Share

บทที่ 3

Author: ตัวร้ายสุดอำมหิต
“กรี๊ดดด!”

จู่ๆ หลิ่วเวินเหยียนที่วิ่งออกไปง้อสืออี้ส่งเสียงกรี๊ดด้วยความตกใจ

เธอพุ่งมาตรงหน้าผมด้วยสีหน้าขุ่นเคือง เอามือถือกระแทกหัวผมอย่างแรง

“ฟู่อวิ๋นเซิง! นายทำแบบนี้เพราะต้องการทำลายชื่อเสียงสืออี้ใช่ไหม?”

ความรู้สึกเจ็บจี๊ดแล่นมาตรงขมับ เลือดอุ่นๆ ไหลลงมาข้างแก้ม

แต่ผมใช้มือเช็ดเลือดเหมือนไม่รู้สึกถึงความเจ็บ จ้องหลิ่วเวินเหยียนโดยที่ไม่พูดอะไรออกมา จากนั้นก็ยกมือตบหน้าเธอ

“เพียะ!”

ผมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าฉันอยากทำลายพวกเธอจริงๆ แค่กระดิกนิ้วก็พอแล้ว”

หลิ่วเวินเหยียนโดนผมตบหน้าจนช็อกไปแล้ว

สืออี้รีบวิ่งเข้ามาปกป้องเธอ ทำท่าทางเหมือนตัวเองเป็นผู้ผดุงความยุติธรรม

“ประธานฟู่ ถึงฉันจะทำให้นายไม่พอใจขนาดไหน แต่นายก็ไม่ควรทำถึงขั้นปล่อยข่าวฉาวของภรรยาตัวเอง”

“นายทำลายอนาคตฉันได้ แต่ทำไมต้องทำให้พี่เวินเหยียนเดือดร้อนด้วย?”

เป็นห่วงกันดีจริงๆ ช่างรักกันปานจะกลืนกิน

ผมใช้มือเช็ดเลือดที่ซึมออกมาตรงขมับ มองสืออี้แล้วหัวเราะออกมา

“นายอาจยังไม่รู้ว่างานแต่งของฉันกับหลิ่วเวินเหยียนถูกยกเลิกแล้ว เธอไม่ใช่ภรรยาฉันอีกแล้ว”

“นายน่าจะดีใจนะ นี่คือสิ่งที่นายต้องการไม่ใช่เหรอ?”

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าสืออี้เป็นคนปล่อยข่าวนี้

ผมรู้ดีว่าเขาอยากเกาะดาราดังอย่างหลิ่วเวินเหยียน เขาไม่มีทางปิดผมได้หรอก

แต่ก็ตลกสิ้นดีที่หลิ่วเวินเหยียนดูไม่ออก เธอแค่คิดว่าผมกำลังเอาคืน

“ฟู่อวิ๋นเซิง นายพอได้หรือยัง!”

หลิ่วเวินเหยียนโกรธจัด ชี้หน้าผมแล้วพูดอย่างเคียดแค้น

“นายจะกัดสืออี้ไม่ปล่อยใช่ไหม? นายทำเรื่องน่ารังเกียจแบบนี้ ยังคิดจะโยนความผิดให้สืออี้อีกเหรอ?”

“รีบบอกให้ลูกน้องนายปิดข่าวที่กำลังติดเทรนด์ตอนนี้เลย! ฉันจะทำเหมือนเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น!”

หลิ่วเวินเหยียนหยุดคิดแล้วพูดต่อ “อีกอย่างฉันจะไปผ่าตัดตกแต่งเยื่อพรหมจารี พรุ่งนี้เราจะแต่งงานกันเหมือนเดิม”

ถึงขนาดนี้แล้วเธอยังคิดว่าผมจะแต่งงานกับเธออีกเหรอ

“ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน พวกนายรับผลที่ตามมาเอาเองแล้วกัน”

ผมจะหันหลังเดินออกไป เพราะไม่อยากเปลืองน้ำลายกับเธอแล้ว

แต่จู่ๆ สืออี้พุ่งเข้ามาประชิดข้างตัวผม แต่โดนผมจับทุ่มลงพื้น

“ฟู่อวิ๋นเซิง! โดนแฉแล้วรู้สึกเสียหน้าจนต้องทำร้ายคนอื่นเลยเหรอ? ทำไมเมื่อก่อนฉันไม่รู้เลยว่านายเป็นคนแบบนี้!”

เห็นหลิ่วเวินเหยียนโกรธจนหน้าดำหน้าแดง ผมถึงกับหัวเราะออกมาทันที

ใช่ ในสายตาของเธอ ผมเป็นเพียงคนที่รักเธออย่างไม่มีเงื่อนไข

ดังนั้นหลังจากเธอได้ความรักทั้งหมดไปจากผม เธอก็ไม่เห็นคุณค่าของมันแม้แต่น้อย

ทำให้เธอกล้าขึ้นเสียงใส่ผมเพราะไอ้เด็กที่ทำตัวเป็นแมงดา

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ผมปรายตามองสืออี้ที่นอนอยู่บนพื้น แล้วก็ยกขาเตะเขาเต็มแรง

เขาโดนเตะเต็มแรง ตัวงอเป็นกุ้งด้วยความเจ็บปวด

ผมแสยะยิ้มใส่หลิ่วเวินเหยียน

“แบบนี้ต่างหากที่เรียกว่าทำร้ายคน”

“ในเมื่อเรายกเลิกงานแต่งแล้ว คืนกำไลหยกที่เป็นมรดกตกทอดของตระกูลฟู่ที่คุณย่าให้เธอมาด้วย”

สีหน้าหลิ่วเวินเหยียนชะงักไปชั่วขณะ

“นายยกเลิกงานแต่ง...จริงเหรอ?”

สายตาเธอวูบไหวเล็กน้อย แต่เพียงครู่เดียวก็กลับมามั่นใจเหมือนเดิม เธอแสยะยิ้มแล้วพูดว่า

“เป็นไปไม่ได้ นายรักฉันมาก แถมยังตั้งใจเตรียมงานแต่งมากด้วย”

“งานแต่งแห่งปีแบบนี้ จะยกเลิกง่ายๆ ได้ยังไง นายแค่เอาเรื่องนี้มาขู่ฉันเฉยๆ!”

เธอพูดแล้วถอดกำไลหยกบนข้อมือ ชูมันขึ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่

“งั้นฉันจะขู่นายบ้าง สั่งให้คนลบข่าวที่กำลังติดเทรนด์เดี๋ยวนี้ ไม่งั้น...ฉันไม่รับรองความปลอดภัยของกำไลวงนี้!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เลิฟซีนร้อนซ่อนชู้   บทที่ 9

    สองสามวันต่อมา เป็นอย่างที่ผมเดาไว้ หายนะของหลิ่วเวินเหยียนกับสืออี้มาถึงอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากถูกยกเลิกสัญญาพรีเซนเตอร์สินค้าทุกตัวภายในชั่วข้ามคืน เจอค่าผิดสัญญามูลค่ามหาศาลละครที่ถ่ายทำเสร็จไปแล้ว มีการใช้ AI เปลี่ยนใบหน้าเธอ หรือไม่ก็ตัดทิ้งไปเลยโปรเจกต์ที่กำลังดำเนินการอยู่มีการเปลี่ยนตัวนักแสดงทันที นายทุนพากันฟ้องเรียกค่าเสียหายบัญชีโซเชียลมีเดียของพวกเขาถูกแพลตฟอร์มแบนเพจแฟนคลับประกาศปิดพวกที่เรียกว่า “แฟนคลับเดนตาย” เจอหลักฐานที่ยืนยันว่าเป็นความจริงก็เสียศูนย์เหมือนกัน บางคนซ้ำเติมพวกเขาหนักกว่าคนอื่นด้วยนายทุนที่เคยเอาอกเอาใจพากันหนี เหมือนเธอเป็นงูพิษยังไงยังงั้นตอนนี้พวกสื่อที่เคยประจบสอพลอเธอพากันบรรยายความตกต่ำของเธอด้วยคำพูดเจ็บแสบ ขุดเรื่องฉาวทั้งจริงและเท็จในอดีตขึ้นมาจนหมดหลิ่วเวินเหยียนพยายามติดต่อผม ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ ข้อความ รวมถึงคนรู้จัก...ถึงขั้นที่มาดักรอผมใต้ตึกฟู่ซื่อกรุ๊ป เธอทำทุกวิถีทาง...ทั้งร้องไห้อ้อนวอน ข่มขู่ และโวยวายเหมือนคนบ้าแต่ผมไม่เคยเจอเธอแม้แต่ครั้งเดียวผมบล็อกช่องทางติดต่อของเธอทุกช่องทาง เธอไม่สามารถเหยียบเข้ามาใ

  • เลิฟซีนร้อนซ่อนชู้   บทที่ 8

    เมื่อพูดจบ ผมไม่มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของเธออีกแล้วหันหลังเดินออกไปข้างนอกอย่างไร้เยื่อใย“ฟู่อวิ๋นเซิง! หยุดเดี๋ยวนี้!”หลิ่วเวินเหยียนใช้แรงเฮือกสุดท้ายวิ่งเข้ามากอดขาผม“ฉันผิดไปแล้ว! ฉันสำนึกผิดแล้ว! นายไม่คิดถึงอดีตของเราเลยเหรอ! ตั้งห้าปีเลยนะ! ทำไมนายใจร้ายใจดำขนาดนี้!”เสียงร้องไห้ของเธอฟังดูหลอนมาก“เป็นความผิดของฉันเอง! ฉันหน้ามืดตามัว! ฉันไม่เห็นค่าความรักของนาย! ฉันขอโอกาสอีกแค่ครั้งเดียว! แค่ครั้งเดียวจริงๆ!”“ฉันสัญญาว่าจะตัดขาดกับสืออี้! ต่อไปฉันจะฟังนายทุกอย่าง! ฉันไม่เป็นนักแสดงแล้ว! ฉันจะเป็นแม่บ้านเต็มตัว ฉันจะมีลูกให้นาย! ฟู่อวิ๋นเซิง! ขอร้องล่ะ! อย่าทิ้งฉันนะ...”เสียงอ้อนวอนของเธอดังก้องอยู่ในกองถ่ายขนาดใหญ่ ฟังดูน่าสงสารและหดหู่มากถ้าเป็นเมื่อก่อนผมอาจจะใจอ่อน แต่ตอนนี้หัวใจของผมแข็งแกร่งดั่งหินผาผมค่อยๆ แกะนิ้วมือของเธอทีละนิ้ว เหมือนแกะภาพฝันแสนหวานที่ผมมโนเพ้อพกมาตลอดห้าปี“หลิ่วเวินเหยียน มันสายเกินไปแล้ว”ผมก้าวออกไป ทิ้งเสียงร้องโหยหวนที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของเธอ และเสียงด่าทอเหมือนคนไร้สติของสืออี้ไว้ด้านหลังเมื่อเดินออกมาจา

  • เลิฟซีนร้อนซ่อนชู้   บทที่ 7

    “พี่บอกเองว่าทนความหึงหวงของเขาไม่ไหว! พี่เป็นคนมานอนกับผมเอง! พี่บอกว่าอยู่กับผมแล้วตื่นเต้นเร้าใจ แถมยังมีความสุขด้วย!”“ตอนนี้พี่ดันโยนความผิดให้ผมเนี่ยนะ?!”“พูดบ้าอะไรของนาย! เป็นเพราะนาย ไอ้แมงดา เกาะฉันกินไม่พอ ยังจะทำลายชีวิตฉันอีก!”หลิ่วเวินเหยียนเถียงกลับเสียงแหลม“ผมทำลายชีวิตพี่เหรอ? ถ้าพี่ไม่มีเงินให้ผม คิดว่าผมจะชายตามองผู้หญิงสำส่อนแบบพี่เหรอ?! พี่คิดว่าตัวเองบริสุทธิ์ผุดผ่องมากเหรอ?”“ก่อนจะเจอประธานฟู่ พี่ให้เสี่ยเลี้ยงมากี่คนแล้ว?!”สืออี้ก็ไม่ไว้หน้าแล้วเหมือนกัน พ่นคำหยาบคายออกมาไม่หยุดทั้งสองคนเหมือนสุนัขจรจัดกัดกันกลางถนน ไม่เหลือภาพลักษณ์อะไรแล้วตอนนี้สายตาที่เคยยกย่องชื่นชมแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึง ดูหมิ่น แถมยังมีคนรอสมน้ำหน้าด้วยเหมือนคำพูดของสืออี้จี้โดนเส้นประสาทที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดหลิ่วเวินเหยียนกรี๊ดแล้ววิ่งเข้าไปตบตีกับสืออี้ทั้งข่วนทั้งกัด โวยวายเหมือนมนุษย์ป้าปากแจ๋ว“พอได้แล้ว!”ผมตวาดเสียงแข็งทั้งสองคนชะงักไป ผละออกจากกันพร้อมกับเสียงหายใจหอบ ต่างคนต่างมีรอยแผลบนใบหน้า สภาพดูไม่ได้เลยผมมองหลิ่วเวินเหยียน เธอผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อ

  • เลิฟซีนร้อนซ่อนชู้   บทที่ 6

    หลิ่วเวินเหยียนส่ายหน้าไปมา ค่อยๆ ถอยไปด้านหลังทีละก้าว ราวกับว่าการทำแบบนี้จะทำให้เธอหลีกหนีจากความจริงได้“ฉันเป็นนักแสดงเบอร์หนึ่ง...ฉันมีแฟนคลับเยอะมาก...ฉันมีสัญญาร่วมงานอีกตั้งเยอะแยะ...”“พวกเขาไม่กล้าแบนฉันหรอก...ฟู่อวิ๋นเซิง นายขู่ฉันไม่ได้หรอก!”เหมือนเธอพยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้าย ยืนด้วยความมั่นใจ สายตาแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน“ใช่! นายแบนฉันไม่ได้หรอก! เพราะใครๆ ก็เอ็นดูฉัน! ฉันมีกระแสในโลกโซเชียล! พวกนายทุนเล็งเห็นมูลค่าของฉัน!”“ถึงตระกูลฟู่เก่งกาจขนาดไหน แต่ก็ไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้า! ฉันจะโทรไปหาเฮียเฉิน! เขาอยากร่วมงานกับฉันมานานแล้ว!”เธอพูดแล้วหาเบอร์ในรายชื่อผู้ติดต่อผมขำพรืด แต่ก็ไม่ได้ห้ามเธอหลังจากอีกฝ่ายรับสายเธอเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสะอื้น ฝั่งนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่ก็ยังมีความเกรงใจอยู่“อ๋อ คุณหลิ่วเหรอ”“ต้องขอโทษจริงๆ เมื่อกี้บริษัทเราเพิ่งประชุมกัน เราคิดว่าภาพลักษณ์ของคุณอาจไม่สอดคล้องกับแนวทางการทำงานในอนาคตของบริษัทเรา...สัญญาร่วมงานที่คุยกันครั้งก่อน ถือว่าผมไม่เคยพูดถึงแล้วกัน”“อ้อ แล้วก็ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในเครือของเราที่คุณเป็นพรีเซนเตอ

  • เลิฟซีนร้อนซ่อนชู้   บทที่ 5

    มือถือของหลิ่วเวินเหยียนกับสืออี้ร่วงลงบนพื้นแทบจะพร้อมกัน มันกระแทกกับพื้นเสียงดังตุบความอวดดีและความรู้สึกผิดแบบจอมปลอมนิ่งค้างอยู่บนใบหน้าทั้งสองคน“ยก...ยกเลิกเหรอ? โดนแบนงั้นเหรอ?”หลิ่วเวินเหยียนพึมพำกับตัวเอง เหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้จัดการตวาดออกมาเมื่อกี้เธอรีบก้มลงไปหยิบมือถือ ใช้นิ้วที่สั่นเทาสไลด์หน้าจอมือถือเหมือนพยายามหาข่าวติดเทรนด์ที่เธอเลื่อนผ่านไปเมื่อกี้สืออี้ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน เขาไม่มีเวลาเสแสร้งแล้ว รีบวิ่งมาข้างหลิ่วเวินเหยียน เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้มือถือจนหัวแทบจะมุดเข้าไปในหน้าจอแล้ว“เป็นไปไม่ได้...ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”เสียงของหลิ่วเวินเหยียนเริ่มแหลมแสบแก้วหู มีความสั่นเครือเพราะตกใจแฝงอยู่ด้วย“ฟู่อวิ๋นเซิง! นายทำอะไรลงไป! นายมีสิทธิ์อะไรมาแบนฉัน?! นายรู้ไหมว่ากว่าฉันจะมาถึงจุดนี้มันยากขนาดไหน?!”เธอเงยหน้าจ้องผมด้วยสายตาโกรธเคืองความลนลานและความเป็นห่วงที่ฉายออกมาจากดวงตาของเธอก่อนหน้านี้เลือนหายไปหมดแล้ว“มีสิทธิ์อะไรงั้นเหรอ?”ผมค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้น ปล่อยให้เลือดที่ฝ่ามือหยดลงบนเศษหยก ทำให้เศษหยกพวกนั้นเป็นสีแดงน่ากลัวกว่าเดิม“สิ

  • เลิฟซีนร้อนซ่อนชู้   บทที่ 4

    ผมรู้สึกใจคอไม่ดีหลิ่วเวินเหยียนชูกำไลหยกขึ้นสูง เหมือนมันพร้อมจะร่วงลงมาจากมือเธอตลอดเวลาผมกัดฟันกรอด พูดเสียงลอดไรฟันออกมาทีละคำ“หลิ่วเวินเหยียน มันคือของแทนใจที่ส่งต่อให้สะใภ้ตระกูลฟู่จากรุ่นสู่รุ่น!”“ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นมา เธอได้คิดถึงผลที่ตามมาไหม?!”“แล้วยังไง! นายทำผิดเอง! แค่นายเชื่อฟังและทำตามที่ฉันพูด กำไลหยกก็จะปลอดภัย!”สีหน้าหลิ่วเวินเหยียนไม่มีความละอายใจสักนิด แถมยังดูไม่สบอารมณ์เล็กน้อยด้วยเธอใช้นิ้วหมุนกำไลหยกไปมา ใจผมหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม“โอเค! ฉันจะสั่งให้คนลบข่าวที่กำลังติดเทรนด์ตอนนี้”ผมเอามือถือออกมากดโทรออกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ข่าวที่กำลังติดเทรนด์หายไปจนหมดและถูกแทนที่ด้วยหัวข้อข่าว [ยกเลิกงานแต่งแห่งปีของตระกูลฟู่ ดาราสาวเบอร์หนึ่งกำลังจะโดนแบนออกจากวงการ]รอยยิ้มค้างอยู่ตรงมุมปากของหลิ่วเวินเหยียนเธอสั่นไปทั้งตัว หันหน้าจอมือถือมาตรงหน้าผม“ฟู่อวิ๋นเซิง...ข่าวนี้หมายความว่ายังไง?”“นายไม่ยอมจบใช่ไหม? ปล่อยเฟคนิวส์แบบนี้ นายรู้ไหมว่ามันส่งผลต่อหน้าที่การงานของฉันขนาดไหน?!”จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่ยอมรับความจริง ผมเห็นแล้วรู้สึกตลกมากเมื่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status