All Chapters of ม่านรัก ม่านทระนง : Chapter 11 - Chapter 20

21 Chapters

บทที่ 11 สองเดือนแห่งการรอคอย

บทที่ 11 สองเดือนแห่งการรอคอยเสียงเคาะประตูดังขึ้นกลางดึก ตอนนั้นหว่านอี๋หลับไปแล้ว นางรู้สึกเพียงว่าร่างกายข้างกายขยับ ก่อนความอบอุ่นที่เคยโอบอยู่รอบเอวค่อย ๆ หายไป หญิงสาวลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียภายในห้องยังมืด มีเพียงแสงจากตะเกียงดวงเล็กที่ถูกจุดขึ้นตรงโต๊ะ เซียวฉางเยี่ยกำลังสวมอาภรณ์ท่าทางรวดเร็ว เงียบ และไม่เหมือนทุกคืน หว่านอี๋ลุกขึ้นนั่ง “มีอะไรหรือเจ้าคะ” ชายหนุ่มหันกลับมามอง “ชายแดนตะวันตกมีเรื่อง” ความง่วงหายไปทันที หว่านอี๋ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมไหล่ “ร้ายแรงหรือไม่” “ยังไม่รู้” “ท่านต้องไปเดี๋ยวนี้?” เขาหยิบเสื้อเกราะขึ้นมา ไม่มีสาวใช้เข้ามาช่วย ไม่มีเวลาพอจะเรียกใคร หว่านอี๋จึงลุกจากเตียงเอง พื้นเย็นจนปลายเท้าชา แต่นางไม่ได้สนใจ “ข้าช่วย” ฉางเยี่ยมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยอมยืนให้นางช่วยรัดสายเกราะตรงด้านข้าง มือของหว่านอี๋ยังไม่คุ้นกับของพวกนี้ นางต้องลองอยู่สองครั้งจึงทำได้ “แน่นไปหรือไม่” “พอดี” นางพยักหน้า แต่ไม่ได้ปล่อยมือออกทันที ความรู้สึกบางอย่างเริ่มหนักขึ้นในอกอย่างไม่มีเหตุผล ตั้งแต่มาถึงชายแดน นางรู้ว่าเขาเป็นแม่ทัพ รู้ว่าเขาต้องออกศึก รู้ว่าวันหนึ่งสถานการณ์เช่นนี
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more

บทที่ 12 คนที่เขาพากลับมา

บทที่ 12 คนที่เขาพากลับมารุ่งเช้าวันต่อมา หว่านอี๋ตื่นช้ากว่าปกติเล็กน้อย กว่าสองเดือนที่นอนอยู่คนเดียว นางเคยคิดว่าตนคุ้นกับการมีพื้นที่บนเตียงทั้งหมดแล้ว เมื่อคืนกลับพบว่า—บางความเคยชินไม่เคยหายไปจริง ๆ เพียงถูกปล่อยให้ว่างอยู่เท่านั้น เมื่อฉางเยี่ยกลับมา ความอบอุ่นจากร่างกายข้างกาย น้ำหนักของแขนที่พาดอยู่ตรงเอว และแม้แต่กลิ่นอายจาง ๆ ของยาใส่แผลกับลมหนาวบนตัวเขา กลับทำให้นางรู้สึกเหมือนทุกสิ่งที่หายไปกว่าสองเดือนถูกนำกลับคืนมาในคราวเดียว หว่านอี๋ลืมตาขึ้น อีกข้างของเตียงว่างแล้ว แต่ครั้งนี้ยังมีรอยยุบอยู่บนหมอน มือของนางเลื่อนไปแตะโดยไม่รู้ตัว ยังอุ่นอยู่เล็กน้อย หมายความว่าเขาเพิ่งลุกไปไม่นานหญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบดึงมือกลับเหมือนจับได้ว่าตัวเองทำเรื่องน่าอาย เสียงสาวใช้ดังขึ้นด้านนอก “พระชายาตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” “อืม” ม่านถูกเปิด แสงเช้าส่องเข้ามา หว่านอี๋ลุกขึ้นนั่ง ปล่อยให้สาวใช้เข้ามาจัดเครื่องนอนและเตรียมน้ำล้างหน้า“ท่านอ๋องไปไหนแล้ว” ถามออกไปตามธรรมชาติ สาวใช้ตอบ “ออกไปลานฝึกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเจ้าค่ะ” หว่านอี๋ขมวดคิ้วทันที “แขนยังมีแผลอยู่” “ได้ยินว่าหมอห้ามแล้วเ
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more

บทที่ 13 สิ่งที่สมควรได้รับ

บทที่ 13 สิ่งที่สมควรได้รับหานเยว่ซินใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็ทำให้คนในจวนรู้จักนางแทบทั้งหมด ไม่ใช่เพราะนางพยายามเอาใจผู้ใด ตรงกันข้าม นางแทบไม่สนใจบ่าวไพร่ในเรือนหลังด้วยซ้ำ สิ่งที่ทำให้นางกลมกลืนกับจวนอ๋องได้รวดเร็วคือ—นางรู้จักโลกของที่นี่อยู่แล้ว ตื่นก่อนฟ้าสาง ออกไปลานฝึก ขี่ม้า ยิงธนู รู้ว่าทหารคนใดเคยติดตามบิดา รู้ว่าห้องเก็บอาวุธอยู่ตรงไหน แม้แต่พ่อครัวในครัวใหญ่ยังจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อน เด็กสาวผู้นี้เคยแอบขโมยเนื้อย่างจากเตาแล้วถูกบิดาไล่ตีไปครึ่งค่าย เสียงหัวเราะดังขึ้นทุกครั้งที่มีคนรื้อเรื่องเก่ามาเล่า เยว่ซินเองก็ไม่อาย บางครั้งยังเล่าต่อเสียด้วยซ้ำ หว่านอี๋รับรู้เรื่องเหล่านี้จากคำพูดของคนในจวนมากกว่าจะเห็นด้วยตาตนเอง นางไม่ได้ออกไปลานฝึกทุกวัน และไม่มีเหตุผลต้องตามสามีทุกฝีก้าว แต่เพียงไม่กี่วัน นางก็เข้าใจแล้วว่า—หานเยว่ซินไม่ได้เป็นเพียงบุตรสาวของผู้ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่ง นางเป็น คนในโลกเดิมของพวกเขา โลกที่หว่านอี๋เพิ่งเริ่มเรียนรู้ แต่เยว่ซินเติบโตอยู่ในนั้นมาตั้งแต่เด็ก ความรู้สึกขุ่นมัวมีอยู่บ้าง นางไม่ปฏิเสธ แต่หว่านอี๋ไม่ได้ปล่อยให้มันกินพื้นที่มากเกินไป ตราบใดที
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more

บทที่ 14 หนึ่งปี

บทที่ 14 หนึ่งปีหานเยว่ซินไม่ได้มาหาเซียวฉางเยี่ยในวันเดียวกับที่เรื่องฐานะถูกหยิบขึ้นมาพูด นางรอ รอจนเช้าวันต่อมา รอจนเขากลับจากค่าย รอจนคนในห้องหนังสือออกไปหมดแล้ว จึงเดินเข้ามาเพียงลำพัง ไม่มีหญิงชราผู้ใดติดตามมา ไม่มีผู้ใหญ่จากกองทัพมาช่วยพูด ไม่มีแม้แต่สาวใช้ นางเดินเข้ามาในชุดสีเข้มเช่นทุกวัน ผมรวบเรียบร้อย ดาบสั้นข้างเอวถูกปลดไว้ด้านนอกตามธรรมเนียม ทุกอย่างเหมือนหานเยว่ซินที่เขารู้จักมาตั้งแต่เด็ก มีเพียงดวงตาที่ดูเหนื่อยกว่าปกติเล็กน้อย เซียวฉางเยี่ยกำลังอ่านรายงานจากแนวชายแดน เมื่อเห็นนางก็ไม่ได้แปลกใจนัก “มีอะไร” เยว่ซินยืนอยู่หน้าโต๊ะ “ข้ามีเรื่องอยากถามท่าน” “ว่ามา” “เรื่องเมื่อวาน” มือที่กำลังเปิดเอกสารหยุดลงเล็กน้อย ฉางเยี่ยเงยหน้าขึ้น “เรื่องฐานะ?” “เจ้าค่ะ” เขาวางเอกสารลง สีหน้าไม่ได้เปลี่ยน “ข้าไม่เคยคิดรับเจ้าเป็นอนุ”คำตอบตรง ไม่มีการอ้อม เยว่ซินนิ่งไป แม้คาดไว้บ้างแล้ว แต่พอได้ยินจริง สีหน้าก็ยังซีดลงเล็กน้อย “เพราะอะไร” ฉางเยี่ยขมวดคิ้ว “ต้องมีเหตุผลด้วยหรือ” “ต้องมีสิ” “ข้าเห็นเจ้ามาตั้งแต่ยังตัวเท่านี้” เขายกมือขึ้นในระดับเอวอย่างไม่ใส่ใจ “ตอนหานจงพาเจ้าเข
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more

บทที่ 15 คนที่เลือกจากไป

บทที่ 15 คนที่เลือกจากไปอวี้หลันเลือกวันจากไปเอง ไม่ใช่วันมงคลไม่ใช่วันที่อากาศดี เป็นเพียงเช้าวันหนึ่งซึ่งหิมะหยุดตกพอดี และถนนนอกเมืองยังพอให้รถม้าเดินทางได้สะดวก หว่านอี๋รู้ข่าวตั้งแต่รุ่งเช้า พ่อบ้านเข้ามารายงานว่าอวี้หลันเก็บของแทบทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ของใช้ส่วนตัวมีไม่มากนัก ส่วนของที่จวนมอบให้ตลอดหลายปี นางเลือกนำไปเพียงบางส่วน หว่านอี๋วางถ้วยชาลง “ท่านอ๋องรู้หรือยัง” “ทราบแล้วขอรับ” “ว่าอย่างไร” พ่อบ้านลังเลเล็กน้อย “ท่านอ๋องให้นางไปพบที่ห้องหนังสือขอรับ” เรื่องระหว่างสองคนนั้น ต่อให้บัดนี้นางเป็นภรรยาเอก ก็ยังมีบางช่วงที่ไม่ควรเข้าไปยืนอยู่ตรงกลางนางจึงเพียงพยักหน้า “เตรียมรถม้าให้ดี” “ขอรับ” “บ้านที่ซื้อไว้ในเมืองเรียบร้อยแล้วหรือ” “เรียบร้อยแล้วขอรับ เงินกับโฉนดอยู่ครบตามที่พระชายาสั่ง” หว่านอี๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง “เพิ่มสาวใช้ติดตามไปหนึ่งคนกับคนดูแลเรือนอีกสองคน ช่วงแรกนางอยู่ลำพังอาจไม่สะดวก” พ่อบ้านรับคำ ก่อนถอยออกไปในห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง หว่านอี๋มองไอน้ำชาที่ลอยขึ้นจากถ้วย นางไม่เคยคิดว่า วันที่อวี้หลันออกจากจวนจริง ๆ ตนจะไม่ได้รู้สึกโล่งอย่างที่ควร ตรงกันข้าม—กลับรู
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more

บทที่ 16 ลูกธนูอาบยาพิษ

บทที่ 16 ลูกธนูอาบพิษหิมะเมื่อคืนตกหนักกว่าหลายวันก่อน ยามเช้าเมื่อเปิดหน้าต่างออกไป ทั้งจวนอ๋องถูกคลุมด้วยสีขาวโพลน กิ่งสนรับน้ำหนักหิมะจนโน้มต่ำ ลมหายใจของผู้คนกลายเป็นไอขาวทันทีที่ก้าวพ้นชายคา หว่านอี๋ยืนอยู่หน้ากระจก ปล่อยให้สาวใช้ช่วยสวมเสื้อคลุมขนสัตว์ให้ “พระชายาจะออกไปจริงหรือเจ้าคะ” “อืม” “วันนี้หนาวมากนะเจ้าคะ”หว่านอี๋ยื่นมือรับเตาอุ่นขนาดเล็ก “หากรอวันที่แดนเหนือไม่หนาว เกรงว่าข้าคงไม่ต้องออกจากจวนตลอดปี” สาวใช้เงียบไปเถียงไม่ได้ หว่านอี๋มองเงาตัวเองในกระจกอีกครั้ง วันนี้นางไม่ได้แต่งกายหรูหรา เครื่องประดับมีเพียงปิ่นหยกขาวสองอัน เสื้อคลุมสีเข้มยาวถึงข้อเท้า รองเท้าด้านในบุขนแกะหนาเป็นพิเศษ รองเท้าคู่นี้เพิ่งทำขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน นางเป็นคนให้แก้แบบเอง เดิมรองเท้าของทหารชายแดนใช้หนังค่อนข้างหนา ทนทานก็จริง แต่เมื่อโดนหิมะนาน ๆ ความชื้นจะซึมเข้าไป ด้านในเย็นจัดจนทหารบางคนปลายเท้าแตกหรือเป็นแผล หว่านอี๋ไม่รู้เรื่องการรบ แต่รู้เรื่องหนังนางเพียงจับรองเท้าคู่หนึ่ง พลิกดูตะเข็บ ถามราคา แล้วให้คนนำหนังอีกสามชนิดมาเทียบ สุดท้ายพบว่า หากไม่ยึดติดว่าต้องใช้หนังชนิดเดียวทั้งคู่
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more

บทที่ 17 คืนที่ยาวนานที่สุด

บทที่ 17 คืนที่ยาวนานที่สุดเซียวฉางเยี่ยไม่ได้ถามอะไรอีก ทันทีที่คำว่า อาการไม่ดี หลุดออกจากปากองครักษ์ เขาคว้าเสื้อคลุมกับดาบแล้วเดินออกจากกระโจม “ท่านอ๋อง!” รองแม่ทัพตามออกมา “การประชุม—” “เจ้าจัดการ” คำสั่งสั้นจนแทบไม่มีช่องให้ถาม “แต่เรื่องเสบียงป้อมเหนือ—” “ทำตามแผนเดิม หากมีปัญหาให้ส่งคนตามข้า” ม้าถูกนำมาแล้ว ฉางเยี่ยขึ้นอานในครั้งเดียว ก่อนกระชากบังเหียน “เปิดทาง!” ม้าศึกทะยานออกจากค่าย หิมะใต้กีบแตกกระจาย ไม่มีผู้ใดกล้าขวาง ทหารตามออกไปเพียงไม่กี่คน กระทั่งรองแม่ทัพซึ่งติดตามเขามานานยังยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ใช่เพราะท่านอ๋องกลับจวนเป็นเรื่องแปลก แต่เพราะตลอดหลายปี—พวกเขาไม่เคยเห็นเซียวฉางเยี่ยทิ้งการประชุมทางทหารกลางคัน ครั้งหนึ่งแนวรบด้านตะวันตกถูกตีแตก นายทหารคนสนิทตายต่อหน้า เขายังยืนสั่งการต่อจนฟ้ามืด ครั้งหนึ่งตัวเองถูกแทงเข้าชายโครง เลือดไหลจนเกราะเปียก เขายังไม่ยอมลงจากม้า สำหรับเซียวฉางเยี่ย ทุกสิ่งมีลำดับของมัน ศึกอยู่ก่อนความเจ็บปวด หน้าที่อยู่ก่อนชีวิต แต่วันนี้—เพียงคำว่า พระชายาถูกพิษ ทุกอย่างถูกทิ้งไว้เบื้องหลังลมหนาวตีใบหน้าจนชา ฉางเยี่ยกลับแทบไม่รู้สึก ในหัวม
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more

บทที่ 18 คนที่ยังไม่ลืมตา

บทที่ 18 คนที่ยังไม่ลืมตารุ่งเช้ามาถึงช้ากว่าทุกวัน อย่างน้อยเซียวฉางเยี่ยรู้สึกเช่นนั้น ตลอดคืนเขาแทบไม่ได้หลับหว่านอี๋ผ่านช่วงอาการทรุดหนักมาได้ แต่คำว่า ผ่าน ของหมอกลับไม่ได้หมายความว่านางปลอดภัยเพียงหมายถึง—นางยังหายใจอยู่ เท่านั้น แสงสีเทาจากด้านนอกค่อย ๆ ลอดผ่านกระดาษหน้าต่างเข้ามาในห้อง ตะเกียงที่จุดไว้ตลอดคืนยังไม่ถูกดับกลิ่นยาคละคลุ้ง บนโต๊ะมีถ้วยยาที่เย็นแล้วหลายใบ เซียวฉางเยี่ยนั่งอยู่ข้างเตียง อาภรณ์ชั้นนอกยังเป็นชุดเดิมจากเมื่อวาน เส้นผมไม่ได้จัดใหม่ เคราบริเวณกรามขึ้นจาง ๆ ใต้ดวงตามีรอยคล้ำซึ่งแทบไม่เคยปรากฏให้ผู้ใดเห็น แต่เขาไม่สนใจ มือข้างหนึ่งยังจับมือหว่านอี๋ไว้ นิ้วเรียวในฝ่ามือไม่ได้เย็นจัดเหมือนช่วงกลางคืนแล้ว อุ่นขึ้นเล็กน้อย เขาจำความรู้สึกนี้ไว้ละเอียดกว่าที่ควร เพราะเมื่อคืนมีช่วงหนึ่งที่มือคู่นี้เย็นลงจนหัวใจของเขาเหมือนหยุดตามไปด้วย “ท่านอ๋อง” หมอชราเข้ามาเงียบ ๆฉางเยี่ยเงยหน้า “เป็นอย่างไร” หมอจับชีพจร ใช้เวลานานกว่าปกติ นานจนชายหนุ่มเริ่มทนไม่ไหว “พูด” “ชีพจรมั่นคงขึ้นกว่ากลางคืนขอรับ” ฉางเยี่ยพยักหน้า “แล้วเหตุใดนางยังไม่ฟื้น” หมอนิ่งไป “พิษร้ายแรงมาก ร่
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more

บทที่ 19 บ้าน

บทที่ 19 บ้าน“...ท่านอ๋อง...” เสียงเบาจนแทบเป็นเพียงลมหายใจ แต่สำหรับเซียวฉางเยี่ย กลับชัดเจนกว่าทุกเสียงที่เคยได้ยิน เขาก้มลงทันที มือที่จับมือนางอยู่กำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ข้าอยู่นี่” ริมฝีปากของหว่านอี๋ขยับอีกครั้ง เปลือกตาสั่น ราวกับกำลังพยายามลืมขึ้นท่ามกลางความหนักอึ้งที่กดทับทั้งร่าง ฉางเยี่ยมองไม่กะพริบ “หว่านอี๋” คราวนี้ดวงตาคู่นั้นเปิดขึ้นเล็กน้อย เพียงเสี้ยวเดียว แววตาพร่ามัว ไม่มีความสดใส ไม่มีประกายเฉลียวฉลาดที่เขาคุ้นเคย นางมองเขา แต่เหมือนยังมองไม่ชัด “ข้าอยู่ตรงนี้” ชายหนุ่มพูดซ้ำ น้ำเสียงต่ำลงอย่างไม่รู้ตัว หว่านอี๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับกำลังพยายามคิดอะไรบางอย่าง ริมฝีปากซีดขยับ “ข้า...” เสียงแผ่วจนเขาต้องก้มเข้าไปใกล้กว่าเดิม หว่านอี๋หายใจลำบาก คำแต่ละคำหลุดออกมาช้า ๆ “ข้า...กลับถึงบ้านแล้วหรือ...” เซียวฉางเยี่ยนิ่งงันโลกทั้งใบเหมือนหยุดลงชั่วขณะ บ้าน คำง่าย ๆ แต่กลับหนักจนลมหายใจของเขาสะดุด บ้านที่ไหน? เมืองหลวงหรือ? จวนของบิดามารดานาง? ตำหนักของฮองเฮา? หรือ—สายตาของชายหนุ่มเลื่อนไปทั่วห้อง ม่านมุ้ง โต๊ะชาที่นางเลือกเอง เครื่องหอมที่นางเปลี่ยน ผ้าม่านที่สั่งให้ซ
last updateLast Updated : 2026-09-08
Read more

บทที่ 20 รอยด้ายเส้นหนึ่ง

บทที่ 20 รอยด้ายเส้นหนึ่งหลังจากฟื้นได้สองวัน หว่านอี๋จึงเริ่มนั่งพิงหัวเตียงได้นานขึ้น นางยังลุกเดินเองไม่ได้ เพียงขยับตัวมากไป แผลตรงหัวไหล่ก็จะปวดลึกจนสีหน้าเปลี่ยน พิษแม้ถูกกดไว้แล้ว แต่ผลที่ทิ้งไว้กลับชัดเจนกว่าบาดแผลเสียอีก ปลายนิ้วบางครั้งยังชา ร่างกายหนาวง่าย กินอาหารได้เพียงเล็กน้อยแม้แต่ยกถ้วยชานาน ๆ มือก็เริ่มสั่น สำหรับหว่านอี๋ เรื่องพวกนี้น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าความเจ็บ นางไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องให้คนอื่นช่วยทุกอย่าง สาวใช้ต้องช่วยสวมเสื้อ ช่วยประคองนั่ง แม้กระทั่งตอนลงจากเตียงไปนั่งข้างหน้าต่างก็ยังต้องมีคนพยุงแต่คนที่น่ารำคาญที่สุด—ยังคงเป็นสามีของนาง“ข้าจะไปนั่งด้านนอก” หว่านอี๋กล่าวเป็นครั้งที่สาม เซียวฉางเยี่ยซึ่งกำลังอ่านรายงานอยู่ตรงโต๊ะไม่เงยหน้า “ไม่ได้” “หมอบอกว่าข้าควรขยับตัวบ้าง” “ขยับในห้อง” “ข้าอยากรับลม”คราวนี้เขาเงยหน้า “รับลมแล้วไข้ขึ้นอีก ลำบากผู้ใด?”หว่านอี๋หน้าตึง “ข้า” “ผิด” เขาวางเอกสารลง “ข้า” นางนิ่ง คนพูดกลับหยิบเอกสารขึ้นอ่านต่อราวกับไม่ได้พูดอะไรหว่านอี๋มองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันหน้าหนี ไม่อยากยอมรับว่าคำตอบนั้นทำให้ต่อว่าไม่ลง น่าหงุดหงิดจร
last updateLast Updated : 2026-09-08
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status