เข้าสู่ระบบในวันเกิดอายุยี่สิบสองปีของฉัน ในบ้านก็มีหน้าโหวตเพิ่มขึ้นมาหน้าหนึ่ง [คุณยินยอมใช้เสิ่นอันอันแลกกับเสิ่นจืออี้จากโลกคู่ขนานหรือไม่?] พ่อกับแม่ต่างก็กดโหวตว่า “ยินยอม” พวกเขาบอกว่า เพราะพี่สาวเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ถึงได้มีฉันที่เกิดมาในภายหลัง ดังนั้นฉันจึงติดหนี้ชีวิตเธอหนึ่งชีวิต สุดท้าย หน้านั้นก็เด้งขึ้นบนโทรศัพท์ของจี้เฉิน เขาคือแฟนที่ฉันคบมาห้าปี และเป็นคนที่พี่สาวเคยช่วยชีวิตไว้ในตอนนั้น ฉันจ้องเขาเขม็ง ขอแค่เขาพูดว่า “ไม่ยินยอม” สักคำ ฉันก็ยังประคองตัวต่อไปได้ แต่เขากลับเงียบอยู่นาน ก่อนจะพูดเพียงว่า “นี่ก็แค่การทดสอบ” “เธอเคยช่วยชีวิตฉัน ฉันจะไม่ช่วยก็ไม่ได้” วินาทีต่อมา เขาก็กดเลือก “ยินยอม” [ทุกคนเลือกเรียบร้อยแล้ว] [การแทนที่เสิ่นอันอันจะเสร็จสมบูรณ์ในอีกห้าวัน] แม่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะลูบหัวฉัน “อันอันเด็กดี พอพี่สาวกลับมาแล้ว แม่จะจำความดีของลูกไว้” ฉันมองพวกเขา แล้วจู่ ๆ ก็ยิ้มออกมา “ได้สิ” “หวังว่าคนที่กลับมา จะเป็นพี่สาวที่พวกคุณต้องการจริง ๆ นะ”
ดูเพิ่มเติมวันที่สามในโลกคู่ขนาน ฉันได้รับคำขอวิดีโอคอลจากครอบครัวเดิมหน้าจอแอปลอยอยู่กลางอากาศ[แม่ พ่อ และจี้เฉินยื่นคำขอติดต่อ][ต้องการรับสายหรือไม่?]ฉันนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง อุ้มแมวส้มตัวใหม่ไว้ในอ้อมแขนแสงแดดตกกระทบหลังมือตรงนั้นไม่มีร่องรอยของการเลือนโปร่งใส และไม่มีตัวเลขนับถอยหลังสวี่ถังกำลังปอกแอปเปิลให้ฉันเมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือน เธอเพียงชะงักไปเล็กน้อย“อันอัน ลูกตัดสินใจเองนะ”เสิ่นเยี่ยนซานถือนมอุ่นเดินออกมา“ถ้าอยากเจอ พวกเราจะอยู่ข้าง ๆ ลูก”“ถ้าไม่อยากเจอ ก็ไม่มีใครบังคับลูกได้”ฉันก้มมองหน้าจอล่างสุดของรายชื่อผู้ขอติดต่อ ยังมีชื่อเสิ่นจืออี้อยู่ด้วยฉันกดเปิดข้อความของเธอไม่มีคำขอให้ฉันกลับไปมีเพียงข้อความไม่กี่บรรทัด[อันอัน ขอโทษนะ][ฉันจะบอกพวกเขาว่า พวกเราไม่ใช่เครื่องมือ][หมอบอกว่าฉันไม่ใช่เด็กไม่ดี][เธอก็ไม่ใช่ตัวแทนของใคร]ขอบตาฉันร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อยฉันตอบเธอกลับไป[เธอก็ใช้ชีวิตให้ดีนะ]จากนั้นฉันก็กดปฏิเสธการติดต่อจากครอบครัวเดิมหน้าจอดับลงสวี่ถังไม่ได้ถามว่าทำไมเธอหั่นแอปเปิลเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้ววางไว้ข้างมือฉัน“วันนี้อยาก
ตอนที่พ่อตามหาทางเข้าสู่ศูนย์วิจัยโลกคู่ขนานเจอ ก็เป็นเวลาดึกมากแล้วแม่นั่งเฝ้าอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ดวงตาแดงก่ำจนน่ากลัวพ่อพิมพ์ชื่อของฉันลงไปเสิ่นอันอันหน้าจอโหลดอยู่นานสุดท้ายข้อความสีแดงก็เด้งขึ้นมา[ความสัมพันธ์ทางเครือญาติในโลกเดิมถูกยกเลิกแล้ว][ผู้ถูกสับเปลี่ยนได้สละสิทธิ์เปลี่ยนใจด้วยตนเอง][ไม่สามารถเรียกตัวกลับได้]แม่กดรีเฟรชซ้ำแล้วซ้ำเล่านิ้วกดแป้นพิมพ์จนเกิดเสียงดัง“เป็นไปไม่ได้”“ฉันเป็นคนคลอดเธอมา”“ทำไมถึงเรียกเธอกลับมาไม่ได้?”แอปตอบซ้ำอย่างเย็นชา[จุดยึดความสัมพันธ์ทางเครือญาติถูกตัดขาด][ครอบครัวเดิมไม่มีสิทธิ์ยื่นคำขอ]พ่อหันขวับไปหาจี้เฉิน“นายลองดู”“อันอันแคร์นายที่สุด”มือของจี้เฉินสั่นจนแทบถือโทรศัพท์ไม่อยู่เขากรอกบัญชีผู้ใช้ของตัวเองลงไปหน้าจอสว่างขึ้น[ผู้เข้าร่วม: จี้เฉิน เคยยืนยันการสับเปลี่ยน][ไม่มีสิทธิ์เรียกกลับ]จี้เฉินจ้องข้อความบรรทัดนั้น ก่อนเข่าจะอ่อนจนร่างทรุดไถลลงไปตามกำแพงเขายกมือปิดตา ไหล่สั่นกระเพื่อมอย่างแรงจู่ ๆ แม่ก็นึกถึงวิดีโอขึ้นมา“อันอันเคยอัดไว้”“เธอบอกว่ายินดีต้อนรับจืออี้กลับมา”แม่ใช้มือที่ส
ในที่สุดครอบครัวเสิ่นก็ได้รู้ว่า เสิ่นจืออี้ที่พวกเขารับกลับมา ไม่ใช่เสิ่นจืออี้อย่างที่พวกเขาจินตนาการไว้เธอไม่ยอมใส่ชุดกระโปรงสีขาวถ่ายรูปไม่นั่งยิ้มอยู่หน้าเค้กไม่เรียกจี้เฉินว่า “พี่จี้เฉิน” และไม่ยอมกินอาหารที่พวกเขาเตรียมให้อย่างว่าง่ายเธอกลัวการถูกกอดโดยไม่ทันตั้งตัวเกลียดกลิ่นน้ำหอมผ้าม่านห้ามเปิดจนสุด เสียงโทรทัศน์ห้ามดังเกินระดับยี่สิบช่วงแรกแม่ยังอดทนปลอบเธอ“จืออี้ แม่รู้ว่าลูกลำบากมามากตอนอยู่ที่นั่น”“แต่ลูกก็ต้องค่อย ๆ ปรับตัวนะ”เสิ่นจืออี้ปิดหู ซุกหน้าลงกับหมอนอิง“ฉันเป็นแบบนี้มาตลอด”“เป็นพวกคุณต่างหากที่ไม่เคยปรับตัวเข้าหาฉัน”สีหน้าแม่แข็งค้างเธออยากเถียง แต่กลับนึกถึงคำว่า ‘ออทิสติกสเปกตรัม’ ในแอปเมื่อก่อนเธอซ่อนใบวินิจฉัยไว้ และทิ้งใบแนวทางการฝึกบำบัดที่หมอออกให้เธอบอกว่าเด็กจะมีโรคอะไรได้ ก็แค่ถูกตามใจจนเสียคนตอนนี้เสิ่นจืออี้นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ เล็บจิกหลังมือตัวเองจนเกิดรอยแดงหลายรอยแม่ยื่นมือไปห้าม เสิ่นจืออี้กรีดร้องพ่อยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงตลอดทั้งคืนวันรุ่งขึ้น เขาเริ่มค้นห้องของฉันเขาอยากหาไดอารี่ เอกสาร และรูปถ่ายข
วันที่สามหลังเสิ่นจืออี้กลับมา ครอบครัวเสิ่นก็แทบรับมือไม่ไหวแล้วเธอไม่ยอมนอนบนเตียงของฉันบอกว่ากลิ่นหอมแรงเกินไป ผ้าปูที่นอนสีชมพูเกินไป ไฟก็สว่างเกินไปแม่ปิดไฟให้ แต่เธอกลับกุมศีรษะแล้วตัวสั่นอีกพ่อหงุดหงิดจนเปิดไฟในห้องนั่งเล่น“แล้วตกลงลูกต้องการยังไงกันแน่?”เสิ่นจืออี้ขดตัวอยู่ตรงมุมห้อง ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ“อย่าตะโกน”“หูฉันเจ็บ”แม่ร้อนใจจนน้ำตาไหล“จืออี้ แม่รับลูกกลับมา ไม่ใช่ให้ลูกทำตัวเองลำบากแบบนี้”เสิ่นจืออี้เงยหน้าขึ้น“ฉันไม่ได้หาเรื่อง”“ฉันทรมานจริง ๆ”ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา เสียงร้องไห้ของแม่ก็ชะงักราวกับว่าเธอเพิ่งเคยได้ยินคำว่า “ทรมาน” เป็นครั้งแรกตอนกินมื้อเย็น แม่ทำอาหารทะเลกับเนื้อวัวใส่ผักชี“ตอนเด็ก ๆ ลูกชอบกิน”แค่ได้กลิ่น เสิ่นจืออี้ก็ขย้อนแห้ง ๆ ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ“ฉันไม่กินของพวกนี้”“ฉันเคยบอกตั้งหลายครั้งแล้วว่ากลิ่นมันฉุน”ตะเกียบของพ่อค้างอยู่กลางอากาศ“แต่ตอนเด็ก ๆ ลูก...”เสิ่นจืออี้พูดแทรก“ตอนเด็กพวกคุณบอกว่า เด็กห้ามเลือกกิน”“ฉันอาเจียน พวกคุณก็บอกว่าฉันสำออย”จี้เฉินนั่งอยู่ข้าง ๆ เส้นเลื





