แม่กลับจับขอบโต๊ะไว้ ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวออกมา“ดีจัง”ขอบตาของเธอแดงก่ำ แต่มุมปากกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม“ในที่สุดจืออี้ก็จะได้กลับบ้านแล้ว”พ่อโอบไหล่แม่แล้วพูดว่า “พวกเรารอวันนี้มานานเหลือเกิน”เทียนบนเค้กยังไม่ได้ถูกเป่าให้ดับฉันยืนอยู่ที่เดิม หูอื้อไปหมด“รอมานาน...ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ?”แม่เงยหน้ามองฉัน แววตาไหววูบ“ตั้งแต่หกขวบมั้ง”“ตอนนั้นลูกก็ยิ่งเหมือนพี่สาวน้อยลงเรื่อย ๆ แล้ว”ฉันกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว แต่กลับสำลักเข้าหลอดลมอย่างแรงฉันไอจนตัวงอ น้ำตาถึงกับไหลออกมาแต่กลับไม่มีใครมองฉันแม้แต่คนเดียวตั้งแต่อายุหกขวบ แม่ก็มักพูดว่าฉันไม่เหมือนพี่สาวเธอรื้อชุดกระโปรงสีขาวที่พี่สาวเคยใส่ออกมาให้ฉันใส่ชุดเล็กเกินไป คอเสื้อรัดจนฉันแทบหายใจไม่ออก ส่วนปลายแขนเสื้อก็คับจนรัดแขนแน่นแม่ขมวดคิ้ว มองฉันอย่างไม่ชอบใจ“ตอนจืออี้ใส่ไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย”เธอเปิดวิดีโอของพี่สาวตอนยังมีชีวิตให้ฉันดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าพอดูไปได้ครึ่งหนึ่ง เธอก็จะกดหยุด“เวลาจืออี้ยิ้มจะไม่เห็นฟัน”“จืออี้จับปากกาแบบนี้”“เวลาจืออี้พูด เสียงจะเบามาก”ฉันจึงฝึกเลียนแบบทุกวันทรงผมของพี่สาว
더 보기