All Chapters of ช่วงแรกชีวิตถูกทอดทิ้ง ถูกกีดกั้นไกลสุดขอบฟ้า: Chapter 1 - Chapter 10

10 Chapters

บทที่ 1

ใต้โต๊ะอาหาร นิ้วมือของฉันจิกฝ่ามือจนเป็นรอยเลือดเมื่อครู่แม่ยังแย่งกับพ่อเรื่องสิบเจ็ดวันที่จะได้เลี้ยงน้องสาวอยู่เลยแต่พอหันกลับมา กลับหาเหตุผลมาทิ้งฉันตอนนั้นเองครูประจำชั้นส่งข้อความมา "ผลของค่ายฤดูร้อนทั้งสองแห่งออกมาดีมาก มหาวิทยาลัยหนานต้าอยู่มณฑลข้างเคียง เดินทางไม่ไกล สามารถพิจารณาเป็นตัวเลือกหลักได้"ฉันตอบกลับ "ครูคะ หนูเลือกที่เมืองโม่ค่ะ"ระยะทางสองพันกิโลเมตร คงมากพอที่จะสลัดช่วงครึ่งแรกของชีวิตที่ถูกทอดทิ้งให้หลุดออกไปไกลแล้วสินะ......ครูถามฉัน "ปรึกษากับผู้ปกครองเรียบร้อยแล้วหรือยัง"ฉันก้มหน้าพิมพ์ "ยังค่ะ แต่หนูอายุสิบแปดแล้ว หนูสามารถรับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเองได้"เมื่อเห็นฉันก้มหน้าเล่นโทรศัพท์โดยไม่พูดอะไร น้องสาวก็เอียงศีรษะ“พี่สาวเหมือนไม่อยากไปบ้านตากับยายนะ”ใช่ ฉันไม่อยากไปจริงๆต้องตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อทำอาหารเช้าให้คนทั้งบ้าน ตอนกลางคืนกลับจากเรียนพิเศษแล้ว ยังต้องซักเสื้อผ้าให้น้องชายลูกพี่ลูกน้องอีกสองคนความรู้สึกแบบนั้น ฉันไม่อยากสัมผัสอีกแล้วแม่ขมวดคิ้ว “จาวจาว ลูกจะเห็นใจผู้ใหญ่สักหน่อยไม่ได้หรือไง”“ปีนี้ที่ทำงานมีการเป
Read more

บทที่ 2

ไม่มีใครสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของฉัน ไม่มีใครสนใจหางตาที่แดงก่ำของฉันหลังจากน้องสาวพูดประโยคนั้นกับฉัน ทุกคนต่างก็คิดไปเองว่าเรื่องนี้จบแล้ว และคิดว่าฉันควรรู้กาลเทศะต่างคนต่างก้มหน้ากินข้าวต่อข้าวในชามของน้องสาวพูนสูงราวกับภูเขาลูกเล็กๆพ่อกับแม่มักจะต้องแข่งกันเอาชนะในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับน้องสาวเสมอ“โจวโจว กินเนื้อที่แม่ลวกให้สิ เนื้อที่พ่อทำสุกเกินไปแล้ว”“โจวโจว อย่าไปฟังแม่ แม่เขาทำกึ่งสุกกึ่งดิบแบบนั้น กินเข้าไปเดี๋ยวท้องเสีย”โจวโจวโจวโจว...เสียงเรียกแล้วเรียกเล่าบางครั้งตอนที่พวกเขากำลังเคี้ยวอาหารอยู่ในปากแล้วพูด ฉันก็เผลอฟังผิดไป คิดว่าพวกเขากำลังเรียก “จาวจาว”แต่พอเงยหน้าขึ้นมา กลับไม่มีใครแม้แต่จะเหลือบมองฉันเดิมทีน้องสาวชื่อฉีซิน ตามธรรมเนียมการตั้งชื่อของตระกูลฉีในรุ่นนี้ที่ต้องมีอักษร “รื่อ” ประกอบอยู่ในชื่อปีที่พ่อกับแม่หย่ากัน แม่ยอมออกจากบ้านตัวเปล่าเพื่อเปลี่ยนชื่อน้องสาวให้ใช้นามสกุลเดียวกับเธอแม่กับพ่อถึงขั้นลงไม้ลงมือกันอย่างรุนแรงหน้าสำนักงานทะเบียนราษฎร์ฉันตัวเล็กๆ พยายามเข้าไปห้าม “แม่ หนูยอมใช้นามสกุลแม่ เปลี่ยนชื่อหนูก็
Read more

บทที่ 3

ในวันเปิดเทอมซึ่งเป็นพิธีบรรลุนิติภาวะของนักเรียนทั้งชั้น มีเพียงผู้ปกครองของฉันที่ไม่มามีนักเรียนสองคนที่พ่อแม่ทั้งคู่ไปทำงานต่างมณฑล แต่พวกเขาก็ยังอุตส่าห์รีบกลับมาได้คนละหนึ่งคนส่วนพ่อกับแม่ของฉัน อยู่ที่หอพักซึ่งห่างออกไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ช่วยฉีโจวโจวจัดข้าวของในห้องใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้าแต่กลับไม่มีใครยอมสละเวลามาร่วมพิธีบรรลุนิติภาวะของฉันตอนใกล้จะถึงคิวของฉัน จู่ๆ ฉันก็เห็นพ่อกับแม่เดินหน้าตาบึ้งมาทางนี้แม่ของเพื่อนสมัยประถมคนหนึ่งโบกมือให้ฉันอย่างเป็นมิตร “ฉีจาว พ่อแม่เธอเดินมาผิดทางน่ะ เลยมาช้าหน่อย”ฉันยกยิ้มเยาะขึ้นมาพวกเขาคงไม่อยากให้คนรู้จักมองว่าเป็นพ่อแม่ที่ไม่ได้เรื่อง จึงจำใจเดินตามคุณน้ามายืนข้างฉันแม่บ่นอย่างหงุดหงิด “นี่ต้องทำอีกนานแค่ไหนกัน น้องยังรอให้แม่ซื้อข้าวไปให้กินอยู่ที่หอเลยนะ”พ่อกอดอกอย่างไม่รู้สึกรู้สา “เดี๋ยวเธอพาฉีจาวเดินลอดประตูแห่งคำอวยพรอะไรนั่น ปีนี้เป็นหน้าที่เธอ”แม่มองขั้นตอนที่นักเรียนด้านหน้ากำลังเดินลอดประตูเพื่อถ่ายรูป แล้วขมวดคิ้ว“ฉันไม่ไปหรอก ขั้นตอนนี้น่าอึดอัดจะตาย ทุกคนมองอยู่หมด”“เธอไปสิ”แน่นอนว่าพ่อปฏิเสธ“ฉัน
Read more

บทที่ 4

ช่วงหยุดวันชาติ พอฉันเดินออกจากประตูโรงเรียน ก็เห็นรถของพ่อจอดอยู่ฉันยืนรออยู่ข้างๆ สักพัก ไม่นานก็เห็นพ่อกับแม่เดินออกมาพร้อมฉีโจวโจวจริงๆแม่ช่วยน้องถือเสื้อผ้าที่จะเอากลับบ้านไปเปลี่ยน ส่วนพ่อสะพายกระเป๋านักเรียนสีชมพูของน้องสามคนที่เดิมทีเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ พอเห็นฉันก็พากันเก็บสีหน้าทันทีแม่ยืนอยู่ข้างประตูรถในท่าทางตั้งรับ“ลูกชอบอ่านหนังสือ ช่วงวันชาติก็ไปร้านหนังสือเถอะ ลูกว่ายน้ำไม่เป็น ไปทะเลมันอันตราย”ฉันมองท่าทางของแม่ แล้วมองพ่อที่ยังไม่ยอมปลดล็อกรถ ก็อดขำไม่ได้พวกเขาต่างคิดว่าฉันจะมาทำลายทริปเที่ยวของครอบครัวสามคนที่แสนมีความสุข“หนูแค่มาขอค่าครองชีพ พวกแม่ไปแล้วหนูจะเอาอะไรกิน”แม่แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะค้นกระเป๋าแล้วดึงแขนพ่อ“ฉีซง มีเงินสดไหม เอาให้ลูกหน่อย ฉันไม่ได้พกเงินมา มือถือก็แบตหมด ปิดเครื่องไปแล้ว”พ่อยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง“เด็กที่เธอต้องเลี้ยง ฉันจะออกเงินทำไม”“เธอเป็นแบบนี้ตลอด เอาแต่โยนเรื่องเงินกับเรื่องของฉีจาวมาให้ฉัน น่ารำคาญจริงๆ”ฉันค่อยๆ กำธนบัตรไม่กี่ใบในมือแน่นขึ้น หัวใจก็พลอยยับยู่ยี่ไปด้วยแม่ดึงรั้งพ่ออย่างไม่พอใจ แต
Read more

บทที่ 5

ช่วงตรุษจีน ครอบครัวกลับมารวมตัวกันพร้อมหน้าอีกครั้งฉีโจวโจวกินไปนิดหน่อยก็วิ่งลงไปชั้นล่างเพื่อจุดดอกไม้ไฟกับเพื่อนพ่อกับแม่กลับมาเถียงกันเรื่องสถาบันกวดวิชาที่ฉีโจวโจวควรไปเรียนอีกแล้วเสียงของทั้งสองคนดังขึ้นเรื่อยๆ จนคนอื่นๆ ตกใจไม่กล้าพูดอะไรป้าสะกิดฉัน “จาวจาว พ่อแม่ทะเลาะกันขนาดนี้แล้ว ลูกก็ไปห้ามหน่อยสิ”ฉันยังคงแกะกุ้งต่อโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้า“หนูไม่ไป”ย่าถลึงตามองฉัน“พ่อแม่แกจะตีกันอยู่แล้ว แกยังจะห่วงกินอีก”เรื่องห้ามพ่อแม่ทะเลาะกัน ฉันทำมานับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่ก่อนหย่าจนถึงหลังหย่า ไม่เคยมีครั้งไหนสำเร็จเลยอย่างเช่นตอนเปลี่ยนตัวลูกเมื่อสองปีก่อน พ่อกับแม่ก็เริ่มทะเลาะกันตั้งแต่สั่งอาหารฉีโจวโจวมาสาย ในห้องส่วนตัวจึงมีแค่พวกเราสามคนเมื่อเห็นสถานการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ฉันจึงพูดไกล่เกลี่ยสองสามประโยคอย่างเป็นกลางแม่กลับหันมาลงที่ฉันทันที “ปีนี้ฉันเป็นคนเลี้ยงแก แกยังไม่ช่วยพูดเข้าข้างฉันอีก ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกมันเนรคุณ”แม่ยกเก้าอี้ขึ้นมาแล้ว ฉันไม่มีทางเลือกจึงได้แต่พูดจาอ่อนลงกับเธอสองสามประโยคพ่อหัวเราะเยาะอยู่ด้านหลัง“ชอบแม่แกนักใช่ไหม ปีหน้าไ
Read more

บทที่ 6

ในมื้ออาหารเปลี่ยนตัวลูกช่วงเดือนกันยายน ปกติฉันจะมาถึงร้านล่วงหน้าสองชั่วโมงเสมอสั่งอาหารที่ทุกคนชอบเอาไว้ให้เรียบร้อย แล้วนำเครื่องใช้บนโต๊ะทั้งหมดไปลวกน้ำร้อนอีกครั้ง พอพวกเขามาถึงก็สามารถกินได้ทันทีดังนั้นเมื่อแม่เข้ามาในห้องส่วนตัวแล้วเห็นโต๊ะที่ว่างเปล่า เธอจึงชะงักไปเล็กน้อยพ่อกับฉีโจวโจวเพิ่งมาถึงเหมือนกัน พ่อขมวดคิ้วถามแม่“ฉีจาวล่ะ ทำไมยังไม่ได้สั่งอาหาร”“อาหารทะเลหลายอย่างถูกจองหมดแล้วด้วย เธอเป็นอะไรของเธอ”แม่วางกระเป๋าลง “ไม่รู้สิ เช้านี้พอตื่นมา กระเป๋าเดินทางของเธอก็หายไปแล้ว ฉันคิดว่าเธอคงมาสั่งอาหารก่อนนานแล้ว”ฉีโจวโจวเบะปาก “สั่งอะไรที่ทำเร็วๆ มากินไปก่อนเถอะ หนูมีนัดกับเพื่อนตอนเย็น ไม่อยากรอ”พ่อกับแม่รีบรับปาก แล้วเรียกพนักงานมาสั่งอาหารพออาหารทยอยมา ฉีโจวโจวก็มองจานอาหารอย่างตกตะลึง“แม่ หนูไม่กินผักชีนะ”แม่ใช้ตะเกียบเขี่ยดู แล้วถึงได้พบว่ากุ้งผัดไฟแรงจานที่พวกเขากินกันทุกปีใส่ผักชีมาด้วยนอกจากจานนี้แล้ว อาหารจานอื่นๆ ก็ใส่ต้นหอมที่เธอกับฉีซงไม่กินอาหารเต็มโต๊ะดีๆ กลับมีเกินครึ่งที่กินไม่ได้แม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งอาหารมาทดแทนอย่างหงุดหงิ
Read more

บทที่ 7

1พอจัดที่นอนเสร็จ ฉันก็หันหลังลงจากเตียง เพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนก็ลุกขึ้นตาม“ไปกันเถอะ ไปกินข้าวที่โรงอาหารด้วยกัน”ฉันชะงักไปเล็กน้อย “ที่แท้เมื่อกี้พวกเธอกำลังรอฉันอยู่เหรอ”เด็กสาวที่อยู่เตียงฝั่งตรงข้ามคล้องแขนฉัน “คนจากทั่วทุกสารทิศมาเจอกันที่นี่ได้ก็ถือเป็นวาสนา หอพักของพวกเราก็เหมือนครอบครัวเล็ก ๆ นะ จะปล่อยให้ใครถูกทิ้งตั้งแต่วันแรกได้ยังไง”ขอบตาฉันร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อยครอบครัวเล็ก ๆ จะเป็นที่ที่ไม่มีวันทอดทิ้งสมาชิกในครอบครัวคนไหนเลยอย่างนั้นหรือมีอยู่ปีหนึ่ง ตอนเปิดเทอมและกินข้าวฉลองกัน ฉันต้องไปเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับเมืองฉันไปที่ร้านอาหารล่วงหน้าเพื่อสั่งอาหารทั้งหมด พอแจ้งรายละเอียดเรื่องอาหารที่แต่ละคนกินไม่ได้อย่างชัดเจนแล้ว ฉันถึงค่อยไปสอบแต่พอสอบเสร็จ ฉันรีบกลับไปที่ร้านอาหาร กลับเหลือเพียงโต๊ะที่เต็มไปด้วยเศษอาหารแม่ชี้ไปที่ความเละเทะบนโต๊ะ “กินสิ”ราวกับกำลังไล่หมาจรจัดสักตัวเดินอยู่ในมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยป้ายต้อนรับ หัวใจที่แห้งแล้งมานานของฉันค่อย ๆ อบอุ่นและชุ่มชื้นขึ้นโลกกว้างใหญ่เพียงนี้ แล้วฉันจะต้องขังตัวเองอยู่ในคุกที่เรียกว่
Read more

บทที่ 8

ลูกสาวคนโตของอาอายุน้อยกว่าฉันสองปี เพราะพ่อแม่ของเธอลำเอียงรักลูกชายมากกว่าลูกสาว เธอจึงเป็นคนไร้ตัวตนในบ้านไม่ต่างจากฉันดังนั้น ถึงแม้ฉันจะตัดสินใจไม่สนใจญาติที่บ้านเกิดอีกต่อไป ฉันก็ไม่ได้ลบช่องทางติดต่อของเธอเวลาที่เธอไม่เข้าใจเรื่องการวางแผนการเรียน หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการบ้าน ฉันก็ตอบคำถามให้เธออย่างเต็มใจหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ฉันเรียนต่อปริญญาโท ลูกพี่ลูกน้องเห็นรูปพิธีปฐมนิเทศที่ฉันโพสต์ ก็เป็นฝ่ายเข้ามาแสดงความยินดีกับฉัน“พี่สาว จริง ๆ ตอนนี้ลุงกับป้าไม่ค่อยชอบฉีโจวโจวแล้ว”ช่างน่าแปลกจริง ๆเมื่อก่อนฉีโจวโจวแอบเอาเงินที่บ้านออกไปเลี้ยงข้าวเพื่อน แม่ยังไม่ด่าเธอสักคำฉันนึกว่าต่อให้ฉีโจวโจวไม่ได้ฆ่าคนหรือวางเพลิง พวกเขาก็คงยอมตามใจเธอไปตลอดเห็นฉันไม่ได้ขัดขวาง เธอก็เล่าเรื่องซุบซิบให้ฉันฟังอย่างกระตือรือร้นสองปีก่อน พ่อบังเอิญลงไปข้างล่างเพื่อหยิบเอกสาร พอกลับมาก็พบว่าเอกสารประมูลที่อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ถูกลบจนเกลี้ยงเขาค้นหาในถังรีไซเคิลอยู่นานจนเหงื่อแตกพลั่ก เพราะคิดว่าคอมพิวเตอร์ติดไวรัสจนกระทั่งถามฉีโจวโจว เธอถึงได้ทำหน้าไร้เดียงสา“หนูเห็นหน้าเด
Read more

บทที่ 9

ปีที่ฉันเรียนจบปริญญาเอก พ่อต้องเข้ารับการผ่าตัดเกี่ยวกับถุงน้ำดีอาใช้โทรศัพท์ของลูกสาวโทรมาหาฉัน บอกให้ฉันกลับไปช่วยดูแลพ่อสักหน่อยฉันรู้สึกงุนงงเล็กน้อย “ฉีโจวโจวก็อยู่ไม่ใช่เหรอ ให้ฉีโจวโจวไปสิ”อาพูดอย่างลำบากใจ “โจวโจวไปเที่ยวแล้ว เธอบอกว่าจองตั๋วเครื่องบินกับโรงแรมไว้แล้ว ยกเลิกไม่ได้...”ฉันยังคงปฏิเสธ “ปีนี้พ่อฉันเพิ่งอายุห้าสิบเจ็ดใช่ไหม ยังไม่ถึงวัยที่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่เสียหน่อย แล้วการผ่าตัดครั้งนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับความเป็นความตาย รบกวนให้เขาหาทางเองเถอะ”“จ้างคนดูแลก็ไม่ได้แพงมาก”อาพึมพำ “ไม่แพงตรงไหน วันละพันห้าเลยนะ หรือว่าเธอจะออกให้”ฉันยิ้ม “ได้สิ รอให้เขาอายุหกสิบแล้วต้องผ่าตัดและจ้างคนดูแล ค่อยมาหาฉัน ฉันออกให้”“ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึง”ลูกพี่ลูกน้องบอกว่าญาติที่บ้านเกิดต่างพากันนินทาว่าฉันเลือดเย็นลับหลังฉันไม่ได้ใส่ใจ“ตอนที่ฉันถูกปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียม ทำไมพวกเขาไม่ช่วยพูดความยุติธรรมให้ฉันสักคำ”“ฉีโจวโจวหน้าตาน่ารักกว่านิดหน่อย พูดจาหวานกว่าเล็กน้อย แล้วนี่เป็นเหตุผลที่ฉันสมควรถูกมองเป็นภาระและถูกโยนไปโยนมาอย่างนั้นเหรอ”“ตอนนี้พว
Read more

บทที่ 10

เดือนกันยายนปีที่สอง ถึงเวลาสลับคนดูแลกันแล้วตอนที่แม่เดินมาหาฉัน แทบจะร้องไห้ด้วยความดีใจ“จาวจาว แม่ไปเมืองโม่กับลูกได้ไหม แม่จะไม่สร้างปัญหา แม่ยังมีเงินบำนาญนะ”ยังไม่ทันที่ฉันจะปฏิเสธ พ่อก็ร้อนใจขึ้นมาก่อน“จะทำแบบนั้นได้ยังไง เธอจะไปเกาะจาวจาวอยู่ที่เมืองโม่ ไม่ยอมกลับบ้านใช่ไหม คิดจะให้จาวจาวเลี้ยงเธอไปตลอดเลยหรือไง”“แล้วจะทำไม”พวกเขาทะเลาะกันขึ้นมาอีกครั้งแต่น้องสาวไม่ได้เอ่ยปากห้ามเหมือนตอนยังสาว เธอสูบบุหรี่อย่างเบื่อหน่าย“พี่ ขอยืมเงินหน่อยสิ”“พ่ออยากจ้างแม่บ้านรายชั่วโมง แต่ฉันจ่ายไม่ไหว”ฉันตอบอย่างเรียบเฉย “ถ้าจ่ายไม่ไหวก็ไม่ต้องจ้าง ใครเป็นคนดูแล ก็ให้คนนั้นรับผิดชอบ”น้องสาวแค่นเสียงอย่างไม่พอใจ แล้วก็ไม่พูดกับฉันอีกช่วงปีที่ฉันดูแล แม่เข้ารับการผ่าตัดใหญ่เกี่ยวกับเอว ฉันก็ยังไม่ได้กลับไปดูแล แต่จ้างคนดูแลที่ฝีมือดีให้แทนจึงไม่มีสถานการณ์ที่เวลาต้องให้ครอบครัวมาหารือเรื่องการรักษา แล้วกลับติดต่อใครไม่ได้เลยการผ่าตัดของแม่ผ่านไปอย่างราบรื่น และฟื้นตัวได้ดีแต่ยิ่งใกล้เดือนกันยายน แม่ก็ยิ่งกระวนกระวายแทบจะโทรหาฉันทุกวัน“จาวจาว ปีหน้าให้ลูกดูแลแ
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status