เจ็ดปีไม่แต่ง พอบอกเลิกอย่ามาสติแตกสิ

เจ็ดปีไม่แต่ง พอบอกเลิกอย่ามาสติแตกสิ

By:  อ้ายเป่ยUpdated just now
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
30Chapters
0views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

【ตัวแทน + สายเสียใจภายหลัง + ตามง้อภรรยาจนแทบมอดไหม้ + นางเอกตาสว่าง + จากคนคลั่งรักสู่การพลิกชีวิต】 เจียงหยวนเฝ้ารอเฮ่อซืออวี้มาเจ็ดปี แต่ก็ไม่อาจรอคอยคำขอแต่งงานจากเขาได้สำเร็จ เธอตัดสินใจจะเป็นผู้กล้าที่ลุยเพื่อความรัก โดยเป็นฝ่ายเอ่ยขอเฮ่อซืออวี้แต่งงานก่อน แต่กลับไม่คาดคิดจะได้รู้โดยบังเอิญว่า ในใจของเฮ่อซืออวี้มีรักแรกที่เขารักมานานหลายปีอยู่แล้ว และเขายอมละทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองเพื่อเธอ ถึงขั้นยอมเป็นมือที่สามเพราะความรัก โลกใบนี้ช่างเป็นเวทีใหญ่สำหรับคนที่เป็นรักแรกของใครบางคนเสียจริง เจียงหยวนยอมรับความพ่ายแพ้ จ่ายค่าเรียนราคาแพงให้กับความรักครั้งนี้ แล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เพราะบางครั้งศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ก็คือตัวเราเองที่ติดอยู่ในกำแพงความคิดของตัวเอง ทุกคนต่างคิดว่าเจียงหยวนแค่กำลังงอนเฮ่อซืออวี้ แม้แต่ตัวเฮ่อซืออวี้เองก็คิดเช่นนั้น แต่อย่างไร หมาที่เลี้ยงมาเจ็ดปีก็ไม่มีทางตัดขาดจากเจ้าของได้หรอก ต่อมา เฮ่อซืออวี้กลับพบว่าตัวเขาเองต่างหากที่เป็นหมาขาดเจ้าของไม่ได้ ทุกคนต่างพากันหัวเราะเยาะว่าเจียงหยวนยอมให้เฮ่อซืออวี้อยู่เคียงข้างมาถึงเจ็ดปีโดยไม่ได้อะไรตอบแทน มีเพียงเฮ่อซืออวี้เท่านั้นที่รู้ว่า คนที่ถูกหลอกให้เสียเวลาไปฟรีๆ ตลอดเจ็ดปี แท้จริงแล้วคือเขาเอง

View More

Chapter 1

บทที่ 1

ได้ยินมาว่าในใจของผู้ชายทุกคนมักซ่อนรักแรกที่รักแต่ไม่อาจครอบครองเอาไว้คนหนึ่ง

เจียงหยวนเคยคิดมาตลอดว่าเฮ่อซืออวี้คือข้อยกเว้น เพราะพวกเขาต่างก็รักกันมาตั้งแต่วัยเยาว์

แต่น่าเสียดาย โลกใบนี้มันก็แค่เวทีขนาดใหญ่สำหรับรักแรกเท่านั้นแหละ

ดูเหมือนเฮ่อซืออวี้เองก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้เช่นกัน

เจียงหยวนอยู่กับเฮ่อซืออวี้มาตั้งแต่อายุสิบแปด จนถึงวันนี้ก็ครบเจ็ดปีเต็ม

ผ่านคืนวันร่วมกันมานับกว่าสองพันวันสองพันคืน ทำทุกอย่างที่คู่รักทำด้วยกัน แต่กลับไม่สามารถเทียบเท่ากับเพียงสายตาแรกเห็นในวัยเยาว์ของผู้ชายคนนี้ได้เลย

คิดดูแล้วก็น่าขำไม่น้อย

เธอใช้เวลาถึงเจ็ดปี แต่ก็ไม่อาจมองเห็นหัวใจของผู้ชายคนหนึ่งได้อย่างปรุโปร่ง

สรุปแล้ว ต้องรักมากมายขนาดไหนกันนะ ถึงทำให้เขายอมเก็บผู้หญิงคนนั้นซ่อนไว้ในใจมานานหลายปี?

การเหม่อลอยของเจียงหยวนทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเอาอกเอาใจเธออย่างเต็มที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก จนอดไม่ได้ที่จะเตือนเธอว่าอย่าวอกแวก

เรื่องบนเตียงเฮ่อซืออวี้มักจะดุดันอยู่เสมอ

แล้วเขาก็เผลอไปชนกล่องผ้าไหมสีดำตรงหัวเตียงจนคว่ำลง

เขารีบยื่นมือไปรับเอาไว้เพื่อไม่ให้ร่วงลงมาทับคนใต้ร่าง

ดูเหมือนก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน จึงถามด้วยความสงสัย “นี่คืออะไร?”

เจียงหยวนดึงกล่องออกมาโดยไม่แสดงสีหน้า ก่อนโยนไปไว้ด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจ แล้วคล้องคอเขาเข้าหาตัว “เวลาแบบนี้ยังมีแก่ใจวอกแวกอีกเหรอ? เบื่อฉันแล้วหรือไง?”

เฮ่อซืออวี้ต้านทานการยั่วยวนของเธอไม่ไหว จึงลืมเรื่องนั้นไปในทันที

ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังหลงใหลเธออย่างหนัก เจียงหยวนกลับหันไปมองกล่องผ้าไหมสีดำที่ถูกวางทิ้งไว้ด้านข้าง ดวงตาของเธอชื้นขึ้นเล็กน้อย

เฮ่อซืออวี้ คุณไม่มีวันได้รู้หรอกว่าสิ่งที่บรรจุอยู่ในกล่องผ้าไหมนี้คืออะไร

......

หนึ่งเดือนก่อน หรงย่าประสบความสำเร็จในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อนๆ ในแวดวงของเฮ่อซืออวี้จึงจัดงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ ให้เขา

เจียงหยวนแต่งตัวอย่างสวยงามเพื่อมาร่วมงาน โดยตั้งใจว่าจะขอเฮ่อซืออวี้แต่งงานในงานฉลองครั้งนี้

นี่ควรจะเป็นหน้าที่ของผู้ชายเสียด้วยซ้ำ

แต่เจียงหยวนรักเฮ่อซืออวี้มากเกินไป เธอยอมวางศักดิ์ศรีและความสงวนท่าทีของผู้หญิงลง เพื่อเป็นฝ่ายขอเขาแต่งงานก่อน

ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอต้องเฝ้ารอคอยเพื่อวันนี้มานานถึงเจ็ดปีเต็ม

เฮ่อซืออวี้ให้ความสำคัญกับหน้าที่การงานมาก เจียงหยวนจึงยอมเปลี่ยนสาขาที่ตัวเองชอบเพื่อเขา และเลือกเรียนการเงินทั้งที่ไม่ได้ชอบ

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เธอยังยอมสละข้อเสนอจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในต่างประเทศ และเข้าทำงานที่วาณิชธนกิจหรงย่าเพื่อช่วยงานเฮ่อซืออวี้

จากพนักงานระดับล่างสุด ค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาจนถึงตำแหน่งเลขาผู้บริหาร

ความยากลำบากในระหว่างนั้น มีเพียงเจียงหยวนคนเดียวเท่านั้นที่รู้ดี

ในช่วงที่ความรักกำลังหวานชื่นที่สุด เจียงหยวนเคยอยากถามเฮ่อซืออวี้อยู่หลายครั้ง

【คุณจะแต่งงานกับฉันไหม?】

แต่สุดท้ายเธอก็อดกลั้นเอาไว้ ไม่ได้ถามออกไป

แม่มักบอกเธอเสมอว่า ของขวัญและความรักไม่ควรเป็นสิ่งที่เรายื่นมือไปขอ

สิ่งที่เต็มใจมอบให้คือความรักไม่หวังผล แต่สิ่งที่แบมือขอมามันคือทานน้ำใจ

อีกอย่าง เฮ่อซืออวี้ก็ไม่ใช่คนที่ชอบพูดเรื่องความรู้สึกออกมาตรงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมาข้างกายเขาก็มีเพียงเธอมาโดยตลอด ไม่เคยมีผู้หญิงคนอื่นปรากฏตัวขึ้นเลย

ทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปตามธรรมชาติ และการแต่งงานก็น่าจะเป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของพวกเขา

เจียงหยวนยอมบุกน้ำลุยไฟเสี่ยงชีวิตเพื่อหรงย่ามาโดยตลอดหลายปี ก็เพื่อผลลัพธ์นี้เพียงสิ่งเดียว

ไม่ว่างานใหญ่หรืองานเล็ก ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด

ต้องดื่มเหล้าไปเท่าไร ต้องเข้าโรงพยาบาลไปกี่ครั้ง แม้แต่ตัวเธอเองก็แทบจะจำไม่ได้แล้ว

ครั้งที่พิษเหล้าเล่นงานบวกกับอาการแท้งลูก เธอเกือบตายบนเตียงผ่าตัด

เฉินจินเพื่อนสนิทของเธอถามว่า “ผู้หญิงที่เพิ่งเดินผ่านประตูยมโลกมาอย่างเธอ เสียใจหรือยัง? ต้องทำให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาแบบนี้เพื่อผู้ชายคนหนึ่ง มันคุ้มจริงๆ เหรอ?”

เจียงหยวนพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “คุ้มสิ”

เฉินจินจึงตั้งฉายาให้แก่เธอ

ผู้กล้าที่ลุยเพื่อความรัก!

เธอบอกว่า “หวังว่าเธอจะไม่แพ้นะ!”

เจียงหยวนในตอนนั้นตอบกลับไปอย่างเด็ดเดี่ยว “เฮ่อซืออวี้ไม่มีวันปล่อยให้ฉันแพ้หรอก!”

ความเชื่อมั่นนี้เองคอยประคับประคองเธอจนทนมาได้ถึงวันที่หรงย่าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์

ไม่มีใครรู้เลยว่าในวันที่เฮ่อซืออวี้ไปสั่นระฆังเปิดตัวหุ้นที่เมืองก่าง เธอได้ขังตัวเองไว้ในห้องแล้วร้องไห้อย่างหนักไปหนึ่งรอบ

หลังร้องไห้จนพอ เธอเช็ดน้ำตาและเริ่มเตรียมเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานให้เฮ่อซืออวี้!

ช่วยไม่ได้เฮ่อซืออวี้ยุ่งมากจริง ๆ

หรงย่าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ประสบผลสำเร็จ เขายังมีโครงการอีกตั้งมากมายที่ต้องคอยผลักดัน

แถมยังต้องรับคำอวยพรฉลองจากบรรดาญาติมิตรและหุ้นส่วนทางธุรกิจ แน่นอนว่าคงไม่มีเวลามาคิดเรื่องระหว่างเราสองคน

ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายรุกเปิดฉากก่อน!

ช่วยเบาภาระแบ่งเบาหน้าที่ให้แก่เฮ่อซืออวี้!

แม้ว่าจะเตรียมใจไว้ล่วงหน้าตั้งนานแล้ว แต่พอถึงวินาทีที่ต้องเผชิญหน้าจริง เจียงหยวนก็ยังคงตื่นเต้นลนลานจนแทบไม่ไหว

เธอยืนอยู่นอกประตู ค่อยๆหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับนวดมือที่สั่นไม่หยุด

เธอกลัวว่าพอเปิดปากพูด เธอจะสะอื้นจนไม่สามารถเอ่ยคำขอแต่งงานที่ท่องจำจนขึ้นใจออกมาได้

ภายในห้อง งานเลี้ยงกำลังครึกครื้น มีคนกำลังพูดคุยกันอย่างอรรถรส

“พี่เฮ่อ พี่กับหลู่ไป๋จือยังติดต่อกันอยู่อีกไหม?”

“หลู่ไป๋จือเหรอ? นั่นไม่ใช่รักแรกของพี่เฮ่อหรอกเหรอ? ทำไมจู่ๆ ถึงถามถึงเธอล่ะ?”

“ผมได้ยินมาว่าหลู่ไป๋จือกำลังจะเดินทางกลับประเทศแล้วนะ”

“ถ้าอย่างนั้นพี่เฮ่อก็สามารถสานสัมพันธ์กับรักแรกได้แล้วล่ะสิ?”

มือของเจียงหยวนที่กำลังสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นชะงักลงทันที

“พูดตรงๆ นะ พ่อของหลู่ไป๋จือช่วงหลายปีนี้หนทางในราชการรุ่งเรืองมาก ถ้าพี่เฮ่อแต่งงานกับเธอ ย่อมส่งผลดีต่อตัวพี่เฮ่อหรือหรงย่าอย่างมาก กิ่งทองใบหยกเหมาะสมกันทุกประการ”

“ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังเป็นรักแรกของพี่เฮ่ออีก ได้ทั้งความรักและความก้าวหน้าในอาชีพการงานไปพร้อมกันเลยนะ”

คนที่พูดคำพูดนี้คือสวีไท่หยู่เพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันกับเฮ่อซืออวี้

เขามักจะพูดเสมอว่าตัวเองเป็นคนที่เติบโตมาด้วยกันกับเฮ่อซืออวี้ ดังนั้นสิ่งที่เขาพูดจึงน่าเชื่อถืออย่างไม่ต้องสงสัย

เฮ่อซืออวี้...มีรักแรกด้วยเหรอ?

หัวใจของเจียงหยวนเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

“แล้วเจียงหยวนล่ะจะทำยังไง?” มีคนถามเฮ่อซืออวี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ยังไงเธอก็อยู่กับพี่เฮ่อมาตั้งหลายปี ถึงไม่มีความดีความชอบ ก็น่าจะมีความเหน็ดเหนื่อยทุ่มเทอยู่บ้างไม่ใช่เหรอ?”

สวีไท่หยู่ไม่ใส่ใจ “ให้เงินสักหน่อยแล้วไล่ไปก็จบไม่ใช่เหรอ?”

“ถ้าชอบขนาดนั้นจริงๆ อย่างมากพอแต่งงานเสร็จก็เลี้ยงเก็บเอาไว้ข้างนอกสิ”

ยังไงคนรอบตัวเขาก็ทำกันแบบนี้อยู่แล้ว มีภรรยาอยู่ที่บ้าน ส่วนข้างนอกก็มีผู้หญิงคนอื่น

ด้านนอกประตู นิ้วมือที่เจียงหยวนกำแน่นจนแทบไม่รู้สึกถึงความเจ็บแล้ว

เธอต้องการอยากรู้คำตอบของเฮ่อซืออวี้ใจจะขาด!

เธอหวังว่าเขาจะโต้เถียงทันที แล้วบอกกับทุกคนว่า

คนที่เขารักคือเจียงหยวน และคนที่เขาจะแต่งงานด้วยก็คือเจียงหยวนเช่นกัน

แต่หลังจากรอคอยอยู่นาน สิ่งที่เธอได้ยินกลับมีเพียงคำพูดเรียบๆ ของชายหนุ่ม “พวกนายกลายเป็นคนชอบนินทาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

ไม่มีคำโต้แย้ง และไม่มีคำปฏิเสธ

ฟังดูแล้วคล้ายเป็นการยอมรับโดยปริยายเสียมากกว่า

“ใช่ๆๆ วันดีๆ แบบนี้มาคุยเรื่องเด็ด ๆ กันหน่อย ผมดื่มจนแทบจะหลับอยู่แล้ว”

สวีไท่หยู่ลุกขึ้นจากโซฟา พยายามทำให้บรรยากาศกลับมาคึกคัก

เขาเป็นเสือผู้หญิง เปลี่ยนผู้หญิงเร็วเสียยิ่งกว่าเปลี่ยนเสื้อผ้า

ปกติเขาก็ชอบเล่นอะไรแปลกใหม่อยู่แล้ว จึงชวนทุกคนมาเล่นเกมสารภาพความจริงกัน

“ให้ทุกคนเล่าเรื่องที่ตัวเองเคยทำแล้วตื่นเต้นเร้าใจที่สุดมาคนละเรื่องดีไหม?”

ใครบางคนพูดขึ้นมาคำเดียวก็ทำเอาคนอื่นตะลึง “มีเซ็กซ์บนรถ”

สวีไท่หยู่หัวเราะเยาะ “แบบนี้มันตื่นเต้นตรงไหนกัน?”

ฝ่ายนั้นจึงเสริมขึ้นมา “บนรถไฟความเร็วสูง”

คนทั้งห้องต่างส่งเสียงฮือฮาและโห่ร้องอย่างสนุกสนาน “ไอ้นี่นายมีของนี่หว่า!”

สวีไท่หยู่ถามเฮ่อซืออวี้ที่นั่งเบื่อหน่ายอยู่ข้างๆ ด้วยความตื่นเต้น “พี่เฮ่อ แล้วพี่ล่ะ? เคยทำเรื่องอะไรที่ตื่นเต้นสุดๆ บ้าง?”

เฮ่อซืออวี้เหมือนครุ่นคิดอยู่สองสามวินาที ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ยอมเป็นมือที่สามเพราะความรัก”

ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ทั้งห้องก็ระเบิดเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที

นั่นเขาคือเฮ่อซืออวี้เลยนะ!

ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีชั้นนำเมืองเจียง ผู้สืบทอดตระกูลเก่าแก่มั่งคั่ง อยากได้ผู้หญิงแบบไหนมีหรือที่จะไม่ได้?

ถ้าไม่ใช่รักจริงๆ ก็ไม่มีทางยอมทำถึงขั้นนี้แน่นอน!

สวีไท่หยู่มีปฏิกิริยารุนแรงที่สุด เสียงสูงแหลมของเขาดังทะลุผ่านบานประตูจนแก้วหูของเจียงหยวนสั่นสะเทือน

“คือหลู่ไป๋จือใช่ไหมล่ะ! ผมรู้ว่าพี่ยังรักหลู่ไป๋จืออยู่! ตอนนั้นพี่ชอบหลู่ไป๋จือ! แต่หลู่ไป๋จือชอบสวี่โจวเย่ พี่ก็เลยยอมเป็นมือที่สามเพื่อความรัก! พี่เฮ่อ พี่มันยอดนักรักตัวจริงเสียงจริงเลย!”

เสียงหัวเราะและเสียงโห่แซวเหล่านั้นราวกับถังน้ำเย็นนับไม่ถ้วนที่สาดรดลงมาจากศีรษะ ทำให้เจียงหยวนหนาวเหน็บไปทั้งตัว

ท้องไส้ของเธอปั่นป่วนอย่างควบคุมไม่ได้ จนรู้สึกทรมานและค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งยองๆ

สวีไท่หยู่ยังคงพูดต่อ เขาถามเฮ่อซืออวี้ “พี่เฮ่อ พูดความจริงมานะ วันที่สิบเดือนตุลาคมวันนั้น พี่ไปเจอหน้าหลู่ไป๋จือมาใช่ไหม?”

เฮ่อซืออวี้ถามกลับ “นายรู้ได้ยังไง?”

“วันนั้นเธอโพสต์โซเซียลบอกว่า การได้พบกันอีกครั้งคือเรื่องที่โรแมนติกที่สุดในโลก ผมเดาปุ๊บก็รู้เลยว่าต้องไปเจอพี่แน่ๆ!”

“คืนนั้นมีความคืบหน้าอะไรไหม? แบบไม้แห้งเจอกองไฟ แล้วได้สานสัมพันธ์กันต่อบนเตียงหรือเปล่า?”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
30 Chapters
บทที่ 1
ได้ยินมาว่าในใจของผู้ชายทุกคนมักซ่อนรักแรกที่รักแต่ไม่อาจครอบครองเอาไว้คนหนึ่ง เจียงหยวนเคยคิดมาตลอดว่าเฮ่อซืออวี้คือข้อยกเว้น เพราะพวกเขาต่างก็รักกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ แต่น่าเสียดาย โลกใบนี้มันก็แค่เวทีขนาดใหญ่สำหรับรักแรกเท่านั้นแหละดูเหมือนเฮ่อซืออวี้เองก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้เช่นกัน เจียงหยวนอยู่กับเฮ่อซืออวี้มาตั้งแต่อายุสิบแปด จนถึงวันนี้ก็ครบเจ็ดปีเต็ม ผ่านคืนวันร่วมกันมานับกว่าสองพันวันสองพันคืน ทำทุกอย่างที่คู่รักทำด้วยกัน แต่กลับไม่สามารถเทียบเท่ากับเพียงสายตาแรกเห็นในวัยเยาว์ของผู้ชายคนนี้ได้เลยคิดดูแล้วก็น่าขำไม่น้อย เธอใช้เวลาถึงเจ็ดปี แต่ก็ไม่อาจมองเห็นหัวใจของผู้ชายคนหนึ่งได้อย่างปรุโปร่งสรุปแล้ว ต้องรักมากมายขนาดไหนกันนะ ถึงทำให้เขายอมเก็บผู้หญิงคนนั้นซ่อนไว้ในใจมานานหลายปี? การเหม่อลอยของเจียงหยวนทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเอาอกเอาใจเธออย่างเต็มที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก จนอดไม่ได้ที่จะเตือนเธอว่าอย่าวอกแวก เรื่องบนเตียงเฮ่อซืออวี้มักจะดุดันอยู่เสมอแล้วเขาก็เผลอไปชนกล่องผ้าไหมสีดำตรงหัวเตียงจนคว่ำลงเขารีบยื่นมือไปรับเอาไว้เพื่อไม่ให้ร่วงลงมาทับคนใต้ร่างดูเห
Read more
บทที่ 2
สวีไท่หยู่เริ่มนินทาเรื่องชาวบ้านไม่หยุดไม่หย่อน คนอื่นๆ ในห้องก็พากันส่งเสียงแซวอย่างสนุกสนานจนวุ่นวายไปหมด เจียงหยวนฟังไม่ชัดว่าเฮ่อซืออวี้พูดอะไร รู้เพียงว่าท้องของเธอบิดเกร็งจนปวดอย่างรุนแรง แต่ความเจ็บนั้นกลับเทียบไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวเดียวของความเจ็บปวดที่บีบรัดอยู่ในใจ วันที่สิบเดือนตุลาคมมันคือวันที่เธอโดนพิษเหล้าเล่นงานบวกกับอาการแท้งลูกในวันที่เธอต้องฝ่าด่านความเป็นความตายเพียงลำพัง เขากลับกำลังสานสัมพันธ์กับรักแรกของเขาอีกครั้ง “คุณเจียง คุณเป็นอะไรไปคะ? ร่างกายไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”พนักงานบริการที่เดินผ่านไปมา ตกใจกับสภาพของเจียงหยวนที่กำลังนั่งยองๆอยู่บนพื้นพร้อมใบหน้าซีดเผือดเจียงหยวนจึงขอให้เธอช่วยเรียกรถพยาบาลให้ ตอนที่เธอนอนเหงื่อเย็นไหลท่วมตัวอยู่บนรถพยาบาล โทรศัพท์จากเฮ่อซืออวี้ก็ดังเข้ามา หากเป็นเมื่อก่อน ต่อให้เธอจะเหน็ดเหนื่อยหรือว่าง่วงนอนขนาดไหน ก็คงจะกดรับสายของเฮ่อซืออวี้เป็นคนแรกเสมอแต่ในวันนี้เธอทรมานเกินไปแล้วจริงๆเจ็บปวดเสียจนไม่อยากสนใจอะไรอีก และไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว รวมถึงเฮ่อซืออวี้ด้วย ......เจียงหยวนนอนรักษาตัวอยู่ที
Read more
บทที่ 3
เมื่อเจียงหยวนแจกจ่ายเอกสารเสร็จแล้วหันกลับมา หลู่ไป๋จือก็เข้านั่งที่เรียบร้อยแล้วแต่ที่นั่งที่เธอนั่งกลับเป็นที่ประจำของเจียงหยวน เจียงหยวนชะงักไปครู่หนึ่ง กำลังจะเอ่ยปากเตือน แต่กลับได้ยินเฮ่อซืออวี้พูดว่า “ต่อไปคุณนั่งตรงนั้น” หลู่ไป๋จือยิ้มให้อย่างเขินอาย “ฉันเพิ่งมาทำงาน มีหลายเรื่องที่ไม่เข้าใจต้องคอยปรึกษาอาอวี้ ถ้านั่งใกล้กันหน่อยก็คงสะดวกกว่า” ในเมื่อเฮ่อซืออวี้ออกปากเองแล้ว เธอจะพูดอะไรได้อีกเจียงหยวนจึงทำได้เพียงเก็บเอกสารเงียบๆ แล้วอุ้มโน๊ตบุ๊คย้ายไปนั่งที่มุมห้องตลอดช่วงเวลานั้นไม่มีใครในห้องประชุมกล้าส่งเสียง แต่เจียงหยวนสัมผัสได้ชัดเจนว่า สายตาที่คนเหล่านั้นมองมาเต็มไปด้วยความสงสารและสายตาเห็นใจพวกนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดระแวงไปหมดการประชุมดำเนินมาได้ครึ่งทาง เฮ่อซืออวี้ก็คัดค้านหนึ่งในโครงการขึ้นมา“ทำไมโครงการนี้จนป่านนี้ถึงยังไม่คืบหน้า ใครเป็นคนรับผิดชอบ?” น้ำเสียงของเขาดุดัน คนที่รู้จักเขาดีต่างรู้ว่านี่คือสัญญาณก่อนที่เขาจะระเบิดอารมณ์คนทั้งห้องประชุมเงียบกริบไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่คนเดียวเจียงหยวนยืนขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด “ฉันเป็นคน
Read more
บทที่ 4
พอโจวมี่ได้ยินว่าจะต้องดื่มเหล้า ก็ร้อนใจขึ้นมาทันที“ไม่ได้นะคะ พี่เจียงหยวนร่างกายไม่ค่อยสบาย ดื่มเหล้าไม่ได้ค่ะ”ครั้งที่เจียงหยวนโดนพิษเหล้าเล่นงาน ก็เป็นโจวมี่เป็นคนที่ไปงานเลี้ยงสังสรรค์กับเธอด้วย เธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดกับตา จึงยังมีปมในใจจากเรื่องนั้นอยู่มาก หมอยังบอกอีกว่า หากส่งตัวมาโรงพยาบาลช้ากว่านั้นอีกนิด ชีวิตของเจียงหยวนคงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว! สวีไท่หยู่ได้ยินก็รู้สึกไม่พอใจ “เธอก็ดูถูกเจียงหยวนเกินไปหรือเปล่า? ใครๆ ก็รู้ว่าเธอคอแข็งแค่ไหน! ตอนนั้นเธอไปคุยธุรกิจที่ภาคเหนือกับพี่เฮ่อ งานเลี้ยงตั้งยี่สิบคน เธอชนแก้ววนสองรอบยังไม่เป็นไรเลย ทำไมล่ะ? ตอนนี้แค่ดื่มสามแก้วก็ไม่ได้แล้วเหรอ? เลือกปฏิบัติหรือไง? หรือว่าไม่เกรงใจพี่ไป๋จือของผม”หลู่ไป๋จือไม่อยากให้บรรยากาศตึงเครียด จึงเป็นฝ่ายไกล่เกลี่ย “ไท่หยู่ ถึงอย่างไรเสียเลขาเจียงก็เป็นผู้หญิงนะ อย่าไปบีบคั้นเธอเลย”สวีไท่หยู่ไม่ยอมรับ “ผมไปบีบคั้นตรงไหนกัน?”พูดจบก็หันไปขอความเห็นจากเฮ่อซืออวี้ “พี่เฮ่อ แบบนี้ผมถือว่าบีบคั้นไหม?”เฮ่อซืออวี้เงยหน้าขึ้น สายตาที่อ่านความรู้สึกไม่ออกกวาดผ่านใบหน้าของเธอ ก่อนมุมปากจะกร
Read more
บทที่ 5
เฉินเวยได้ยินเธอพูดเช่นนี้ ทั้งรู้สึกเสียดายและอิจฉา “ประธานเฮ่อช่างมีบุญจริงๆ ที่มีบุคลากรมากความสามารถอย่างเลขาเจียง มิน่าล่ะถึงทำธุรกิจได้ประสบความสำเร็จขนาดนี้”“ประธานเฉินชมกินไปแล้วค่ะ เมื่อเทียบกับประธานเฮ่อแล้ว คุณที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยตัวเองต่างหากที่น่านับถือกว่าค่ะ” แม้จะเป็นเพียงคำพูดมารยาทบนโต๊ะอาหาร แต่เฉินเวยก็ยังถูกเธอเบิกบานใจจนยิ้มร่า“ผมชอบคุยธุรกิจกับเลขาเจียงที่สุด คำพูดคำจาฟังแล้วสบายใจเสมอมา แก้วนี้ผมดื่มให้คุณ”“ตับของคุณไม่ค่อยดี แก้วนี้ฉันดื่มเองดีกว่าค่ะ ฉันดื่มหมดแก้ว คุณตามสบายนะคะ”เฉินเวยชอบคบหากับคนตรงไปตรงมา จึงชอบนิสัยของเจียงหยวนเป็นอย่างมากพอเห็นเจียงหยวนดื่มหมด ก็รีบเอ่ยปากเตือน “อย่าทุ่มเทขนาดนี้เลย โครงการนี้ผมจะเซ็นกับคุณคนเดียว ใครมาคุยก็ใช้ไม่ได้ทั้งนั้น!”“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณประธานเฉินมากนะคะ” เจียงหยวนรินเหล้าให้เขาด้วยตัวเองเฉินเวยเห็นสีหน้าของเธอผิดปกติ จึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “เลขาเจียง คุณป่วยหรือเปล่า? สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย”“ไม่เป็นไรค่ะ”“หรือจะให้คนขับรถของผมพาคุณไปโรงพยาบาลดี”เจียงหยวนกำลังจะบอกว่าไม่เป็นไร ประตูห
Read more
บทที่ 6
วันต่อมาทันทีที่เจียงหยวนมาถึงบริษัท โจวมี่ก็ตรงเข้ามาหาเธอด้วยท่าทีมีเงื่อนงำ เพื่อเปิดสิ่งที่ค้นพบเมื่อเช้าให้เธอดู“เมื่อคืนผู้อำนวยการหลู่เหมือนจะค้างคืนกับประธานเฮ่อค่ะ”โจวมี่ลดเสียงลงจนแทบเป็นกระซิบ เพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน ในโทรศัพท์คือหลักฐานที่เธอแอบถ่ายไว้“เมื่อเช้าทั้งคู่ นั่งรถคันเดียวกันมา แถมเสื้อผ้าของผู้อำนวยการหลู่ยังเป็นชุดเดียวกับเมื่อวานด้วยค่ะ”เจียงหยวนเหลือบมองรูปถ่ายบนหน้าจอครู่หนึ่งชายหนุ่มยืนอยู่ตรงประตูรถ ใบหน้าครึ่งหนึ่งหายไปในเงามืด เขาก้มหน้าลงมองหลู่ไป๋จือที่กำลังจะลงจากรถอาจเป็นเพราะมุมที่ถ่ายออกมาชวนให้คิดไปไกล ภาพนั้นจึงดูมีบรรยากาศสนิทสนมอยู่ไม่น้อย เจียงหยวนจ้องมองอยู่เงียบๆ หลายวินาที ก่อนจะละสายตา แล้วเทยาทั้งหมดในฝ่ามือเข้าปากรวดเดียว เธอกระดกน้ำร้อนตามลงไปหลายอึก ความร้อนของน้ำไหลผ่านลำคอลงไป โดยไม่รู้สึกเจ็บหรือคันแต่อย่างใดไม่รู้สึกเจ็บหรือคันแล้วจริงๆเธอใช้เวลาตลอดช่วงเช้าจัดการรวบรวมเอกสารโครงการในมือจนเสร็จเรียบร้อย ทั้งยังเจียดเวลาเขียนใบลาออกให้ตัวเองฉบับหนึ่งในระหว่างนี้ หลู่ไป๋จือวิ่งเข้าห้องทำงานของเฮ่อซืออวี้ถึงสี่
Read more
บทที่ 7
เมื่อพูดถึงเรื่องลูก ความเจ็บปวดในใจของเจียงหยวนที่เคยข่มเก็บไว้ก็ค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาทีละน้อย...แสงไฟสีขาวซีดบนเพดาน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนแสบจมูกในอากาศ และความหนาวเย็นหลังการผ่าตัดขูดมดลูก...ชั่วชีวิตนี้เธอไม่มีวันลืม และจะจดจำความเจ็บปวดตอนที่เลือดเนื้อถูกพรากออกไปตลอดกาลเมื่อคิดดูในตอนนี้ บางทีเด็กอาจจะรับรู้ล่วงหน้าถึงบางสิ่งบางอย่างแล้วก็เป็นได้ถึงได้แอบมาอย่างเงียบเชียบ และจากไปอย่างเงียบเชียบเช่นกันราวกับตั้งใจมาเพื่อช่วยให้เธอผ่านพ้นเคราะห์ร้ายเมื่อการประชุมจบลง หลู่ไป๋จือให้โจวมี่ส่งบันทึกการประชุมเมื่อครู่นี้ให้เธอหนึ่งชุด โจวมี่ข่มความอัดอั้นไว้ในใจ จึงตอบด้วยน้ำเสียงห้วนๆ “ยังเรียบเรียงไม่เสร็จค่ะ” “งั้นเธอเรียบเรียงเสร็จแล้วค่อยส่งให้ฉันนะ”“ฉันยุ่งจะตายอยู่แล้ว จะเอาเวลาที่ไหนมาเรียบเรียงล่ะคะ” หลู่ไป๋จือขมวดคิ้วมองโจวมี่แวบหนึ่งโจวมี่ก้มหน้าก้มตาช่วยเจียงหยวนเก็บของในห้องประชุม โดยไม่สนใจเธออีกรอจนกระทั่งอีกฝ่ายเดินคล้อยหลังไป เจียงหยวนจึงเตือนสติโจวมี่ “เธอต้องจำไว้นะ อย่าเอาอารมณ์มาใช้นำการทำงาน เรื่องแบบนี้หรงย่าไม่อนุญาตเด็ดขาด ถ้าเธออยากจะเติ
Read more
บทที่ 8
แต่เขาไม่มีวันรู้เลยว่า สาเหตุที่ห้องของเธอรกรุงรัง นั่นก็เพราะเต็มไปด้วยข้าวของของเขาทั้งนั้นเฮ่อซืออวี้เป็นพวกบ้างานเข้าขั้นอย่างแท้จริง ในฐานะหัวหน้าเลขานุการของเธอ เธอจึงต้องสแตนด์บายเตรียมพร้อมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงทุกวันบนโต๊ะทำงานซ้อนทับไปด้วยเอกสารหลากประเภทที่เขาอาจจะต้องใช้ได้ทุกเมื่อบนผนังติดแน่นไปด้วยบันทึกเตือนความจำเรื่องการเดินทางและตารางกำหนดการทำงานของเขาในตู้เสื้อผ้าแขวนเต็มไปด้วยชุดราตรีและชุดออกงานสารพัดแบบที่เขาต้องใช้เข้าร่วมงานเลี้ยงพื้นที่ว่างบนพื้นก็อัดแน่นไปด้วยของขวัญนานาชนิดที่เขาเอาไว้มอบให้แก่ลูกค้า...ห้องเช่าที่ไม่ได้กว้างขวางอะไรแต่เดิมอยู่แล้ว จึงกลายเป็นห้องทำงานแห่งที่สองของเธอไปโดยปริยายทั่วทั้งห้อง มีเพียงเตียงเดี่ยวขนาดเล็กเตียงนั้นเท่านั้นที่เป็นพื้นที่ของเธอจริงๆแต่เฮ่อซืออวี้กลับรังเกียจว่าเตียงนั้นเล็กเกินไป หลังจากครั้งนั้น เขาก็ไม่ก้าวเท้ามาที่พักของเธออีกเลยก่อนออกจากบ้าน เจียงหยวนโทรศัพท์หาบริษัทขนย้าย ไหว้วานให้พวกเขาส่งคนมาช่วยจัดเก็บของในวันเสาร์อาทิตย์นี้ถึงเวลาต้องขนย้ายสิ่งของที่ไม่ใช่ของเธอออกไปซักที......ร้านอา
Read more
บทที่ 9
เดิมทีสวีไท่หยู่คิดว่าเฮ่อซืออวี้คงจะตกใจมากแต่กลับคิดไม่ถึงว่าปฏิกิริยาของเขาจะสงบนิ่งอย่างผิดคาด “จ้าวซูเหยียนยังไม่ล้มเลิกความคิดอีกเหรอ?”“หมายความว่า...จ้าวซูเหยียนไม่ได้พยายามดึงเจียงหยวนไปทำงานด้วยเป็นครั้งแรกเหรอ?”“อืม” เฮ่อซืออวี้ไม่ได้ใส่ใจ น้ำเสียงยังหนักแน่นเสียด้วยซ้ำ “เขาดึงเธอไปไม่ได้หรอก เจียงหยวนไม่มีทางไปกับเขา”สวีไท่หยู่ก็คิดแบบนั้นเช่นกัน เขาแค่นหัวเราะ “นั่นสิ เจียงหยวนจะตัดใจจากหรงย่าได้ยังไง”ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นเลย แค่เฮ่อซืออวี้ยังอยู่หรงย่า เจียงหยวนก็ไม่มีทางจากหรงย่าไปไหน“ผู้หญิงอย่างเจียงหยวนนี่เจ้าเล่ห์จะตาย ผมว่าเธอจงใจนัดจ้าวซูเหยียนไปที่ร้านเยว่ชรือ ก็เพราะอยากให้ผมบังเอิญเจอ จากนั้นก็ให้ข่าวนี้มาถึงหูพี่จะได้ทำให้คุณคิดว่าเธออยากย้ายงาน แล้วบีบให้พี่เป็นฝ่ายเอ่ยปากรั้งเธอไว้ไง”สวีไท่หยู่พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนมองทุกอย่างออกหมดแล้ว“คงเห็นว่าคุณให้ความสำคัญกับพี่ไป๋จือแต่กลับมองข้ามเธอ ก็เลยใช้เล่ห์เล็กๆน้อยๆแบบนี้สินะ น่าเบื่อจริงๆ ไม่รู้จักกาลเทศะเอาเสียเลย ไม่รู้หรือไงว่าผู้ชายเกลียดที่สุดก็คือผู้หญิงที่หึงหวงและเล่นลูกไม้เล็กๆน้อยๆ? ยิ
Read more
บทที่ 10
เจียงหยวนยังไม่ทันจะได้ปลอบประโลมให้ซ่งหร่านใจเย็นลง อีกฝ่ายก็กดวางสายไปเสียก่อนขณะที่เธอกำลังจะโทรกลับ โทรศัพท์ของเฮ่อซืออวี้ก็ดังเข้ามาพอดี เจียงหยวนจึงทำได้เพียงกดรับสาย“มาที่กว่างเจียง”เฮ่อซืออวี้ เอ่ยจบก็กดวางสายทันทียังคงเป็นน้ำเสียงออกคำสั่งเหมือนเช่นเคยเจียงหยวนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินทางไปกว่างเจียงสักครั้งแต่เธอไม่ได้ไปเพราะเฮ่อซืออวี้ แต่ไปเพื่อจี๋เฟยและซ่งหร่านต่างหากจี๋เฟยเป็นโครงการที่เธอเลือกคัดสรรมากับมือ ช่วงแรกทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายไปไม่น้อยตอนนั้นเธอเป็นฝ่ายติดต่อซ่งหร่านหลายต่อหลายครั้ง คอยปรับแผนงานอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อโน้มน้าวอีกฝ่าย จนในที่สุดโครงการนี้จึงเกิดขึ้นได้ หากปล่อยมือไม่สนใจกลางคัน เธอก็รู้สึกทำใจไม่ได้จริงๆ เพียงแต่ทำเช่นนี้ก็เท่ากับต้องยกเลิกนัดกับคุณหมอเหอ และแน่นอนว่าย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะโดนคุณหมอเหอดุชุดใหญ่เจียงหยวนรับปากกับเขาว่า หลังจากผ่านช่วงที่ยุ่งนี้ไปแล้ว เธอจะให้ความร่วมมือในการรักษาอย่างจริงจังแน่นอน ตอนเครื่องลงจอดที่กว่างเจียงในช่วงดึก ฝนด้านนอกกำลังตกหนัก และอุณหภูมิก็ลดลงอย่างรวดเร็ว
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status