เข้าสู่ระบบผมไปให้กำลังใจคู่หมั้นที่กองถ่ายละครเรื่องใหม่ ตอนรู้ว่ามีฉากเลิฟซีน ผมถึงกับขมวดคิ้ว แต่ก็อนุญาตให้เธอเล่น แต่สืออี้ นักแสดงหนุ่มหน้าตาดีที่ต้องเข้าฉากกับเธอไม่สามารถเข้าบทได้สักที หลิ่วเวินเหยียนเริ่มหัวร้อน เธอพูดออกมาว่าจะแสดงฉากเลิฟซีนเอง ผมห้ามแล้วบอกว่าใช้สแตนด์อินก็ได้ แต่เธอกลับตบหน้าผม มองผมด้วยสายตาขุ่นเคือง “ฟู่อวิ๋นเซิง ละครเรื่องนี้สำคัญกับฉันมาก ฉันต้องทำให้ออกมาดีที่สุด!” “หรือนายคิดว่าครั้งแรกของฉันสำคัญกว่าอาชีพนักแสดงที่ฉันรักที่สุดเหรอ?” ทันทีที่พูดจบ เธอเปลือยท่อนล่างแล้วขึ้นคร่อมตัวนักแสดงหนุ่มอย่างไม่ลังเล เธอหันมามองผมด้วยสายตาเศร้าสร้อย “ฉันจะจินตนาการว่าสืออี้คือนาย จะได้เหมือนทำกับนายไง” ผมเห็นพวกเขาค่อยๆ เข้าถึงบทบาท ได้ยินเสียงตีเสลทเริ่มถ่ายทำ ผมกดโทรออกด้วยสีหน้าราบเรียบ “แบนหลิ่วเวินเหยียนกับสืออี้ออกจากวงการ ใครกล้าให้งานพวกเขา ถือว่าเป็นศัตรูกับตระกูลฟู่”
ดูเพิ่มเติมสองสามวันต่อมา เป็นอย่างที่ผมเดาไว้ หายนะของหลิ่วเวินเหยียนกับสืออี้มาถึงอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากถูกยกเลิกสัญญาพรีเซนเตอร์สินค้าทุกตัวภายในชั่วข้ามคืน เจอค่าผิดสัญญามูลค่ามหาศาลละครที่ถ่ายทำเสร็จไปแล้ว มีการใช้ AI เปลี่ยนใบหน้าเธอ หรือไม่ก็ตัดทิ้งไปเลยโปรเจกต์ที่กำลังดำเนินการอยู่มีการเปลี่ยนตัวนักแสดงทันที นายทุนพากันฟ้องเรียกค่าเสียหายบัญชีโซเชียลมีเดียของพวกเขาถูกแพลตฟอร์มแบนเพจแฟนคลับประกาศปิดพวกที่เรียกว่า “แฟนคลับเดนตาย” เจอหลักฐานที่ยืนยันว่าเป็นความจริงก็เสียศูนย์เหมือนกัน บางคนซ้ำเติมพวกเขาหนักกว่าคนอื่นด้วยนายทุนที่เคยเอาอกเอาใจพากันหนี เหมือนเธอเป็นงูพิษยังไงยังงั้นตอนนี้พวกสื่อที่เคยประจบสอพลอเธอพากันบรรยายความตกต่ำของเธอด้วยคำพูดเจ็บแสบ ขุดเรื่องฉาวทั้งจริงและเท็จในอดีตขึ้นมาจนหมดหลิ่วเวินเหยียนพยายามติดต่อผม ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ ข้อความ รวมถึงคนรู้จัก...ถึงขั้นที่มาดักรอผมใต้ตึกฟู่ซื่อกรุ๊ป เธอทำทุกวิถีทาง...ทั้งร้องไห้อ้อนวอน ข่มขู่ และโวยวายเหมือนคนบ้าแต่ผมไม่เคยเจอเธอแม้แต่ครั้งเดียวผมบล็อกช่องทางติดต่อของเธอทุกช่องทาง เธอไม่สามารถเหยียบเข้ามาใ
เมื่อพูดจบ ผมไม่มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของเธออีกแล้วหันหลังเดินออกไปข้างนอกอย่างไร้เยื่อใย“ฟู่อวิ๋นเซิง! หยุดเดี๋ยวนี้!”หลิ่วเวินเหยียนใช้แรงเฮือกสุดท้ายวิ่งเข้ามากอดขาผม“ฉันผิดไปแล้ว! ฉันสำนึกผิดแล้ว! นายไม่คิดถึงอดีตของเราเลยเหรอ! ตั้งห้าปีเลยนะ! ทำไมนายใจร้ายใจดำขนาดนี้!”เสียงร้องไห้ของเธอฟังดูหลอนมาก“เป็นความผิดของฉันเอง! ฉันหน้ามืดตามัว! ฉันไม่เห็นค่าความรักของนาย! ฉันขอโอกาสอีกแค่ครั้งเดียว! แค่ครั้งเดียวจริงๆ!”“ฉันสัญญาว่าจะตัดขาดกับสืออี้! ต่อไปฉันจะฟังนายทุกอย่าง! ฉันไม่เป็นนักแสดงแล้ว! ฉันจะเป็นแม่บ้านเต็มตัว ฉันจะมีลูกให้นาย! ฟู่อวิ๋นเซิง! ขอร้องล่ะ! อย่าทิ้งฉันนะ...”เสียงอ้อนวอนของเธอดังก้องอยู่ในกองถ่ายขนาดใหญ่ ฟังดูน่าสงสารและหดหู่มากถ้าเป็นเมื่อก่อนผมอาจจะใจอ่อน แต่ตอนนี้หัวใจของผมแข็งแกร่งดั่งหินผาผมค่อยๆ แกะนิ้วมือของเธอทีละนิ้ว เหมือนแกะภาพฝันแสนหวานที่ผมมโนเพ้อพกมาตลอดห้าปี“หลิ่วเวินเหยียน มันสายเกินไปแล้ว”ผมก้าวออกไป ทิ้งเสียงร้องโหยหวนที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของเธอ และเสียงด่าทอเหมือนคนไร้สติของสืออี้ไว้ด้านหลังเมื่อเดินออกมาจา
“พี่บอกเองว่าทนความหึงหวงของเขาไม่ไหว! พี่เป็นคนมานอนกับผมเอง! พี่บอกว่าอยู่กับผมแล้วตื่นเต้นเร้าใจ แถมยังมีความสุขด้วย!”“ตอนนี้พี่ดันโยนความผิดให้ผมเนี่ยนะ?!”“พูดบ้าอะไรของนาย! เป็นเพราะนาย ไอ้แมงดา เกาะฉันกินไม่พอ ยังจะทำลายชีวิตฉันอีก!”หลิ่วเวินเหยียนเถียงกลับเสียงแหลม“ผมทำลายชีวิตพี่เหรอ? ถ้าพี่ไม่มีเงินให้ผม คิดว่าผมจะชายตามองผู้หญิงสำส่อนแบบพี่เหรอ?! พี่คิดว่าตัวเองบริสุทธิ์ผุดผ่องมากเหรอ?”“ก่อนจะเจอประธานฟู่ พี่ให้เสี่ยเลี้ยงมากี่คนแล้ว?!”สืออี้ก็ไม่ไว้หน้าแล้วเหมือนกัน พ่นคำหยาบคายออกมาไม่หยุดทั้งสองคนเหมือนสุนัขจรจัดกัดกันกลางถนน ไม่เหลือภาพลักษณ์อะไรแล้วตอนนี้สายตาที่เคยยกย่องชื่นชมแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึง ดูหมิ่น แถมยังมีคนรอสมน้ำหน้าด้วยเหมือนคำพูดของสืออี้จี้โดนเส้นประสาทที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดหลิ่วเวินเหยียนกรี๊ดแล้ววิ่งเข้าไปตบตีกับสืออี้ทั้งข่วนทั้งกัด โวยวายเหมือนมนุษย์ป้าปากแจ๋ว“พอได้แล้ว!”ผมตวาดเสียงแข็งทั้งสองคนชะงักไป ผละออกจากกันพร้อมกับเสียงหายใจหอบ ต่างคนต่างมีรอยแผลบนใบหน้า สภาพดูไม่ได้เลยผมมองหลิ่วเวินเหยียน เธอผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อ
หลิ่วเวินเหยียนส่ายหน้าไปมา ค่อยๆ ถอยไปด้านหลังทีละก้าว ราวกับว่าการทำแบบนี้จะทำให้เธอหลีกหนีจากความจริงได้“ฉันเป็นนักแสดงเบอร์หนึ่ง...ฉันมีแฟนคลับเยอะมาก...ฉันมีสัญญาร่วมงานอีกตั้งเยอะแยะ...”“พวกเขาไม่กล้าแบนฉันหรอก...ฟู่อวิ๋นเซิง นายขู่ฉันไม่ได้หรอก!”เหมือนเธอพยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้าย ยืนด้วยความมั่นใจ สายตาแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน“ใช่! นายแบนฉันไม่ได้หรอก! เพราะใครๆ ก็เอ็นดูฉัน! ฉันมีกระแสในโลกโซเชียล! พวกนายทุนเล็งเห็นมูลค่าของฉัน!”“ถึงตระกูลฟู่เก่งกาจขนาดไหน แต่ก็ไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้า! ฉันจะโทรไปหาเฮียเฉิน! เขาอยากร่วมงานกับฉันมานานแล้ว!”เธอพูดแล้วหาเบอร์ในรายชื่อผู้ติดต่อผมขำพรืด แต่ก็ไม่ได้ห้ามเธอหลังจากอีกฝ่ายรับสายเธอเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสะอื้น ฝั่งนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่ก็ยังมีความเกรงใจอยู่“อ๋อ คุณหลิ่วเหรอ”“ต้องขอโทษจริงๆ เมื่อกี้บริษัทเราเพิ่งประชุมกัน เราคิดว่าภาพลักษณ์ของคุณอาจไม่สอดคล้องกับแนวทางการทำงานในอนาคตของบริษัทเรา...สัญญาร่วมงานที่คุยกันครั้งก่อน ถือว่าผมไม่เคยพูดถึงแล้วกัน”“อ้อ แล้วก็ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในเครือของเราที่คุณเป็นพรีเซนเตอ





