หลังผู้กำกับสั่ง “คัท”หลิ่วเวินเหยียนหยิบเสื้อที่สืออี้ใส่เข้าฉากมาใส่ไว้บนตัว เดินขาเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงเข้ามาหาผมภายใต้เสื้อที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อย เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากศึกหนักเมื่อกี้นี้“อวิ๋นเซิง สืออี้เป็นนักแสดงใหม่ การที่เขาเข้าบทไม่ได้ มันทำให้เสียเวลามาก ฉันไม่อยากให้ฉากนี้ทำให้งานแต่งพรุ่งนี้ล่าช้า”“งานแต่งเหรอ?” ผมขำพรืด“เธอก็รู้นิว่าพรุ่งนี้เราจะแต่งงานกันแล้ว แต่วันนี้เธอดันเล่นฉากเลิฟซีนกับคนอื่นเนี่ยนะ?”หลิ่วเวินเหยียนเดินเข้ามาซบผม “นายอย่าโกรธสิ ตอนฉันเล่นฉากเลิฟซีนกับเขา ในหัวฉันมีแต่นายนะ”“แต่เมื่อกี้พี่บอกว่าเล่นฉากเลิฟซีนกับผมแล้วฟินมากไม่ใช่เหรอ ฟินจนอยากตายเลยนิ?”เสียงสืออี้ดังมาจากด้านข้างบนตัวเขามีเพียงผ้าขนหนูพันอยู่รอบเอว เหมือนจงใจโชว์รอยแดงบนแผ่นอกขาว“พี่อวิ๋นเซิง พี่เวินเหยียนเด็ดขนาดนี้ แต่พี่ไม่ยอมลิ้มรสสักที เสียดายของจริงๆ...”“สืออี้!”หลิ่วเวินเหยียนหน้าแดงเถือก รีบหยิบเสื้อปาใส่สืออี้ “นั่นมันเป็นแค่คำพูดในบท!”สืออี้หัวเราะแล้วหยิบเสื้อตัวนั้นขึ้นมา เขายักคิ้วใส่ผมอย่างอวดดี“พี่อวิ๋นเซิง พี่ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าตอนแรกซีนนี้ไม่มีใน
Leer más