลือน เกือบจะทนไม่ไหวแล้วนั้น…“ท่านอ๋อง! ผิดแล้ว! ทุกอย่างผิดไปหมดแล้ว!” หมอหลวงคนหนึ่งพรวดพราด ล้มลุกคลุกคลานเข้ามาเซียวหลินยวนหันขวับกลับมา “ผิดอันใด?!”หมอหลวงคุกเข่าลงดังตุ้บ เอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ข้าน้อยเพิ่งตรวจดูอีกครา ทั้งยังสอบถามสาวใช้คนสนิทของคุณหนูญาติผู้น้อง จึงได้พบว่า...คุณหนูญาติผู้น้องมิได้ต้องพิษ!”“อะไรนะ?!”“เป็นเพราะอาหารแสลงกันขอรับ!” หมอหลวงรีบพูด “เมื่อวานคุณหนูญาติผู้น้องกินรังนกเลือด รังนกนั้นฤทธิ์ร้อนจัด ส่วนในน้ำแกงขับไล่ความเย็นวันนี้ มีหญ้าหานซิงอยู่ตัวหนึ่ง ซึ่งฤทธิ์เย็นจัด สรรพคุณยาทั้งสองสิ่งนี้ขัดกัน หากกินห่างกันในเวลาที่กระชั้นเกินไป ก
閱讀更多

บทที่ 10

อีกด้านหนึ่ง เซียวหลินยวนกำลังสะสางกิจราชการด้วยจิตใจที่หงุดหงิดกระสับกระส่ายนับตั้งแต่เฉิงสือยวนรับของกำนัลไปในวันนั้น เขาก็อยากไปเรือนข้างตั้งหลายครา แต่ก็มีอันต้องล่าช้าไปทุกที เพราะอาการป่วยของเสิ่นเยว่หนิงกำเริบซ้ำๆเขาบอกกับตัวเองว่า เฉิงสือยวนกำลังแง่งอน นางต้องทนรับความอยุติธรรมมามากมาย ในใจย่อมมีความขัดเคือง ปล่อยนางทิ้งไว้สักสามสองวันก็ดีเหมือนกันรอให้นางหายโกรธ รอให้เขาสะสางกิจราชการอันยุ่งยากซับซ้อนในมือพวกนี้ให้เสร็จสิ้น รอให้เขาปลอบประโลมเสิ่นเยว่หนิงเรียบร้อย แล้วค่อยไปหาก็ยังไม่สาย...เขาถึงขั้นเริ่มคิดว่า รอให้ผ่านไปอีกสักพัก ควรจะรับเฉิงสือยวนกลับมายังเรือนหลักอีกคราดีหรือไม่เรือนชีอู๋ เดิมทีก็เป็นของนางอยู่แล้วเสิ่นเยว่หนิงร่างกายอ่อนแอ ย้ายไปอยู่ห้องอุ่นทางทิศตะวันออกที่อบอุ่นกว่าได้ เขายังจำได้ว่าแต่ก่อนเฉิงสือยวนกลัวความหนาวเย็น ในฤดูหนาวมือเท้าของนางมักจะเย็นเยียบอยู่เสมอ ส่วนช่องทำความร้อนใต้พื้นของเรือนชีอู๋ก็จุดไฟไว้จนอบอุ่นที่สุดเขายังคิดไว้อีกว่า พอเข้าฤดูใบไม้ผลิ จะพานางไปพักผ่อนที่คฤหาสน์น้ำพุร้อนชานเมืองหลวงสักสองสามวัน แต่ก่อนนางมักรบเร้าอยาก
閱讀更多
上一章
123
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status