ม่านรัก ม่านทระนง

ม่านรัก ม่านทระนง

last updateLast Updated : 2026-09-08
By:  ม่านอวี้Updated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
20Chapters
2views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เขาคือแม่ทัพผู้เริ่มฆ่าคนตั้งแต่วัยเยาว์ จากทหารชั้นต่ำ ไต่เต้าขึ้นมาด้วยดาบในมือ กระทั่งกลายเป็น อ๋องพิทักษ์ชายแดน ผู้กุมกำลังทหารมากเสียจนราชสำนักต้องพึ่งพา...และหวาดระแวง นางคือหลานสาวคนโปรดของฮองเฮา งดงาม สูงศักดิ์ ถูกเลี้ยงดูมาท่ามกลางความมั่งคั่งของเมืองหลวง คนหนึ่งไม่ยอมให้ผู้ใดควบคุม อีกคนไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะต้องไปอยู่ใต้ชายคาของบุรุษหยาบกระด้างที่ชายแดนเหนือ แต่ราชโองการเพียงฉบับเดียว กลับผูกคนสองคนที่ไม่ควรข้องเกี่ยวกันไว้ด้วยคำว่า สามีภรรยา สำหรับผู้คน นี่คือสมรสพระราชทานอันทรงเกียรติ สำหรับราชสำนัก นางคือดวงตาคู่หนึ่งที่ถูกส่งไปจับตาแม่ทัพซึ่งเริ่มมีอำนาจมากเกินควบคุม และสำหรับเขา—เจ้าสาวงดงามผู้นี้ไม่ต่างจาก ของบรรณาการที่ซ่อนคมมีดเอาไว้ภายใน ใต้ม่านวิวาห์ พวกเขาเป็นสามีภรรยา ใต้ม่านแห่งอำนาจ พวกเขาต่างเป็นหมากของคนละฝ่าย และใต้ม่านแห่งความทระนงนั้น... ไม่มีผู้ใดยอมรับก่อนว่า คนที่ตนไม่เคยต้องการ กลับกลายเป็นคนที่ไม่อาจสูญเสีย

View More

Latest chapter

More Chapters
No Comments
20 Chapters
บทที่ 1 คืนวิวาห์แดนเหนือ
บทที่ 1 คืนวิวาห์แดนเหนือลมเหนือพัดกระหน่ำมาตั้งแต่ยามเย็น หิมะสีขาวโปรยปรายลงจากท้องฟ้ามืดครึ้มอย่างไม่ขาดสาย ปกคลุมกำแพงเมือง หลังคาเรือน และถนนทุกสายจนแทบไม่เห็นสีเดิมของพื้นดิน โคมมงคลสีแดงที่แขวนเรียงรายอยู่ตามชายคาจวนอ๋องถูกลมพัดแกว่งไปมา แสงไฟภายในสั่นไหวอยู่ท่ามกลางม่านหิมะ ดูห่างไกลเสียจนคล้ายไม่ได้อยู่บนโลกเดียวกัน คืนนี้เป็นคืนมงคล อ๋องพิทักษ์ชายแดนแต่งพระชายา เจ้าสาวเดินทางมาไกลนับพันลี้จากเมืองหลวง เป็นคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์ และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น นางคือหลานสาวคนโปรดคนหนึ่งของฮองเฮา ราชโองการประทานสมรสถูกส่งมายังแดนเหนือตั้งแต่หลายเดือนก่อนผู้คนต่างกล่าวว่านี่เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง อ๋องพิทักษ์ชายแดนสร้างผลงานในสนามรบมาตั้งแต่วัยเยาว์ ยึดเมืองคืนให้ราชสำนัก ปราบชนเผ่านอกด่าน รักษาชายแดนเหนือมานานหลายปี จนวันนี้มีกองทัพจำนวนมหาศาลอยู่ในมือ ฝ่าบาทไม่เพียงพระราชทานบรรดาศักดิ์อ๋องให้บุรุษที่เกิดจากชนชั้นสามัญ ยังทรงเลือกสตรีสูงศักดิ์ถึงเพียงนี้มาเป็นพระชายา ไม่ว่ามองอย่างไรก็เป็นเกียรติ เพียงแต่เกียรตินี้มีไว้ให้ผู้คนภายนอกมองเท่านั้น คนที่อยู่ภายในหมากกระดานต่างรู
last updateLast Updated : 2026-09-05
Read more
บทที่ 2 คนที่อยู่มาก่อน
บทที่ 2 คนที่อยู่มาก่อนเมื่อซูหว่านอี๋ลืมตาขึ้นอีกครั้ง แสงด้านนอกหน้าต่างสว่างแล้ว นางไม่รู้ว่าตัวเองกลับขึ้นมานอนบนเตียงตั้งแต่เมื่อใด จำได้เพียงหลังจากนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนแท่นพักเท้าจนความหนาวเริ่มกัดกินปลายมือปลายเท้า นางจึงฝืนลุกขึ้น เช็ดน้ำตา สวมอาภรณ์ชั้นในอย่างลวก ๆ แล้วกลับขึ้นเตียง บุรุษข้างกายยังหลับสนิทในตอนนั้น แต่บัดนี้อีกฝั่งของเตียงว่างเปล่าแล้ว ไม่มีแม้แต่ไออุ่นหลงเหลือ หญิงสาวนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ ลุกขึ้น ร่างกายส่งความปวดเมื่อยบางอย่างเตือนถึงเหตุการณ์เมื่อคืน นางชะงักเพียงเล็กน้อยแล้วกดความรู้สึกนั้นลง ประตูด้านนอกเปิดออกทันทีที่ได้ยินความเคลื่อนไหว สาวใช้สองคนที่ติดตามมาจากเมืองหลวงรีบเข้ามา เมื่อเห็นผู้เป็นนายลุกขึ้นนั่งแล้ว ทั้งคู่มีสีหน้าเหมือนอยากถามอะไรหลายอย่าง แต่สุดท้ายกลับไม่มีผู้ใดกล้าถาม หว่านอี๋เองก็ไม่คิดเล่า “ท่านอ๋องไปเมื่อใด” “ยามเหม่าเจ้าค่ะ” ยามเหม่า...ฟ้ายังไม่สว่างด้วยซ้ำ นางเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง หิมะยังคงตกอยู่ สำหรับคนเมืองหลวง นี่เป็นเช้าที่หนาวจนแทบไม่ควรออกจากผ้าห่ม แต่สำหรับเจ้าของจวนแห่งนี้ ดูเหมือนจะเป็นเพียงวันธรรมดา
last updateLast Updated : 2026-09-06
Read more
บทที่ 3 สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน
บทที่ 3 สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนซูหว่านอี๋รู้ว่าสามีไม่ได้กลับเรือนในคืนนั้นตอนรุ่งเช้า ความจริงไม่มีผู้ใดตั้งใจบอกนาง จวนอ๋องแห่งนี้ไม่เหมือนจวนขุนนางในเมืองหลวง บ่าวไพร่มีน้อย ผู้คนส่วนใหญ่เป็นทหารหรือคนที่ติดตามเซียวฉางเยี่ยมาหลายปี เรื่องซุบซิบนินทาจึงไม่ได้แพร่รวดเร็วอย่างเรือนหลังใหญ่ที่มีสตรีนับสิบ แต่บางเรื่อง ต่อให้ไม่มีใครพูดก็ปิดไม่มิดโดยเฉพาะเมื่อคนที่ต้องการรู้เป็นนายหญิงคนใหม่ของจวน เช้าวันนั้น หว่านอี๋ตื่นขึ้นตามเวลาปกติ สาวใช้ช่วยล้างหน้า เกล้าผม และเลือกอาภรณ์สีฟ้าอ่อนซึ่งบุขนสัตว์ไว้ด้านในให้ นางกำลังนั่งดูอาหารเช้าที่เพิ่งปรับใหม่อยู่บนโต๊ะ เมื่อสาวใช้คนหนึ่งกลับเข้ามาจากด้านนอก สีหน้าอีกฝ่ายไม่ดีนัก หว่านอี๋มองเพียงครั้งเดียวก็รู้ “มีอะไร” “ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ” นางตักโจ๊กขึ้นหนึ่งคำ “เจ้าติดตามข้ามาตั้งแต่เล็ก โกหกเก่งขึ้นตั้งแต่เมื่อใด” สาวใช้เม้มริมฝีปาก สุดท้ายจึงคุกเข่าลงข้างโต๊ะ “เมื่อคืน...ท่านอ๋องไม่ได้กลับเรือนใหญ่เจ้าค่ะ” ช้อนกระเบื้องในมือหว่านอี๋หยุดนิ่ง เพียงครู่เดียว “แล้วไปไหน” ไม่มีคำตอบในทันที แต่ความเงียบนั้นกลับเป็นคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้วหว่านอี๋วางช้อ
last updateLast Updated : 2026-09-06
Read more
บทที่ 4 รู้วิธีเป็นสามี
บทที่ 4 รู้วิธีเป็นสามีคำพูดของหญิงสาวยังติดอยู่ในความคิดของเซียวฉางเยี่ยแม้ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว ท่านไม่รู้วิธีเป็นสามี ตลอดชีวิตสามสิบสองปี เขาเคยถูกกล่าวหามามากมาย หยาบกระด้าง เลือดเย็น ไม่รู้ธรรมเนียม ไร้ชาติตระกูล แม้กระทั่งคำว่าหมาป่าชายแดนก็เคยได้ยินขุนนางในเมืองหลวงใช้เรียกตนลับหลัง เขาไม่เคยสนใจ ตั้งแต่อายุสิบกว่าปี ชีวิตก็อยู่ท่ามกลางกองทัพ บุรุษที่ยืนอยู่ข้างกายล้วนสนใจเพียงว่าเมื่อข้าศึกบุกมา ผู้ใดจะรอด ผู้ใดจะตาย และเสบียงในคลังจะพอให้ทหารผ่านฤดูหนาวไปได้หรือไม่ ไม่มีผู้ใดสนใจว่าเขาพูดจาไพเราะหรือเปล่า ไม่มีผู้ใดถามว่าเขารู้จักเอาใจคนหรือไม่ ยิ่งไม่มีผู้ใดกล้าบอกต่อหน้าว่าเขาทำสิ่งใดไม่เป็น กระทั่งมีพระชายา หญิงสาวอายุสิบแปดผู้ งดงามคนนั้น นั่งอยู่ตรงข้ามโต๊ะอาหาร แล้วกล่าวหน้าตาเฉยว่า—เขาไม่รู้วิธีเป็นสามี น่าหงุดหงิดเสียจริง เซียวฉางเยี่ยโยนเอกสารในมือลงบนโต๊ะ อ่านต่อไม่รู้เรื่องแล้ว ยามดึก เรือนใหญ่เงียบสงัด หว่านอี๋อาบน้ำเสร็จแล้ว นางสวมเพียงอาภรณ์สำหรับนอนเนื้อบางแต่มีเสื้อคลุมทับอีกชั้น เส้นผมยาวซึ่งเพิ่งแห้งหมาดถูกปล่อยสยายลงด้านหลัง สาวใช้กำลังใช้หวีไม้ค่
last updateLast Updated : 2026-09-06
Read more
บทที่ 5 คนจากเมืองหลวง
บทที่ 5 คนจากเมืองหลวงหนึ่งเดือนหลังจากราชโองการประทานสมรสนำพาซูหว่านอี๋มายังชายแดนเหนือ หิมะยังคงตกอยู่แทบทุกวัน นางเริ่มคุ้นกับมันแล้ว คุ้นกับการตื่นขึ้นมาแล้วเห็นโลกทั้งใบด้านนอกหน้าต่างกลายเป็นสีขาว คุ้นกับเสียงลมกระแทกบานหน้าต่างในยามค่ำคืน คุ้นกับการสวมอาภรณ์หลายชั้นก่อนออกจากเรือน และคุ้นแม้กระทั่งกับเสียงฝีเท้าของทหารซึ่งเดินผ่านลานด้านหน้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง สิ่งที่เคยรู้สึกว่าแปลกประหลาดในวันแรก ค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต อาหารในจวนเปลี่ยนไปมาก ชาเปลี่ยน ผ้าม่านบางแห่งถูกเปลี่ยน เครื่องนอนเพิ่มขึ้น แม้แต่เตาถ่านในเรือนรับรองก็ถูกย้ายตำแหน่งใหม่ เพราะหว่านอี๋เห็นว่าของเดิมตั้งใกล้หน้าต่างเกินไป ความร้อนจึงสูญเปล่าไปมาก ไม่มีสิ่งใดเป็นเรื่องใหญ่ นางเพียงเห็นสิ่งใดไม่เหมาะก็แก้ เห็นสิ่งใดใช้ได้ไม่เต็มประโยชน์ก็เปลี่ยน พ่อบ้านจากที่เคยมีสีหน้าลำบากใจยามพระชายาสั่งสิ่งใด บัดนี้กลับเริ่มถือบัญชีมาถามความเห็นด้วยตัวเอง กระทั่งพ่อครัวใหญ่ที่เคยหน้าเสียเพราะนางกินอาหารของเขาไม่ลง ทุกวันนี้ยังเดินไปดูแม่ครัวจากเมืองหลวงปรุงน้ำแกงโดยไม่ต้องมีใครเรียก จวนอ๋องซึ่งเคยมีเพียงสิ่งจ
last updateLast Updated : 2026-09-06
Read more
บทที่ 6 คนของนาง
บทที่ 6 คนของนางเพียงครึ่งชั่วยามหลังเดินเข้าจวนอ๋อง ซูอวี้ถงก็ขมวดคิ้วไปแล้วไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง ครั้งแรกเพราะลมแรงเกินไป ครั้งที่สองเพราะทางเดินจากโถงหน้าไปเรือนรับรองยาวเกินไปและไม่มีระเบียงปิดกันหิมะ ครั้งที่สามเพราะนางเห็นสวนของจวนอ๋องมีเพียงต้นสนกับต้นไม้ใหญ่ที่เหลือกิ่งเปลือย ไม่มีไม้ดอกงดงามให้เห็นแม้แต่ต้นเดียว ครั้งที่สี่เพราะนางถามว่าศาลาชมทิวทัศน์อยู่ที่ใด แล้วได้รับคำตอบจากหว่านอี๋ว่า—ไม่มี เด็กสาวหยุดเดินทันที “ไม่มีหรือ?” “ไม่มี” “แล้วสระบัวเล่า” “ไม่มี” “สวนบุปผา?” หว่านอี๋ส่ายหน้า อวี้ถงมองญาติผู้พี่ราวกับนางเพิ่งกล่าวว่าจวนแห่งนี้ไม่มีหลังคา “เช่นนั้นเวลาว่างท่านทำอะไร?” หว่านอี๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง “อ่านหนังสือ ดูบัญชี บางครั้งก็ไปดูของในคลัง”ซูจิ้งเหวินซึ่งเดินอยู่ข้างกายหลุดหัวเราะหว่านอี๋หันไปมองทันที “พี่จิ้งเหวินหัวเราะอะไร” “ไม่มีอะไร” “เห็นชัด ๆ ว่าหัวเราะ” “ข้าเพียงกำลังคิดว่า หากท่านอาสะใภ้ได้ยินว่าเจ้ามีเวลาว่างแล้วไปดูของในคลัง คงคิดว่าพวกเรารับคนผิดกลับมา” หว่านอี๋เองก็หัวเราะ “ตอนแรกข้าก็ไม่ได้อยากไป แต่ของที่นี่...” นางหยุดเสียก่อน เซียวฉางเยี่ยซึ่ง
last updateLast Updated : 2026-09-06
Read more
บทที่ 7 เรื่องในจวนของข้า
บทที่ 7 เรื่องในจวนของข้าอวี้หลันก้าวเข้ามาในเรือนใหญ่อย่างเงียบเชียบ อาภรณ์สีเขียวหม่นที่นางสวมวันนี้เรียบง่าย ไม่มีลวดลายฟุ่มเฟือย เครื่องประดับบนศีรษะมีเพียงปิ่นเงินสองอันกับต่างหูหยกเม็ดเล็ก ทุกอย่างเหมาะสมกับสตรีที่รู้ว่าตนควรอยู่ตรงใดและไม่ควรก้าวเกินเส้นใด นางก้มศีรษะให้หว่านอี๋ก่อน “พระชายา” จากนั้นจึงหันไปยังแขกทั้งสอง “คารวะคุณชายซู คุณหนูซูเจ้าค่ะ” จิ้งเหวินพยักหน้ารับตามมารยาท “แม่นางไม่ต้องมากพิธี” ส่วนซูอวี้ถง—เด็กสาวกำลังเลือกผลไม้เชื่อมในจาน ไม่ได้เงยหน้า ไม่ได้ตอบรับ ราวกับเมื่อครู่ไม่มีผู้ใดกล่าวคำคารวะกับตน หว่านอี๋เหลือบมองญาติผู้น้อง “อวี้ถง” คราวนี้เด็กสาวจึงค่อย ๆ เงยหน้า “เจ้าคะ?” สายตาของนางเลื่อนไปยังอวี้หลัน ก่อนจะเผยสีหน้าคล้ายเพิ่งรู้ว่ามีคนเพิ่มเข้ามาในห้อง “ขออภัย ข้าเสียมารยาทแล้ว” คำพูดสุภาพเรียบร้อยทุกถ้อยคำ แต่ไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย หว่านอี๋รู้จักเด็กคนนี้มาตั้งแต่เกิด ย่อมมองออก นางจึงไม่ได้เปิดโอกาสให้อวี้ถงพูดอะไรต่อ“แม่นางอวี้หลันอยู่ในจวนนี้มาหลายปีแล้ว” ประโยคสั้น ๆ ทว่ากลับทำให้หญิงสาวตรงหน้าชะงัก อวี้ถงเหลือบมองอวี้หลันอีกครั้ง คราว
last updateLast Updated : 2026-09-06
Read more
บทที่ 8 คนที่ต้องอยู่
บทที่ 8 คนที่ต้องอยู่ซูอวี้ถงตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ไม่ใช่เพราะนอนเต็มอิ่ม หากเพราะตลอดคืนเด็กสาวแทบข่มตาหลับไม่ลง นางไม่ชอบชายแดน ไม่ชอบลมที่พัดครางอยู่ด้านนอกตลอดคืน ไม่ชอบความหนาวที่แม้จะเพิ่มเตาถ่านถึงสองเตาก็ยังรู้สึกว่าแทรกผ่านผ้าห่มเข้ามาได้ ไม่ชอบความเงียบของจวนอ๋องซึ่งแตกต่างจากจวนใหญ่ในเมืองหลวงที่มีเสียงบ่าวไพร่เดินเข้าออกตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง และเหนือสิ่งอื่นใด—นางไม่ชอบพี่เขย เมื่อคืนหลังกลับเรือนพัก ซูอวี้ถงบ่นเรื่องนี้กับพี่ชายอยู่เกือบครึ่งชั่วยามบ่นว่าท่านอ๋องพูดน้อย สีหน้าเย็นชา ไม่รู้จักเอาใจสตรี ในจวนไม่มีอะไรน่าดู ยังมีหญิงงามไร้ฐานะอยู่ข้างกายมาหลายปีอีกคน นางหาไม่พบเลยว่าญาติผู้พี่ของตนได้อะไรจากการแต่งงานครั้งนี้ นอกจากตำแหน่งพระชายาอ๋องพิทักษ์ชายแดนซึ่งเดิมทีหว่านอี๋ก็ไม่ได้ต้องการ ซูจิ้งเหวินฟังจนจบ ก่อนตอบน้องสาวเพียงประโยคเดียว “แต่เมื่อคืนเจ้าก็เห็นแล้วมิใช่หรือว่าหว่านอี๋ไม่ได้ทุกข์อย่างที่พวกเรากลัว” อวี้ถงเถียงไม่ออก เพราะเป็นความจริงหว่านอี๋เปลี่ยนไป แต่ไม่ได้เหี่ยวเฉา ดวงตายังมีประกาย ใบหน้ายังผ่องใส เวลาพูดถึงเรื่องในจวนก็คล่องแคล่วราวกับเริ่มร
last updateLast Updated : 2026-09-06
Read more
บทที่ 9 สิ่งที่นางมองเห็น
บทที่ 9 สิ่งที่นางมองเห็นรองเท้ายี่สิบคู่ถูกส่งไปยังค่ายในอีกสามวันต่อมา หว่านอี๋ไม่ได้ตามไปดูด้วยตนเอง นางเพียงสั่งให้พ่อบ้านจดสิ่งที่ต้องถามเอาไว้อย่างละเอียด ทั้งระยะเวลาที่ทหารใส่ออกลาดตระเวน ระยะทางโดยประมาณ ความชื้นหลังกลับมา น้ำหนักของรองเท้าเมื่อถูกหิมะ รวมถึงอาการเจ็บหรือด้านของเท้าหลังใช้หลายวันติดต่อกัน ตอนแรกคนในจวนหลายคนมองว่านางละเอียดเกินไปรองเท้าก็คือรองเท้า ใส่ได้ก็พอ ทหารชายแดนใช้งานหนักกว่านั้นมาก จะมานั่งจดว่าเดินแล้วสบายหรือไม่ดูจะเป็นเรื่องที่ไม่มีผู้ใดเคยคิด แต่หว่านอี๋ไม่ได้ถามเรื่องความสบาย สิ่งที่นางถามกลับเป็น—ถ้ารองเท้าเบาลง ทหารเดินได้เร็วขึ้นหรือไม่ ถ้าด้านในแห้งเร็วขึ้น ทหารจำเป็นต้องพกคู่สำรองน้อยลงหรือไม่ ถ้าพื้นรองเท้าเปลี่ยนเพียงบางชั้นได้ จะลดจำนวนหนังที่ต้องใช้ต่อหนึ่งคู่มากแค่ไหนคำถามเหล่านั้นทำให้เจ้าหน้าที่คลังซึ่งตอนแรกฟังผ่าน ๆ เริ่มตั้งใจขึ้นทีละน้อย กระทั่งครบสิบวัน ผลทดลองชุดแรกถูกส่งกลับมา วันนั้นเซียวฉางเยี่ยกลับจวนเร็วกว่าปกติ บนโต๊ะในห้องหนังสือมีรองเท้าสองคู่ถูกวางเคียงกัน คู่หนึ่งคือแบบเดิมของกองทัพ อีกคู่คือแบบที่หว่านอี๋ให้ปรับด้า
last updateLast Updated : 2026-09-06
Read more
บทที่ 10 พระชายาแห่งแดนเหนือ
บทที่ 10 พระชายาแห่งแดนเหนือยี่สิบคู่แรกกลายเป็นสองร้อยคู่ในเวลาไม่นาน ผลการทดลองรองเท้าแบบใหม่ถูกส่งกลับมาจากหน่วยลาดตระเวนหลายชุด ตัวเลขไม่ต่างกันมากนัก เบากว่า แห้งเร็วกว่า พื้นรองเท้าซ่อมง่ายกว่า และเมื่อคำนวณต้นทุนทั้งหมดแล้ว ราคายังต่ำกว่ารองเท้าแบบเดิมอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่หว่านอี๋มองว่าเป็นเพียงความไม่คุ้มค่าของหนังกับผ้าสองสามชั้น กลับหมายถึงเงินจำนวนมากเมื่อถูกคูณด้วยทหารหลายหมื่นคน ฉางเยี่ยจึงสั่งให้เปลี่ยนรองเท้าสำหรับกองลาดตระเวนทั้งหมดก่อน ไม่ได้เปลี่ยนทั้งกองทัพทันที หว่านอี๋เองก็เห็นด้วย ของที่ใช้ได้ดีในหน่วยหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกคน ทหารม้าต้องการอย่างหนึ่ง ทหารประจำกำแพงต้องการอีกอย่าง คนขนเสบียงซึ่งเดินทางไกลหลายวันก็มีความต้องการต่างออกไป นางจึงไม่เสนอสิ่งใดแบบเหมารวมอีก กลับเริ่มถามมากขึ้น ยิ่งถาม ยิ่งพบว่าตนไม่รู้มากกว่าที่คิด และยิ่งไม่รู้ ก็ยิ่งสนใจ กระทั่งวันหนึ่ง พ่อบ้านถือบัญชีเข้ามาหานางตั้งแต่เช้า “พระชายา มีเรื่องอยากรบกวนขอรับ” หว่านอี๋กำลังเลือกผ้าสำหรับทำม่านฤดูใบไม้ผลิ “เรื่องอะไร” “ฝ่ายคลังอยากถามเรื่องถุงมือขอรับ” นางหยุดมือ “ถุงมื
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status