Todos os capítulos de เจ็ดปีไม่แต่ง พอบอกเลิกอย่ามาสติแตกสิ: Capítulo 1 - Capítulo 10

30 Capítulos

บทที่ 1

ได้ยินมาว่าในใจของผู้ชายทุกคนมักซ่อนรักแรกที่รักแต่ไม่อาจครอบครองเอาไว้คนหนึ่ง เจียงหยวนเคยคิดมาตลอดว่าเฮ่อซืออวี้คือข้อยกเว้น เพราะพวกเขาต่างก็รักกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ แต่น่าเสียดาย โลกใบนี้มันก็แค่เวทีขนาดใหญ่สำหรับรักแรกเท่านั้นแหละดูเหมือนเฮ่อซืออวี้เองก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้เช่นกัน เจียงหยวนอยู่กับเฮ่อซืออวี้มาตั้งแต่อายุสิบแปด จนถึงวันนี้ก็ครบเจ็ดปีเต็ม ผ่านคืนวันร่วมกันมานับกว่าสองพันวันสองพันคืน ทำทุกอย่างที่คู่รักทำด้วยกัน แต่กลับไม่สามารถเทียบเท่ากับเพียงสายตาแรกเห็นในวัยเยาว์ของผู้ชายคนนี้ได้เลยคิดดูแล้วก็น่าขำไม่น้อย เธอใช้เวลาถึงเจ็ดปี แต่ก็ไม่อาจมองเห็นหัวใจของผู้ชายคนหนึ่งได้อย่างปรุโปร่งสรุปแล้ว ต้องรักมากมายขนาดไหนกันนะ ถึงทำให้เขายอมเก็บผู้หญิงคนนั้นซ่อนไว้ในใจมานานหลายปี? การเหม่อลอยของเจียงหยวนทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเอาอกเอาใจเธออย่างเต็มที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก จนอดไม่ได้ที่จะเตือนเธอว่าอย่าวอกแวก เรื่องบนเตียงเฮ่อซืออวี้มักจะดุดันอยู่เสมอแล้วเขาก็เผลอไปชนกล่องผ้าไหมสีดำตรงหัวเตียงจนคว่ำลงเขารีบยื่นมือไปรับเอาไว้เพื่อไม่ให้ร่วงลงมาทับคนใต้ร่างดูเห
Ler mais

บทที่ 2

สวีไท่หยู่เริ่มนินทาเรื่องชาวบ้านไม่หยุดไม่หย่อน คนอื่นๆ ในห้องก็พากันส่งเสียงแซวอย่างสนุกสนานจนวุ่นวายไปหมด เจียงหยวนฟังไม่ชัดว่าเฮ่อซืออวี้พูดอะไร รู้เพียงว่าท้องของเธอบิดเกร็งจนปวดอย่างรุนแรง แต่ความเจ็บนั้นกลับเทียบไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวเดียวของความเจ็บปวดที่บีบรัดอยู่ในใจ วันที่สิบเดือนตุลาคมมันคือวันที่เธอโดนพิษเหล้าเล่นงานบวกกับอาการแท้งลูกในวันที่เธอต้องฝ่าด่านความเป็นความตายเพียงลำพัง เขากลับกำลังสานสัมพันธ์กับรักแรกของเขาอีกครั้ง “คุณเจียง คุณเป็นอะไรไปคะ? ร่างกายไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”พนักงานบริการที่เดินผ่านไปมา ตกใจกับสภาพของเจียงหยวนที่กำลังนั่งยองๆอยู่บนพื้นพร้อมใบหน้าซีดเผือดเจียงหยวนจึงขอให้เธอช่วยเรียกรถพยาบาลให้ ตอนที่เธอนอนเหงื่อเย็นไหลท่วมตัวอยู่บนรถพยาบาล โทรศัพท์จากเฮ่อซืออวี้ก็ดังเข้ามา หากเป็นเมื่อก่อน ต่อให้เธอจะเหน็ดเหนื่อยหรือว่าง่วงนอนขนาดไหน ก็คงจะกดรับสายของเฮ่อซืออวี้เป็นคนแรกเสมอแต่ในวันนี้เธอทรมานเกินไปแล้วจริงๆเจ็บปวดเสียจนไม่อยากสนใจอะไรอีก และไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว รวมถึงเฮ่อซืออวี้ด้วย ......เจียงหยวนนอนรักษาตัวอยู่ที
Ler mais

บทที่ 3

เมื่อเจียงหยวนแจกจ่ายเอกสารเสร็จแล้วหันกลับมา หลู่ไป๋จือก็เข้านั่งที่เรียบร้อยแล้วแต่ที่นั่งที่เธอนั่งกลับเป็นที่ประจำของเจียงหยวน เจียงหยวนชะงักไปครู่หนึ่ง กำลังจะเอ่ยปากเตือน แต่กลับได้ยินเฮ่อซืออวี้พูดว่า “ต่อไปคุณนั่งตรงนั้น” หลู่ไป๋จือยิ้มให้อย่างเขินอาย “ฉันเพิ่งมาทำงาน มีหลายเรื่องที่ไม่เข้าใจต้องคอยปรึกษาอาอวี้ ถ้านั่งใกล้กันหน่อยก็คงสะดวกกว่า” ในเมื่อเฮ่อซืออวี้ออกปากเองแล้ว เธอจะพูดอะไรได้อีกเจียงหยวนจึงทำได้เพียงเก็บเอกสารเงียบๆ แล้วอุ้มโน๊ตบุ๊คย้ายไปนั่งที่มุมห้องตลอดช่วงเวลานั้นไม่มีใครในห้องประชุมกล้าส่งเสียง แต่เจียงหยวนสัมผัสได้ชัดเจนว่า สายตาที่คนเหล่านั้นมองมาเต็มไปด้วยความสงสารและสายตาเห็นใจพวกนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดระแวงไปหมดการประชุมดำเนินมาได้ครึ่งทาง เฮ่อซืออวี้ก็คัดค้านหนึ่งในโครงการขึ้นมา“ทำไมโครงการนี้จนป่านนี้ถึงยังไม่คืบหน้า ใครเป็นคนรับผิดชอบ?” น้ำเสียงของเขาดุดัน คนที่รู้จักเขาดีต่างรู้ว่านี่คือสัญญาณก่อนที่เขาจะระเบิดอารมณ์คนทั้งห้องประชุมเงียบกริบไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่คนเดียวเจียงหยวนยืนขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด “ฉันเป็นคน
Ler mais

บทที่ 4

พอโจวมี่ได้ยินว่าจะต้องดื่มเหล้า ก็ร้อนใจขึ้นมาทันที“ไม่ได้นะคะ พี่เจียงหยวนร่างกายไม่ค่อยสบาย ดื่มเหล้าไม่ได้ค่ะ”ครั้งที่เจียงหยวนโดนพิษเหล้าเล่นงาน ก็เป็นโจวมี่เป็นคนที่ไปงานเลี้ยงสังสรรค์กับเธอด้วย เธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดกับตา จึงยังมีปมในใจจากเรื่องนั้นอยู่มาก หมอยังบอกอีกว่า หากส่งตัวมาโรงพยาบาลช้ากว่านั้นอีกนิด ชีวิตของเจียงหยวนคงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว! สวีไท่หยู่ได้ยินก็รู้สึกไม่พอใจ “เธอก็ดูถูกเจียงหยวนเกินไปหรือเปล่า? ใครๆ ก็รู้ว่าเธอคอแข็งแค่ไหน! ตอนนั้นเธอไปคุยธุรกิจที่ภาคเหนือกับพี่เฮ่อ งานเลี้ยงตั้งยี่สิบคน เธอชนแก้ววนสองรอบยังไม่เป็นไรเลย ทำไมล่ะ? ตอนนี้แค่ดื่มสามแก้วก็ไม่ได้แล้วเหรอ? เลือกปฏิบัติหรือไง? หรือว่าไม่เกรงใจพี่ไป๋จือของผม”หลู่ไป๋จือไม่อยากให้บรรยากาศตึงเครียด จึงเป็นฝ่ายไกล่เกลี่ย “ไท่หยู่ ถึงอย่างไรเสียเลขาเจียงก็เป็นผู้หญิงนะ อย่าไปบีบคั้นเธอเลย”สวีไท่หยู่ไม่ยอมรับ “ผมไปบีบคั้นตรงไหนกัน?”พูดจบก็หันไปขอความเห็นจากเฮ่อซืออวี้ “พี่เฮ่อ แบบนี้ผมถือว่าบีบคั้นไหม?”เฮ่อซืออวี้เงยหน้าขึ้น สายตาที่อ่านความรู้สึกไม่ออกกวาดผ่านใบหน้าของเธอ ก่อนมุมปากจะกร
Ler mais

บทที่ 5

เฉินเวยได้ยินเธอพูดเช่นนี้ ทั้งรู้สึกเสียดายและอิจฉา “ประธานเฮ่อช่างมีบุญจริงๆ ที่มีบุคลากรมากความสามารถอย่างเลขาเจียง มิน่าล่ะถึงทำธุรกิจได้ประสบความสำเร็จขนาดนี้”“ประธานเฉินชมกินไปแล้วค่ะ เมื่อเทียบกับประธานเฮ่อแล้ว คุณที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยตัวเองต่างหากที่น่านับถือกว่าค่ะ” แม้จะเป็นเพียงคำพูดมารยาทบนโต๊ะอาหาร แต่เฉินเวยก็ยังถูกเธอเบิกบานใจจนยิ้มร่า“ผมชอบคุยธุรกิจกับเลขาเจียงที่สุด คำพูดคำจาฟังแล้วสบายใจเสมอมา แก้วนี้ผมดื่มให้คุณ”“ตับของคุณไม่ค่อยดี แก้วนี้ฉันดื่มเองดีกว่าค่ะ ฉันดื่มหมดแก้ว คุณตามสบายนะคะ”เฉินเวยชอบคบหากับคนตรงไปตรงมา จึงชอบนิสัยของเจียงหยวนเป็นอย่างมากพอเห็นเจียงหยวนดื่มหมด ก็รีบเอ่ยปากเตือน “อย่าทุ่มเทขนาดนี้เลย โครงการนี้ผมจะเซ็นกับคุณคนเดียว ใครมาคุยก็ใช้ไม่ได้ทั้งนั้น!”“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณประธานเฉินมากนะคะ” เจียงหยวนรินเหล้าให้เขาด้วยตัวเองเฉินเวยเห็นสีหน้าของเธอผิดปกติ จึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “เลขาเจียง คุณป่วยหรือเปล่า? สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย”“ไม่เป็นไรค่ะ”“หรือจะให้คนขับรถของผมพาคุณไปโรงพยาบาลดี”เจียงหยวนกำลังจะบอกว่าไม่เป็นไร ประตูห
Ler mais

บทที่ 6

วันต่อมาทันทีที่เจียงหยวนมาถึงบริษัท โจวมี่ก็ตรงเข้ามาหาเธอด้วยท่าทีมีเงื่อนงำ เพื่อเปิดสิ่งที่ค้นพบเมื่อเช้าให้เธอดู“เมื่อคืนผู้อำนวยการหลู่เหมือนจะค้างคืนกับประธานเฮ่อค่ะ”โจวมี่ลดเสียงลงจนแทบเป็นกระซิบ เพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน ในโทรศัพท์คือหลักฐานที่เธอแอบถ่ายไว้“เมื่อเช้าทั้งคู่ นั่งรถคันเดียวกันมา แถมเสื้อผ้าของผู้อำนวยการหลู่ยังเป็นชุดเดียวกับเมื่อวานด้วยค่ะ”เจียงหยวนเหลือบมองรูปถ่ายบนหน้าจอครู่หนึ่งชายหนุ่มยืนอยู่ตรงประตูรถ ใบหน้าครึ่งหนึ่งหายไปในเงามืด เขาก้มหน้าลงมองหลู่ไป๋จือที่กำลังจะลงจากรถอาจเป็นเพราะมุมที่ถ่ายออกมาชวนให้คิดไปไกล ภาพนั้นจึงดูมีบรรยากาศสนิทสนมอยู่ไม่น้อย เจียงหยวนจ้องมองอยู่เงียบๆ หลายวินาที ก่อนจะละสายตา แล้วเทยาทั้งหมดในฝ่ามือเข้าปากรวดเดียว เธอกระดกน้ำร้อนตามลงไปหลายอึก ความร้อนของน้ำไหลผ่านลำคอลงไป โดยไม่รู้สึกเจ็บหรือคันแต่อย่างใดไม่รู้สึกเจ็บหรือคันแล้วจริงๆเธอใช้เวลาตลอดช่วงเช้าจัดการรวบรวมเอกสารโครงการในมือจนเสร็จเรียบร้อย ทั้งยังเจียดเวลาเขียนใบลาออกให้ตัวเองฉบับหนึ่งในระหว่างนี้ หลู่ไป๋จือวิ่งเข้าห้องทำงานของเฮ่อซืออวี้ถึงสี่
Ler mais

บทที่ 7

เมื่อพูดถึงเรื่องลูก ความเจ็บปวดในใจของเจียงหยวนที่เคยข่มเก็บไว้ก็ค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาทีละน้อย...แสงไฟสีขาวซีดบนเพดาน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนแสบจมูกในอากาศ และความหนาวเย็นหลังการผ่าตัดขูดมดลูก...ชั่วชีวิตนี้เธอไม่มีวันลืม และจะจดจำความเจ็บปวดตอนที่เลือดเนื้อถูกพรากออกไปตลอดกาลเมื่อคิดดูในตอนนี้ บางทีเด็กอาจจะรับรู้ล่วงหน้าถึงบางสิ่งบางอย่างแล้วก็เป็นได้ถึงได้แอบมาอย่างเงียบเชียบ และจากไปอย่างเงียบเชียบเช่นกันราวกับตั้งใจมาเพื่อช่วยให้เธอผ่านพ้นเคราะห์ร้ายเมื่อการประชุมจบลง หลู่ไป๋จือให้โจวมี่ส่งบันทึกการประชุมเมื่อครู่นี้ให้เธอหนึ่งชุด โจวมี่ข่มความอัดอั้นไว้ในใจ จึงตอบด้วยน้ำเสียงห้วนๆ “ยังเรียบเรียงไม่เสร็จค่ะ” “งั้นเธอเรียบเรียงเสร็จแล้วค่อยส่งให้ฉันนะ”“ฉันยุ่งจะตายอยู่แล้ว จะเอาเวลาที่ไหนมาเรียบเรียงล่ะคะ” หลู่ไป๋จือขมวดคิ้วมองโจวมี่แวบหนึ่งโจวมี่ก้มหน้าก้มตาช่วยเจียงหยวนเก็บของในห้องประชุม โดยไม่สนใจเธออีกรอจนกระทั่งอีกฝ่ายเดินคล้อยหลังไป เจียงหยวนจึงเตือนสติโจวมี่ “เธอต้องจำไว้นะ อย่าเอาอารมณ์มาใช้นำการทำงาน เรื่องแบบนี้หรงย่าไม่อนุญาตเด็ดขาด ถ้าเธออยากจะเติ
Ler mais

บทที่ 8

แต่เขาไม่มีวันรู้เลยว่า สาเหตุที่ห้องของเธอรกรุงรัง นั่นก็เพราะเต็มไปด้วยข้าวของของเขาทั้งนั้นเฮ่อซืออวี้เป็นพวกบ้างานเข้าขั้นอย่างแท้จริง ในฐานะหัวหน้าเลขานุการของเธอ เธอจึงต้องสแตนด์บายเตรียมพร้อมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงทุกวันบนโต๊ะทำงานซ้อนทับไปด้วยเอกสารหลากประเภทที่เขาอาจจะต้องใช้ได้ทุกเมื่อบนผนังติดแน่นไปด้วยบันทึกเตือนความจำเรื่องการเดินทางและตารางกำหนดการทำงานของเขาในตู้เสื้อผ้าแขวนเต็มไปด้วยชุดราตรีและชุดออกงานสารพัดแบบที่เขาต้องใช้เข้าร่วมงานเลี้ยงพื้นที่ว่างบนพื้นก็อัดแน่นไปด้วยของขวัญนานาชนิดที่เขาเอาไว้มอบให้แก่ลูกค้า...ห้องเช่าที่ไม่ได้กว้างขวางอะไรแต่เดิมอยู่แล้ว จึงกลายเป็นห้องทำงานแห่งที่สองของเธอไปโดยปริยายทั่วทั้งห้อง มีเพียงเตียงเดี่ยวขนาดเล็กเตียงนั้นเท่านั้นที่เป็นพื้นที่ของเธอจริงๆแต่เฮ่อซืออวี้กลับรังเกียจว่าเตียงนั้นเล็กเกินไป หลังจากครั้งนั้น เขาก็ไม่ก้าวเท้ามาที่พักของเธออีกเลยก่อนออกจากบ้าน เจียงหยวนโทรศัพท์หาบริษัทขนย้าย ไหว้วานให้พวกเขาส่งคนมาช่วยจัดเก็บของในวันเสาร์อาทิตย์นี้ถึงเวลาต้องขนย้ายสิ่งของที่ไม่ใช่ของเธอออกไปซักที......ร้านอา
Ler mais

บทที่ 9

เดิมทีสวีไท่หยู่คิดว่าเฮ่อซืออวี้คงจะตกใจมากแต่กลับคิดไม่ถึงว่าปฏิกิริยาของเขาจะสงบนิ่งอย่างผิดคาด “จ้าวซูเหยียนยังไม่ล้มเลิกความคิดอีกเหรอ?”“หมายความว่า...จ้าวซูเหยียนไม่ได้พยายามดึงเจียงหยวนไปทำงานด้วยเป็นครั้งแรกเหรอ?”“อืม” เฮ่อซืออวี้ไม่ได้ใส่ใจ น้ำเสียงยังหนักแน่นเสียด้วยซ้ำ “เขาดึงเธอไปไม่ได้หรอก เจียงหยวนไม่มีทางไปกับเขา”สวีไท่หยู่ก็คิดแบบนั้นเช่นกัน เขาแค่นหัวเราะ “นั่นสิ เจียงหยวนจะตัดใจจากหรงย่าได้ยังไง”ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นเลย แค่เฮ่อซืออวี้ยังอยู่หรงย่า เจียงหยวนก็ไม่มีทางจากหรงย่าไปไหน“ผู้หญิงอย่างเจียงหยวนนี่เจ้าเล่ห์จะตาย ผมว่าเธอจงใจนัดจ้าวซูเหยียนไปที่ร้านเยว่ชรือ ก็เพราะอยากให้ผมบังเอิญเจอ จากนั้นก็ให้ข่าวนี้มาถึงหูพี่จะได้ทำให้คุณคิดว่าเธออยากย้ายงาน แล้วบีบให้พี่เป็นฝ่ายเอ่ยปากรั้งเธอไว้ไง”สวีไท่หยู่พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนมองทุกอย่างออกหมดแล้ว“คงเห็นว่าคุณให้ความสำคัญกับพี่ไป๋จือแต่กลับมองข้ามเธอ ก็เลยใช้เล่ห์เล็กๆน้อยๆแบบนี้สินะ น่าเบื่อจริงๆ ไม่รู้จักกาลเทศะเอาเสียเลย ไม่รู้หรือไงว่าผู้ชายเกลียดที่สุดก็คือผู้หญิงที่หึงหวงและเล่นลูกไม้เล็กๆน้อยๆ? ยิ
Ler mais

บทที่ 10

เจียงหยวนยังไม่ทันจะได้ปลอบประโลมให้ซ่งหร่านใจเย็นลง อีกฝ่ายก็กดวางสายไปเสียก่อนขณะที่เธอกำลังจะโทรกลับ โทรศัพท์ของเฮ่อซืออวี้ก็ดังเข้ามาพอดี เจียงหยวนจึงทำได้เพียงกดรับสาย“มาที่กว่างเจียง”เฮ่อซืออวี้ เอ่ยจบก็กดวางสายทันทียังคงเป็นน้ำเสียงออกคำสั่งเหมือนเช่นเคยเจียงหยวนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินทางไปกว่างเจียงสักครั้งแต่เธอไม่ได้ไปเพราะเฮ่อซืออวี้ แต่ไปเพื่อจี๋เฟยและซ่งหร่านต่างหากจี๋เฟยเป็นโครงการที่เธอเลือกคัดสรรมากับมือ ช่วงแรกทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายไปไม่น้อยตอนนั้นเธอเป็นฝ่ายติดต่อซ่งหร่านหลายต่อหลายครั้ง คอยปรับแผนงานอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อโน้มน้าวอีกฝ่าย จนในที่สุดโครงการนี้จึงเกิดขึ้นได้ หากปล่อยมือไม่สนใจกลางคัน เธอก็รู้สึกทำใจไม่ได้จริงๆ เพียงแต่ทำเช่นนี้ก็เท่ากับต้องยกเลิกนัดกับคุณหมอเหอ และแน่นอนว่าย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะโดนคุณหมอเหอดุชุดใหญ่เจียงหยวนรับปากกับเขาว่า หลังจากผ่านช่วงที่ยุ่งนี้ไปแล้ว เธอจะให้ความร่วมมือในการรักษาอย่างจริงจังแน่นอน ตอนเครื่องลงจอดที่กว่างเจียงในช่วงดึก ฝนด้านนอกกำลังตกหนัก และอุณหภูมิก็ลดลงอย่างรวดเร็ว
Ler mais
ANTERIOR
123
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status