Short
แต่งงานมาห้าปี ฉันเพิ่งได้ยินความคิดที่แท้จริงของสามี

แต่งงานมาห้าปี ฉันเพิ่งได้ยินความคิดที่แท้จริงของสามี

Par:  กรีนพิกComplété
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
11Chapitres
1Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

หลังจากแต่งงานมาได้ห้าปี ขณะที่ฉันกำลังเลือกซื้อของอยู่กับธีโอดอร์ สเตอร์ลิง สามีของฉัน จู่ ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงของเขาดังขึ้น [จะเลือกอีกนานแค่ไหนเนี่ย ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว] ฉันชะงักตัวแข็งทื่อ ธีโอดอร์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม พลางก้มหน้าไถหน้าจอโทรศัพท์ ริมฝีปากของเขาไม่ได้ขยับเลยสักนิด แต่ฉันกลับได้ยินเสียงของเขาอย่างชัดเจน "ที่รักคะ ฉันใส่ชุดนี้แล้วดูดีไหมคะ" ธีโอดอร์เงยหน้าขึ้นมาเหลือบมองฉันเพียงแวบเดียว "คุณใส่ชุดไหนก็ดูดีทั้งนั้นแหละ" [ให้ตายสิ น่าเกลียดชะมัด วัน ๆ ก็เอาแต่ทำกับข้าวอยู่บ้าน เธอจะซื้อเสื้อผ้าเยอะแยะไปทำไมกัน] เสียงทั้งสองดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน ฉันหลุบตาลง ก่อนจะวางชุดนั้นกลับคืนที่เดิม "ชุดนี้ไม่เอาแล้วค่ะ"

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1

[ในที่สุดก็จบสักที]

ฉันได้ยินเสียงของธีโอดอร์อีกครั้ง

แต่สีหน้าของเขากลับไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

ฉันคล้องแขนเขาแล้วเอ่ยถาม

"ที่รักคะ เราแวะไปดูร้านนั้นอีกสักร้านได้ไหมคะ"

เขาชะงักลังเลอย่างเห็นได้ชัด

"วันนี้เราออกมาข้างนอกกันนานแล้วนะ คุณคงเหนื่อยแล้ว กลับบ้านไปพักผ่อนกันเถอะ"

แล้วฉันก็ได้ยินความคิดของเขาอีกครั้ง

[ฉันเบื่อจะแย่อยู่แล้ว วัน ๆ เอาแต่เดินเลือกซื้อเสื้อผ้า เมื่อไหร่จะจบสักทีเนี่ย]

หัวใจของฉันราวกับถูกบีบรัดอย่างแรง

"ตกลงค่ะ กลับบ้านกันเถอะ"

นี่เป็นปีที่ห้าแล้วที่ฉันแต่งงานกับธีโอดอร์

เมื่อห้าปีก่อน ตอนที่เขาขอฉันแต่งงาน เขาเคยสัญญาว่าจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดทุกอย่างให้ฉัน

ตอนนั้นฉันคิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก

แต่หลังจากแต่งงาน เขากลับยิ่งเย็นชากับฉันมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทีแรกฉันคิดว่าเขาคงเหนื่อยล้าจากงาน จนแทบไม่มีแรงเหลือมาใส่ใจฉัน

ฉันจึงพยายามทำหน้าที่ภรรยาที่ดี คอยสรรหาสารพัดวิธีมาทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น

จนกระทั่งวันนี้ จู่ ๆ ฉันก็ได้ยินความคิดในใจของเขา

ที่แท้นี่ก็คือความรู้สึกที่แท้จริงของเขาสินะ

เย็นวันนั้น ระหว่างกำลังทำมื้อค่ำ ฉันเผลอทำมีดบาดนิ้วตัวเอง

ฉันสูดลมหายใจเฮือกด้วยความเจ็บปวด พลางกุมนิ้วที่มีเลือดไหลซึม แล้วถามธีโอดอร์ว่าพลาสเตอร์ปิดแผลอยู่ที่ไหน

ธีโอดอร์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง

"เป็นอะไรมากไหมที่รัก ถ้าแผลลึก เดี๋ยวผมให้คนพาคุณไปห้องฉุกเฉิน ทำไมถึงได้ซุ่มซ่ามแบบนี้นะ ทำเอาผมเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย"

ขณะที่แม่บ้านคนหนึ่งกำลังติดพลาสเตอร์ปิดแผลให้ฉัน ฉันก็ได้ยินความคิดของเขาอีกครั้ง

[ฉันบอกเธอแล้วว่าให้ปล่อยเรื่องทำอาหารเป็นหน้าที่ของคนงานในบ้าน แต่เธอก็ไม่เคยฟัง เอาแต่สร้างเรื่องให้ฉันปวดหัวอยู่ได้]

ฉันหลุบตาลง พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาเพราะความเจ็บปวด

หลังจากทำแผลเสร็จ ฉันก็เรียกเขามากินมื้อค่ำ

"ที่รักคะ ฉันทำซุปผักที่คุณชอบไว้ด้วยนะ..."

ธีโอดอร์ปิดแล็ปท็อปแล้วลุกขึ้นยืน

"ขอโทษนะที่รัก พอดีที่บริษัทมีเรื่องด่วน ผมต้องรีบไปเดี๋ยวนี้เลย คุณกินไปก่อนได้เลยนะ"

เขาหยิบเสื้อโค้ทมาสวมแล้วเดินออกไป

ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารอันว่างเปล่า พลางจ้องมองอาหารที่ตัวเองใช้เวลาเตรียมนานกว่าสองชั่วโมง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อย

ทุกครั้งที่เขาไม่กลับบ้าน ฉันก็มักจะนั่งกินอาหารทั้งมื้อนั้นเพียงลำพังจนหมด

แต่วันนี้ฉันกลับไม่รู้สึกอยากอาหารเลยแม้แต่น้อย

แถมยังรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาเสียด้วยซ้ำ

ธีโอดอร์ไม่กลับบ้านติดต่อกันถึงสองวัน

ทุกครั้งที่ฉันส่งข้อความไปหา เขาก็ตอบกลับมาเพียงว่าเขายุ่งและไม่มีเวลา

ถ้าเป็นฉันคนเมื่อก่อน ก็คงนั่งรอเขาอยู่ที่บ้านอย่างคนโง่

แต่ตั้งแต่เริ่มได้ยินความคิดของคนอื่น ฉันก็ไม่เคยมีความสงบใจได้อีกเลยแม้แต่ชั่วขณะ

แม้แต่คนงานในบ้านก็ยังแอบบ่นอยู่ในใจเป็นครั้งคราว

[น่าสงสารคุณนายสเตอร์ลิงจริง ๆ เธอไม่รู้เลยว่าสามีไม่ยอมกลับบ้านก็เพราะไม่อยากเจอหน้าเธอ]

นั่นสินะ ทำไมฉันถึงไม่เคยมองออกมาก่อนเลย

ที่ธีโอดอร์เย็นชากับฉัน ไม่ใช่เพราะเขายุ่งหรือเหนื่อยเกินไป

เขาแค่เบื่อหน่ายฉันแล้วเท่านั้น

ถึงขั้นพยายามทุกวิถีทางเพื่อหลบหน้าฉัน

ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังอดหวนคิดถึงช่วงเวลาแสนสุขก่อนที่เราจะแต่งงานกันไม่ได้

ฉันจำได้ว่าเขาเคยฝ่าสายฝนกระหน่ำมารับฉันหลังเลิกงาน และจำได้ว่าเขาเคยแอบวางแผนเซอร์ไพรส์วันเกิดให้ฉันอย่างไรบ้าง

ฉันยังจำคำสัญญาของเขาได้ดี ว่าจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดทุกอย่างให้ฉัน

ทุกความทรงจำเหล่านั้นยังคงหล่อเลี้ยงความหวังริบหรี่ในใจฉันเอาไว้

ดังนั้นวันนั้น ฉันจึงเตรียมอาหารกลางวันใส่กล่องแล้วนำไปให้เขาที่บริษัท

พนักงานต้อนรับพาฉันขึ้นไปชั้นบน บอกว่าคุณสเตอร์ลิงกำลังอยู่ในห้องทำงาน แล้วขอให้ฉันรออยู่ด้านนอก

แต่จากที่คิดว่าจะรอเพียงครู่เดียว กลับกลายเป็นหนึ่งชั่วโมงเต็ม

เพราะกลัวว่าอาหารจะเย็นชืดไปเสียหมด ฉันจึงรวบรวมความกล้าเดินไปที่หน้าประตูห้องทำงานของเขา

ฉันกำลังจะยกมือเคาะประตู แต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังออกมาจากข้างใน

"ธีโอดอร์ คุณตัดสินใจได้หรือยังคะ ตกลงคุณจะหย่ากับผู้หญิงคนนั้นเมื่อไหร่กันแน่"

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
11
บทที่ 1
[ในที่สุดก็จบสักที]ฉันได้ยินเสียงของธีโอดอร์อีกครั้งแต่สีหน้าของเขากลับไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยฉันคล้องแขนเขาแล้วเอ่ยถาม"ที่รักคะ เราแวะไปดูร้านนั้นอีกสักร้านได้ไหมคะ"เขาชะงักลังเลอย่างเห็นได้ชัด"วันนี้เราออกมาข้างนอกกันนานแล้วนะ คุณคงเหนื่อยแล้ว กลับบ้านไปพักผ่อนกันเถอะ"แล้วฉันก็ได้ยินความคิดของเขาอีกครั้ง[ฉันเบื่อจะแย่อยู่แล้ว วัน ๆ เอาแต่เดินเลือกซื้อเสื้อผ้า เมื่อไหร่จะจบสักทีเนี่ย]หัวใจของฉันราวกับถูกบีบรัดอย่างแรง"ตกลงค่ะ กลับบ้านกันเถอะ"นี่เป็นปีที่ห้าแล้วที่ฉันแต่งงานกับธีโอดอร์เมื่อห้าปีก่อน ตอนที่เขาขอฉันแต่งงาน เขาเคยสัญญาว่าจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดทุกอย่างให้ฉันตอนนั้นฉันคิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลกแต่หลังจากแต่งงาน เขากลับยิ่งเย็นชากับฉันมากขึ้นเรื่อย ๆทีแรกฉันคิดว่าเขาคงเหนื่อยล้าจากงาน จนแทบไม่มีแรงเหลือมาใส่ใจฉันฉันจึงพยายามทำหน้าที่ภรรยาที่ดี คอยสรรหาสารพัดวิธีมาทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นจนกระทั่งวันนี้ จู่ ๆ ฉันก็ได้ยินความคิดในใจของเขาที่แท้นี่ก็คือความรู้สึกที่แท้จริงของเขาสินะเย็นวันนั้น ระหว่างกำลังทำมื้อค่ำ ฉันเผลอทำ
Read More
บทที่ 2
ลมหายใจของฉันพลันสะดุดจากนั้นเสียงของธีโอดอร์ที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดีก็ดังขึ้น"รออีกหน่อยนะ คุณก็รู้เหตุผลนี่ เธอเป็นลูกสาวของเพื่อนทหารเก่าของพ่อผม""แต่คุณไม่ได้มีใจให้เธอสักหน่อย แล้วจะยืดเยื้อเรื่องนี้ออกไปทำไมอีก""ผมสัญญากับพ่อไว้ว่าจะดูแลเธอห้าปี พอครบกำหนดเมื่อไหร่ ผมก็จะหย่ากับเธอ""แล้วถ้าพวกคุณเกิดมีลูกด้วยกันขึ้นมาล่ะ""ไม่มีทางหรอก ไม่ต้องห่วง หลายปีมานี้ผมแอบให้เธอกินยาคุมกำเนิดมาตลอด ไม่มีปัญหาแน่นอน"ฉันสูดลมหายใจเฮือก พลางเซถอยไปพิงผนังตามสัญชาตญาณ กล่องอาหารกลางวันในมือกระแทกเข้ากับผนังจนเกิดเสียงดัง"ใครอยู่ข้างนอกนั่น"ธีโอดอร์เปิดประตูออกมา แล้วชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นฉัน"คุณมาทำอะไรที่บริษัท"แววตาของเขาวูบไหวด้วยความไม่สบายใจ[เธอคงไม่ได้ยินที่พวกเราคุยกันหรอกนะ]ฉันแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วยัดกล่องอาหารกลางวันใส่มือเขา"ฉันเอาอาหารกลางวันมาให้ค่ะ ผู้ช่วยของคุณบอกว่าช่วงสองสามวันนี้คุณกินข้าวไม่ค่อยเป็นเวลา""ฉันอบพายแอปเปิลที่คุณชอบมาให้ด้วยนะคะ...""รู้แล้ว ถ้าไม่มีธุระอะไรอีกก็กลับบ้านไปเถอะ"ธีโอดอร์พูดตัดบทด้วยความรำคาญฉันเม้มริม
Read More
บทที่ 3
ตอนที่ธีโอดอร์กลับมาถึงบ้าน ฉันไม่ได้เดินไปต้อนรับเขาที่หน้าประตูเหมือนทุกครั้งที่เคยทำเขาชะงักอยู่ตรงประตู[ทำไมวันนี้เธอไม่รีบวิ่งมาหาฉันล่ะ]ฉันเพียงนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาอย่างเงียบ ๆ[ช่างเถอะ แบบนี้ก็สงบดีเหมือนกัน]เขาเหลือบมองฉัน ถอดเสื้อโค้ทออก แล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำวันนี้เขาดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ถึงขั้นฮัมเพลงเบา ๆ ในลำคอฉันรู้ดีว่าเพราะอะไร ในที่สุดมิดไนท์ก็ตอบกลับเขาแล้วหลังจากกลับถึงบ้านเมื่อคืนก่อน ฉันก็ติดต่อแคลร์ มอร์แกน บรรณาธิการของฉันฉันบอกเธอว่าตัดสินใจจะเปิดขายลิขสิทธิ์ดัดแปลงหนังสือเหล่านั้นเป็นภาพยนตร์หรือซีรีส์แล้วแคลร์ดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ เธอบอกว่าเฝ้ารอวันที่ฉันจะคิดได้แบบนี้มานานแล้วเพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยขายลิขสิทธิ์ดัดแปลงนิยายของตัวเองเลยแม้แต่ครั้งเดียวส่วนหนึ่งเป็นเพราะฉันกลัวว่าผลงานจะถูกดัดแปลงจนเสียของ และอีกส่วนหนึ่งก็เพราะรายได้ของฉันมีมากเกินพออยู่แล้ว ฉันไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินจากนั้นฉันก็เปิดกล่องข้อความ แล้วไล่จัดการอีเมลจำนวนมากที่ค้างอยู่ทีละฉบับฉันไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธข้อเสนอจากบริษัทของธีโอดอร์ เพียงแค
Read More
บทที่ 4
ฉันเลิกตามติดธีโอดอร์หลังจากวันนั้น ฉันก็ไม่เคยทำอาหารให้เขาอีกเลยช่วงแรก ๆ เขาดูจะพอใจกับความสงบเงียบแบบนี้อยู่ไม่น้อยแต่ไม่นานนัก ปัญหาก็เริ่มตามมาไม่หยุดเพราะที่ผ่านมา ฉันเป็นคนทำอาหารในบ้านหลังนี้มาตลอด คนงานในบ้านจึงไม่รู้เลยว่าเขาชอบกินอะไรอาหารที่พวกเขาทำมักไม่ถูกปากเขา และธีโอดอร์ก็ต่อว่าพวกเขาอย่างหนักเรื่องนี้มากกว่าหนึ่งครั้งแต่ใครจะไปรู้รสนิยมการกินของคนคนหนึ่งได้หมดภายในเวลาแค่สองสามวันกันคนงานในบ้านได้แต่รับคำตำหนิ แล้วแอบบ่นพึมพำอยู่ในใจ[ทำไมช่วงสองสามวันนี้คุณนายสเตอร์ลิงถึงไม่ทำอาหารเลยนะ][ทนไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวพอคุณนายสเตอร์ลิงมีเวลาทำอาหารอีก ทุกอย่างก็คงกลับมาเป็นเหมือนเดิม]ฉันแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น แล้วเก็บตัวอยู่ในห้องตลอดทั้งวันช่วงนี้ฉันกำลังเจรจากับบริษัทหลายแห่งที่สนใจจะร่วมงานด้วยฉันไม่อยากให้ผลงานของตัวเองถูกดัดแปลงจนเสียของ จึงกำลังมองหาบริษัทที่ตั้งใจจะถ่ายทอดมันออกมาให้ดีอย่างแท้จริงแคลร์เองก็ช่วยฉันคัดกรองบริษัทเหล่านั้น ทั้งโทรกลับและตอบอีเมลให้ด้วยแล้ววันหนึ่ง เกรซก็มาปรากฏตัวที่หน้าประตูบ้านของเรา"ฉันมาคุยเรื่อง
Read More
บทที่ 5
เกรซใช้ข้ออ้างนั้นย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเราทันทีดูเผิน ๆ เธอแค่มาทำอาหารให้ธีโอดอร์และคุยเรื่องงานกับเขา แต่ความจริงแล้ว เธอกำลังค่อย ๆ รุกล้ำเข้ามายึดพื้นที่ส่วนตัวของฉันทีละนิดเธอเปลี่ยนภาพศิลปะที่ฉันซื้อมา ทิ้งดอกไม้ในกระถางที่ฉันปลูกไว้ แถมยังจงใจหยิบชุดนอนของฉันไปใส่อีกด้วยแต่นั่นก็เข้าทางฉันพอดี อย่างน้อยก็ช่วยประหยัดเวลาตอนเก็บของย้ายออกไปได้ไม่น้อยช่วงนั้นฉันยุ่งอยู่กับการนัดพบบริษัทที่สนใจจะร่วมงาน จึงออกจากบ้านแต่เช้าและกลับดึกแทบทุกวันหลังจากช่วยกันคัดกรองกับแคลร์มาหลายรอบ ในที่สุดเราก็เหลือบริษัทที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือในวงการอยู่เพียงไม่กี่แห่ง รอแค่พูดคุยรายละเอียดกันต่อวันนั้น ฉันนัดพบกับหัวหน้าโครงการจากหนึ่งในบริษัทเหล่านั้นบริษัทนั้นยื่นข้อเสนอที่ดีมาก และดูจริงจังกับโปรเจกต์นี้อย่างแท้จริง ก่อนหน้านี้เราก็ติดต่อพูดคุยกันผ่านอีเมลมาหลายรอบแล้วฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าหัวหน้าโครงการจะเป็นชายหนุ่มอายุเพียงยี่สิบห้าหรือยี่สิบหกปีเท่านั้น"ขอโทษที่ทำให้รอนะครับ"น้ำเสียงของเขาดังกังวานและสดใส ผมหยิกเป็นลอนเล็กน้อย เวลายิ้ม ดวงตาก็หยีโค้งลง ทำให้เขาดูเหม
Read More
บทที่ 6
ฉันประหลาดใจไม่น้อยที่พอกลับถึงบ้าน ก็เห็นธีโอดอร์นั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่น"คุณไปไหนมา"[ช่วงนี้เธอออกไปข้างนอกทุกวัน แถมยังกลับดึกขนาดนี้อีก เธอไปทำอะไรกันแน่]"ฉันมีธุระต้องทำ""มีธุระอะไรถึงได้กลับดึกขนาดนี้""ไม่ใช่เรื่องของคุณ"[ไม่ใช่เรื่องของฉันงั้นเหรอ ฉันคงตามใจเธอจนเสียคนจริง ๆ ดูสิว่าเดี๋ยวนี้เธอกล้าแข็งข้อขนาดไหน]ธีโอดอร์แค่นเสียงเยาะ ก่อนจะทิ้งคำพูดไว้เพียงคำเดียว "ก็ได้"[อีกไม่นานก็จะครบห้าปีตามที่ฉันสัญญาไว้แล้ว พอปิดดีลนี้ได้ ฉันก็จะขอหย่า][หวังว่าถึงตอนนั้นเธอจะยอมง่าย ๆ แบบนี้ ไม่ใช่เอาแต่ร้องไห้โวยวายเหมือนเมื่อก่อน]ฉันหยิบเครื่องดื่มจากตู้เย็นขึ้นมาจิบอย่างเงียบ ๆเขาไม่รู้เลยว่าไม่มีทางได้โปรเจกต์นั้นไปครองไม่มีทางที่ฉันจะขายลิขสิทธิ์ดัดแปลงหนังสือของตัวเองให้พวกเขา อีเมลเหล่านั้นเป็นเพียงเหยื่อล่อให้พวกเขายังคงมีความหวังต่อไปเท่านั้นแต่ถ้าเป็นเรื่องหย่าล่ะก็ ฉันยินดีอย่างยิ่งนับตั้งแต่เกรซย้ายเข้ามา เธอก็ค่อย ๆ ยึดพื้นที่ส่วนตัวของฉันไปแทบทุกตารางนิ้วไม่ว่าจะเป็นรูปถ่ายของฉันกับธีโอดอร์ ของขวัญ หรือของทุกชิ้นที่เต็มไปด้วยความทรงจำ เกรซจัดการ
Read More
บทที่ 7
เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งงานมีเพียงธีโอดอร์กับเกรซเท่านั้นที่ยังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่กับที่[เธอพูดว่าอะไรนะ เธอคือ... มิดไนท์งั้นเหรอ][ไม่ เป็นไปไม่ได้... แม่บ้านที่วัน ๆ เอาแต่ขลุกอยู่หน้าเตาคนนั้นน่ะเหรอ จะเป็นมิดไนท์ได้ยังไงกัน]ความคิดของเกรซแทบกลายเป็นเสียงกรีดร้อง ใบหน้าของเธอซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือดเห็นได้ชัดว่าเธอเองก็ตระหนักแล้วว่า ทุกสิ่งที่เคยทำกับฉันจะทำให้เธอหมดโอกาสคว้าลิขสิทธิ์ครั้งนี้ไปโดยสิ้นเชิงส่วนธีโอดอร์นั้นแข็งทื่อไปทั้งตัว[มิดไนท์... นีน่าคือมิดไนท์...][มิดไนท์ที่ฉันตามหามาตลอด กลับเป็นคนที่นอนอยู่ข้างฉันทุกคืนงั้นเหรอ][ทำไมฉันถึงไม่เคยมองออก ทำไมกัน เธอจงใจปิดบังฉันงั้นเหรอ ไม่สิ... เป็นฉันเองต่างหาก ฉันไม่เคยใส่ใจเธอเลย ไม่เคยสนใจเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเธอแม้แต่นิดเดียว...]ความคิดของเขาพรั่งพรูออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ละถ้อยคำไม่ต่างจากคมมีดที่กรีดลงกลางหัวใจของตัวเองฉันละสายตาจากทั้งคู่โดยไม่คิดจะเสียเวลาให้พวกเขาอีกแม้แต่วินาทีเดียว"ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานในวันนี้นะคะ ห้าปีแล้ว ฉันคิดถึงทุกคนมากค่ะ"เสียงฮือฮาดังขึ้นจากฝูงชนอีกระลอ
Read More
บทที่ 8
เอเดนและทีมงานลุกพรวดขึ้นยืนด้วยความดีใจ ขณะที่เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งงานเขาเดินขึ้นมาบนเวทีแล้วจับมือกับฉัน"ขอบคุณครับ! ขอบคุณมากครับมิดไนท์!""ฉันจะมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการดัดแปลงผลงาน และหวังว่าจะได้ร่วมงานกับพวกคุณนะคะ"ทันใดนั้น ธีโอดอร์ก็ลุกพรวดขึ้นจากที่นั่งเสียงขาเก้าอี้ครูดกับพื้นดังแสบแก้วหู"ทำไม"เสียงของเขาไม่ได้ดังนัก แต่ท่ามกลางความเงียบงันของทั้งงาน ทุกคนกลับได้ยินอย่างชัดเจนเกรซรีบดึงแขนเสื้อของเขาด้วยความตื่นตระหนก"คุณเสียสติไปแล้วหรือไง นี่เราอยู่ต่อหน้าคนตั้งเยอะแยะนะ!"ธีโอดอร์สะบัดมือเธอออก สายตายังคงจับจ้องมาที่ฉัน"ทำไมต้องเป็นพวกเขา บริษัทของพวกเรามีทั้งทรัพยากรและประสบการณ์มากกว่า พวกเขามีอะไรที่พวกเราไม่มีงั้นเหรอ"[เธอยังโกรธอยู่สินะ ถึงได้จงใจไม่เลือกบริษัทของฉัน][เธอกำลังทำตัวเหมือนเด็กไม่มีผิด ไม่รู้หรือไงว่าการตัดสินใจสำคัญขนาดนี้จะใช้อารมณ์ชั่ววูบไม่ได้]ฉันทอดสายตามองเขาอย่างสงบนิ่ง"คุณสเตอร์ลิงคะ นี่เป็นผลงานของฉัน ฉันมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะเลือกพาร์ตเนอร์ที่ฉันคิดว่าเหมาะสมที่สุด""ที่ฉันเลือกพวกเขา ก็เพราะพวกเขาเป็นบริษัทเ
Read More
บทที่ 9
ธีโอดอร์ไม่ยอมรับเอกสารพวกนั้นไปเขาก้มมองเอกสารตรงหน้า แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกในแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน"นีน่า ใจเย็นก่อนนะ เราคุยกันดี ๆ ไม่ได้เหรอ"[เธอรักฉันมากขนาดนั้น ยังไงก็ไม่มีทางจากฉันไปจริง ๆ หรอก][เธอแค่กำลังโกรธ เดี๋ยวพูดดีด้วยสักหน่อยก็คงใจอ่อนเอง]จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังคิดว่าฉันเพียงแค่กำลังโกรธอยู่เขามองว่าปัญหาทุกอย่างเกิดจากอารมณ์ของฉัน และตีตราว่าฉันเอาแต่ใจ และไม่รู้จักโตแต่ความจริงก็คือ ตลอดมาเขาไม่เคยปฏิบัติต่อฉันในฐานะคนที่เท่าเทียมกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว"จะคุยเรื่องอะไรล่ะ"ลูกกระเดือกของธีโอดอร์ขยับขึ้นลง เขาเอื้อมมือมาหาฉันตามสัญชาตญาณ แต่ฉันขยับหลบมือของเขาค้างอยู่กลางอากาศครู่หนึ่ง ก่อนจะชักกลับไปอย่างเก้อเขิน"นีน่า... ผมรู้ว่าช่วงหลังมานี้ผมละเลยคุณไป เรื่องนี้เป็นความผิดของผมเอง""แต่เราแต่งงานกันมาตั้งห้าปีแล้วนะ คุณจะขอหย่าเพราะเรื่องแค่นี้ไม่ได้..."น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรนจู่ ๆ ฉันก็นึกถึงตัวเองในอดีต ทุกครั้งที่เขาเมินเฉย ฉันก็เคยอ้อนวอนเขาอย่างสิ้นหวังแบบนี้เหมือนกันแต่ตอนนั้น เขาไม่แม้แต่จะชายตามองฉันด้วยซ้ำ"ธ
Read More
บทที่ 10
ใบหน้าของธีโอดอร์ซีดเผือด ริมฝีปากขยับอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายกลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา[เจอกันที่ศาลงั้นเหรอ นี่คือนีน่าจริง ๆ เหรอ เธอพูดแบบนั้นออกมาได้ยังไง][ไม่สิ... เธอก็คือนีน่านั่นแหละ เป็นฉันเองที่มองข้ามเธอมาตลอด ฉันไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอเป็นคนแบบไหน...]ความคิดของเขาสับสนวุ่นวายไปหมด แต่ฉันไม่คิดจะรับฟังอีกต่อไปแล้วฉันสาวเท้าตรงไปยังทางออก ที่ซึ่งเอเดนกำลังยืนรอฉันอยู่"มิดไนท์!"เขาโบกมือให้ฉันอย่างกระตือรือร้น สายลมพัดปอยผมที่ปรกหน้าผากเขาให้ปลิวไหว ท่าทางดีใจเสียจนดูราวกับพร้อมจะกระโดดขึ้นจากพื้นได้ทุกเมื่อเอเดนมีบางอย่างที่ชวนให้รู้สึกดึงดูด ทุกครั้งที่ได้เห็นเขา อารมณ์ของฉันก็ดีขึ้นมาเองโดยไม่รู้ตัวความหนักอึ้งที่แบกรับเอาไว้ราวกับถูกสายลมพัดพาจนสลายหายไปฉันเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปหาเขา"รอนานไหมคะ""ไม่เลยครับ ไม่เลย!"เอเดนรีบโบกมือปฏิเสธ ปลายหูของเขาขึ้นสีแดงระเรื่ออีกครั้ง"ผมรอไม่นานเลยครับ รถจอดอยู่ข้างหน้านี่เอง เดี๋ยวผมไปส่งคุณ"เมื่อออกมาข้างนอก สายลมยามเย็นก็พัดผ่านร่าง ฉันห่อไหล่โดยไม่รู้ตัวเอเดนทำท่าจะถอดเสื้อแจ็กเก็ตออกตามส
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status