Partager

บทที่ 4

Auteur: ฉืออัน
หลังจากฉันกด “ไม่” ลงไป ร่างกายกลับสงบนิ่งลงเสียอย่างนั้น

ฉันพิงอยู่หลังประตูเงียบ ๆ

ฉันได้ยินแม่ถามเสียงเบาจากห้องนั่งเล่นว่า “ทำไมยังเหลืออีกตั้งหนึ่งวัน?”

พ่อพูดว่า “ก็เร็วมากแล้ว”

แม่ถอนหายใจ

“ฉันรู้สึกว่ามันช้าเกินไป”

“จืออี้ต้องรออยู่ทางนั้นเพิ่มอีกแม้แต่นาทีเดียว ฉันก็ปวดใจแล้ว”

น่าแปลกที่ฉันกลับไม่รู้สึกเสียใจเลยสักนิด

ก้อนหินที่กดทับอยู่กลางอกมาตลอด ราวกับค่อย ๆ เบาลงทีละน้อย

ฉันถึงขั้นเริ่มนับถอยหลังอย่างสงบ

แม่ถือแค็ตตาล็อกเค้กมาหาฉัน

“ช่วยแม่เลือกสักอันสิ”

ฉันชี้ไปที่แบบแต่งขอบสีขาว

เธอยื่นเทียนหลากสีมาให้อีกกล่อง

“เทียนก็ช่วยเลือกให้แม่ด้วยนะ”

ฉันหยิบเทียนออกมา นับอย่างตั้งใจจนครบแปดเล่ม แล้ววางเรียงบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ

แม่ชะงักไป

พี่สาวเสียชีวิตตอนอายุแปดขวบ

ขอบตาของเธอแดงขึ้นเล็กน้อย เธอมองฉันด้วยแววตาซับซ้อน

ฉันถามอย่างสงบว่า “นี่เอาไว้เลี้ยงส่งฉัน หรือต้อนรับพี่สาวกันแน่?”

เธอรีบเบือนหน้าหนี แต่นิ้วมือกลับสั่นเล็กน้อย

“อย่าพูดแบบนั้น”

ช่วงบ่าย พ่อเริ่มเก็บกวาดห้องของฉัน

สมุดบันทึก การ์ดใบเล็ก เกียรติบัตร ทุกอย่างถูกใส่ลงในถุงขยะสีดำ

แม่เปลี่ยนผ้าปูที่นอนเป็นสีชมพูอ่อน

“จืออี้ชอบสีนี้”

โต๊ะหนังสือของฉันถูกยกออกไป แล้วเอาขาตั้งวาดรูปที่พี่สาวเคยใช้มาวางแทน

ฝุ่นฟุ้งเข้าจมูก ฉันไอจนเจ็บหน้าอก

แม่หันกลับมามองฉัน

“อย่าสูดฝุ่นเข้าไปเยอะนัก”

เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดเสริมว่า

“อย่าให้ร่างกายเป็นอะไรไปล่ะ”

ฉันหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมาจากถุงขยะ

แม่รีบกดมันไว้ทันที

“ของพวกนี้ไม่ต้องเก็บไว้แล้ว”

“ถ้าเธอกลับมาเห็น จะรู้สึกไม่สบายใจ”

ฉันปล่อยมือ

สติกเกอร์บนปกถูกปากถุงเกี่ยวจนขาด ส่งเสียงเบา ๆ

จี้เฉินมาตอนเย็น พร้อมสมุดโน้ตเล่มหนึ่งในมือ

“อันอัน เธอช่วยเขียนโน้ตเกี่ยวกับฉันไว้หน่อยได้ไหม?”

น้ำเสียงของเขาแหบเล็กน้อย

“อย่างเช่น กระเพาะฉันไม่ดี ดื่มอะไรเย็น ๆ ไม่ได้ แล้วฉันก็ไม่ชอบให้คนอื่นแตะคอมพิวเตอร์”

ลำคอของฉันก็แห้งผากไม่แพ้กัน

“นายอยากให้เธอรู้จักนายผ่านเรื่องพวกนี้ แล้วมารักนายแทนฉันงั้นเหรอ?”

ขอบตาของจี้เฉินแดงขึ้น

“ฉันแค่กลัวว่าจืออี้จะปรับตัวไม่ได้”

ฉันรับปากกามา แล้วเขียนตามที่เขาพูดทีละคำ

แต่ในใจกลับไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย

พ่อเอาบัตรธนาคารของฉันมาอีก

“แกมีเงินเก็บอยู่เท่าไหร่?”

แม่พูดเบา ๆ ว่า “พอจืออี้กลับมา ยังต้องซื้อเสื้อผ้า จัดการเรื่องเอกสารต่าง ๆ มีอีกหลายอย่างที่ต้องใช้เงิน”

เงินในบัญชีของฉันมาจากการทำงานพิเศษ ทุนการศึกษา และเงินค่าครองชีพที่ฉันประหยัดเก็บไว้

ฉันไม่ลังเล โอนเงินในบัญชีทั้งหมดให้แม่ทันที

พอข้อความแจ้งว่าโอนสำเร็จเด้งขึ้นมา ฉันก็ออกจากหน้านั้นทันที

แม่เห็นข้อความแจ้งเงินเข้า แววตาอ่อนลงชั่วขณะ

“อันอัน ลูกเข้าใจอะไร ๆ แล้วจริง ๆ”

ตอนเหลือเวลาอีกสองชั่วโมง พวกเขาก็ให้ฉันอัดวิดีโออีก

พ่อยื่นสคริปต์มาให้

[ฉันคือเสิ่นอันอัน]

[ฉันยินยอมรับการสับเปลี่ยนโดยสมัครใจ]

[ฉันไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด]

[โปรดอย่าตำหนิครอบครัวของฉัน]

[พี่สาว ยินดีต้อนรับกลับบ้าน]

แม่ถือโทรศัพท์ไว้

“ยิ้มหน่อย”

“อย่าให้คนอื่นดูออกว่ามีอะไรผิดปกติ”

จี้เฉินยืนอยู่ข้าง ๆ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง

“คุณน้า ไม่งั้น...”

น้ำตาแม่ไหลลงมา

“ถ้าคนอื่นถามว่าอันอันหายไปไหนจะทำยังไง?”

“นายจะให้จืออี้ถูกคนด่าทันทีที่กลับมาเลยหรือไง?”

จี้เฉินเงียบลงอีกครั้ง

ฉันมองกล้อง แล้วดึงมุมปากขึ้น

กล้ามเนื้อบนใบหน้าเกร็งจนปวดเมื่อย

“ฉันคือเสิ่นอันอัน”

“ฉันยินยอมรับการสับเปลี่ยนโดยสมัครใจ”

“โปรดอย่าตำหนิครอบครัวของฉัน”

ฉันหยุดไปครู่หนึ่ง

“พี่สาว ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”

“แต่บ้านนี้ ฉันไม่เอาแล้ว”

สีหน้าแม่เปลี่ยนไปทันที

“ลบ อัดใหม่”

วินาทีต่อมา หน้าแอปก็สว่างขึ้นเอง

[อย่า...ให้เธออัด]

[แม่]

[ฉันไม่ต้องการกลับบ้านแบบนี้]

ทั้งห้องนั่งเล่นตกอยู่ในความเงียบงัน

ข้อความบรรทัดถัดไปค่อย ๆ ปรากฏขึ้น

[พวกคุณยังจำได้จริง ๆ เหรอ ว่าฉันเป็นคนแบบไหน?]

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ที่แท้ในโลกคู่ขนานไม่มีฝน   บทที่ 10

    วันที่สามในโลกคู่ขนาน ฉันได้รับคำขอวิดีโอคอลจากครอบครัวเดิมหน้าจอแอปลอยอยู่กลางอากาศ[แม่ พ่อ และจี้เฉินยื่นคำขอติดต่อ][ต้องการรับสายหรือไม่?]ฉันนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง อุ้มแมวส้มตัวใหม่ไว้ในอ้อมแขนแสงแดดตกกระทบหลังมือตรงนั้นไม่มีร่องรอยของการเลือนโปร่งใส และไม่มีตัวเลขนับถอยหลังสวี่ถังกำลังปอกแอปเปิลให้ฉันเมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือน เธอเพียงชะงักไปเล็กน้อย“อันอัน ลูกตัดสินใจเองนะ”เสิ่นเยี่ยนซานถือนมอุ่นเดินออกมา“ถ้าอยากเจอ พวกเราจะอยู่ข้าง ๆ ลูก”“ถ้าไม่อยากเจอ ก็ไม่มีใครบังคับลูกได้”ฉันก้มมองหน้าจอล่างสุดของรายชื่อผู้ขอติดต่อ ยังมีชื่อเสิ่นจืออี้อยู่ด้วยฉันกดเปิดข้อความของเธอไม่มีคำขอให้ฉันกลับไปมีเพียงข้อความไม่กี่บรรทัด[อันอัน ขอโทษนะ][ฉันจะบอกพวกเขาว่า พวกเราไม่ใช่เครื่องมือ][หมอบอกว่าฉันไม่ใช่เด็กไม่ดี][เธอก็ไม่ใช่ตัวแทนของใคร]ขอบตาฉันร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อยฉันตอบเธอกลับไป[เธอก็ใช้ชีวิตให้ดีนะ]จากนั้นฉันก็กดปฏิเสธการติดต่อจากครอบครัวเดิมหน้าจอดับลงสวี่ถังไม่ได้ถามว่าทำไมเธอหั่นแอปเปิลเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้ววางไว้ข้างมือฉัน“วันนี้อยาก

  • ที่แท้ในโลกคู่ขนานไม่มีฝน   บทที่ 9

    ตอนที่พ่อตามหาทางเข้าสู่ศูนย์วิจัยโลกคู่ขนานเจอ ก็เป็นเวลาดึกมากแล้วแม่นั่งเฝ้าอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ดวงตาแดงก่ำจนน่ากลัวพ่อพิมพ์ชื่อของฉันลงไปเสิ่นอันอันหน้าจอโหลดอยู่นานสุดท้ายข้อความสีแดงก็เด้งขึ้นมา[ความสัมพันธ์ทางเครือญาติในโลกเดิมถูกยกเลิกแล้ว][ผู้ถูกสับเปลี่ยนได้สละสิทธิ์เปลี่ยนใจด้วยตนเอง][ไม่สามารถเรียกตัวกลับได้]แม่กดรีเฟรชซ้ำแล้วซ้ำเล่านิ้วกดแป้นพิมพ์จนเกิดเสียงดัง“เป็นไปไม่ได้”“ฉันเป็นคนคลอดเธอมา”“ทำไมถึงเรียกเธอกลับมาไม่ได้?”แอปตอบซ้ำอย่างเย็นชา[จุดยึดความสัมพันธ์ทางเครือญาติถูกตัดขาด][ครอบครัวเดิมไม่มีสิทธิ์ยื่นคำขอ]พ่อหันขวับไปหาจี้เฉิน“นายลองดู”“อันอันแคร์นายที่สุด”มือของจี้เฉินสั่นจนแทบถือโทรศัพท์ไม่อยู่เขากรอกบัญชีผู้ใช้ของตัวเองลงไปหน้าจอสว่างขึ้น[ผู้เข้าร่วม: จี้เฉิน เคยยืนยันการสับเปลี่ยน][ไม่มีสิทธิ์เรียกกลับ]จี้เฉินจ้องข้อความบรรทัดนั้น ก่อนเข่าจะอ่อนจนร่างทรุดไถลลงไปตามกำแพงเขายกมือปิดตา ไหล่สั่นกระเพื่อมอย่างแรงจู่ ๆ แม่ก็นึกถึงวิดีโอขึ้นมา“อันอันเคยอัดไว้”“เธอบอกว่ายินดีต้อนรับจืออี้กลับมา”แม่ใช้มือที่ส

  • ที่แท้ในโลกคู่ขนานไม่มีฝน   บทที่ 8

    ในที่สุดครอบครัวเสิ่นก็ได้รู้ว่า เสิ่นจืออี้ที่พวกเขารับกลับมา ไม่ใช่เสิ่นจืออี้อย่างที่พวกเขาจินตนาการไว้เธอไม่ยอมใส่ชุดกระโปรงสีขาวถ่ายรูปไม่นั่งยิ้มอยู่หน้าเค้กไม่เรียกจี้เฉินว่า “พี่จี้เฉิน” และไม่ยอมกินอาหารที่พวกเขาเตรียมให้อย่างว่าง่ายเธอกลัวการถูกกอดโดยไม่ทันตั้งตัวเกลียดกลิ่นน้ำหอมผ้าม่านห้ามเปิดจนสุด เสียงโทรทัศน์ห้ามดังเกินระดับยี่สิบช่วงแรกแม่ยังอดทนปลอบเธอ“จืออี้ แม่รู้ว่าลูกลำบากมามากตอนอยู่ที่นั่น”“แต่ลูกก็ต้องค่อย ๆ ปรับตัวนะ”เสิ่นจืออี้ปิดหู ซุกหน้าลงกับหมอนอิง“ฉันเป็นแบบนี้มาตลอด”“เป็นพวกคุณต่างหากที่ไม่เคยปรับตัวเข้าหาฉัน”สีหน้าแม่แข็งค้างเธออยากเถียง แต่กลับนึกถึงคำว่า ‘ออทิสติกสเปกตรัม’ ในแอปเมื่อก่อนเธอซ่อนใบวินิจฉัยไว้ และทิ้งใบแนวทางการฝึกบำบัดที่หมอออกให้เธอบอกว่าเด็กจะมีโรคอะไรได้ ก็แค่ถูกตามใจจนเสียคนตอนนี้เสิ่นจืออี้นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ เล็บจิกหลังมือตัวเองจนเกิดรอยแดงหลายรอยแม่ยื่นมือไปห้าม เสิ่นจืออี้กรีดร้องพ่อยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงตลอดทั้งคืนวันรุ่งขึ้น เขาเริ่มค้นห้องของฉันเขาอยากหาไดอารี่ เอกสาร และรูปถ่ายข

  • ที่แท้ในโลกคู่ขนานไม่มีฝน   บทที่ 7

    วันที่สามหลังเสิ่นจืออี้กลับมา ครอบครัวเสิ่นก็แทบรับมือไม่ไหวแล้วเธอไม่ยอมนอนบนเตียงของฉันบอกว่ากลิ่นหอมแรงเกินไป ผ้าปูที่นอนสีชมพูเกินไป ไฟก็สว่างเกินไปแม่ปิดไฟให้ แต่เธอกลับกุมศีรษะแล้วตัวสั่นอีกพ่อหงุดหงิดจนเปิดไฟในห้องนั่งเล่น“แล้วตกลงลูกต้องการยังไงกันแน่?”เสิ่นจืออี้ขดตัวอยู่ตรงมุมห้อง ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ“อย่าตะโกน”“หูฉันเจ็บ”แม่ร้อนใจจนน้ำตาไหล“จืออี้ แม่รับลูกกลับมา ไม่ใช่ให้ลูกทำตัวเองลำบากแบบนี้”เสิ่นจืออี้เงยหน้าขึ้น“ฉันไม่ได้หาเรื่อง”“ฉันทรมานจริง ๆ”ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา เสียงร้องไห้ของแม่ก็ชะงักราวกับว่าเธอเพิ่งเคยได้ยินคำว่า “ทรมาน” เป็นครั้งแรกตอนกินมื้อเย็น แม่ทำอาหารทะเลกับเนื้อวัวใส่ผักชี“ตอนเด็ก ๆ ลูกชอบกิน”แค่ได้กลิ่น เสิ่นจืออี้ก็ขย้อนแห้ง ๆ ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ“ฉันไม่กินของพวกนี้”“ฉันเคยบอกตั้งหลายครั้งแล้วว่ากลิ่นมันฉุน”ตะเกียบของพ่อค้างอยู่กลางอากาศ“แต่ตอนเด็ก ๆ ลูก...”เสิ่นจืออี้พูดแทรก“ตอนเด็กพวกคุณบอกว่า เด็กห้ามเลือกกิน”“ฉันอาเจียน พวกคุณก็บอกว่าฉันสำออย”จี้เฉินนั่งอยู่ข้าง ๆ เส้นเลื

  • ที่แท้ในโลกคู่ขนานไม่มีฝน   บทที่ 6

    แม่ในโลกคู่ขนานชื่อสวี่ถังเธอรูดม่านในห้องพักผู้ป่วยไว้ครึ่งหนึ่ง ให้แสงแดดส่องลงบนพื้นเท่านั้น ไม่ส่องถึงใบหน้าฉันทุกครั้งก่อนพูด เธอจะมองฉันก่อนเสมอ“เสียงระดับนี้ได้ไหม?”“อยากให้หรี่ไฟลงอีกหน่อยไหม?”“แม่ยืนตรงนี้ ลูกจะรู้สึกเกร็งไหม?”ฉันกำมุมผ้าห่มไว้แน่น ลำคอตีบตันจนแทบพูดไม่ออกเธอไม่ได้คอยเอาใจฉันอย่างระมัดระวังทุกฝีก้าวแต่เธอกำลังรอให้ฉันรู้สึกสบายขึ้นจริง ๆพ่อชื่อเสิ่นเยี่ยนซานเขาตักโจ๊กเปล่าใส่ชาม แล้ววางช้อนไว้ตรงขอบชาม“ยังร้อนอยู่นิดหน่อย”“เมื่อก่อนเวลาเครียด ลูกจะปวดท้อง กินทีละน้อยก่อนนะ”ฉันหยิบช้อนขึ้นมา ข้อมือเมื่อยล้าจนสั่นในโจ๊กไม่มีผักชีบนโต๊ะก็ไม่มีอาหารทะเลฉันซดโจ๊กไปหนึ่งคำ ความอุ่นไหลลงสู่กระเพาะที่ว่างมานาน เจ็บจนน้ำตาพรั่งออกมาทันทีสวี่ถังยื่นกระดาษทิชชูให้ แต่ไม่ได้ถามว่าฉันร้องไห้ทำไม“ค่อย ๆ กิน”“ไม่ต้องรีบ”ช่วงบ่าย พวกเขาพาฉันกลับบ้านหน้าประตูไม่มีป้ายต้อนรับ และไม่มีเค้กตรงโถงทางเข้ามีรองเท้าแตะสีฟ้าอ่อนวางอยู่คู่หนึ่งสวี่ถังย่อตัวลง เลื่อนมันมาตรงหน้าฉัน“รองเท้าคู่นี้เก็บไว้ให้ลูกมาตลอดเลยนะ”ฉันสอดเท้าเข้าไป พ

  • ที่แท้ในโลกคู่ขนานไม่มีฝน   บทที่ 5

    แม่จ้องข้อความไม่กี่บรรทัดนั้น ริมฝีปากสั่นอย่างหนัก“จืออี้ นั่นลูกใช่ไหม?”หน้าจอกะพริบอีกครั้ง[น้องสาวไม่ใช่ร่างรองรับ][เธอก็เจ็บเป็น]สีหน้าของพ่อแข็งค้างไปจี้เฉินหันขวับมามองฉันฉันยืนอยู่หน้ากล้อง รอยยิ้มบนใบหน้ายังไม่ทันหุบ แก้มก็เมื่อยจนชาไปหมดแม่พุ่งเข้าไปกุมโทรศัพท์ไว้ด้วยสองมือ“จืออี้ แม่แค่คิดถึงลูกมากเหลือเกิน”“แม่ตามหาลูกมาตั้งหลายปีแล้ว”ข้อความหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ[ตอนเด็กฉันเคยบอกแล้วว่า ฉันกลัวเสียงดัง กลัวแสง และกลัวเวลามีใครมาแตะตัวกะทันหัน]เสียงร้องไห้ของแม่ชะงักไปฉันเห็นนิ้วมือของพ่องอเข้าหากันเล็กน้อยจืออี้พิมพ์ต่อ[หมอเคยบอกว่าฉันอยู่ในกลุ่มออทิสติกสเปกตรัม และไวต่อสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัส][แต่พวกคุณบอกว่าฉันแค่ไม่รู้ความ]จู่ ๆ ทั้งห้องนั่งเล่นก็เงียบกริบน้ำตายังค้างอยู่บนใบหน้าของแม่ สีหน้าของเธอดูสับสนเล็กน้อย“ไม่ใช่นะ”“จืออี้ ตอนเด็ก ๆ ลูกก็แค่บอบบางเกินไปเท่านั้น”เมื่อตัวอักษรเหล่านั้นปรากฏขึ้น แผ่นหลังของฉันก็ค่อย ๆ เย็นเยียบจู่ ๆ ฉันก็นึกขึ้นได้ว่า ตอนเด็ก ๆ แม่มักบอกว่าพี่สาวเป็นเด็กเงียบและว่านอนสอนง่ายแต่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status