Short
เลิฟซีนร้อนซ่อนชู้

เลิฟซีนร้อนซ่อนชู้

โดย:  ตัวร้ายสุดอำมหิตจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
9บท
0views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ผมไปให้กำลังใจคู่หมั้นที่กองถ่ายละครเรื่องใหม่ ตอนรู้ว่ามีฉากเลิฟซีน ผมถึงกับขมวดคิ้ว แต่ก็อนุญาตให้เธอเล่น แต่สืออี้ นักแสดงหนุ่มหน้าตาดีที่ต้องเข้าฉากกับเธอไม่สามารถเข้าบทได้สักที หลิ่วเวินเหยียนเริ่มหัวร้อน เธอพูดออกมาว่าจะแสดงฉากเลิฟซีนเอง ผมห้ามแล้วบอกว่าใช้สแตนด์อินก็ได้ แต่เธอกลับตบหน้าผม มองผมด้วยสายตาขุ่นเคือง “ฟู่อวิ๋นเซิง ละครเรื่องนี้สำคัญกับฉันมาก ฉันต้องทำให้ออกมาดีที่สุด!” “หรือนายคิดว่าครั้งแรกของฉันสำคัญกว่าอาชีพนักแสดงที่ฉันรักที่สุดเหรอ?” ทันทีที่พูดจบ เธอเปลือยท่อนล่างแล้วขึ้นคร่อมตัวนักแสดงหนุ่มอย่างไม่ลังเล เธอหันมามองผมด้วยสายตาเศร้าสร้อย “ฉันจะจินตนาการว่าสืออี้คือนาย จะได้เหมือนทำกับนายไง” ผมเห็นพวกเขาค่อยๆ เข้าถึงบทบาท ได้ยินเสียงตีเสลทเริ่มถ่ายทำ ผมกดโทรออกด้วยสีหน้าราบเรียบ “แบนหลิ่วเวินเหยียนกับสืออี้ออกจากวงการ ใครกล้าให้งานพวกเขา ถือว่าเป็นศัตรูกับตระกูลฟู่”

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

หลังผู้กำกับสั่ง “คัท”

หลิ่วเวินเหยียนหยิบเสื้อที่สืออี้ใส่เข้าฉากมาใส่ไว้บนตัว เดินขาเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงเข้ามาหาผม

ภายใต้เสื้อที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อย เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากศึกหนักเมื่อกี้นี้

“อวิ๋นเซิง สืออี้เป็นนักแสดงใหม่ การที่เขาเข้าบทไม่ได้ มันทำให้เสียเวลามาก ฉันไม่อยากให้ฉากนี้ทำให้งานแต่งพรุ่งนี้ล่าช้า”

“งานแต่งเหรอ?” ผมขำพรืด

“เธอก็รู้นิว่าพรุ่งนี้เราจะแต่งงานกันแล้ว แต่วันนี้เธอดันเล่นฉากเลิฟซีนกับคนอื่นเนี่ยนะ?”

หลิ่วเวินเหยียนเดินเข้ามาซบผม “นายอย่าโกรธสิ ตอนฉันเล่นฉากเลิฟซีนกับเขา ในหัวฉันมีแต่นายนะ”

“แต่เมื่อกี้พี่บอกว่าเล่นฉากเลิฟซีนกับผมแล้วฟินมากไม่ใช่เหรอ ฟินจนอยากตายเลยนิ?”

เสียงสืออี้ดังมาจากด้านข้าง

บนตัวเขามีเพียงผ้าขนหนูพันอยู่รอบเอว เหมือนจงใจโชว์รอยแดงบนแผ่นอกขาว

“พี่อวิ๋นเซิง พี่เวินเหยียนเด็ดขนาดนี้ แต่พี่ไม่ยอมลิ้มรสสักที เสียดายของจริงๆ...”

“สืออี้!”

หลิ่วเวินเหยียนหน้าแดงเถือก รีบหยิบเสื้อปาใส่สืออี้ “นั่นมันเป็นแค่คำพูดในบท!”

สืออี้หัวเราะแล้วหยิบเสื้อตัวนั้นขึ้นมา เขายักคิ้วใส่ผมอย่างอวดดี

“พี่อวิ๋นเซิง พี่ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าตอนแรกซีนนี้ไม่มีในบท”

ผมเห็นสภาพของทั้งสองคนแล้วรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนจนอยากอาเจียน

ทุกคนรู้ว่าผมรักหลิ่วเวินเหยียนจนหัวปักหัวปำ

ผมตามจีบเธอห้าปี ใช้อำนาจและเส้นสายของมหาเศรษฐี ทำให้เธอเป็นนักแสดงเบอร์หนึ่งในวงการบันเทิง

ถึงขั้นที่แค่เธอบอกว่าอยากปั้นรุ่นน้องคนสนิทอย่างสืออี้ให้โด่งดัง ผมก็ช่วยทุกวิถีทาง ทั้งสนับสนุนด้านเงินทองและช่วยอำนวยความสะดวก

ผมดีกับหลิ่วเวินเหยียนมาก ดีจนทุกคนไม่สามารถครหาได้เลยสักคำ

คนในครอบครัวเตือนผมว่าไม่ควรทุ่มเทให้นักแสดงถึงขนาดนี้

ผมถึงกับช็อกไปเลย นี่เธอเห็นผมเป็นอะไร?

“ที่รัก...สืออี้ยังเด็ก พูดจาไม่ค่อยเป็น นายอย่าถือสาเด็กเลยนะ”

เธอจะเงยหน้าจูบผม นี่คือไม้ตายที่เธอใช้ง้อผมมาตลอด

แต่ครั้งนี้ผมหันหน้าหนีทันที ดันตัวเธอออกห่างจากผม

หลิ่วเวินเหยียนยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าแดงเถือก น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก

“การที่ฉันทำแบบนี้ เพราะฉันอยากให้งานแต่งของเราจัดขึ้นตามกำหนดการ ถ้าถ่ายทำทั้งคืน พรุ่งนี้จะได้แต่งไหม?!”

ผมเห็นสีหน้ามั่นอกมั่นใจของเธอแล้วอดแสยะยิ้มไม่ได้

“แต่งงานเหรอ? เธอนอกใจฉันก่อนแต่งงาน นี่เธอคิดว่าฉันจะแต่งกับเธออีกเหรอ...”

“เวินเหยียน! การแสดงเมื่อกี้สุดยอดไปเลย!”

เสียงผู้กำกับดังแทรกเข้ามาขัดจังหวะ

เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นผม เขารีบพูดเอาอกเอาใจด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ประธานฟู่สอนมาดีมาก จริงๆ ซีนแบบนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายให้เธอฟังยังไงเหมือนกัน”

“เกี่ยวอะไรกับเขาเหรอ?”

สืออี้เลิกคิ้วขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

“จริงๆ ฝีมือผมดีต่างหาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกของพี่เวินเหยียน”

บรรยากาศในกองถ่ายดูอึดอัดขึ้นมาทันที

ใบหน้าผู้กำกับเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน พูดจาอึกอัก พยายามทำให้บรรยากาศดีขึ้น

“พวกวัยรุ่นมีความมั่นใจในตัวเองสูง ประธานฟู่อย่าถือสาเขาเลย”

“เวินเหยียนทุ่มเทเพื่อการแสดง คุณอาจจะไม่เข้าใจ จริงๆ ในวงการนี้...เป็นเรื่องปกติมาก”

ผมหมดคำจะพูด ข่มอารมณ์โกรธแล้วถามผู้กำกับ

“แล้วการที่จงใจแก้ไขบท เพื่อที่จะได้มีโอกาสทุ่มเทเพื่อการแสดง แบบนี้ปกติไหม?”

“ฉันถามหน่อย ใครเป็นคนตัดสินใจแก้ไขบทเรื่องนี้?”

ผู้กำกับชะงักไป เหมือนรู้สึกถึงอะไรบางอย่างแล้ว เขาไม่กล้าพูดอะไรออกมา ทำเพียงแค่ปรายตามองหลิ่วเวินเหยียนอย่างกล้าๆ กลัวๆ

ผมถึงกับพูดอะไรไม่ออก

จู่ๆ เรี่ยวแรงก็หายไปจนหมด ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนเลวๆ พวกนี้แล้ว

ผมพูดอย่างตรงไปตรงมา “หลิ่วเวินเหยียน! ยกเลิกงานแต่งของเรา! ตั้งแต่นี้ไป เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”

ผมพูดจบแล้วจะหันหลังเดินออกไป แต่หลิ่วเวินเหยียนรั้งผมไว้ พูดด้วยสีหน้าตึงเครียด

“อวิ๋นเซิง นายอย่ามาล้อเล่น จะไม่แต่งได้ยังไง? เมื่อก่อนนายเข้าใจฉันดีไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้นายก็ต้องเข้าใจฉันสิ นายอย่าใช้อารมณ์ได้ไหม พรุ่งนี้เราจะแต่งงานกันแล้วนะ...”

เธอยังพูดไม่ทันจบ สืออี้ก็พูดตัดบทด้วยความโมโห

“ไม่แต่งก็ไม่ต้องแต่งสิ! พี่เวินเหยียน เอาจริงๆ เขาก็แค่นักธุรกิจหน้าเลือด จะไปเข้าใจการแสดงได้ยังไง? พี่จะแต่งงานกับนักธุรกิจหน้าเลือดแบบนี้ทำไม!”

“สืออี้!”

หลิ่วเวินเหยียนปรี๊ดแตก โกรธจนตัวสั่นแล้วตบหน้าเขาไปหนึ่งที

หลังจากฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าสืออี้ เธอก็รีบประคองใบหน้าเขาแล้วพูดอย่างรู้สึกผิด

“สือ...สืออี้ ขอโทษนะ ฉัน...”

แต่สืออี้เอามือกุมหน้าด้วยความตกตะลึง “พี่เวินเหยียน! พี่กล้าตบหน้าผมเพราะผู้ชายที่สนใจแต่เรื่องลาภยศเงินทองเนี่ยนะ?”

เมื่อพูดจบ เขามองผมด้วยสายตาโกรธแค้นกว่าเดิม

“ฟู่อวิ๋นเซิง! ฉันจะจำตบนี้ไว้ นายรอก่อนเถอะ ฉันเอาคืนแน่นอน!”

หลังจากนั้นเขาจงใจชนกล้องที่อยู่ข้างๆ จนล้ม ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของคนในกอง เขาปิดประตูเสียงดังปัง เดินฟึดฟัดออกจากกองถ่าย

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
9
บทที่ 1
หลังผู้กำกับสั่ง “คัท”หลิ่วเวินเหยียนหยิบเสื้อที่สืออี้ใส่เข้าฉากมาใส่ไว้บนตัว เดินขาเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงเข้ามาหาผมภายใต้เสื้อที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อย เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากศึกหนักเมื่อกี้นี้“อวิ๋นเซิง สืออี้เป็นนักแสดงใหม่ การที่เขาเข้าบทไม่ได้ มันทำให้เสียเวลามาก ฉันไม่อยากให้ฉากนี้ทำให้งานแต่งพรุ่งนี้ล่าช้า”“งานแต่งเหรอ?” ผมขำพรืด“เธอก็รู้นิว่าพรุ่งนี้เราจะแต่งงานกันแล้ว แต่วันนี้เธอดันเล่นฉากเลิฟซีนกับคนอื่นเนี่ยนะ?”หลิ่วเวินเหยียนเดินเข้ามาซบผม “นายอย่าโกรธสิ ตอนฉันเล่นฉากเลิฟซีนกับเขา ในหัวฉันมีแต่นายนะ”“แต่เมื่อกี้พี่บอกว่าเล่นฉากเลิฟซีนกับผมแล้วฟินมากไม่ใช่เหรอ ฟินจนอยากตายเลยนิ?”เสียงสืออี้ดังมาจากด้านข้างบนตัวเขามีเพียงผ้าขนหนูพันอยู่รอบเอว เหมือนจงใจโชว์รอยแดงบนแผ่นอกขาว“พี่อวิ๋นเซิง พี่เวินเหยียนเด็ดขนาดนี้ แต่พี่ไม่ยอมลิ้มรสสักที เสียดายของจริงๆ...”“สืออี้!”หลิ่วเวินเหยียนหน้าแดงเถือก รีบหยิบเสื้อปาใส่สืออี้ “นั่นมันเป็นแค่คำพูดในบท!”สืออี้หัวเราะแล้วหยิบเสื้อตัวนั้นขึ้นมา เขายักคิ้วใส่ผมอย่างอวดดี“พี่อวิ๋นเซิง พี่ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าตอนแรกซีนนี้ไม่มีใน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
“สืออี้!”เสียงปิดประตูยังก้องอยู่ในกองถ่าย หลิ่วเวินเหยียนดึงแขนผมด้วยความโมโหน้ำเสียงมีความขุ่นเคืองแฝงอยู่ด้วย“ฟู่อวิ๋นเซิง ฉันทุ่มสุดตัวเพื่อแสดงฉากเลิฟซีน ทำให้การถ่ายทำเป็นไปอย่างราบรื่น!”“ตอนนี้นายทำให้สืออี้โมโหจนหนีไปแล้ว ถ้าถ่ายไม่เสร็จ นอกจากทำให้งานแต่งล่าช้าแล้ว หลังแต่งงานฉันก็ไม่มีเวลาอยู่กับนายอีก!”อยู่กับผมเหรอ?ถึงขนาดนี้แล้วเธอยังหลอกตัวเองและคนอื่นอีกผมเห็นเธอแอบมองไปข้างนอกตลอดเวลา จู่ๆ ผมรู้สึกว่าลำคอสากระคายและแห้งผากเธอรีบคว้าเสื้อมาคลุมไว้บนตัว แล้วก็ดึงแขนผมเดินไปข้างนอก“ไปง้อสืออี้กับฉัน”แต่เดินได้ไม่กี่ก้าว จู่ๆ เสียงประตูดังขึ้นพ่อกับแม่ของหลิ่วเวินเหยียนหิ้วถุงลูกอมงานแต่งเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“ฉันบอกให้เวินเหยียนเอาลูกอมงานแต่งมาแจกทุกคน แต่เธอดันลืมเอามา เราก็เลยเอามาให้น่ะ”“อ้าว อวิ๋นเซิง นายก็อยู่ที่นี่เหรอ...”แต่เมื่อรู้สึกถึงบรรยากาศกระอักกระอ่วนในกองถ่าย รวมถึงสีหน้าขุ่นมัวของผมกับหลิ่วเวินเหยียน เสียงแม่ของหลิ่วเวินเหยียนก็เริ่มเบาลง“เกิดอะไรขึ้น? พวกนายทะเลาะกันเหรอ? พรุ่งนี้จะแต่งงานกันแล้ว...”“คุณลุง คุณป้า”ผมสะ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
“กรี๊ดดด!”จู่ๆ หลิ่วเวินเหยียนที่วิ่งออกไปง้อสืออี้ส่งเสียงกรี๊ดด้วยความตกใจเธอพุ่งมาตรงหน้าผมด้วยสีหน้าขุ่นเคือง เอามือถือกระแทกหัวผมอย่างแรง“ฟู่อวิ๋นเซิง! นายทำแบบนี้เพราะต้องการทำลายชื่อเสียงสืออี้ใช่ไหม?”ความรู้สึกเจ็บจี๊ดแล่นมาตรงขมับ เลือดอุ่นๆ ไหลลงมาข้างแก้มแต่ผมใช้มือเช็ดเลือดเหมือนไม่รู้สึกถึงความเจ็บ จ้องหลิ่วเวินเหยียนโดยที่ไม่พูดอะไรออกมา จากนั้นก็ยกมือตบหน้าเธอ“เพียะ!”ผมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าฉันอยากทำลายพวกเธอจริงๆ แค่กระดิกนิ้วก็พอแล้ว”หลิ่วเวินเหยียนโดนผมตบหน้าจนช็อกไปแล้วสืออี้รีบวิ่งเข้ามาปกป้องเธอ ทำท่าทางเหมือนตัวเองเป็นผู้ผดุงความยุติธรรม“ประธานฟู่ ถึงฉันจะทำให้นายไม่พอใจขนาดไหน แต่นายก็ไม่ควรทำถึงขั้นปล่อยข่าวฉาวของภรรยาตัวเอง”“นายทำลายอนาคตฉันได้ แต่ทำไมต้องทำให้พี่เวินเหยียนเดือดร้อนด้วย?”เป็นห่วงกันดีจริงๆ ช่างรักกันปานจะกลืนกินผมใช้มือเช็ดเลือดที่ซึมออกมาตรงขมับ มองสืออี้แล้วหัวเราะออกมา“นายอาจยังไม่รู้ว่างานแต่งของฉันกับหลิ่วเวินเหยียนถูกยกเลิกแล้ว เธอไม่ใช่ภรรยาฉันอีกแล้ว”“นายน่าจะดีใจนะ นี่คือสิ่งที่นายต้องการไม่ใช่เหร
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
ผมรู้สึกใจคอไม่ดีหลิ่วเวินเหยียนชูกำไลหยกขึ้นสูง เหมือนมันพร้อมจะร่วงลงมาจากมือเธอตลอดเวลาผมกัดฟันกรอด พูดเสียงลอดไรฟันออกมาทีละคำ“หลิ่วเวินเหยียน มันคือของแทนใจที่ส่งต่อให้สะใภ้ตระกูลฟู่จากรุ่นสู่รุ่น!”“ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นมา เธอได้คิดถึงผลที่ตามมาไหม?!”“แล้วยังไง! นายทำผิดเอง! แค่นายเชื่อฟังและทำตามที่ฉันพูด กำไลหยกก็จะปลอดภัย!”สีหน้าหลิ่วเวินเหยียนไม่มีความละอายใจสักนิด แถมยังดูไม่สบอารมณ์เล็กน้อยด้วยเธอใช้นิ้วหมุนกำไลหยกไปมา ใจผมหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม“โอเค! ฉันจะสั่งให้คนลบข่าวที่กำลังติดเทรนด์ตอนนี้”ผมเอามือถือออกมากดโทรออกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ข่าวที่กำลังติดเทรนด์หายไปจนหมดและถูกแทนที่ด้วยหัวข้อข่าว [ยกเลิกงานแต่งแห่งปีของตระกูลฟู่ ดาราสาวเบอร์หนึ่งกำลังจะโดนแบนออกจากวงการ]รอยยิ้มค้างอยู่ตรงมุมปากของหลิ่วเวินเหยียนเธอสั่นไปทั้งตัว หันหน้าจอมือถือมาตรงหน้าผม“ฟู่อวิ๋นเซิง...ข่าวนี้หมายความว่ายังไง?”“นายไม่ยอมจบใช่ไหม? ปล่อยเฟคนิวส์แบบนี้ นายรู้ไหมว่ามันส่งผลต่อหน้าที่การงานของฉันขนาดไหน?!”จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่ยอมรับความจริง ผมเห็นแล้วรู้สึกตลกมากเมื่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
มือถือของหลิ่วเวินเหยียนกับสืออี้ร่วงลงบนพื้นแทบจะพร้อมกัน มันกระแทกกับพื้นเสียงดังตุบความอวดดีและความรู้สึกผิดแบบจอมปลอมนิ่งค้างอยู่บนใบหน้าทั้งสองคน“ยก...ยกเลิกเหรอ? โดนแบนงั้นเหรอ?”หลิ่วเวินเหยียนพึมพำกับตัวเอง เหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้จัดการตวาดออกมาเมื่อกี้เธอรีบก้มลงไปหยิบมือถือ ใช้นิ้วที่สั่นเทาสไลด์หน้าจอมือถือเหมือนพยายามหาข่าวติดเทรนด์ที่เธอเลื่อนผ่านไปเมื่อกี้สืออี้ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน เขาไม่มีเวลาเสแสร้งแล้ว รีบวิ่งมาข้างหลิ่วเวินเหยียน เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้มือถือจนหัวแทบจะมุดเข้าไปในหน้าจอแล้ว“เป็นไปไม่ได้...ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”เสียงของหลิ่วเวินเหยียนเริ่มแหลมแสบแก้วหู มีความสั่นเครือเพราะตกใจแฝงอยู่ด้วย“ฟู่อวิ๋นเซิง! นายทำอะไรลงไป! นายมีสิทธิ์อะไรมาแบนฉัน?! นายรู้ไหมว่ากว่าฉันจะมาถึงจุดนี้มันยากขนาดไหน?!”เธอเงยหน้าจ้องผมด้วยสายตาโกรธเคืองความลนลานและความเป็นห่วงที่ฉายออกมาจากดวงตาของเธอก่อนหน้านี้เลือนหายไปหมดแล้ว“มีสิทธิ์อะไรงั้นเหรอ?”ผมค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้น ปล่อยให้เลือดที่ฝ่ามือหยดลงบนเศษหยก ทำให้เศษหยกพวกนั้นเป็นสีแดงน่ากลัวกว่าเดิม“สิ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
หลิ่วเวินเหยียนส่ายหน้าไปมา ค่อยๆ ถอยไปด้านหลังทีละก้าว ราวกับว่าการทำแบบนี้จะทำให้เธอหลีกหนีจากความจริงได้“ฉันเป็นนักแสดงเบอร์หนึ่ง...ฉันมีแฟนคลับเยอะมาก...ฉันมีสัญญาร่วมงานอีกตั้งเยอะแยะ...”“พวกเขาไม่กล้าแบนฉันหรอก...ฟู่อวิ๋นเซิง นายขู่ฉันไม่ได้หรอก!”เหมือนเธอพยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้าย ยืนด้วยความมั่นใจ สายตาแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน“ใช่! นายแบนฉันไม่ได้หรอก! เพราะใครๆ ก็เอ็นดูฉัน! ฉันมีกระแสในโลกโซเชียล! พวกนายทุนเล็งเห็นมูลค่าของฉัน!”“ถึงตระกูลฟู่เก่งกาจขนาดไหน แต่ก็ไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้า! ฉันจะโทรไปหาเฮียเฉิน! เขาอยากร่วมงานกับฉันมานานแล้ว!”เธอพูดแล้วหาเบอร์ในรายชื่อผู้ติดต่อผมขำพรืด แต่ก็ไม่ได้ห้ามเธอหลังจากอีกฝ่ายรับสายเธอเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสะอื้น ฝั่งนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่ก็ยังมีความเกรงใจอยู่“อ๋อ คุณหลิ่วเหรอ”“ต้องขอโทษจริงๆ เมื่อกี้บริษัทเราเพิ่งประชุมกัน เราคิดว่าภาพลักษณ์ของคุณอาจไม่สอดคล้องกับแนวทางการทำงานในอนาคตของบริษัทเรา...สัญญาร่วมงานที่คุยกันครั้งก่อน ถือว่าผมไม่เคยพูดถึงแล้วกัน”“อ้อ แล้วก็ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในเครือของเราที่คุณเป็นพรีเซนเตอ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
“พี่บอกเองว่าทนความหึงหวงของเขาไม่ไหว! พี่เป็นคนมานอนกับผมเอง! พี่บอกว่าอยู่กับผมแล้วตื่นเต้นเร้าใจ แถมยังมีความสุขด้วย!”“ตอนนี้พี่ดันโยนความผิดให้ผมเนี่ยนะ?!”“พูดบ้าอะไรของนาย! เป็นเพราะนาย ไอ้แมงดา เกาะฉันกินไม่พอ ยังจะทำลายชีวิตฉันอีก!”หลิ่วเวินเหยียนเถียงกลับเสียงแหลม“ผมทำลายชีวิตพี่เหรอ? ถ้าพี่ไม่มีเงินให้ผม คิดว่าผมจะชายตามองผู้หญิงสำส่อนแบบพี่เหรอ?! พี่คิดว่าตัวเองบริสุทธิ์ผุดผ่องมากเหรอ?”“ก่อนจะเจอประธานฟู่ พี่ให้เสี่ยเลี้ยงมากี่คนแล้ว?!”สืออี้ก็ไม่ไว้หน้าแล้วเหมือนกัน พ่นคำหยาบคายออกมาไม่หยุดทั้งสองคนเหมือนสุนัขจรจัดกัดกันกลางถนน ไม่เหลือภาพลักษณ์อะไรแล้วตอนนี้สายตาที่เคยยกย่องชื่นชมแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึง ดูหมิ่น แถมยังมีคนรอสมน้ำหน้าด้วยเหมือนคำพูดของสืออี้จี้โดนเส้นประสาทที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดหลิ่วเวินเหยียนกรี๊ดแล้ววิ่งเข้าไปตบตีกับสืออี้ทั้งข่วนทั้งกัด โวยวายเหมือนมนุษย์ป้าปากแจ๋ว“พอได้แล้ว!”ผมตวาดเสียงแข็งทั้งสองคนชะงักไป ผละออกจากกันพร้อมกับเสียงหายใจหอบ ต่างคนต่างมีรอยแผลบนใบหน้า สภาพดูไม่ได้เลยผมมองหลิ่วเวินเหยียน เธอผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
เมื่อพูดจบ ผมไม่มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของเธออีกแล้วหันหลังเดินออกไปข้างนอกอย่างไร้เยื่อใย“ฟู่อวิ๋นเซิง! หยุดเดี๋ยวนี้!”หลิ่วเวินเหยียนใช้แรงเฮือกสุดท้ายวิ่งเข้ามากอดขาผม“ฉันผิดไปแล้ว! ฉันสำนึกผิดแล้ว! นายไม่คิดถึงอดีตของเราเลยเหรอ! ตั้งห้าปีเลยนะ! ทำไมนายใจร้ายใจดำขนาดนี้!”เสียงร้องไห้ของเธอฟังดูหลอนมาก“เป็นความผิดของฉันเอง! ฉันหน้ามืดตามัว! ฉันไม่เห็นค่าความรักของนาย! ฉันขอโอกาสอีกแค่ครั้งเดียว! แค่ครั้งเดียวจริงๆ!”“ฉันสัญญาว่าจะตัดขาดกับสืออี้! ต่อไปฉันจะฟังนายทุกอย่าง! ฉันไม่เป็นนักแสดงแล้ว! ฉันจะเป็นแม่บ้านเต็มตัว ฉันจะมีลูกให้นาย! ฟู่อวิ๋นเซิง! ขอร้องล่ะ! อย่าทิ้งฉันนะ...”เสียงอ้อนวอนของเธอดังก้องอยู่ในกองถ่ายขนาดใหญ่ ฟังดูน่าสงสารและหดหู่มากถ้าเป็นเมื่อก่อนผมอาจจะใจอ่อน แต่ตอนนี้หัวใจของผมแข็งแกร่งดั่งหินผาผมค่อยๆ แกะนิ้วมือของเธอทีละนิ้ว เหมือนแกะภาพฝันแสนหวานที่ผมมโนเพ้อพกมาตลอดห้าปี“หลิ่วเวินเหยียน มันสายเกินไปแล้ว”ผมก้าวออกไป ทิ้งเสียงร้องโหยหวนที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของเธอ และเสียงด่าทอเหมือนคนไร้สติของสืออี้ไว้ด้านหลังเมื่อเดินออกมาจา
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
สองสามวันต่อมา เป็นอย่างที่ผมเดาไว้ หายนะของหลิ่วเวินเหยียนกับสืออี้มาถึงอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากถูกยกเลิกสัญญาพรีเซนเตอร์สินค้าทุกตัวภายในชั่วข้ามคืน เจอค่าผิดสัญญามูลค่ามหาศาลละครที่ถ่ายทำเสร็จไปแล้ว มีการใช้ AI เปลี่ยนใบหน้าเธอ หรือไม่ก็ตัดทิ้งไปเลยโปรเจกต์ที่กำลังดำเนินการอยู่มีการเปลี่ยนตัวนักแสดงทันที นายทุนพากันฟ้องเรียกค่าเสียหายบัญชีโซเชียลมีเดียของพวกเขาถูกแพลตฟอร์มแบนเพจแฟนคลับประกาศปิดพวกที่เรียกว่า “แฟนคลับเดนตาย” เจอหลักฐานที่ยืนยันว่าเป็นความจริงก็เสียศูนย์เหมือนกัน บางคนซ้ำเติมพวกเขาหนักกว่าคนอื่นด้วยนายทุนที่เคยเอาอกเอาใจพากันหนี เหมือนเธอเป็นงูพิษยังไงยังงั้นตอนนี้พวกสื่อที่เคยประจบสอพลอเธอพากันบรรยายความตกต่ำของเธอด้วยคำพูดเจ็บแสบ ขุดเรื่องฉาวทั้งจริงและเท็จในอดีตขึ้นมาจนหมดหลิ่วเวินเหยียนพยายามติดต่อผม ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ ข้อความ รวมถึงคนรู้จัก...ถึงขั้นที่มาดักรอผมใต้ตึกฟู่ซื่อกรุ๊ป เธอทำทุกวิถีทาง...ทั้งร้องไห้อ้อนวอน ข่มขู่ และโวยวายเหมือนคนบ้าแต่ผมไม่เคยเจอเธอแม้แต่ครั้งเดียวผมบล็อกช่องทางติดต่อของเธอทุกช่องทาง เธอไม่สามารถเหยียบเข้ามาใ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status