Se connecterหลังจากแต่งงานมาได้ห้าปี ขณะที่ฉันกำลังเลือกซื้อของอยู่กับธีโอดอร์ สเตอร์ลิง สามีของฉัน จู่ ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงของเขาดังขึ้น [จะเลือกอีกนานแค่ไหนเนี่ย ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว] ฉันชะงักตัวแข็งทื่อ ธีโอดอร์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม พลางก้มหน้าไถหน้าจอโทรศัพท์ ริมฝีปากของเขาไม่ได้ขยับเลยสักนิด แต่ฉันกลับได้ยินเสียงของเขาอย่างชัดเจน "ที่รักคะ ฉันใส่ชุดนี้แล้วดูดีไหมคะ" ธีโอดอร์เงยหน้าขึ้นมาเหลือบมองฉันเพียงแวบเดียว "คุณใส่ชุดไหนก็ดูดีทั้งนั้นแหละ" [ให้ตายสิ น่าเกลียดชะมัด วัน ๆ ก็เอาแต่ทำกับข้าวอยู่บ้าน เธอจะซื้อเสื้อผ้าเยอะแยะไปทำไมกัน] เสียงทั้งสองดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน ฉันหลุบตาลง ก่อนจะวางชุดนั้นกลับคืนที่เดิม "ชุดนี้ไม่เอาแล้วค่ะ"
Voir plusหลังจากวันนั้น ฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับหนังสือเล่มใหม่ส่วนเรื่องการหย่าร้าง ฉันยกให้ทนายเป็นคนจัดการทั้งหมดธีโอดอร์ยื้อเวลาอยู่นานถึงสองสัปดาห์เต็มกว่าจะยอมเซ็นเอกสารทนายบอกฉันว่าเขาหาข้ออ้างสารพัดมาถ่วงเวลาไว้ครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดช่วงเวลานั้น เขายังคงพยายามติดต่อฉันไม่หยุดทั้งส่งข้อความ โทรหา หรือแม้แต่มาดักรออยู่หน้าตึกที่ฉันพักเขาคิดว่าเรายังมีโอกาสกลับไปเริ่มต้นกันใหม่ และคิดว่าฉันยังรักเขาอยู่แต่ฉันไม่คิดจะให้โอกาสเขาอีกต่อไปแล้วท้ายที่สุด ธีโอดอร์ก็ยอมเซ็นเอกสารสาเหตุที่เขายอม ก็เพราะเกรซเผลอทำเรื่องความสัมพันธ์ลับ ๆ ของทั้งคู่หลุดไปถึงสื่อสื่อต่างพากันโหมประโคมข่าวอย่างหนัก จนราคาหุ้นของบริษัทเขาร่วงลงอย่างต่อเนื่องฉันเองก็ออกแถลงการณ์ชี้แจง และบรรดานักอ่านต่างพากันออกมาสนับสนุนฉันภายใต้แรงกดดันจากกระแสสังคม เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมเซ็นหย่านั่นเป็นเรื่องเดียวที่เกรซทำแล้วกลับเป็นผลดีกับฉันแน่นอนว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะช่วยฉันหรอกเธอเพียงเชื่อว่าเมื่อธีโอดอร์หย่ากับฉันแล้ว เขาก็จะแต่งงานกับเธอแต่เธอกลับลืมไปว่า ผู้ชายคนหนึ่งปฏิบัต
ใบหน้าของธีโอดอร์ซีดเผือด ริมฝีปากขยับอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายกลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา[เจอกันที่ศาลงั้นเหรอ นี่คือนีน่าจริง ๆ เหรอ เธอพูดแบบนั้นออกมาได้ยังไง][ไม่สิ... เธอก็คือนีน่านั่นแหละ เป็นฉันเองที่มองข้ามเธอมาตลอด ฉันไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอเป็นคนแบบไหน...]ความคิดของเขาสับสนวุ่นวายไปหมด แต่ฉันไม่คิดจะรับฟังอีกต่อไปแล้วฉันสาวเท้าตรงไปยังทางออก ที่ซึ่งเอเดนกำลังยืนรอฉันอยู่"มิดไนท์!"เขาโบกมือให้ฉันอย่างกระตือรือร้น สายลมพัดปอยผมที่ปรกหน้าผากเขาให้ปลิวไหว ท่าทางดีใจเสียจนดูราวกับพร้อมจะกระโดดขึ้นจากพื้นได้ทุกเมื่อเอเดนมีบางอย่างที่ชวนให้รู้สึกดึงดูด ทุกครั้งที่ได้เห็นเขา อารมณ์ของฉันก็ดีขึ้นมาเองโดยไม่รู้ตัวความหนักอึ้งที่แบกรับเอาไว้ราวกับถูกสายลมพัดพาจนสลายหายไปฉันเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปหาเขา"รอนานไหมคะ""ไม่เลยครับ ไม่เลย!"เอเดนรีบโบกมือปฏิเสธ ปลายหูของเขาขึ้นสีแดงระเรื่ออีกครั้ง"ผมรอไม่นานเลยครับ รถจอดอยู่ข้างหน้านี่เอง เดี๋ยวผมไปส่งคุณ"เมื่อออกมาข้างนอก สายลมยามเย็นก็พัดผ่านร่าง ฉันห่อไหล่โดยไม่รู้ตัวเอเดนทำท่าจะถอดเสื้อแจ็กเก็ตออกตามส
ธีโอดอร์ไม่ยอมรับเอกสารพวกนั้นไปเขาก้มมองเอกสารตรงหน้า แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกในแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน"นีน่า ใจเย็นก่อนนะ เราคุยกันดี ๆ ไม่ได้เหรอ"[เธอรักฉันมากขนาดนั้น ยังไงก็ไม่มีทางจากฉันไปจริง ๆ หรอก][เธอแค่กำลังโกรธ เดี๋ยวพูดดีด้วยสักหน่อยก็คงใจอ่อนเอง]จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังคิดว่าฉันเพียงแค่กำลังโกรธอยู่เขามองว่าปัญหาทุกอย่างเกิดจากอารมณ์ของฉัน และตีตราว่าฉันเอาแต่ใจ และไม่รู้จักโตแต่ความจริงก็คือ ตลอดมาเขาไม่เคยปฏิบัติต่อฉันในฐานะคนที่เท่าเทียมกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว"จะคุยเรื่องอะไรล่ะ"ลูกกระเดือกของธีโอดอร์ขยับขึ้นลง เขาเอื้อมมือมาหาฉันตามสัญชาตญาณ แต่ฉันขยับหลบมือของเขาค้างอยู่กลางอากาศครู่หนึ่ง ก่อนจะชักกลับไปอย่างเก้อเขิน"นีน่า... ผมรู้ว่าช่วงหลังมานี้ผมละเลยคุณไป เรื่องนี้เป็นความผิดของผมเอง""แต่เราแต่งงานกันมาตั้งห้าปีแล้วนะ คุณจะขอหย่าเพราะเรื่องแค่นี้ไม่ได้..."น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรนจู่ ๆ ฉันก็นึกถึงตัวเองในอดีต ทุกครั้งที่เขาเมินเฉย ฉันก็เคยอ้อนวอนเขาอย่างสิ้นหวังแบบนี้เหมือนกันแต่ตอนนั้น เขาไม่แม้แต่จะชายตามองฉันด้วยซ้ำ"ธ
เอเดนและทีมงานลุกพรวดขึ้นยืนด้วยความดีใจ ขณะที่เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งงานเขาเดินขึ้นมาบนเวทีแล้วจับมือกับฉัน"ขอบคุณครับ! ขอบคุณมากครับมิดไนท์!""ฉันจะมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการดัดแปลงผลงาน และหวังว่าจะได้ร่วมงานกับพวกคุณนะคะ"ทันใดนั้น ธีโอดอร์ก็ลุกพรวดขึ้นจากที่นั่งเสียงขาเก้าอี้ครูดกับพื้นดังแสบแก้วหู"ทำไม"เสียงของเขาไม่ได้ดังนัก แต่ท่ามกลางความเงียบงันของทั้งงาน ทุกคนกลับได้ยินอย่างชัดเจนเกรซรีบดึงแขนเสื้อของเขาด้วยความตื่นตระหนก"คุณเสียสติไปแล้วหรือไง นี่เราอยู่ต่อหน้าคนตั้งเยอะแยะนะ!"ธีโอดอร์สะบัดมือเธอออก สายตายังคงจับจ้องมาที่ฉัน"ทำไมต้องเป็นพวกเขา บริษัทของพวกเรามีทั้งทรัพยากรและประสบการณ์มากกว่า พวกเขามีอะไรที่พวกเราไม่มีงั้นเหรอ"[เธอยังโกรธอยู่สินะ ถึงได้จงใจไม่เลือกบริษัทของฉัน][เธอกำลังทำตัวเหมือนเด็กไม่มีผิด ไม่รู้หรือไงว่าการตัดสินใจสำคัญขนาดนี้จะใช้อารมณ์ชั่ววูบไม่ได้]ฉันทอดสายตามองเขาอย่างสงบนิ่ง"คุณสเตอร์ลิงคะ นี่เป็นผลงานของฉัน ฉันมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะเลือกพาร์ตเนอร์ที่ฉันคิดว่าเหมาะสมที่สุด""ที่ฉันเลือกพวกเขา ก็เพราะพวกเขาเป็นบริษัทเ





