Todos los capítulos de คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว: Capítulo 11 - Capítulo 20

30 Capítulos

บทที่ 11

ตอนห้าทุ่ม หลังจากหลินซิ่วจูส่งแขกกลุ่มสุดท้ายกลับแล้ว ก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาทันทีเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถดูหน้าฟีด แล้วบังเอิญเห็นรูปที่ซูเสี่ยวถังโพสต์พอดีภาพคนตระกูลซูอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างมีความสุข ทำให้หลินซิ่วจูรู้สึกไม่พอใจอย่างมากวันนี้เป็นวันเกิดของลู่จื้อหย่วนแท้ ๆ แต่ซูเสี่ยวถังที่เป็นลูกสะใภ้นอกจากจะไม่กลับมาแล้ว กระทั่งคำบอกกล่าวสักคำก็ไม่มีทุกปีซูเสี่ยวถังจะอยู่ที่บ้านทำอาหารสองวันติดกัน แต่ปีนี้กลับไปบ้านตระกูลซูเสียอย่างนั้นความไม่พอใจของหลินซิ่วจูยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเธอโมโหจนทนไม่ไหว ลุกพรวดเดินขึ้นชั้นบนอย่างเดือดดาลก่อนจะผลักเข้าไปในห้องหนังสือของลู่เฉินทันทีโดยไม่แม้แต่จะเคาะประตู หลินซิ่วจูโยนโทรศัพท์ลงข้างมือลู่เฉิน แล้วเอ่ยอย่างโมโหจนแทบเต้นผาง “แกดูสิ นี่มันเรื่องอะไรกัน?”ลู่เฉินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเหลือบมองอย่างรวดเร็ว เขาขมวดคิ้วแล้วถามอย่างไม่เข้าใจว่า “แล้วมันมีปัญหาอะไร?”หลินซิ่วจูใช้สองมือเท้าโต๊ะ ก่อนจะโน้มตัวมองลู่เฉินจากด้านบนแล้วเอ่ยว่า “วันนี้เป็นวันเกิดพ่อแก นอกจากเธอจะไม่ร่วมแสดงความยินดีแล้ว ยังแอบกลับบ้านตัวเองโดยไม่บอกไม่กล่าวอ
Leer más

บทที่ 12

งานเลี้ยงมีคนไม่มาก ประมาณเจ็ดแปดคน ทุกคนต่างเป็นผู้บริหารของโรงเรียนเพราะมีนักเรียนได้รับบาดเจ็บ ซูเสี่ยวถังจึงเสียเวลาไปเล็กน้อย และเป็นคนสุดท้ายที่มาถึงงานเลี้ยงตอนพนักงานเปิดประตูห้องส่วนตัว สายตาของทุกคนก็มองมาที่ซูเสี่ยวถังซูเสี่ยวถังกวาดตามองทีละคน ก่อนจะเห็นลู่เฉินกับโจวหลินหลี่จิ่นไม่ได้บอกว่าเป็นงานเลี้ยงขอบคุณสำหรับการบริจาค เธอเองก็ไม่ได้ถามละเอียด จึงตอบตกลงมายิ่งไปกว่านั้น ปกติลู่เฉินกินแต่ร้านอาหารระดับห้าดาว พักก็พักโรงแรมระดับดาว ซูเสี่ยวถังไม่คิดจริง ๆ ว่าเขาจะยอมอยู่กินข้าวที่เมืองเล็กแห่งนี้ลู่เฉินเองก็เห็นซูเสี่ยวถัง เขาประหลาดใจเล็กน้อย แต่พอลองคิดดู เธออาจเลียนแบบร่วมบริจาคเหมือนกันเพื่อจะได้มาเจอเขาที่งานเลี้ยงก็ได้หลี่จิ่นเห็นซูเสี่ยวถังยืนนิ่ง จึงรีบลุกขึ้นต้อนรับ “คุณหมอซู มาเร็ว มานั่งเถอะครับ”คุณหมอ?พอลู่เฉินได้ยินคำเรียกนี้ก็ยิ่งประหลาดใจเข้าไปใหญ่แต่ตอนเห็นซูเสี่ยวถังเดินเข้ามาในห้อง เขากลับหันไปเอ่ยกับโจวหลินที่ยังยืนอยู่โดยไม่รู้ตัวว่า “นั่งสิ ยืนอึ้งอะไรอยู่?”โจวหลินชะงัก “ครับ?”และในตอนนั้นเอง หลังซูเสี่ยวถังกวาดตามองไปรอบหนึ่ง
Leer más

บทที่ 13

พอลู่เฉินจะกลับ หลี่จิ่นจึงลุกขึ้นไปส่งซูเสี่ยวถังไม่ได้ขยับไปไหน เพียงคีบอาหารกินเงียบ ๆ เท่านั้นหลังงานเลี้ยงจบ ทุกคนก็แยกย้ายกลับบ้านของตัวเองซูเสี่ยวถังกับจงฉีเหนียนต้องกลับโรงเรียน ทั้งสองจึงเดินทางเดียวกันเมืองเล็กเงียบสงบ จันทร์สว่าง ดาวบางตา เงาของคนสองคนบนพื้นค่อย ๆ เคลื่อนไปข้างหน้าตอนนี้เป็นเดือนตุลาคม ดอกหอมหมื่นลี้กำลังบานสะพรั่ง กลิ่นหอมเข้มข้นลอยอบอวลไปทั่วซูเสี่ยวถังไม่ค่อยพูด ตลอดทางจึงเงียบมากพอเดินไปได้ระยะหนึ่ง กลับเป็นจงฉีเหนียนที่ทนความเงียบไม่ไหว เปิดบทสนทนาถามว่า “คุณซูเรียนจบจากมหาวิทยาลัยไหนครับ?”“มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เจียงโจวค่ะ”“ผมมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งก็จบจากมหาวิทยาลัยนี้เหมือนกัน”“บังเอิญจังเลยค่ะ”“ได้ยินผู้อำนวยการบอกว่าพรุ่งนี้คุณซูจะกลับเข้าเมืองแล้วเหรอครับ?”“ใช่ค่ะ ระยะเวลาที่มาปฏิบัติงานชนบทครบแล้ว”“งั้นต่อไปผมยังชวนคุณซูไปกินข้าวได้ไหมครับ?”ซูเสี่ยวถังชะงักไปเล็กน้อย คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า “ถ้าคุณจงมาเมืองเจียงโจว ฉันเป็นเจ้ามือเองค่ะ ถึงตอนนั้นก็หวังว่าคุณจงจะให้เกียรติมาร่วมโต๊ะนะคะ”จงฉีเหนียนเกาท้ายทอย แล้วยิ้มอย
Leer más

บทที่ 14

วันรุ่งขึ้น เป็นวันที่ซูเสี่ยวถังมาอยู่เมืองเล็กครบสองเดือน และเป็นวันที่เธอสามารถกลับเมืองเจียงโจวได้แล้วหลี่จิ่นจึงจัดพิธีอำลาให้เธอที่โรงเรียนเพื่อแสดงความขอบคุณ แม้ซูเสี่ยวถังจะรู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง แต่ชีวิตคนเราก็เป็นแบบนี้ ในแต่ละช่วงย่อมมีสิ่งที่ต้องทำในแต่ละช่วงหลังขับรถกลับถึงเมืองเจียงโจว เธอก็แวะไปคฤหาสน์เยว่หยวน เก็บข้าวของสำคัญของตัวเองทั้งหมดให้เรียบร้อย แล้วแพ็กส่งไปที่บ้านตระกูลซูเธออยู่ที่คฤหาสน์เยว่หยวนมานานกว่าสองปี ที่จริงก็มีของอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าไม่ใช่ของสำคัญ เธอก็ไม่ได้เอาไปด้วยโชคดีที่ต่อให้ออกจากตระกูลลู่มา เธอก็ยังมีที่ให้กลับไปวันรุ่งขึ้น เธอมาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เช้าตรู่หัวหน้าแผนกต้องทำการผ่าตัดหนึ่งเคส จึงเสนอให้เธอเข้าไปเป็นผู้ช่วยตอนที่ซูเสี่ยวถังกำลังล้างมือเตรียมตัวก่อนผ่าตัดอยู่ในห้องผ่าตัด ก็ได้ยินเสียงประหลาดใจดังขึ้นจากข้างตัว “เสี่ยวถัง?”ซูเสี่ยวถังสวมชุดผ่าตัด ใส่หน้ากากและหมวก เหลือให้เห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่ง เธอหันไปมองชายที่อยู่ข้าง ๆ ชะงักไปครู่หนึ่งถึงจะนึกออก “รุ่นพี่หรง?”หรงเหิงเองก็เผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่ง เขายิ้ม
Leer más

บทที่ 15

แม้ในใจลู่เหยาจะแอบคิดอย่างเจ้าเล่ห์ว่าจะร่วมมือกับพ่อช่วยกันเมินแม่ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเย่หนานเซิง เธอก็ยังเผยรอยยิ้มหวานออกมา“หนูไม่เป็นไรค่ะน้าเซิงเซิง หนูแค่อยากฟังน้าเล่นเปียโนแล้ว”เย่หนานเซิงได้ยินก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน “คืนนี้น้ามีการแสดงพอดี เดี๋ยวน้าโทรให้เพื่อนเก็บตั๋วไว้ให้หนูกับพ่อสองใบดีไหม?”ลู่เหยาได้ยินดังนั้นก็ดีใจจนปรบมือ “เย้ ๆ น้าเซิงเซิงดีที่สุดเลย”เธอพูดพลางโผเข้าไปกอดคอเย่หนานเซิง เอาแก้มถูไถกับเธอไม่หยุดลู่เฉินเองก็เหม่อลอยไปเล็กน้อย เขาประหลาดใจกับปฏิกิริยาของซูเสี่ยวถัง และยิ่งประหลาดใจกับความเย็นชาของเธอที่มีต่อลูกสาวทั้งที่ในความทรงจำ เธอเป็นคนที่หลงลูกสาวมาก ต่อให้แค่จะไปเข้าห้องน้ำ ก็ยังต้องคลอเคลียกับเหยาเหยาอยู่ตั้งพักใหญ่ถึงจะยอมไปเขายังจำได้ว่าครั้งหนึ่ง ลู่เฉินพาลู่เหยากลับบ้านเก่าไปเยี่ยมคุณปู่ ส่วนซูเสี่ยวถังกลับบ้านมาแล้วไม่เห็นลู่เหยา เธอก็ร้อนใจจนตามไปถึงบ้านเก่า พอเจอลูกสาวที่กำลังแทะน่องไก่อยู่ ก็รีบเข้าไปกอดแล้วร้องไห้ออกมายกใหญ่ตอนนั้นลู่เฉินเพียงรู้สึกว่าเธอทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เกินไปแต่ตอนนี้ล่ะ?ซูเสี่ยวถังกลับไม่แม้แ
Leer más

บทที่ 16

ตอนหรงเหิงเดินมาถึงตรงหน้าซูเสี่ยวถัง เขาก็ยิ้มแล้วเอ่ยชวนว่า “คืนนี้ไปฟังคอนเสิร์ตด้วยกันไหม?”แม้ซูเสี่ยวถังจะตั้งใจหย่า แต่ถึงอย่างไรตอนนี้เธอก็ยังเป็นคนที่มีสามีอยู่ เธอจึงคิดจะปฏิเสธตามสัญชาตญาณ แต่หรงเหิงกลับเอ่ยขึ้นก่อนว่า “ถือว่าไปผ่อนคลายเป็นเพื่อนฉันหน่อยก็แล้วกัน”ซูเสี่ยวถังคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็แค่ไปฟังคอนเสิร์ตหนึ่งงาน ยิ่งไปกว่านั้น เดิมทีพวกเขาก็เป็นเพื่อนที่สนิทกันมากอยู่แล้วดังนั้นซูเสี่ยวถังจึงตอบตกลง “ค่ะ”หรงเหิงมีรอยยิ้มบนใบหน้า เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “งั้นตอนเย็นฉันจะมารับเธอนะ”ซูเสี่ยวถังพยักหน้า “ค่ะ งั้นฉันกลับไปทำงานก่อนนะคะ”หลังมองส่งเธอจากไป หรงเหิงก็ยืนอยู่ใต้ร่มไม้ มองไปยังจุดที่เธอหายลับไปอย่างเหม่อลอยอยู่นานทันใดนั้นเขาก็ยิ้มออกมา ราวกับเพิ่งคว้าสิ่งที่สูญเสียไปแล้วกลับคืนมาได้อีกครั้ง ความยินดีในดวงตาแทบเก็บเอาไว้ไม่อยู่พอเปิดดูประวัติแชตกับจงฉีเหนียนอีกครั้ง รอยยิ้มของหรงเหิงก็ยิ่งลึกขึ้น“ดูผู้หญิงคนนี้ให้หน่อยว่าเป็นไง? ฉันว่าจะจีบเธอ”ในช่องแชต หลังข้อความประโยคนี้ของจงฉีเหนียนมีรูปหนึ่งแนบมาด้วย เป็นรูปคู่ที่เขาอ้างเหตุผลว่าซูเส
Leer más

บทที่ 17

ลู่เฉินโอบลู่เหยาเอาไว้ กันไม่ให้เธอตกลงไปขณะเดียวกัน สายตาของเขาก็มองตามทิศทางที่นิ้วของลู่เหยาชี้ไปแม้แสงจะสลัว แต่เขากลับมองออกได้ในทันทีว่าเป็นซูเสี่ยวถังกับหรงเหิงที่เจอกันตอนกลางวันพวกเขานั่งอยู่ในที่นั่งวีไอพี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ปกติเขาจะพาลู่เหยามานั่งเวลามาดูการแสดงของเย่หนานเซิงงั้นคนที่ซื้อตั๋วตำแหน่งนี้ก็คือหรงเหิงงั้นเหรอ?และในตอนนี้ ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกึกก้อง หรงเหิงเอียงตัวเข้าไปใกล้ข้างหูของซูเสี่ยวถัง ไม่รู้ว่าพูดอะไรกับเธอ แต่มุมปากของซูเสี่ยวถังมีรอยยิ้มบางระยะห่างไม่ได้ไกลมาก ลู่เฉินจึงมองเห็นทุกอย่างอย่างชัดเจนเวลาอยู่ต่อหน้าเขา ซูเสี่ยวถังแทบไม่เคยมีรอยยิ้มแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นรอยยิ้มประจบเอาใจนี่เป็นครั้งแรกที่ลู่เฉินเห็นซูเสี่ยวถังยิ้มให้ใครคนหนึ่งแบบนี้เขาเพียงรู้สึกเลือนรางว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหรงเหิงคงไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่ได้คิดมากลู่เฉินละสายตากลับมาก้มมองเด็กน้อยที่เงยหน้าเล็ก ๆ รอคำตอบจากเขา เขายิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ใช่ แม่เอง”พอลู่เหยาได้คำตอบยืนยันก็เริ่มร้อนใจขึ้นมา “แต่แม่แต่งงานกับพ่อแล้วไม่ใช่เหรอ?
Leer más

บทที่ 18

แต่เธอก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เพียงยิ้มให้หรงเหิงแล้วเอ่ยว่า “ขอบคุณที่ชมนะคะ แต่ฉันรู้ตัวเองดี”หรงเหิงชะงักไป และตระหนักว่าซูเสี่ยวถังเปลี่ยนไปมากจริง ๆหญิงสาวที่เคยสดใสร่าเริงในอดีต ตอนนี้เขากลับมองเห็นความรู้สึกด้อยค่าอย่างชัดเจนอยู่ในแววตาของเธอทั้งที่ตอนนั้นผลการเรียนของเธอดีมาก ทั้งที่มีโอกาสได้รับสิทธิ์เรียนต่อปริญญาโทโดยไม่ต้องสอบ ทั้งที่มีโอกาสเข้าร่วมงานวิจัยเกี่ยวกับโรคหลายชนิดเพียงแต่เธอเลือกชีวิตแต่งงานตอนหรงเหิงหันสายตากลับไปมองบนเวทีอีกครั้ง เย่หนานเซิงก็เปล่งประกายจริง ๆ ชุดราตรียาวสีขาวลากพื้นขับเน้นรูปร่างอ่อนช้อยของเธอ และเธอกำลังได้รับความสนใจจากทุกคนแต่หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่ หรงเหิงก็ยังหันกลับมาเอ่ยกับซูเสี่ยวถังว่า “ถ้าไม่มีแสงสปอตไลต์ ที่จริงทุกคนก็เหมือนกันหมดนะ”ซูเสี่ยวถังได้ยินประโยคนี้ก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงยิ้มบาง ๆ ให้หรงเหิงพอมาคิดดูตอนนี้ เธอเองก็ใช่ว่าจะไม่เคยรู้สึกเสียใจทีหลังถ้าตอนนั้นตั้งใจศึกษาด้านการแพทย์ต่อ ตอนนี้เธอก็น่าจะมีผลงานเป็นของตัวเองอยู่บ้างแล้วเพียงแต่...ทุกอย่างไม่มีโอกาสให้ย้อนกลับไปเริ่มใหม่อีกแล้วไม่นาน การแส
Leer más

บทที่ 19

คนมันไม่รัก ฝืนไปก็เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ซูเสี่ยวถังก็ไม่มีความสามารถพอจะทำให้ชีวิตแต่งงานครั้งนี้ดำเนินต่อไปได้อีกต่อให้เธอไม่เป็นฝ่ายขอหย่า หลังคลอดลูกคนที่สองแล้ว ลู่เฉินก็คงเป็นฝ่ายขอหย่าอยู่ดีแต่เธอไม่อยากเป็นเครื่องมือผลิตลูกอีกต่อไปอีกแล้ว และยิ่งไม่อยากเป็นนกในกรงอีกต่อไปหรงเหิงเห็นซูเสี่ยวถังร้องไห้ ก็รู้สึกไม่ดีอย่างมาก เขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอะไรอีกนอกจากปลอบเธอและช่วยเช็ดน้ำตา หลังลู่เหยาวิ่งขึ้นไปบนเวที ลู่เฉินกลับไม่ได้ตามขึ้นไปทันที แต่หันสายตาไปด้านข้าง และบังเอิญเห็นภาพที่หรงเหิงกำลังเช็ดน้ำตาให้ซูเสี่ยวถังพอดีทั้งสองยืนใกล้กันมาก ใกล้จนจากมุมที่เขามองไปเหมือนร่างของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกันแต่ตอนนั้นเอง เย่หนานเซิงก็เปลี่ยนชุดราตรีเรียบร้อยแล้ว เธอจูงมือลู่เหยาเดินมาทางลู่เฉิน“อาเฉิน” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวลลู่เฉินได้สติแล้วหันไปมองเย่หนานเซิง ในดวงตามีรอยยิ้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย “อืม”เย่หนานเซิงเสนอว่า “ไปกินข้าวกันไหม?”ลู่เฉินยิ้มแล้วตอบว่า “ได้”ตอนนั้นเอง ลู่เหยาก็เดินเข้ามาเขย่าแขนลู่เฉิน “คุณพ่อ หนูอยากกินปิ้งย่าง”เย่หนานเซิงยื่นมือ
Leer más

บทที่ 20

“เหยาเหยาน้อย น้าเซิงเซิงของหนูน่ะ ปีนี้เรียนจบปริญญาโท แล้วก็ได้โควตาเรียนต่อปริญญาเอกโดยตรง ที่บ้านก็ทำธุรกิจ แถมยังได้ใบประกาศกับถ้วยรางวัลเปียโนมาเยอะมาก นอกจากนี้ยังรับงานนางแบบกับแสดงละครเป็นงานเสริมด้วย ถ้าหนูบอกว่าเธอเก่งยังถือว่าพูดน้อยไปเลยนะ เธอน่ะไปอยู่สายงานไหนก็ไม่มีทางอดตาย แถมยังรุ่งได้ทุกวงการอีกต่างหาก”กู้จวินอันเอ่ยด้วยสีหน้าชื่นชมเต็มที่ ลู่เหยาฟังแล้วก็รู้สึกภูมิใจขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจเธอหันไปมองเย่หนานเซิง แล้วเอ่ยอย่างจริงจังว่า “น้าเซิงเซิง น้าเก่งมากจริง ๆ สุดยอดมากเลยค่ะ”เย่หนานเซิงลูบศีรษะลู่เหยา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและเอ็นดู “หนูเองก็จะเก่งขนาดนี้เหมือนกัน เพราะหนูมีพ่อที่เก่งมาก”ลู่เหยาหันไปมองลู่เฉินแล้วก็ยิ่งได้ใจมากขึ้นพ่อของเธอเป็นคนที่โดดเด่นเหนือใคร ส่วนน้าหนานเซิงก็เป็นเทพธิดาที่มีผู้คนมากมายชื่นชมเซียวอิ่นนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่ว่าทุกคนจะพูดอะไรกัน เขาก็ดูสงบนิ่งอยู่ตลอดเขาไม่ใช่คนชอบเรื่องซุบซิบนินทาเพียงแต่เขารู้สึกคุ้นหน้าผู้หญิงที่นั่งอยู่ใกล้ประตูคนนั้นมากคิดอยู่นาน ถึงค่อยนึกขึ้นมาได้ราง ๆ ว่าเคยเห็นเธอในงานฉลองครบเ
Leer más
ANTERIOR
123
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status