คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว

คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว

By:  ลำธารกวางUpdated just now
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
30Chapters
0views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

[การหย่า + ตาสว่าง + พ่อกับลูกสาวตามง้ออย่างหนัก + สวยเริ่ดด้วยตัวคนเดียว + ลุ้นลูกคนที่สอง] แต่งงานกันมาห้าปี ซูเสี่ยวถังทุ่มเททุกอย่างให้โดยไม่เคยบ่นหรือเสียใจ ทั้งเลี้ยงลูก กตัญญูต่อพ่อแม่สามี และให้พื้นที่ส่วนตัวแก่ลู่เฉินอย่างเต็มที่ แต่การเสียสละอย่างไม่เห็นแก่ตัวของเธอ กลับแลกมาด้วยการที่สามีไปมีคนใหม่อยู่ข้างนอก ทั้งซื้อรถ ซื้อบ้าน ฝากงานให้ ทั้งจูบ ทั้งกอด ทั้งแบกขึ้นหลัง เพื่อทำให้สามีที่ไม่ยอมกลับบ้านหันกลับมาใส่ใจครอบครัว ซูเสี่ยวถังจึงตัดสินใจลองมีลูกคนที่สอง หวังว่าจะได้ลูกชาย เธอคิดว่าการที่สามียอมมีลูกคนที่สองกับเธอ ก็เท่ากับว่าเขายอมรับสถานะคุณนายลู่ของเธอ แต่ความจริงกลับเป็นเพราะลู่เฉินกลัวว่าเมียน้อยของเขาจะเสี่ยงอันตรายจากการคลอดลูก จึงให้ซูเสี่ยวถังเป็นเครื่องมือผลิตลูกแทน เดิมทีเธอคิดว่าต่อให้สูญเสียสามีไป อย่างน้อยก็ยังมีลูกสาวอยู่เป็นเพื่อน แต่กุหลาบที่เธอฟูมฟักเลี้ยงดูมากับมือกลับกลายเป็นลูกสาวแสนอบอุ่นของคนอื่นไปเสียแล้ว สุดท้าย ซูเสี่ยวถังก็หมดใจ เธอไปเอาลูกคนที่สองออกและมุ่งมั่นจะหย่าให้ได้ เธอไม่เอาทั้งสามีและลูกสาวอีกต่อไปแล้ว แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงไตร่ตรองก่อนการหย่า สามีที่เมื่อก่อนไม่ยอมกลับบ้านกลับมาขวางเธอไว้กลางห้องนั่งเล่น “ไหนเราตกลงกันแล้วว่าจะมีลูกคนที่สองไม่ใช่เหรอ?”

View More

Chapter 1

บทที่ 1

ตอนที่ซูเสี่ยวถังกลับถึงคฤหาสน์จิ่นหยวน ก็เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว

วันนี้วันที่สิบห้า เป็นวันตกไข่ของเธอ

ลูกคนแรกเป็นผู้หญิง พ่อแม่สามีจึงคอยเร่งให้มีอีกคนมาตลอด

ถ้าเป็นครอบครัวอื่น เธอคงต้องถามสักหน่อยว่าที่บ้านมีบัลลังก์รอให้สืบทอดหรือยังไง

แต่ตระกูลลู่เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเจียงโจว ที่บ้านมีทรัพย์สินนับแสนล้านรอให้ลูกชายสืบทอดจริง ๆ

เมื่อเข้ามาในห้องนอน ลู่เฉินก็อาบน้ำล้างหน้าเรียบร้อยแล้ว

ทั้งสองตรงเข้าสู่เรื่องหลักทันทีโดยไม่มีแม้แต่การไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ

สามนาทีต่อมา ลู่เฉินก็เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ

ไม่นานลู่เฉินก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เขาหันหลังให้ซูเสี่ยวถังพลางสวมเสื้อผ้า และเอ่ยว่า “ตรวจตามเวลา ถ้าขึ้นสองขีดแล้วค่อยโทรหาฉัน!”

แต่งงานกันมาห้าปี เขาทำกับเธอแบบนี้มาตลอด พูดให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ชีวิตแต่งงานของพวกเขาเหลือแค่ในนามเท่านั้น

ลู่เฉินเลี้ยงผู้หญิงคนหนึ่งไว้นอกบ้าน ซูเสี่ยวถังคุ้ยดูบัญชีโซเชียลทุกบัญชีของลู่เฉินจนพบเบาะแสบางอย่าง สุดท้ายจึงตามเจอบัญชีของผู้หญิงคนนั้นได้สำเร็จ

นับแต่นั้นมา เธอก็แอบส่องอยู่เงียบ ๆ

ผู้หญิงคนนั้นอัปเดตเรื่องราวอยู่เป็นประจำ ตั้งแต่เรื่องเล็กอย่างอาหารสามมื้อในแต่ละวัน ไปจนถึงเทศกาลและวันเกิด

ก่อนเริ่มแผนมีลูกคนที่สอง ซูเสี่ยวถังแทบไม่ได้เจอลู่เฉินเลย แต่ตอนนี้พวกเขาได้พบกันเพียงเดือนละครั้งเท่านั้น

พอรู้ว่าลู่เฉินรีบไป ซูเสี่ยวถังจึงรีบลุกขึ้นแล้วเอ่ยกับแผ่นหลังของเขาว่า “เรามาคุยกันหน่อยเถอะ”

ลู่เฉินหันกลับมามองเธอโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะถามว่า “คุยอะไร?”

ซูเสี่ยวถังลดเสียงลง น้ำเสียงแทบจะเป็นการอ้อนวอน “ฉันอยากใช้ชีวิตคู่กับคุณให้ดี”

ทั้งที่รู้ดีว่าไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินชีวิตแต่งงานนี้ต่อไปแล้ว แต่ซูเสี่ยวถังก็ยังอยากลองดูสักตั้ง

เผื่อว่าจะมีปาฏิหาริย์

กว่าจะได้แต่งงานกับคนที่เธออยากแต่งด้วยไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังมีลูกสาวด้วยกันแล้ว เธอไม่อยากให้ชีวิตแต่งงานของตัวเองจบลงด้วยความล้มเหลว

แต่คำพูดของเธอกลับเหมือนก้อนหินที่จมหายลงทะเล ไม่รู้ว่าลู่เฉินไม่ได้ยินจริง ๆ หรือแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินกันแน่

เขาสวมเสื้อผ้าจนเรียบร้อย ใส่นาฬิกาข้อมือแล้วเดินออกไปข้างนอก

ก่อนที่ลู่เฉินจะจากไปเพียงเสี้ยววินาที ความรู้สึกของซูเสี่ยวถังก็พังทลายลงอย่างกะทันหัน เธอถามออกไปว่า “ลู่เฉิน คุณกลับจิ่นหยวนแค่เดือนละครั้ง ไม่เคยเป็นฝ่ายโทรหาฉันก่อน เราไม่เคยกินข้าวด้วยกันสักมื้อ สามีภรรยาต่างคนต่างอยู่ ชีวิตแต่งงานแบบนี้มันจะมีความหมายอะไร?”

ฝีเท้าของลู่เฉินชะงักไป ผ่านไปครู่ใหญ่เขาจึงหันกลับมามองซูเสี่ยวถัง เขาไม่สนใจน้ำตาของเธอ ไม่สนใจความน้อยใจของเธอ เพียงเอ่ยกับเธอว่า “รอเธอท้องลูกชายแล้วฉันจะกลับมาอยู่ที่จิ่นหยวน”

พูดจบ เขาก็จากไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ซูเสี่ยวถังยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้วิ่งตามออกไปอีก

แปดปีที่ชอบเขา ห้าปีของชีวิตแต่งงาน เธอทุ่มเทให้ทุกอย่าง แม้กระทั่งตอนคลอดลูกสาว เธอเกิดภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด หมอแจ้งอาการวิกฤตถึงสามครั้ง

แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังยอมเสี่ยงเดินผ่านประตูผีอีกครั้งเพื่อพยายามมีลูกคนที่สองให้เป็นเด็กผู้ชาย

แต่ในตอนนี้ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกสับสนขึ้นมาว่าสิ่งที่ทำอยู่มันคุ้มค่าจริง ๆ หรือไม่?

หลังอาบน้ำเสร็จและเดินออกมาจากห้องน้ำ ซูเสี่ยวถังก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตามความเคยชิน เข้าไปยังบัญชีของตัวเองในอินสตาแกรม แล้วเปิดหมวด “คนที่ดูบ่อย” ซึ่งมีเพียงบัญชีเดียวที่ใช้รูปโปรไฟล์หน้าตาหวาน ๆ ชื่อบัญชีว่า ‘เสี่ยวเย่’

เมื่อกดเข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ ซูเสี่ยวถังก็พบว่ามีวิดีโอใหม่เพิ่มขึ้นหนึ่งรายการ เพิ่งโพสต์เมื่อสองนาทีก่อน ในวิดีโอมีเพียงภาพเงาของคนสองคนใต้เสาไฟถนน แต่ตรงมุมขวาล่างของภาพกลับเผยให้เห็นมือที่ประสานกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งคู่ยังสวมสร้อยข้อมือคู่กันอีกด้วย

ข้อความประกอบวิดีโอเขียนว่า “ใต้แสงไฟถนนมีเงาสองเงา เงาหนึ่งเป็นของฉัน ส่วนอีกเงาก็เป็นของฉันเหมือนกัน”

เมื่อเห็นตรงนี้ หัวใจของซูเสี่ยวถังพลันบีบรัด แต่เมื่อเทียบกับตอนแรกที่รู้สึกราวกับฟ้าถล่มดินทลาย ปฏิกิริยาของเธอในตอนนี้ถือว่าสงบนิ่งมากแล้ว

หรือบางทีเธออาจจะชินเสียแล้ว

ทุกครั้งที่ได้พบกัน ลู่เฉินก็เอาแต่จะรีบร้อนไปหาผู้หญิงอีกคน

แต่เมื่อเก็บอารมณ์แล้วลองคิดดู ขอเพียงลู่เฉินยังยอมให้เธอเป็นคนคลอดลูกชายที่จะสืบทอดกิจการตระกูล ตำแหน่งคุณนายลู่ก็จะไม่สั่นคลอนตลอดไป

เพียงแต่ซูเสี่ยวถังต้องฝืนกลืนข้าวกึ่งสุกกึ่งดิบที่เรียกว่าชีวิตแต่งงานชามนี้ลงไปด้วยตัวเอง

……

หนึ่งเดือนต่อมา

หนึ่งทุ่มตรง ซูเสี่ยวถังรีบกลับมาที่จิ่นหยวนพร้อมกับผลตรวจครรภ์ที่เพิ่งออกมาใหม่ ๆ

ขณะที่กำลังจะก้าวเข้าไปในห้องรับแขก ซูเสี่ยวถังก็ได้ยินเสียงของหลินซิ่วจู แม่สามีดังขึ้นว่า “ลู่เฉิน แกก็อายุสามสิบสองแล้ว ถ้าซูเสี่ยวถังคลอดลูกชายไม่ได้ ก็ให้ผู้หญิงที่แกเลี้ยงไว้นอกบ้านนั่นคลอดให้แกสิ”

ลู่เฉินก็ปฏิเสธข้อเสนอของหลินซิ่วจูแทบจะในทันที “มันจะเหมือนกันได้ยังไง?”

หลินซิ่วจูเริ่มโมโห “ทำไมจะไม่เหมือน?”

ซูเสี่ยวถังถอยไปหลบอยู่ด้านข้าง เพราะลู่เฉินออกปากพูดแทนเธอ หัวใจดวงเล็กของเธอจึงเต้นแรงขึ้นมาเล็กน้อย

ใช่แล้ว ไม่ว่าลู่เฉินจะทำตัวเหลวไหลแค่ไหน แต่ภรรยาของเขาก็มีเพียงเธอคนเดียว

ไม่นาน เสียงของลู่เฉินก็ดังขึ้นอีกครั้ง “แม่ แม่ลืมเรื่องที่ตอนซูเสี่ยวถังคลอดเหยาเหยาแล้วเกิดภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือดแล้วหรือไง?”

พอหลินซิ่วจูได้ยินก็ยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม “แกยังกล้าพูดอีก คนอื่นคลอดกันสี่ห้าคนยังไม่เห็นเป็นอะไร มีแต่ซูเสี่ยวถังนี่แหละที่ทำเหมือนจะเป็นจะตาย ซวยจริง ๆ!”

คำต่อว่าซูเสี่ยวถังของหลินซิ่วจู ลู่เฉินไม่ได้ฟังเข้าหูแม้แต่ประโยคเดียว เขาเพียงอธิบายว่า “การคลอดลูกมีความเสี่ยงสูงมาก อาเซิงยังเด็ก ผมไม่กล้าพอจะให้เธอแบกรับความเสี่ยงแบบนี้”

คำพูดนี้ทำให้ซูเสี่ยวถังที่ยืนอยู่หน้าประตูรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า เธอยืนนิ่งแข็งอยู่กับที่ แต่น้ำตากลับไม่ไหลออกมา

เขาไม่กล้าให้เย่หนานเซิงต้องรับความเสี่ยง แล้วเธอล่ะ เธอรับได้งั้นเหรอ?

ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าลู่เฉินไม่ได้รักเธอ ทั้งที่รู้ว่าเขาทรยศเธอ ทั้งที่รู้ว่าพวกเขาไม่ควรฝืนเดินหน้าต่อไปอีก แต่ซูเสี่ยวถังก็ยังไร้เดียงสาคิดจะใช้ลูกมาผูกหัวใจเขาเอาไว้

เธอคิดว่าไม่ว่าลู่เฉินจะเที่ยวเล่นนอกบ้านมากแค่ไหน อย่างน้อยสถานะคุณนายลู่ก็จะเป็นของเธอตลอดไป

แต่ความจริงกลับโหดร้ายยิ่งกว่าที่เธอคิดเสียอีก

ที่แท้เธอก็เป็นเพียงเครื่องมือผลิตลูกสำหรับลู่เฉินเท่านั้น

แต่เขาลืมไปแล้วว่าหลังจากที่เธอคลอดเหยาเหยาในตอนนั้น เธอเคยตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าอยู่ช่วงหนึ่ง และยังกลัวเลือดอีกด้วย

เธอเป็นคนที่หมอช่วยยื้อกลับมาจากขอบเหวแห่งความตาย

ลู่เฉินกลัวว่าเย่หนานเซิงจะเกิดอันตราย แต่เขากลับลืมไปว่าร่างกายของซูเสี่ยวถังมีความเสี่ยงมากยิ่งกว่า

ซูเสี่ยวถังไม่ได้ยินแล้วว่าสามีกับแม่สามีพูดอะไรกันต่ออยู่ภายในบ้าน

เธอยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อมีทายาทให้ตระกูลลู่ แต่กลับต้องนอนเดียวดายทุกค่ำคืน ซ้ำยังได้เขาควายบนหัวเป็นการตอบแทน

เธอกำผลตรวจครรภ์แน่น พลางคิดว่าทุกอย่างก็คงถึงเวลาต้องจบลงแล้ว

วันนี้เดิมทีควรเป็นวันที่พวกเขาพยายามมีลูกคนที่สองกันเดือนละครั้ง แต่ตอนนี้ซูเสี่ยวถังกลับรู้สึกว่ามันไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไป

ที่แท้การหมดใจกับใครสักคนก็เกิดขึ้นได้ในชั่วพริบตาจริง ๆ

ส่วนเด็กในท้องก็คงไม่มีความจำเป็นต้องเก็บเอาไว้อีกแล้ว

ในเมื่อคนอื่นไม่สนใจว่าเธอจะเป็นหรือตาย อย่างน้อยเธอก็ควรสนใจชีวิตตัวเอง

ขณะที่กำลังจะหันหลังจากไป ป้าหวังซึ่งเป็นคนรับใช้ก็เห็นเธอเข้า “คุณนายกลับมาแล้วหรือคะ?”

ซูเสี่ยวถังยิ้มให้ป้าหวัง พลางคิดว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว วันนี้คุยเรื่องหย่าให้จบไปเลยดีกว่า

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
30 Chapters
บทที่ 1
ตอนที่ซูเสี่ยวถังกลับถึงคฤหาสน์จิ่นหยวน ก็เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ววันนี้วันที่สิบห้า เป็นวันตกไข่ของเธอลูกคนแรกเป็นผู้หญิง พ่อแม่สามีจึงคอยเร่งให้มีอีกคนมาตลอดถ้าเป็นครอบครัวอื่น เธอคงต้องถามสักหน่อยว่าที่บ้านมีบัลลังก์รอให้สืบทอดหรือยังไงแต่ตระกูลลู่เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเจียงโจว ที่บ้านมีทรัพย์สินนับแสนล้านรอให้ลูกชายสืบทอดจริง ๆเมื่อเข้ามาในห้องนอน ลู่เฉินก็อาบน้ำล้างหน้าเรียบร้อยแล้วทั้งสองตรงเข้าสู่เรื่องหลักทันทีโดยไม่มีแม้แต่การไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ สามนาทีต่อมา ลู่เฉินก็เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำไม่นานลู่เฉินก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เขาหันหลังให้ซูเสี่ยวถังพลางสวมเสื้อผ้า และเอ่ยว่า “ตรวจตามเวลา ถ้าขึ้นสองขีดแล้วค่อยโทรหาฉัน!”แต่งงานกันมาห้าปี เขาทำกับเธอแบบนี้มาตลอด พูดให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ชีวิตแต่งงานของพวกเขาเหลือแค่ในนามเท่านั้นลู่เฉินเลี้ยงผู้หญิงคนหนึ่งไว้นอกบ้าน ซูเสี่ยวถังคุ้ยดูบัญชีโซเชียลทุกบัญชีของลู่เฉินจนพบเบาะแสบางอย่าง สุดท้ายจึงตามเจอบัญชีของผู้หญิงคนนั้นได้สำเร็จนับแต่นั้นมา เธอก็แอบส่องอยู่เงียบ ๆผู้หญิงคนนั้นอัปเดตเรื่องราวอยู่เป็นประจำ
Read more
บทที่ 2
ซูเสี่ยวถังซ่อนผลตรวจครรภ์ไว้ให้เรียบร้อย ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องรับแขก วันนี้เธอไม่แม้แต่จะเอ่ยเรียกใครสักคน ซึ่งต่างจากท่าทีในอดีต เมื่อก่อนเธอมักคิดอย่างไร้เดียงสาว่า ขอเพียงดูแลพ่อแม่สามีให้ดี เป็นภรรยาที่รู้ความและเอาใจใส่ สักวันหนึ่งสามีก็ต้องมองเห็นความดีของเธอแต่ความจริงกลับตบหน้าเธออย่างแรงต่อให้เธอควักหัวใจออกมาประคองไว้ตรงหน้าคนตระกูลลู่ คนตระกูลลู่ก็อาจไม่ชายตามองด้วยซ้ำห้าปีที่ทุ่มเทอยู่ฝ่ายเดียว ถึงเวลาที่ต้องเอาคืนมาแล้วเห็นได้ชัดว่าวันนี้ลู่เฉินกลับมาก็เพื่อจัดการธุระ ดังนั้นจึงเหลือบมองป้าหวังแล้วสั่งว่า “ป้าหวัง พาแม่ออกไปหน่อย”ซูเสี่ยวถังที่ยืนอยู่ด้านข้างไม่พูดอะไรสักคำตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ในดวงตาของเธอกลับมีความเย็นชาเพิ่มขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกลู่เฉินเป็นผู้ดูแลกิจการทั้งหมดของตระกูลลู่ และบริหารบริษัทได้อย่างยอดเยี่ยมนิสัยของเขาก็ดี เขากตัญญูและอ่อนโยนต่อผู้ใหญ่ เขามีน้ำใจและรักษามิตรภาพต่อเพื่อน เขาให้รางวัลและลงโทษอย่างชัดเจนต่อลูกน้อง และเขาก็ดูแลเอาใจใส่พนักงานเป็นอย่างดี...ทุกคนที่เคยติดต่อกับเขาต่างพูดถึงเขาในทางที่ดีเป็นเสียงเดียวกัน เพื่อนที่รู
Read more
บทที่ 3
เธอไม่ได้อยากดู แต่สุดท้ายก็ยังกดเข้าไปตามความเคยชินในวิดีโอยังคงมีเพียงภาพเดียว เป็นภาพลู่เฉินก้มตัวนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าเย่หนานเซิงข้อความประกอบเขียนว่า “ดื่มไปนิดหน่อย โดนลมหนาวเข้า แค่ฉันโทรไป คุณก็มาหาแล้ว ดีจังเลยที่ตอนนี้มีคุณอยู่ด้วย”เมื่อซูเสี่ยวถังเห็นสิ่งเหล่านี้ หัวใจก็เจ็บขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุในเมื่อพวกเขารักกันมากขนาดนั้น เธอควรจะใจกว้างกว่านี้หน่อย แล้วปล่อยให้พวกเขาสมหวังดีไหม?ถ้าหย่า เธอขอแค่ลูกสาวกับส่วนแบ่งทรัพย์สินที่เธอควรได้รับ เธอไม่เอาอะไรทั้งนั้นนอกจากสองอย่างนี้ ซูเสี่ยวถังเก็บโทรศัพท์ แล้วก้าวเข้าไปในห้องรับแขกป้าเหลียงเห็นเธอก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “คุณนาย?”“เหยาเหยาล่ะ?”“คุณหนูกำลังเล่นตุ๊กตาบาร์บี้อยู่ชั้นบนค่ะ”ทันทีที่ป้าเหลียงพูดจบ เสียงประหลาดใจของลู่เหยาก็ดังลงมาจากชั้นบน “แม่?”ไม่ได้เจอลูกสาวมานาน ซูเสี่ยวถังรู้สึกหน่วงอยู่ในอก เธอรีบก้าวขึ้นชั้นบนไปกอดลูกสาว ก่อนจะย่อตัวลงตรงหน้า ประคองใบหน้าลูกไว้แล้วหอมไม่หยุดพอหอมเสร็จ เธอกำลังจะอ้าปากถามอะไรบางอย่าง ซูเสี่ยวถังก็เห็นลู่เหยายกมือขึ้นเช็ดหน้าตัวเองไม่หยุด จนผิวที่ถ
Read more
บทที่ 4
ประตูรถเปิดออก ลู่เฉินยกมือกันหลังคารถไว้ พร้อมกับยื่นมือไปหาเย่หนานเซิงในวินาทีที่นิ้วทั้งสิบประสานกัน ซูเสี่ยวถังก็หันกลับมาพอดีเมื่อเห็นภาพที่แทงใจตรงหน้า เธอกลับสงบนิ่งอย่างน่าประหลาดบางทีอาจเป็นเพราะคิดได้แล้ว ถึงได้ดูสงบไร้คลื่นลมเช่นนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงร้องไห้ไปยกใหญ่แล้วแต่ตอนนี้เธอเพียงอยากถามลู่เฉินว่า ที่เขาพูดว่า “หนานเซิงเหมาะจะเป็นแม่มากกว่าเธอ” นั่นหมายความว่ายังไง“ลู่เฉิน คุณหมายความว่ายังไง?”ริมฝีปากของซูเสี่ยวถังสั่นเล็กน้อย แม้แต่น้ำเสียงก็ผิดเพี้ยนไปเย่หนานเซิงลงจากรถ มือยังคงเกาะอยู่ที่แขนของลู่เฉิน เงาของคนทั้งคู่ทอดลงบนพื้นถนนยาวเหยียดใต้แสงจันทร์ ลู่เฉินทำราวกับไม่ได้ยินที่ซูเสี่ยวถังพูด และพาเย่หนานเซิงเดินเข้าไปในคฤหาสน์เยว่หยวนทันทีซูเสี่ยวถังจำไม่ได้แล้วว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไรที่เธอถูกเมินเฉยหัวใจของเธอเต็มไปด้วยบาดแผลมานานแล้ว แต่เธอยังปล่อยมือเรื่องลูกสาวไม่ได้ดังนั้น เธอจึงก้าวเข้าไป ไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนถึงคว้าข้อมือของลู่เฉินเอาไว้ แล้วตวาดใส่เขาเสียงดัง “ลู่เฉิน พูดมาสิ!”ในที่สุดลู่เฉินก็หยุดฝีเท้าและหันกลับมา เข
Read more
บทที่ 5
ตอนที่ซูเสี่ยวถังฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็นอนอยู่ในห้องผู้ป่วยแล้วเมิ่งอวิ๋นซูเข้ามาดูอาการของเธอ กำชับให้เธอพักผ่อนมาก ๆ สักสองวันแล้วค่อยออกจากโรงพยาบาล หลังออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ต้องพักฟื้นหลังแท้งให้ดีด้วยซูเสี่ยวถังรับปากทั้งหมด เธอคิดไว้แล้วว่าจะพักฟื้นให้ครบหนึ่งเดือนเต็มร่างกายเป็นของเธอเอง เธอต้องรู้จักดูแลมันให้ดีหลังเมิ่งอวิ๋นซูจากไป ซูเสี่ยวถังก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ตามคาด ไม่มีสายจากลู่เฉินแม้แต่สายเดียวเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน สำหรับพวกเขาอาจเป็นเพียงเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่ผ่านเข้ามาเท่านั้นแต่สำหรับซูเสี่ยวถังกลับเป็นก้าวสำคัญในชีวิตของเธอที่จริงการได้เห็นธาตุแท้ของพวกเขาก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ดีกว่าต้องทรมานและดิ้นรนอยู่กับตัวเองอย่างไม่มีวันจบสิ้นเธอกดเข้าอินสตาแกรมโดยไม่รู้ตัว คอนเทนต์แรกที่ระบบแนะนำก็คือวิดีโอของเย่หนานเซิง เหนือชื่อบัญชียังมีข้อความเล็ก ๆ ขึ้นว่า “อีกฝ่ายอาจเป็นคนที่คุณรู้จัก”ในวิดีโอ เย่หนานเซิงกำลังจูงมือเด็กคนหนึ่ง ซูเสี่ยวถังมองจากด้านหลังแวบเดียวก็จำได้ว่านั่นคือลู่เหยาข้อความประกอบเขียนว่า “ความรู้สึกที่มีคนต้องการเรานี่ดีจัง”
Read more
บทที่ 6
ตอนที่ประตูถูกผลักเปิดเบา ๆ ลู่เฉินก็ยื่นมือไปปิดไฟตามสัญชาตญาณภายในห้องพลันถูกความมืดเข้าปกคลุมลู่เฉินเอ่ยขณะคลายสายคาดเสื้อคลุมอาบน้ำ “ดึกแล้ว เริ่มกันเลยเถอะ เดี๋ยวฉันยังมีธุระอีก”ตอนประตูเปิด แสงจากทางเดินสาดเข้ามากระทบร่างคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูจนมองเห็นได้ไม่ชัดนักป้าหวังได้ยินคำพูดของลู่เฉิน ทั้งร่างก็แข็งค้าง เธอไม่กล้าเดินเข้าไปข้างในต่อ จึงรีบเตือนเสียงเบาว่า “คุณผู้ชาย ฉันเองค่ะ”ลู่เฉินได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง พอตั้งสติได้จึงยื่นมือเปิดไฟ เขามองป้าหวังแล้วถามด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัยว่า “เธอยังไม่กลับมาอีกเหรอ?”ป้าหวังเหงื่อออกเต็มตัว เธอพยักหน้า “ค่ะ”ทันใดนั้น บรรยากาศภายในห้องก็อึมครึมป้าหวังรู้ว่าลู่เฉินไม่พอใจ เธอเองก็จนใจ จึงได้แต่เอ่ยปลอบว่า “ปกติคุณนายกลับมาเร็วตลอดนะคะ เดือนที่แล้วไม่ถึงหกโมงก็กลับมาแล้ว วันนี้ยังไม่กลับ ฉันเดาว่าน่าจะมีธุระทำให้ล่าช้าค่ะ”ลู่เฉินฟังออกว่าป้าหวังตั้งใจจะปลอบ เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงตอบเรียบ ๆ ว่า “ฉันรู้แล้ว”ป้าหวังกำลังจะเตือนให้ลู่เฉินพักผ่อนเร็วหน่อย แต่ไม่คิดเลยว่าวินาทีต่อมาเขาจะลุกพรวดขึ้นจากเต
Read more
บทที่ 7
บ่ายวันนั้นเวลาบ่ายโมงครึ่ง ลู่เฉินกำลังประชุมกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัททันทีที่โทรศัพท์ส่วนตัวดังขึ้น เขาก็คิดไปตามสัญชาตญาณว่าเป็นซูเสี่ยวถัง ขณะที่กำลังจะยื่นมือไปกดตัดสาย แต่กลับพบว่าเป็นสายจากโทรศัพท์ส่วนกลางของโรงเรียนอนุบาลตงเจียลู่เฉินจึงสั่งพักการประชุม แล้วออกไปรับสายข้างนอกเพราะกลัวว่าลู่เหยาจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น “ใช่ผู้ปกครองของลู่เหยาไหมคะ?”“ครับ”“วันนี้โรงเรียนอนุบาลมีกิจกรรมผู้ปกครองกับเด็ก ทำไมผู้ปกครองของลู่เหยาถึงยังไม่มาคะ?”คำถามของคุณครูทำให้ลู่เฉินชะงักไปเล็กน้อย เขาถามอย่างประหลาดใจว่า “แม่ของลู่เหยาไม่ได้ไปเหรอครับ?”“ถ้ามาแล้วฉันก็คงไม่โทรหาคุณหรอกค่ะ กิจกรรมผู้ปกครองกับเด็กอาจไม่ใช่กิจกรรมสำคัญอะไรสำหรับผู้ใหญ่ แต่สำหรับเด็ก ๆ แล้วมันสำคัญมากนะคะ เดี๋ยวกิจกรรมเริ่ม ผู้ปกครองของเด็กคนอื่นก็มากันหมด แล้วถ้ามีแค่ลู่เหยาที่ผู้ปกครองไม่มา เด็กจะคิดยังไงคะ?”น้ำเสียงของคุณครูแฝงความไม่พอใจเล็กน้อย และลู่เฉินเองก็ไม่ใช่ผู้ปกครองที่ไร้ความรับผิดชอบเขาคิดว่าซูเสี่ยวถังเห็นข้อความแล้วจะไปเข้าร่วมกิจกรรมกับลู่เหยาแต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะไม่ได้ไปโรงเรียนอนุ
Read more
บทที่ 8
ณ บ้านตระกูลซูซูเสี่ยวถังไม่ได้กลับมาที่นี่ครึ่งปีแล้ว บรรยากาศจึงดูแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูกบนโต๊ะอาหารมีอาหารวางอยู่เต็มโต๊ะ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นของที่ซูเสี่ยวถังชอบกินตอนที่เธอตัดสินใจแต่งงานกับลู่เฉิน คนในตระกูลซูทุกคนต่างคัดค้าน แต่ซูเสี่ยวถังกลับเอาเรื่องตัดขาดกับครอบครัวมาข่มขู่ บีบให้คนในตระกูลซูต้องยอมรับการแต่งงานครั้งนี้แต่หลังแต่งงาน ลู่เฉินก็ไม่เคยกลับบ้านตระกูลซูกับเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียวพ่อซูกับซูเยี่ยนโจวต่างทำหน้าเย็นชา แม่ซูตาแดง คอยเช็ดน้ำตาไม่หยุด เวินอี่อยากช่วยคลี่คลายบรรยากาศ แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหน ส่วนซูโม่โม่แอบสังเกตสีหน้าของทุกคนอยู่เงียบ ๆซูเสี่ยวถังเพิ่งจะลุกขึ้นเพื่อขอโทษคนในครอบครัว ซูเยี่ยนโจวก็เอ่ยเหน็บแนมขึ้นมาก่อน “พรุ่งนี้เป็นวันเกิดลู่จื้อหย่วน ทำไมยังมีเวลากลับบ้านตระกูลซูได้ล่ะ ไม่อยู่บ้านตระกูลลู่คอยรับใช้คนบ้านนั้นหรือไง?”ทุกคำพูดเต็มไปด้วยหนามแหลม แต่ซูเสี่ยวถังกลับเพียงยิ้ม จากนั้นก็เอ่ยอย่างสงบนิ่งว่า “พี่ ต่อไปฉันจะฉลองวันเกิดให้แค่พ่อของเราแล้ว”ซูเยี่ยนโจวได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป ในใจทั้งเป็นห่วง แต่เสียงกลับยังเย็นชา “คราว
Read more
บทที่ 9
ทันทีที่ซูเสี่ยวถังจูงมือซูโม่โม่เดินมาถึงหน้าประตูห้องผู้ป่วย ก็ชนเข้ากับหลินซิ่วจูที่เดินสวนมาพอดีลู่เหยาแพ้มะม่วง แถมซูเสี่ยวถังยังไม่ได้เตรียมงานเลี้ยงอาหารค่ำ หลินซิ่วจูจึงกำลังอัดอั้นความโกรธอยู่เต็มอกยังไม่ทันมองให้ชัดว่าคนที่ชนตัวเองคือใคร ก็เปิดปากด่าทันทีว่า “เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ รีบไปเกิดใหม่หรือไง?”พอพูดจบแล้วเงยหน้าขึ้น ถึงเพิ่งเห็นชัดว่าเป็นซูเสี่ยวถังความโกรธในใจของหลินซิ่วจูยิ่งทวีขึ้น แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรอีก ซูเสี่ยวถังก็เดินอ้อมผ่านไปพร้อมกับพาซูโม่โม่จากไปแล้วเวินอี่ที่เดินตามหลังมาพยักหน้าให้หลินซิ่วจูเบา ๆ เป็นการทักทายหลินซิ่วจูยืนนิ่งอยู่กับที่ ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงนึกขึ้นได้ว่าจะต่อว่าซูเสี่ยวถัง แต่พอหันกลับไปมอง พวกเธอก็เดินไปไกลแล้วเมื่อเห็นดังนั้น หลินซิ่วจูก็รีบตามไปสองก้าว “ซูเสี่ยวถัง เธอไม่สนใจความเป็นความตายของลูกแล้วหรือไง? เธอเป็นแม่ภาษาอะไร?”ซูเสี่ยวถังได้ยินคำตำหนิของหลินซิ่วจูจากด้านหลัง แต่ไม่ได้หยุดฝีเท้าเพราะคำพูดนั้นถ้าขนาดเธอยังเป็นแม่ที่ไม่ดี งั้นบนโลกนี้ก็คงไม่มีแม่ที่ดีแล้วเมื่อนึกถึงช่วงเวลางหลายปีที่เลี้ยงเหยาเหยามา
Read more
บทที่ 10
ตอนป้าหวังขึ้นมาถึงห้องหนังสือชั้นสอง ก็เห็นลู่เฉินกำลังรื้อหาอะไรบางอย่างอยู่ตรงโต๊ะหนังสือพอได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็เงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ เมื่อเห็นว่าเป็นป้าหวัง จึงได้ถามว่า “คุณนายล่ะ?”ป้าหวังชี้ลงไปข้างล่าง “เหมือนคุณนายจะมีธุระด่วนค่ะ รีบร้อนออกไปแล้ว”ลู่เฉินยืดตัวตรง สีหน้าที่ปกติแทบไม่แสดงอารมณ์กลับมีความขุ่นเคืองขึ้นมาเล็กน้อย “ไปแล้ว?”เขาอุตส่าห์มาตามที่ซูเสี่ยวถังบอกเพื่อหาของในห้องหนังสือ แต่กลับไม่เห็นอะไรเลย ตอนนี้เธอยังหนีไปอีก จะไม่ให้เขาโกรธได้ยังไง?ป้าหวังเห็นว่าลู่เฉินกำลังโมโห ก็ถามอย่างหวาด ๆ ว่า “คุณผู้ชายกำลังหาอะไรอยู่คะ?”ลู่เฉินตอบว่า “คุณนายบอกว่ามีข้อตกลงฉบับหนึ่งอยู่บนโต๊ะ ป้าเคยเห็นไหม?”ป้าหวังคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ “อ๋อ จำได้แล้วค่ะ คุณนายเคยกำชับให้ฉันเอาให้คุณ ฉันกลัวลืมเลยเอาไปเก็บไว้ที่ห้องตัวเอง เดี๋ยวฉันไปเอามาให้ค่ะ”ลู่เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความไม่พอใจ “ต่อไปอย่าไปย้ายของในห้องหนังสือตามใจ”ป้าหวัง “ค่ะ”หลังจากป้าหวังลงไปหาของข้างล่าง ลู่เฉินก็นั่งลง แต่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหันเป็
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status