공유

บทที่ 2

작가: ฉืออัน
เช้าวันรุ่งขึ้น บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยกับข้าว

กุ้งลวก เนื้อวัวใส่ผักชี โจ๊กทะเล ปูนึ่ง

ไอร้อนลอยขึ้นมาเป็นระลอก จนภาพตรงหน้าฉันพร่าไปเล็กน้อย

ฉันแพ้อาหารทะเลและไม่กินผักชี ทั้งที่แม่ก็รู้ดีอยู่แล้ว

แต่วันนี้เธอกลับแกะเนื้อจากขาปูใส่ไว้ในชามใบเล็กสีชมพู

“จืออี้ชอบกินปูที่สุด”

“ผักชีก็ขาดไม่ได้ เธอบอกว่าถ้าไม่ใส่ก็ไม่อร่อย”

“แม่ต้องฝึกทำอาหารที่เธอชอบไว้ก่อน เดี๋ยวพอกลับมาแล้วจะกินไม่ถูกปาก”

ฉันนั่งถือตะเกียบอยู่นาน

จากนั้นก็ก้มหน้ากินข้าวเข้าไปคำหนึ่ง พยายามกลืนความรู้สึกที่พลุ่งพล่านขึ้นมากลับลงไปอย่างสุดกำลัง

ลำคอตีบตันจนเจ็บ ฉันใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะข่มเสียงให้มั่นคง พยายามไม่ให้มีเสียงขึ้นจมูก

“แม่ แม่ยังจำได้ไหมว่าฉันแพ้อาหารทะเล?”

ฉันเอาแต่ก้มหน้า จ้องข้าวสวยในชาม ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น

มือของแม่ที่กำลังตักโจ๊กชะงักไป

“ป่านนี้แล้ว ลูกยังจะมาคิดเล็กคิดน้อยเรื่องพวกนี้อีกเหรอ?”

“พอพี่สาวลูกกลับมา หลายอย่างก็ต้องปรับตัว”

“ลูกไม่กินสักมื้อจะเป็นอะไรไป?”

ฉันพยักหน้า วางตะเกียบลง แล้วลุกกลับเข้าห้อง

ตอนบ่าย จี้เฉินมาหา

เมื่อเห็นว่าริมฝีปากฉันซีด หัวคิ้วของเขาก็ขยับเล็กน้อย

ฉันกำชายเสื้อแน่น มองเขาอยู่นาน แล้วพูดด้วยเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“จี้เฉิน นายไปทะเลเป็นเพื่อนฉันสักครั้งได้ไหม?”

“ฉันอยากไปมาตลอด”

“ยังไงฉันก็ใกล้จะตายแล้ว”

เขาชะงักไป

ฉันคิดว่า ขอแค่ฉันเอ่ยปาก เขาอาจยอมจริง ๆ ก็ได้

แต่ครู่ต่อมา ฉันกลับได้ยินเขาพูดว่า

“ช่วงนี้เธออย่าออกไปไหนเลยดีกว่า”

“ถ้าเกิดการสับเปลี่ยนมีปัญหาขึ้นมา คุณน้าคงรับไม่ไหว”

ฉันยิ้มเยาะตัวเองเล็กน้อย

“นายกลัวว่าพี่สาวฉันจะกลับมาไม่ได้ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

สีหน้าของจี้เฉินดูไม่ดี

“อันอัน เธออย่าพูดแบบนี้อยู่เรื่อยได้ไหม?”

“ฉันเป็นห่วงเธอนะ”

ฉันเงยหน้าขึ้น พยายามกะพริบตาหลายครั้ง

ฉันยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง ยิ่งกว้างกว่าเมื่อครู่เสียอีก จนมุมปากถูกดึงรั้งจนเจ็บ

“เป็นห่วงฉัน เลยกด ‘ยินยอม’ บนหน้าจอโดยไม่ลังเล แล้วส่งฉันไปตายงั้นเหรอ?”

เขาหลุบตาลง หลบสายตาฉัน เม้มริมฝีปากแน่น ไม่อธิบายอะไรอีกแม้แต่คำเดียว

จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกว่าการเถียงต่อไปไม่มีความหมายอีกแล้ว

ฉันหันตัวกลับเข้าห้อง แล้วใช้มือที่สั่นเทากดเปิดแอปนั้นขึ้นมา

ฉันลองใช้รหัสผ่านที่แม่ใช้เป็นประจำ ไม่นึกเลยว่าจะล็อกอินเข้าไปได้จริง ๆ

ฉันเห็นรายงานตรวจสุขภาพของตัวเอง ระยะเวลาการนอน ความผันผวนของอารมณ์...

ที่แท้ พวกเขาเตรียมการเรื่องนี้มานานแล้ว

ท้องฉันบีบเกร็งขึ้นมาอย่างแรง ฉันจับโต๊ะไว้พยุงตัว รสคาวหวานพลุ่งขึ้นมาถึงลำคอ

ด้านล่างสุดของหน้า มีไฟล์เสียงหนึ่งไฟล์ที่ถูกเน้นด้วยสีแดงเด้งขึ้นมา

ฉันใช้นิ้วที่สั่นเทากดเปิดมัน

เสียงผู้หญิงแผ่วเบาดังขึ้นขาด ๆ หาย ๆ

“อย่าเลือกน้องสาว”

“แม่ ฉันไม่ต้องการให้เธอมาแทนที่ฉัน”

“เธอก็เป็นลูกสาวของแม่เหมือนกัน”

ฉันคว้าโทรศัพท์แล้ววิ่งออกจากห้องราวกับเสียสติ ยกหน้าจอขึ้นตรงหน้าแม่

“แม่ ฟังสิ”

“นี่คือเสียงของพี่สาว”

ทันทีที่แม่ได้ยินเสียงเรียก “แม่” ครั้งแรก ทัพพีในมือก็หล่นกระแทกพื้น

“จืออี้...”

แต่พอฟังจนจบ สีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของเธอก็ค่อย ๆ แข็งค้าง

วินาทีต่อมา ฝ่ามือก็ตบลงมา

ฉันถูกตบจนหน้าหัน หูอื้อไปหมด ใบหน้าร้อนผ่าวแสบไปหมด

“เสิ่นอันอัน เพื่อไม่ให้พี่สาวกลับมา ลูกถึงกับกล้าปลอมเสียงพี่สาวเลยเหรอ?”

พ่อแย่งโทรศัพท์ไป แล้วลบไฟล์บันทึกเสียงทิ้ง

“พี่สาวแกตายมาแล้วครั้งหนึ่ง แกยังอยากให้เธอตายอีกครั้งหรือไง?”

ฉันหันไปมองจี้เฉินด้วยความรู้สึกด้านชา

“นายได้ยินแล้วใช่ไหม?”

“เธอบอกว่าเธอไม่เอาแบบนี้”

ฉันยื่นหน้าจอสำหรับถอนความยินยอมไปตรงหน้าเขา

“ถอนสิ”

“ขอแค่นายถอนความยินยอม ฉันก็ยังรอดได้”

นิ้วของจี้เฉินค้างอยู่เหนือหน้าจอ

จู่ ๆ แม่ก็คุกเข่าลง คว้าแขนเสื้อของเขาไว้

“จี้เฉิน น้าขอร้อง”

“ตอนนั้นจืออี้เคยช่วยชีวิตนาย นายต้องช่วยเธอนะ”

จี้เฉินหลับตาลง

ผ่านไปนาน เขาจึงวางโทรศัพท์ลง

“อันอัน ขอโทษ”

จู่ ๆ มือของฉันก็เริ่มเลือนจางลง

จี้เฉินยื่นมือมาคว้าฉันทันที

ฉันถอยออกไปหนึ่งก้าว

“อย่าแตะ”

“นี่คือสิ่งที่นายเลือกเอง”

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ที่แท้ในโลกคู่ขนานไม่มีฝน   บทที่ 10

    วันที่สามในโลกคู่ขนาน ฉันได้รับคำขอวิดีโอคอลจากครอบครัวเดิมหน้าจอแอปลอยอยู่กลางอากาศ[แม่ พ่อ และจี้เฉินยื่นคำขอติดต่อ][ต้องการรับสายหรือไม่?]ฉันนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง อุ้มแมวส้มตัวใหม่ไว้ในอ้อมแขนแสงแดดตกกระทบหลังมือตรงนั้นไม่มีร่องรอยของการเลือนโปร่งใส และไม่มีตัวเลขนับถอยหลังสวี่ถังกำลังปอกแอปเปิลให้ฉันเมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือน เธอเพียงชะงักไปเล็กน้อย“อันอัน ลูกตัดสินใจเองนะ”เสิ่นเยี่ยนซานถือนมอุ่นเดินออกมา“ถ้าอยากเจอ พวกเราจะอยู่ข้าง ๆ ลูก”“ถ้าไม่อยากเจอ ก็ไม่มีใครบังคับลูกได้”ฉันก้มมองหน้าจอล่างสุดของรายชื่อผู้ขอติดต่อ ยังมีชื่อเสิ่นจืออี้อยู่ด้วยฉันกดเปิดข้อความของเธอไม่มีคำขอให้ฉันกลับไปมีเพียงข้อความไม่กี่บรรทัด[อันอัน ขอโทษนะ][ฉันจะบอกพวกเขาว่า พวกเราไม่ใช่เครื่องมือ][หมอบอกว่าฉันไม่ใช่เด็กไม่ดี][เธอก็ไม่ใช่ตัวแทนของใคร]ขอบตาฉันร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อยฉันตอบเธอกลับไป[เธอก็ใช้ชีวิตให้ดีนะ]จากนั้นฉันก็กดปฏิเสธการติดต่อจากครอบครัวเดิมหน้าจอดับลงสวี่ถังไม่ได้ถามว่าทำไมเธอหั่นแอปเปิลเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้ววางไว้ข้างมือฉัน“วันนี้อยาก

  • ที่แท้ในโลกคู่ขนานไม่มีฝน   บทที่ 9

    ตอนที่พ่อตามหาทางเข้าสู่ศูนย์วิจัยโลกคู่ขนานเจอ ก็เป็นเวลาดึกมากแล้วแม่นั่งเฝ้าอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ดวงตาแดงก่ำจนน่ากลัวพ่อพิมพ์ชื่อของฉันลงไปเสิ่นอันอันหน้าจอโหลดอยู่นานสุดท้ายข้อความสีแดงก็เด้งขึ้นมา[ความสัมพันธ์ทางเครือญาติในโลกเดิมถูกยกเลิกแล้ว][ผู้ถูกสับเปลี่ยนได้สละสิทธิ์เปลี่ยนใจด้วยตนเอง][ไม่สามารถเรียกตัวกลับได้]แม่กดรีเฟรชซ้ำแล้วซ้ำเล่านิ้วกดแป้นพิมพ์จนเกิดเสียงดัง“เป็นไปไม่ได้”“ฉันเป็นคนคลอดเธอมา”“ทำไมถึงเรียกเธอกลับมาไม่ได้?”แอปตอบซ้ำอย่างเย็นชา[จุดยึดความสัมพันธ์ทางเครือญาติถูกตัดขาด][ครอบครัวเดิมไม่มีสิทธิ์ยื่นคำขอ]พ่อหันขวับไปหาจี้เฉิน“นายลองดู”“อันอันแคร์นายที่สุด”มือของจี้เฉินสั่นจนแทบถือโทรศัพท์ไม่อยู่เขากรอกบัญชีผู้ใช้ของตัวเองลงไปหน้าจอสว่างขึ้น[ผู้เข้าร่วม: จี้เฉิน เคยยืนยันการสับเปลี่ยน][ไม่มีสิทธิ์เรียกกลับ]จี้เฉินจ้องข้อความบรรทัดนั้น ก่อนเข่าจะอ่อนจนร่างทรุดไถลลงไปตามกำแพงเขายกมือปิดตา ไหล่สั่นกระเพื่อมอย่างแรงจู่ ๆ แม่ก็นึกถึงวิดีโอขึ้นมา“อันอันเคยอัดไว้”“เธอบอกว่ายินดีต้อนรับจืออี้กลับมา”แม่ใช้มือที่ส

  • ที่แท้ในโลกคู่ขนานไม่มีฝน   บทที่ 8

    ในที่สุดครอบครัวเสิ่นก็ได้รู้ว่า เสิ่นจืออี้ที่พวกเขารับกลับมา ไม่ใช่เสิ่นจืออี้อย่างที่พวกเขาจินตนาการไว้เธอไม่ยอมใส่ชุดกระโปรงสีขาวถ่ายรูปไม่นั่งยิ้มอยู่หน้าเค้กไม่เรียกจี้เฉินว่า “พี่จี้เฉิน” และไม่ยอมกินอาหารที่พวกเขาเตรียมให้อย่างว่าง่ายเธอกลัวการถูกกอดโดยไม่ทันตั้งตัวเกลียดกลิ่นน้ำหอมผ้าม่านห้ามเปิดจนสุด เสียงโทรทัศน์ห้ามดังเกินระดับยี่สิบช่วงแรกแม่ยังอดทนปลอบเธอ“จืออี้ แม่รู้ว่าลูกลำบากมามากตอนอยู่ที่นั่น”“แต่ลูกก็ต้องค่อย ๆ ปรับตัวนะ”เสิ่นจืออี้ปิดหู ซุกหน้าลงกับหมอนอิง“ฉันเป็นแบบนี้มาตลอด”“เป็นพวกคุณต่างหากที่ไม่เคยปรับตัวเข้าหาฉัน”สีหน้าแม่แข็งค้างเธออยากเถียง แต่กลับนึกถึงคำว่า ‘ออทิสติกสเปกตรัม’ ในแอปเมื่อก่อนเธอซ่อนใบวินิจฉัยไว้ และทิ้งใบแนวทางการฝึกบำบัดที่หมอออกให้เธอบอกว่าเด็กจะมีโรคอะไรได้ ก็แค่ถูกตามใจจนเสียคนตอนนี้เสิ่นจืออี้นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ เล็บจิกหลังมือตัวเองจนเกิดรอยแดงหลายรอยแม่ยื่นมือไปห้าม เสิ่นจืออี้กรีดร้องพ่อยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงตลอดทั้งคืนวันรุ่งขึ้น เขาเริ่มค้นห้องของฉันเขาอยากหาไดอารี่ เอกสาร และรูปถ่ายข

  • ที่แท้ในโลกคู่ขนานไม่มีฝน   บทที่ 7

    วันที่สามหลังเสิ่นจืออี้กลับมา ครอบครัวเสิ่นก็แทบรับมือไม่ไหวแล้วเธอไม่ยอมนอนบนเตียงของฉันบอกว่ากลิ่นหอมแรงเกินไป ผ้าปูที่นอนสีชมพูเกินไป ไฟก็สว่างเกินไปแม่ปิดไฟให้ แต่เธอกลับกุมศีรษะแล้วตัวสั่นอีกพ่อหงุดหงิดจนเปิดไฟในห้องนั่งเล่น“แล้วตกลงลูกต้องการยังไงกันแน่?”เสิ่นจืออี้ขดตัวอยู่ตรงมุมห้อง ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ“อย่าตะโกน”“หูฉันเจ็บ”แม่ร้อนใจจนน้ำตาไหล“จืออี้ แม่รับลูกกลับมา ไม่ใช่ให้ลูกทำตัวเองลำบากแบบนี้”เสิ่นจืออี้เงยหน้าขึ้น“ฉันไม่ได้หาเรื่อง”“ฉันทรมานจริง ๆ”ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา เสียงร้องไห้ของแม่ก็ชะงักราวกับว่าเธอเพิ่งเคยได้ยินคำว่า “ทรมาน” เป็นครั้งแรกตอนกินมื้อเย็น แม่ทำอาหารทะเลกับเนื้อวัวใส่ผักชี“ตอนเด็ก ๆ ลูกชอบกิน”แค่ได้กลิ่น เสิ่นจืออี้ก็ขย้อนแห้ง ๆ ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ“ฉันไม่กินของพวกนี้”“ฉันเคยบอกตั้งหลายครั้งแล้วว่ากลิ่นมันฉุน”ตะเกียบของพ่อค้างอยู่กลางอากาศ“แต่ตอนเด็ก ๆ ลูก...”เสิ่นจืออี้พูดแทรก“ตอนเด็กพวกคุณบอกว่า เด็กห้ามเลือกกิน”“ฉันอาเจียน พวกคุณก็บอกว่าฉันสำออย”จี้เฉินนั่งอยู่ข้าง ๆ เส้นเลื

  • ที่แท้ในโลกคู่ขนานไม่มีฝน   บทที่ 6

    แม่ในโลกคู่ขนานชื่อสวี่ถังเธอรูดม่านในห้องพักผู้ป่วยไว้ครึ่งหนึ่ง ให้แสงแดดส่องลงบนพื้นเท่านั้น ไม่ส่องถึงใบหน้าฉันทุกครั้งก่อนพูด เธอจะมองฉันก่อนเสมอ“เสียงระดับนี้ได้ไหม?”“อยากให้หรี่ไฟลงอีกหน่อยไหม?”“แม่ยืนตรงนี้ ลูกจะรู้สึกเกร็งไหม?”ฉันกำมุมผ้าห่มไว้แน่น ลำคอตีบตันจนแทบพูดไม่ออกเธอไม่ได้คอยเอาใจฉันอย่างระมัดระวังทุกฝีก้าวแต่เธอกำลังรอให้ฉันรู้สึกสบายขึ้นจริง ๆพ่อชื่อเสิ่นเยี่ยนซานเขาตักโจ๊กเปล่าใส่ชาม แล้ววางช้อนไว้ตรงขอบชาม“ยังร้อนอยู่นิดหน่อย”“เมื่อก่อนเวลาเครียด ลูกจะปวดท้อง กินทีละน้อยก่อนนะ”ฉันหยิบช้อนขึ้นมา ข้อมือเมื่อยล้าจนสั่นในโจ๊กไม่มีผักชีบนโต๊ะก็ไม่มีอาหารทะเลฉันซดโจ๊กไปหนึ่งคำ ความอุ่นไหลลงสู่กระเพาะที่ว่างมานาน เจ็บจนน้ำตาพรั่งออกมาทันทีสวี่ถังยื่นกระดาษทิชชูให้ แต่ไม่ได้ถามว่าฉันร้องไห้ทำไม“ค่อย ๆ กิน”“ไม่ต้องรีบ”ช่วงบ่าย พวกเขาพาฉันกลับบ้านหน้าประตูไม่มีป้ายต้อนรับ และไม่มีเค้กตรงโถงทางเข้ามีรองเท้าแตะสีฟ้าอ่อนวางอยู่คู่หนึ่งสวี่ถังย่อตัวลง เลื่อนมันมาตรงหน้าฉัน“รองเท้าคู่นี้เก็บไว้ให้ลูกมาตลอดเลยนะ”ฉันสอดเท้าเข้าไป พ

  • ที่แท้ในโลกคู่ขนานไม่มีฝน   บทที่ 5

    แม่จ้องข้อความไม่กี่บรรทัดนั้น ริมฝีปากสั่นอย่างหนัก“จืออี้ นั่นลูกใช่ไหม?”หน้าจอกะพริบอีกครั้ง[น้องสาวไม่ใช่ร่างรองรับ][เธอก็เจ็บเป็น]สีหน้าของพ่อแข็งค้างไปจี้เฉินหันขวับมามองฉันฉันยืนอยู่หน้ากล้อง รอยยิ้มบนใบหน้ายังไม่ทันหุบ แก้มก็เมื่อยจนชาไปหมดแม่พุ่งเข้าไปกุมโทรศัพท์ไว้ด้วยสองมือ“จืออี้ แม่แค่คิดถึงลูกมากเหลือเกิน”“แม่ตามหาลูกมาตั้งหลายปีแล้ว”ข้อความหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ[ตอนเด็กฉันเคยบอกแล้วว่า ฉันกลัวเสียงดัง กลัวแสง และกลัวเวลามีใครมาแตะตัวกะทันหัน]เสียงร้องไห้ของแม่ชะงักไปฉันเห็นนิ้วมือของพ่องอเข้าหากันเล็กน้อยจืออี้พิมพ์ต่อ[หมอเคยบอกว่าฉันอยู่ในกลุ่มออทิสติกสเปกตรัม และไวต่อสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัส][แต่พวกคุณบอกว่าฉันแค่ไม่รู้ความ]จู่ ๆ ทั้งห้องนั่งเล่นก็เงียบกริบน้ำตายังค้างอยู่บนใบหน้าของแม่ สีหน้าของเธอดูสับสนเล็กน้อย“ไม่ใช่นะ”“จืออี้ ตอนเด็ก ๆ ลูกก็แค่บอบบางเกินไปเท่านั้น”เมื่อตัวอักษรเหล่านั้นปรากฏขึ้น แผ่นหลังของฉันก็ค่อย ๆ เย็นเยียบจู่ ๆ ฉันก็นึกขึ้นได้ว่า ตอนเด็ก ๆ แม่มักบอกว่าพี่สาวเป็นเด็กเงียบและว่านอนสอนง่ายแต่

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status