Todos los capítulos de แต่งงานมาห้าปี ฉันเพิ่งได้ยินความคิดที่แท้จริงของสามี: Capítulo 1 - Capítulo 10

11 Capítulos

บทที่ 1

[ในที่สุดก็จบสักที]ฉันได้ยินเสียงของธีโอดอร์อีกครั้งแต่สีหน้าของเขากลับไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยฉันคล้องแขนเขาแล้วเอ่ยถาม"ที่รักคะ เราแวะไปดูร้านนั้นอีกสักร้านได้ไหมคะ"เขาชะงักลังเลอย่างเห็นได้ชัด"วันนี้เราออกมาข้างนอกกันนานแล้วนะ คุณคงเหนื่อยแล้ว กลับบ้านไปพักผ่อนกันเถอะ"แล้วฉันก็ได้ยินความคิดของเขาอีกครั้ง[ฉันเบื่อจะแย่อยู่แล้ว วัน ๆ เอาแต่เดินเลือกซื้อเสื้อผ้า เมื่อไหร่จะจบสักทีเนี่ย]หัวใจของฉันราวกับถูกบีบรัดอย่างแรง"ตกลงค่ะ กลับบ้านกันเถอะ"นี่เป็นปีที่ห้าแล้วที่ฉันแต่งงานกับธีโอดอร์เมื่อห้าปีก่อน ตอนที่เขาขอฉันแต่งงาน เขาเคยสัญญาว่าจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดทุกอย่างให้ฉันตอนนั้นฉันคิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลกแต่หลังจากแต่งงาน เขากลับยิ่งเย็นชากับฉันมากขึ้นเรื่อย ๆทีแรกฉันคิดว่าเขาคงเหนื่อยล้าจากงาน จนแทบไม่มีแรงเหลือมาใส่ใจฉันฉันจึงพยายามทำหน้าที่ภรรยาที่ดี คอยสรรหาสารพัดวิธีมาทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นจนกระทั่งวันนี้ จู่ ๆ ฉันก็ได้ยินความคิดในใจของเขาที่แท้นี่ก็คือความรู้สึกที่แท้จริงของเขาสินะเย็นวันนั้น ระหว่างกำลังทำมื้อค่ำ ฉันเผลอทำ
Leer más

บทที่ 2

ลมหายใจของฉันพลันสะดุดจากนั้นเสียงของธีโอดอร์ที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดีก็ดังขึ้น"รออีกหน่อยนะ คุณก็รู้เหตุผลนี่ เธอเป็นลูกสาวของเพื่อนทหารเก่าของพ่อผม""แต่คุณไม่ได้มีใจให้เธอสักหน่อย แล้วจะยืดเยื้อเรื่องนี้ออกไปทำไมอีก""ผมสัญญากับพ่อไว้ว่าจะดูแลเธอห้าปี พอครบกำหนดเมื่อไหร่ ผมก็จะหย่ากับเธอ""แล้วถ้าพวกคุณเกิดมีลูกด้วยกันขึ้นมาล่ะ""ไม่มีทางหรอก ไม่ต้องห่วง หลายปีมานี้ผมแอบให้เธอกินยาคุมกำเนิดมาตลอด ไม่มีปัญหาแน่นอน"ฉันสูดลมหายใจเฮือก พลางเซถอยไปพิงผนังตามสัญชาตญาณ กล่องอาหารกลางวันในมือกระแทกเข้ากับผนังจนเกิดเสียงดัง"ใครอยู่ข้างนอกนั่น"ธีโอดอร์เปิดประตูออกมา แล้วชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นฉัน"คุณมาทำอะไรที่บริษัท"แววตาของเขาวูบไหวด้วยความไม่สบายใจ[เธอคงไม่ได้ยินที่พวกเราคุยกันหรอกนะ]ฉันแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วยัดกล่องอาหารกลางวันใส่มือเขา"ฉันเอาอาหารกลางวันมาให้ค่ะ ผู้ช่วยของคุณบอกว่าช่วงสองสามวันนี้คุณกินข้าวไม่ค่อยเป็นเวลา""ฉันอบพายแอปเปิลที่คุณชอบมาให้ด้วยนะคะ...""รู้แล้ว ถ้าไม่มีธุระอะไรอีกก็กลับบ้านไปเถอะ"ธีโอดอร์พูดตัดบทด้วยความรำคาญฉันเม้มริม
Leer más

บทที่ 3

ตอนที่ธีโอดอร์กลับมาถึงบ้าน ฉันไม่ได้เดินไปต้อนรับเขาที่หน้าประตูเหมือนทุกครั้งที่เคยทำเขาชะงักอยู่ตรงประตู[ทำไมวันนี้เธอไม่รีบวิ่งมาหาฉันล่ะ]ฉันเพียงนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาอย่างเงียบ ๆ[ช่างเถอะ แบบนี้ก็สงบดีเหมือนกัน]เขาเหลือบมองฉัน ถอดเสื้อโค้ทออก แล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำวันนี้เขาดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ถึงขั้นฮัมเพลงเบา ๆ ในลำคอฉันรู้ดีว่าเพราะอะไร ในที่สุดมิดไนท์ก็ตอบกลับเขาแล้วหลังจากกลับถึงบ้านเมื่อคืนก่อน ฉันก็ติดต่อแคลร์ มอร์แกน บรรณาธิการของฉันฉันบอกเธอว่าตัดสินใจจะเปิดขายลิขสิทธิ์ดัดแปลงหนังสือเหล่านั้นเป็นภาพยนตร์หรือซีรีส์แล้วแคลร์ดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ เธอบอกว่าเฝ้ารอวันที่ฉันจะคิดได้แบบนี้มานานแล้วเพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยขายลิขสิทธิ์ดัดแปลงนิยายของตัวเองเลยแม้แต่ครั้งเดียวส่วนหนึ่งเป็นเพราะฉันกลัวว่าผลงานจะถูกดัดแปลงจนเสียของ และอีกส่วนหนึ่งก็เพราะรายได้ของฉันมีมากเกินพออยู่แล้ว ฉันไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินจากนั้นฉันก็เปิดกล่องข้อความ แล้วไล่จัดการอีเมลจำนวนมากที่ค้างอยู่ทีละฉบับฉันไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธข้อเสนอจากบริษัทของธีโอดอร์ เพียงแค
Leer más

บทที่ 4

ฉันเลิกตามติดธีโอดอร์หลังจากวันนั้น ฉันก็ไม่เคยทำอาหารให้เขาอีกเลยช่วงแรก ๆ เขาดูจะพอใจกับความสงบเงียบแบบนี้อยู่ไม่น้อยแต่ไม่นานนัก ปัญหาก็เริ่มตามมาไม่หยุดเพราะที่ผ่านมา ฉันเป็นคนทำอาหารในบ้านหลังนี้มาตลอด คนงานในบ้านจึงไม่รู้เลยว่าเขาชอบกินอะไรอาหารที่พวกเขาทำมักไม่ถูกปากเขา และธีโอดอร์ก็ต่อว่าพวกเขาอย่างหนักเรื่องนี้มากกว่าหนึ่งครั้งแต่ใครจะไปรู้รสนิยมการกินของคนคนหนึ่งได้หมดภายในเวลาแค่สองสามวันกันคนงานในบ้านได้แต่รับคำตำหนิ แล้วแอบบ่นพึมพำอยู่ในใจ[ทำไมช่วงสองสามวันนี้คุณนายสเตอร์ลิงถึงไม่ทำอาหารเลยนะ][ทนไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวพอคุณนายสเตอร์ลิงมีเวลาทำอาหารอีก ทุกอย่างก็คงกลับมาเป็นเหมือนเดิม]ฉันแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น แล้วเก็บตัวอยู่ในห้องตลอดทั้งวันช่วงนี้ฉันกำลังเจรจากับบริษัทหลายแห่งที่สนใจจะร่วมงานด้วยฉันไม่อยากให้ผลงานของตัวเองถูกดัดแปลงจนเสียของ จึงกำลังมองหาบริษัทที่ตั้งใจจะถ่ายทอดมันออกมาให้ดีอย่างแท้จริงแคลร์เองก็ช่วยฉันคัดกรองบริษัทเหล่านั้น ทั้งโทรกลับและตอบอีเมลให้ด้วยแล้ววันหนึ่ง เกรซก็มาปรากฏตัวที่หน้าประตูบ้านของเรา"ฉันมาคุยเรื่อง
Leer más

บทที่ 5

เกรซใช้ข้ออ้างนั้นย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเราทันทีดูเผิน ๆ เธอแค่มาทำอาหารให้ธีโอดอร์และคุยเรื่องงานกับเขา แต่ความจริงแล้ว เธอกำลังค่อย ๆ รุกล้ำเข้ามายึดพื้นที่ส่วนตัวของฉันทีละนิดเธอเปลี่ยนภาพศิลปะที่ฉันซื้อมา ทิ้งดอกไม้ในกระถางที่ฉันปลูกไว้ แถมยังจงใจหยิบชุดนอนของฉันไปใส่อีกด้วยแต่นั่นก็เข้าทางฉันพอดี อย่างน้อยก็ช่วยประหยัดเวลาตอนเก็บของย้ายออกไปได้ไม่น้อยช่วงนั้นฉันยุ่งอยู่กับการนัดพบบริษัทที่สนใจจะร่วมงาน จึงออกจากบ้านแต่เช้าและกลับดึกแทบทุกวันหลังจากช่วยกันคัดกรองกับแคลร์มาหลายรอบ ในที่สุดเราก็เหลือบริษัทที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือในวงการอยู่เพียงไม่กี่แห่ง รอแค่พูดคุยรายละเอียดกันต่อวันนั้น ฉันนัดพบกับหัวหน้าโครงการจากหนึ่งในบริษัทเหล่านั้นบริษัทนั้นยื่นข้อเสนอที่ดีมาก และดูจริงจังกับโปรเจกต์นี้อย่างแท้จริง ก่อนหน้านี้เราก็ติดต่อพูดคุยกันผ่านอีเมลมาหลายรอบแล้วฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าหัวหน้าโครงการจะเป็นชายหนุ่มอายุเพียงยี่สิบห้าหรือยี่สิบหกปีเท่านั้น"ขอโทษที่ทำให้รอนะครับ"น้ำเสียงของเขาดังกังวานและสดใส ผมหยิกเป็นลอนเล็กน้อย เวลายิ้ม ดวงตาก็หยีโค้งลง ทำให้เขาดูเหม
Leer más

บทที่ 6

ฉันประหลาดใจไม่น้อยที่พอกลับถึงบ้าน ก็เห็นธีโอดอร์นั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่น"คุณไปไหนมา"[ช่วงนี้เธอออกไปข้างนอกทุกวัน แถมยังกลับดึกขนาดนี้อีก เธอไปทำอะไรกันแน่]"ฉันมีธุระต้องทำ""มีธุระอะไรถึงได้กลับดึกขนาดนี้""ไม่ใช่เรื่องของคุณ"[ไม่ใช่เรื่องของฉันงั้นเหรอ ฉันคงตามใจเธอจนเสียคนจริง ๆ ดูสิว่าเดี๋ยวนี้เธอกล้าแข็งข้อขนาดไหน]ธีโอดอร์แค่นเสียงเยาะ ก่อนจะทิ้งคำพูดไว้เพียงคำเดียว "ก็ได้"[อีกไม่นานก็จะครบห้าปีตามที่ฉันสัญญาไว้แล้ว พอปิดดีลนี้ได้ ฉันก็จะขอหย่า][หวังว่าถึงตอนนั้นเธอจะยอมง่าย ๆ แบบนี้ ไม่ใช่เอาแต่ร้องไห้โวยวายเหมือนเมื่อก่อน]ฉันหยิบเครื่องดื่มจากตู้เย็นขึ้นมาจิบอย่างเงียบ ๆเขาไม่รู้เลยว่าไม่มีทางได้โปรเจกต์นั้นไปครองไม่มีทางที่ฉันจะขายลิขสิทธิ์ดัดแปลงหนังสือของตัวเองให้พวกเขา อีเมลเหล่านั้นเป็นเพียงเหยื่อล่อให้พวกเขายังคงมีความหวังต่อไปเท่านั้นแต่ถ้าเป็นเรื่องหย่าล่ะก็ ฉันยินดีอย่างยิ่งนับตั้งแต่เกรซย้ายเข้ามา เธอก็ค่อย ๆ ยึดพื้นที่ส่วนตัวของฉันไปแทบทุกตารางนิ้วไม่ว่าจะเป็นรูปถ่ายของฉันกับธีโอดอร์ ของขวัญ หรือของทุกชิ้นที่เต็มไปด้วยความทรงจำ เกรซจัดการ
Leer más

บทที่ 7

เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งงานมีเพียงธีโอดอร์กับเกรซเท่านั้นที่ยังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่กับที่[เธอพูดว่าอะไรนะ เธอคือ... มิดไนท์งั้นเหรอ][ไม่ เป็นไปไม่ได้... แม่บ้านที่วัน ๆ เอาแต่ขลุกอยู่หน้าเตาคนนั้นน่ะเหรอ จะเป็นมิดไนท์ได้ยังไงกัน]ความคิดของเกรซแทบกลายเป็นเสียงกรีดร้อง ใบหน้าของเธอซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือดเห็นได้ชัดว่าเธอเองก็ตระหนักแล้วว่า ทุกสิ่งที่เคยทำกับฉันจะทำให้เธอหมดโอกาสคว้าลิขสิทธิ์ครั้งนี้ไปโดยสิ้นเชิงส่วนธีโอดอร์นั้นแข็งทื่อไปทั้งตัว[มิดไนท์... นีน่าคือมิดไนท์...][มิดไนท์ที่ฉันตามหามาตลอด กลับเป็นคนที่นอนอยู่ข้างฉันทุกคืนงั้นเหรอ][ทำไมฉันถึงไม่เคยมองออก ทำไมกัน เธอจงใจปิดบังฉันงั้นเหรอ ไม่สิ... เป็นฉันเองต่างหาก ฉันไม่เคยใส่ใจเธอเลย ไม่เคยสนใจเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเธอแม้แต่นิดเดียว...]ความคิดของเขาพรั่งพรูออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ละถ้อยคำไม่ต่างจากคมมีดที่กรีดลงกลางหัวใจของตัวเองฉันละสายตาจากทั้งคู่โดยไม่คิดจะเสียเวลาให้พวกเขาอีกแม้แต่วินาทีเดียว"ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานในวันนี้นะคะ ห้าปีแล้ว ฉันคิดถึงทุกคนมากค่ะ"เสียงฮือฮาดังขึ้นจากฝูงชนอีกระลอ
Leer más

บทที่ 8

เอเดนและทีมงานลุกพรวดขึ้นยืนด้วยความดีใจ ขณะที่เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งงานเขาเดินขึ้นมาบนเวทีแล้วจับมือกับฉัน"ขอบคุณครับ! ขอบคุณมากครับมิดไนท์!""ฉันจะมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการดัดแปลงผลงาน และหวังว่าจะได้ร่วมงานกับพวกคุณนะคะ"ทันใดนั้น ธีโอดอร์ก็ลุกพรวดขึ้นจากที่นั่งเสียงขาเก้าอี้ครูดกับพื้นดังแสบแก้วหู"ทำไม"เสียงของเขาไม่ได้ดังนัก แต่ท่ามกลางความเงียบงันของทั้งงาน ทุกคนกลับได้ยินอย่างชัดเจนเกรซรีบดึงแขนเสื้อของเขาด้วยความตื่นตระหนก"คุณเสียสติไปแล้วหรือไง นี่เราอยู่ต่อหน้าคนตั้งเยอะแยะนะ!"ธีโอดอร์สะบัดมือเธอออก สายตายังคงจับจ้องมาที่ฉัน"ทำไมต้องเป็นพวกเขา บริษัทของพวกเรามีทั้งทรัพยากรและประสบการณ์มากกว่า พวกเขามีอะไรที่พวกเราไม่มีงั้นเหรอ"[เธอยังโกรธอยู่สินะ ถึงได้จงใจไม่เลือกบริษัทของฉัน][เธอกำลังทำตัวเหมือนเด็กไม่มีผิด ไม่รู้หรือไงว่าการตัดสินใจสำคัญขนาดนี้จะใช้อารมณ์ชั่ววูบไม่ได้]ฉันทอดสายตามองเขาอย่างสงบนิ่ง"คุณสเตอร์ลิงคะ นี่เป็นผลงานของฉัน ฉันมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะเลือกพาร์ตเนอร์ที่ฉันคิดว่าเหมาะสมที่สุด""ที่ฉันเลือกพวกเขา ก็เพราะพวกเขาเป็นบริษัทเ
Leer más

บทที่ 9

ธีโอดอร์ไม่ยอมรับเอกสารพวกนั้นไปเขาก้มมองเอกสารตรงหน้า แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกในแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน"นีน่า ใจเย็นก่อนนะ เราคุยกันดี ๆ ไม่ได้เหรอ"[เธอรักฉันมากขนาดนั้น ยังไงก็ไม่มีทางจากฉันไปจริง ๆ หรอก][เธอแค่กำลังโกรธ เดี๋ยวพูดดีด้วยสักหน่อยก็คงใจอ่อนเอง]จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังคิดว่าฉันเพียงแค่กำลังโกรธอยู่เขามองว่าปัญหาทุกอย่างเกิดจากอารมณ์ของฉัน และตีตราว่าฉันเอาแต่ใจ และไม่รู้จักโตแต่ความจริงก็คือ ตลอดมาเขาไม่เคยปฏิบัติต่อฉันในฐานะคนที่เท่าเทียมกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว"จะคุยเรื่องอะไรล่ะ"ลูกกระเดือกของธีโอดอร์ขยับขึ้นลง เขาเอื้อมมือมาหาฉันตามสัญชาตญาณ แต่ฉันขยับหลบมือของเขาค้างอยู่กลางอากาศครู่หนึ่ง ก่อนจะชักกลับไปอย่างเก้อเขิน"นีน่า... ผมรู้ว่าช่วงหลังมานี้ผมละเลยคุณไป เรื่องนี้เป็นความผิดของผมเอง""แต่เราแต่งงานกันมาตั้งห้าปีแล้วนะ คุณจะขอหย่าเพราะเรื่องแค่นี้ไม่ได้..."น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรนจู่ ๆ ฉันก็นึกถึงตัวเองในอดีต ทุกครั้งที่เขาเมินเฉย ฉันก็เคยอ้อนวอนเขาอย่างสิ้นหวังแบบนี้เหมือนกันแต่ตอนนั้น เขาไม่แม้แต่จะชายตามองฉันด้วยซ้ำ"ธ
Leer más

บทที่ 10

ใบหน้าของธีโอดอร์ซีดเผือด ริมฝีปากขยับอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายกลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา[เจอกันที่ศาลงั้นเหรอ นี่คือนีน่าจริง ๆ เหรอ เธอพูดแบบนั้นออกมาได้ยังไง][ไม่สิ... เธอก็คือนีน่านั่นแหละ เป็นฉันเองที่มองข้ามเธอมาตลอด ฉันไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอเป็นคนแบบไหน...]ความคิดของเขาสับสนวุ่นวายไปหมด แต่ฉันไม่คิดจะรับฟังอีกต่อไปแล้วฉันสาวเท้าตรงไปยังทางออก ที่ซึ่งเอเดนกำลังยืนรอฉันอยู่"มิดไนท์!"เขาโบกมือให้ฉันอย่างกระตือรือร้น สายลมพัดปอยผมที่ปรกหน้าผากเขาให้ปลิวไหว ท่าทางดีใจเสียจนดูราวกับพร้อมจะกระโดดขึ้นจากพื้นได้ทุกเมื่อเอเดนมีบางอย่างที่ชวนให้รู้สึกดึงดูด ทุกครั้งที่ได้เห็นเขา อารมณ์ของฉันก็ดีขึ้นมาเองโดยไม่รู้ตัวความหนักอึ้งที่แบกรับเอาไว้ราวกับถูกสายลมพัดพาจนสลายหายไปฉันเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปหาเขา"รอนานไหมคะ""ไม่เลยครับ ไม่เลย!"เอเดนรีบโบกมือปฏิเสธ ปลายหูของเขาขึ้นสีแดงระเรื่ออีกครั้ง"ผมรอไม่นานเลยครับ รถจอดอยู่ข้างหน้านี่เอง เดี๋ยวผมไปส่งคุณ"เมื่อออกมาข้างนอก สายลมยามเย็นก็พัดผ่านร่าง ฉันห่อไหล่โดยไม่รู้ตัวเอเดนทำท่าจะถอดเสื้อแจ็กเก็ตออกตามส
Leer más
ANTERIOR
12
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status