3 Answers2025-10-29 13:02:04
สิ่งที่ช่วยผมผ่านบอสยาก ๆ ใน 'DmC: Devil May Cry' มาจนถึงตอนนี้คือการแยกสถานการณ์ออกเป็นเฟสและตั้งเป้าแค่หนึ่งอย่างต่อรอบการโจมตี
การวิเคราะห์เฟสแรกจะทำให้ฉันลดแรงกดดันลงได้ เช่น ถ้าบอสอย่าง Urizen เริ่มด้วยท่ากว้าง ๆ ฉันจะมุ่งจับจังหวะการหลบก่อน แล้วค่อยตามด้วยคอมโบสั้น ๆ เพื่อไม่ให้เปิดช่องให้บอสลากระยะยาว
เทคนิคที่ใช้บ่อยคือการผสมแผนการป้องกันกับการใช้อาวุธที่ตอบโจทย์เฟสนั้น ๆ อย่างการสลับจากดาบหนักไปเป็นปืนเพื่อเจาะช่องว่างเล็ก ๆ และเปลี่ยนมาใช้ Devil Trigger เฉพาะตอนที่ต้องทำความเสียหายสูงสุดเป็นการจบเฟส เมื่อรู้ว่าช่วงไหนปลอดภัยฉันจะกดรับความเสี่ยงมากขึ้น แต่ถ้าผิดพลาดก็ถอยและรีเซ็ตจังหวะใหม่แทนที่จะฝืนต่อ ผลลัพธ์คือการต่อสู้ดูไม่สับสนและลดการตายแบบโง่ ๆ ได้มาก
ท้ายที่สุดสิ่งที่ช่วยให้ชนะบอสยาก ๆ คือความอดทนในการฝึกแบบมีจุดมุ่งหมาย การรู้ว่าต้องฝึกจุดไหนก่อนจะทำให้เวลาที่ลงสู้จริงมีความชัดเจนกว่าเดิม และความรู้สึกพอใจเมื่อผ่านด่านยาก ๆ มันหวานกว่าการชนะแบบพึ่งดวงเยอะเลย
3 Answers2025-10-29 21:06:51
ลองเริ่มจากสิ่งพื้นฐานที่สุดก่อน แล้วค่อยไต่ระดับขึ้นไปทีละขั้น จะทำให้การเล่น 'Devil May Cry 5' ของคุณกับ Dante รู้สึกแน่นและมีสไตล์มากขึ้นกว่าแค่กดโจมตีวน ๆ ไปมา
ผมมอง Dante เป็นตัวละครที่ต้องบาลานซ์ระหว่างการใช้ปืนเพื่อควบคุมระยะกับการกระโดดเข้าไปให้ชิดเพื่อใช้ท่าโจมตีระยะประชิดที่ต่อคอมโบได้ยาว ๆ ที่สำคัญคือการฝึกการยกศัตรูขึ้น (launcher) แล้วต่อจังหวะกลางอากาศให้ลื่นไหล ตัวอย่างคอมโบพื้นฐานที่ผมชอบฝึกคือ ยิงสั้น ๆ ด้วยปืนเพื่อชะลอศัตรู -> แทงด้วยดาบแบบพุ่งขึ้นเพื่อเป็น launcher -> กระโจนขึ้นอากาศแล้วเล่นชุดท่า Rebellion ที่ต่อด้วยท่าโจมตีของ Balrog เพื่อให้เกิด ground bounce -> ปิดท้ายด้วยท่า Cavaliere หรือท่าเพลงปืนยักษ์เพื่อทำดาเมจช่วงปลาย
นอกจากคอมโบแล้ว ให้โฟกัสที่สองทักษะที่มักถูกมองข้ามคือการ cancel ท่าและการใช้ Devil Trigger ให้เป็นช่วงหน้าต่างของบอส ฝึกกดท่ายกเลิกด้วยปืนหรือสกิลที่เร็วเพื่อยืดคอมโบ เป้าหมายคือทำให้การเคลื่อนไหวไม่มีช่องโหว่และรักษา Stylish Rank ให้ต่อเนื่อง ฝึกแบบเป็นด่านสั้น ๆ เช่น เล่นแค่เจอศัตรูบินซ้ำ ๆ หรือศัตรูเกราะหนา แล้วจบบทด้วยท่าเดียว จะช่วยให้ทักษะที่ว่าเป็นนิสัย และเวลาเจอศัตรูหลายแบบจริง ๆ จะปรับตัวได้ไวกว่าเดิม
3 Answers2025-10-28 08:29:28
ฉากปะทะกับ 'Urizen' ใน 'Devil May Cry 5' เป็นสิ่งที่ยังติดตาอยู่เสมอ ไม่ใช่แค่เพราะรูปลักษณ์ที่ทรงพลังหรือเพลงประกอบที่ยกระดับบรรยากาศ แต่เพราะการออกแบบเฟสที่เปลี่ยนแทคติกผู้เล่นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเริ่มสู้ ร่างของมันช่างแข็งแกร่งและท่าโจมตีกว้าง ทำให้การอ่านจังหวะกับการกะระยะเป็นเรื่องจำเป็นสุด ๆ
ในช่วงเฟสต่อมา 'Urizen' จะเปลี่ยนโหมด จากการออกท่าแบบหนัก ๆ มาสู่การใช้พลังเวทและการโจมตีที่มีความเร็วสูงขึ้น นั่นคือจุดที่ผมต้องปรับสไตล์การเล่นจากการตั้งรับมาเป็นการขยับตัวมากขึ้น และเริ่มโฟกัสการชิงช่องว่างเล็ก ๆ เพื่อสวนกลับ เพลงกับเอฟเฟกต์ภาพทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังสู้กับบอสในนิยายแฟนตาซีที่ดุดัน แต่ต้องอาศัยความแม่นยำแบบเกมแอ็กชัน
เทคนิคง่าย ๆ ที่ผมมักใช้คืออย่าโลภทำคอมโบยาวเมื่อยังไม่รู้จังหวะของเฟสใหม่ ให้ปล่อยให้บอสเปิดช่องแล้วรีบใช้อินสแตนท์แดชหรือท่าเบรกเกอร์เพื่อหนีออกมา การตั้งค่าไอเท็มรักษาและเลือกสกิลที่เพิ่มความคล่องตัวมักช่วยได้มาก สุดท้ายแล้วสิ่งที่ชอบที่สุดคือความรู้สึกเมื่อสามารถอ่านจังหวะบอสได้และหาจุดอ่อนจนทำให้ฉากนั้นเปลี่ยนจากน่ากลัวเป็นน่าจดจำในแบบที่ยากจะลืม
2 Answers2025-10-30 17:31:40
ยิ่งลงลึกใน 'Devil May Cry 5' มากเท่าไร ผมยิ่งรู้สึกว่าการเลือกอาวุธกับสกิลมันเปลี่ยนสไตล์การเล่นได้แบบพลิกชีวิต — แล้วก็สนุกจนหยุดไม่ได้เลย ในมุมมองของแฟนที่คลุกคลีทั้งคอมโบและทริค ผมขอแบ่งเป็นตัวละครทีละคนพร้อมแนะนำของที่ควรลองและเหตุผลเชิงเทคนิคกับเชิงสนุกไว้ชัดๆ เพื่อให้คุณได้ภาพว่าจะเล่นยังไงให้มัน 'คูล' และได้สกอร์สูง
Nero เป็นตัวที่เน้นการโจมตีตรงๆ และการควบคุมพื้นที่ผ่าน Devil Breakers และระบบ Exceed ของ Red Queen นี่คือของที่ผมชอบแนะนำ: Red Queen เอาไว้เล่นแบบขยี้ด้วย Exceed โดยการชาร์จจะเพิ่มความแรงและคอมโบได้ยาวขึ้น ส่วน Blue Rose เหมาะกับการทำคอนโบกลางอากาศและทำให้ศัตรูลอยเพื่อจับอลงกต Dante-style จับคู่กับ Devil Breakers ต่างๆ จะเพิ่มมิติ เช่น Breaker แบบระเบิดช่วยเคลียร์ฝูงได้เร็ว และแบบที่เป็นบูสเตอร์ช่วยให้เคลื่อนที่หรือทำการโจมตีกันระยะได้สะดวก ผมมักจะพกอย่างน้อยสองแบบติดตัวไว้แล้วสลับใช้ตามสถานการณ์ แล้วอย่าลืมฝึกท่า Stinger กับ Overhead เพื่อเปิดคอมโบหรือรีเซ็ตศัตรู
Dante คือความเป็นตัวละครที่หลากหลายสุด — เปลี่ยนสไตล์ได้ทันใจและมีอาวุธให้เลือกเยอะมาก สิ่งที่ผมมักแนะนำคือลองปรับใช้สี่สไตล์หลักคือ Trickster สำหรับการหลบและเคลื่อนไหว, Swordmaster เพื่อเพิ่มท่าโจมตีระยะประชิด, Gunslinger เมื่ออยากได้ลำดับการยิงต่อเนื่อง และ Royalguard ถ้าชอบการกันและสวนกลับที่เท่แบบสุดโต่ง อาวุธพื้นฐานอย่าง Rebellion กับปืนคู่ Ebony & Ivory ใช้ได้ตลอด แต่ Balrog (หมัด/เตะ) จะให้ฟีลคอมโบหนักและ Cavaliere ช่วยเรื่องการคุมพื้นที่และทำคอมโบต่อเนื่อง อย่ากลัวการสลับอาวุธกลางคอมโบ — นั่นแหละเสน่ห์ของ Dante ที่ทำให้คอนโบดูสวยงามและมีประสิทธิภาพ
ส่วน V ต้องเล่นแบบคิดแตกต่างออกไปเพราะเขาไม่ได้สู้ด้วยตัวเองโดยตรง แนะนำให้โฟกัสที่การควบคุม Griffon กับ Shadow เพื่อสร้างคอมโบในอากาศและคอมโบเชื่อมต่อไปหาการเรียก Nightmare มาช่วยจบครีปใหญ่ๆ Griffon ดีตรงให้ระยะยิงและควบคุมการลอยของศัตรู ส่วน Shadow จะเข้ามารัวคอมโบระยะประชิด เมื่อสะสมเดวิลทริกเกอร์พอ ให้เรียก Nightmare มาสอยหนัก จังหวะการเรียกและการคุมน้องๆ เหล่านี้คือกุญแจของ V ที่ทำให้คะแนนพุ่งโดยที่ตัว V ยืนห่างไม่โดนมากนัก
โดยรวมแล้ว การอัปเกรดสกิลที่ผมให้ความสำคัญคือปุ่มที่เพิ่มความยืดหยุ่นของคอมโบ (เช่น เพิ่มจำนวนการชาร์จ Exceed, ลดคูลดาวน์ Devil Breaker บางตัว, หรือเพิ่มพลังให้การเรียก summons ของ V) และการฝึกสลับอาวุธกลางคอมโบจนคุ้นเคยจะเปิดมุมมองการเล่นใหม่ๆ ให้คุณได้ค้นพบเสน่ห์ของ 'Devil May Cry 5' อยู่เสมอ สุดท้ายแล้วของโปรดของผมคือการได้ผสมสกิลที่ไม่ค่อยมีคนเล่นเข้าด้วยกันแล้วเห็นคอมโบมันจัดจ้าน — มันเป็นความพึงพอใจเล็กๆ แบบแฟนเกมที่เล่นแล้วยิ้มไม่หุบ
3 Answers2025-10-29 19:45:09
ได้เล่น 'Devil May Cry 5' มาหลายรอบจนจับทางการต่อสู้ของ Dante ได้ชัดเจนขึ้น ทำให้ฉันมองว่าอาวุธที่เหมาะกับมือใหม่ที่สุดคือ 'Rebellion' เพราะมันให้ความสมดุลทั้งระยะ ความรู้สึกเวลาฟัน และการต่อคอมโบที่ไม่ซับซ้อนมาก
Rebellion เป็นดาบที่เข้าใจง่าย: กดผสมท่าเบสิกจะได้คอมโบที่สวยงามทันที ไม่ต้องพะวงกับการสลับสกิลแบบซับซ้อนหรือสเตทหลายรูปแบบ ฉันมักจะแนะนำให้ผู้เล่นใหม่เอาเวลาไปฝึกการเชื่อมท่าแบบพื้นฐาน เช่น ฟันเบา-ฟันหนัก-กระโดดฟัน จากนั้นเติมจังหวะยิงปืนเล็กๆ จาก 'Ebony & Ivory' ระหว่างคอมโบเพื่อยืดระยะหรือ break ในจังหวะที่ศัตรูเปิดช่อง
เทคนิคที่ฉันคิดว่าช่วยได้คือการอัพเกรดพลังโจมตีของ Rebellion ก่อน เน้นเลือดขึ้นเลเวลของท่าโจมตีพื้นฐาน แล้วเรียนรู้การใช้ Devil Trigger ประสานกับคอมโบเพื่อสร้างความเสียหายระยะสั้น การเคลื่อนที่ก็สำคัญมาก: อย่าอยู่กับที่ ให้ฝึกการหลบและกระโดดเป็นนิสัย แล้วค่อยเพิ่มท่าเชิงรุกอีกที สำหรับคนที่ชอบความเรียบง่ายแต่ยังอยากทำท่าดูเท่ Rebellion จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและให้ความสนุกแบบไม่เครียดมากนัก
3 Answers2025-11-07 12:49:17
สิ่งที่ดึงดูดผมให้ติดซีรีส์คือความหลากหลายของอาวุธที่ Dante ถือได้—ทั้งดาบยาว ดาบทรงพลัง และปืนคู่ที่ยิงไม่หยุด ในมุมมองการเล่นแบบคลาสสิกชุดพื้นฐานมักประกอบด้วย 'Rebellion' ซึ่งเป็นดาบหลักสำหรับคอมโบพื้นฐานและท่าโจมตีหนักที่เปิดช่องให้ต่อจังหวะ กับ 'Ebony & Ivory' ที่ช่วยเก็บคอมโบระยะไกลและทำให้ศัตรูลอยเพื่อเชื่อมท่าต่อ ส่วน 'Sparda' จะเป็นอาวุธพิเศษที่มีพลังระดับตำนาน ใช้เมื่ออยากทำความเสียหายหนักหรือเปิดใช้สกิลพิเศษในฉากสำคัญ
จังหวะการใช้งานสำคัญมาก: การกดโจมตีเร็วต่อเนื่องด้วย 'Rebellion' ผสมกับการยิงปืนคั่นกลางจะรักษาอันดับสไตล์ได้ดี และการใช้ท่าโจมตีหนักหรือกดชาร์จจะทำให้ศัตรูลอยโดดหรือกระเด็น พอศัตรูอยู่ในอากาศก็ให้ใช้การโจมตีขึ้นฟ้าแล้วตามด้วยท่าเฉพาะของดาบเพื่อจบคอมโบ ส่วน 'Sparda' มักจะใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการทำดาเมจครั้งใหญ่หรือกับบอส เพราะตัวมันมักมีท่าโจมตีพิเศษและสามารถเก็บคอมโบแบบแตกต่างจากดาบธรรมดาได้
สรุปสั้นๆ ว่าเทคนิคของผมคือผสมปืนเข้าไปในคอมโบดาบเสมอและรู้จังหวะเปิดใช้ปุ่มหนักเมื่อศัตรูถูกยกหรือมึน เรื่องนี้ช่วยให้การเล่นรู้สึกลื่นและสนุกขึ้นมากเวลาเจอศัตรูที่เยอะ ๆ — มันเหมือนการเต้นรำที่มีดาบกับปืนเป็นคู่เต้นสุดประสาน
3 Answers2025-10-29 04:15:59
เคยแต่งคอสเพลย์เป็น Dante ที่ได้แรงบันดาลใจจาก 'Devil May Cry 3' มาก่อน เลยรู้สึกว่าการยกเอาคอนทราสต์ระหว่างชุดแดงสุดคลาสสิกกับท่าทางกวนๆ ของเขามาทำจริงเป็นอะไรที่ให้ความรู้สึกครบถ้วนมาก ๆ ฉันแนะนำให้เริ่มจากโครงชุดหลักก่อน คือโค้ทยาวสีน้ำเงินเข้มหรือแดงเข้มที่ตัดให้พอดีตัว ไม่จำเป็นต้องเป็นหนังแท้เสมอไป หนังสังเคราะห์คุณภาพดีหรือผ้าคล้ายหนังบางชนิดก็ทำให้ได้ซิลลูเอตเดียวกัน พวกปุ่มโลหะ สายเข็มขัด และซับในสีแดงสดช่วยยกระดับงานให้ดูเป็น Dante มากขึ้น
การทำพร็อพเป็นอีกเรื่องที่สนุก ฉันชอบทำดาบสั้นแบบน้ำหนักเบาเพื่อฝึกท่าถือและโชว์ท่าในงานคอส รวมถึงปืนของเขาที่สามารถทำจากโฟม EVA และพ่นสีเมทัลลิกให้ดูเก่าเล็กน้อย ส่วนวิกผมต้องเซ็ตทรงให้ดูฟูมีชั้นและไฮไลท์ที่ไม่เรียบเนียนเกินไป เพื่อให้ได้ลุคที่พุ่งออกมาเหมือนฉากแอ็กชัน นอกจากนี้ถ้าชอบม็อดในเกม ให้มองหาม็อดเปลี่ยนชุดที่ดึงเอาลายเสื้อจากยุคก่อนๆ มาใส่ใน 'Devil May Cry 5' หรือม็อดที่เพิ่มเอฟเฟกต์ Devil Trigger ให้มีแสงและพาร์ติเคิลจะยิ่งทำให้การถ่ายรูปมีความดราม่า
ท้ายที่สุด ฉันมักจะแนะนำให้ฝึกมู้ดและมุมกล้องด้วย เพราะบางท่าที่ดูโอ่อ่าในเกมต้องการมุมกล้องและการแสดงออกเล็กน้อยเพื่อชวนให้คนดูเชื่อว่าคุณคือ Dante เวลาจะแชร์รูปหรือไลฟ์ ให้ลองทำซีเควนซ์ท่ายิง-ฟาดดาบ-ยิ้มทะลึ่งแล้วจะเห็นว่าภาพมันมีชีวิตขึ้นมาได้จริง ๆ
3 Answers2025-10-31 20:01:32
บอกเลยว่าการสู้บอสใน 'Devil May Cry 5' ให้ความรู้สึกเสมือนการเต้นที่ต้องมีจังหวะและความใจเย็นพร้อมกัน
การเริ่มต้นสำหรับฉันคือการสังเกตจังหวะพื้นฐานของบอสก่อนจะพุ่งเข้าใส่ ถ้าบอสมีการฟาดรุนแรงเป็นชุด ฉันจะเล็งหาหน้าต่างสั้น ๆ ที่มันต้องหยุดนิ่งหลังท่าฟาดนั้น เพื่อเข้าไปต่อคอมโบแบบรวดเร็วแล้วรีบถอยออก การใช้การสลับอาวุธอย่างฉับไวช่วยมาก — เปลี่ยนจากดาบเป็นปืนเพื่อเก็บคอนเน็กชันที่ยังไม่ครบ หรือโยนเทคนิคอากาศขึ้นไปต่อให้ศัตรูลอยแล้วกดปิดฉากด้วยท่าที่สตั้นศัตรูได้
ส่วนเรื่องตัวละคร ฉันมักปรับวิธีเล่นตามคนที่ใช้: ถ้าเล่นเป็นดันเต้ จะโฟกัสที่การสลับสกิลและการคอมโพสระหว่างอาวุธเพื่อรักษาสตายร์ ถ้าเล่นเป็นเนโร การใช้แขนกล (Devil Breaker) เพื่อดึงบอสออกจากมุมหรือยกศัตรูขึ้นเป็นสิ่งที่ให้โอกาสทำดาเมจมากกว่า สำหรับบางบอสที่มีเฟสเปลี่ยนฉับพลัน การเก็บ Devil Trigger ไว้ใช้ในเฟสที่สองมักคุ้มค่ากว่าเผาไปตอนแรก
สุดท้ายคือการจัดการความเสี่ยง: ฉันเลือกความปลอดภัยมากกว่าการไล่ทำคอมโบต่อเนื่องเมื่อเลือดเหลือน้อย เพราะการโดนคอมโบเดียวจากบอสอาจจบการสู้ได้ การฝึกอ่านท่าเป็นสิ่งที่ให้ผลระยะยาวกว่าการพยายามสไตล์ให้ดูเจ๋ง จบการสู้ด้วยรอยยิ้มที่รู้สึกว่าทำดีที่สุด — นั่นคือสิ่งที่ทำให้ฉันกลับมาเล่นซ้ำเสมอ
3 Answers2025-10-28 01:56:16
รู้สึกเหมือนได้บินได้ทุกครั้งที่กดสลับอาวุธและสไตล์จนคอมโบลื่นไหลใน 'Devil May Cry 5' — นี่คือแนวทางที่ฉันใช้จนช่วยให้เล่น Dante ได้มั่นใจกว่าเดิม
สิ่งแรกที่ต้องทำคือฝึกการสลับอาวุธกับสไตล์ให้เป็นนิสัย เกมออกแบบให้ Dante เดินหน้าถอยหลังได้รวดเร็วและต่อคอมโบจากระยะไกลได้ด้วยปืน การเริ่มจากการจับจังหวะระหว่างยิงด้วยปืนสองนัดแล้วพุ่งเข้าด้วยดาบ จะช่วยให้ศัตรูติดสถานะลอยและเปิดโอกาสจัมป์แล้วต่อคอมโบในอากาศได้มากขึ้น ในมุมของการเคลื่อนที่ ให้เน้นการใช้สไตล์ที่เพิ่มความคล่องตัวเพื่อหลบจังหวะใหญ่ของบอสและรีโพสิชั่นตัวเองแทนการยืนสู้ตรงๆ
เทคนิคที่ฉันชอบคือการตั้งเป้าหมายฝึกแบบมินิเดี่ยว เช่นเลือกศัตรูชนิดหนึ่งแล้วลองเล่นจนกว่าจะทำดาวคอมโบสูงสุดได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้การบริหาร Devil Trigger สำคัญมาก: อย่าใช้ทันทีเมื่อเริ่มคอมโบ แต่เก็บไว้สำหรับจังหวะต้องการรีคัพหรือแม้แต่ต่อคอมโบให้นานขึ้น สุดท้ายอย่าอายที่จะดูวิดีโอของคนที่เชี่ยวชาญอย่างใน 'Bayonetta' เพื่อไอเดียการเชื่อมท่าระหว่างระยะไกลและใกล้ เพราะการดูสไตล์การเล่นต่างเกมช่วยให้เข้าใจจังหวะและความเป็นไปได้ของ Dante มากขึ้น จบแบบนี้แล้วกลับไปลองเล่นใหม่ด้วยความมั่นใจดูนะ มันสนุกกว่าที่คิด
3 Answers2025-10-29 08:30:01
เราเป็นคนหนึ่งที่ชอบเก็บละเอียดทุกมุมของเกม และในบทบาทนั้น 'Devil May Cry 5' มีของลับที่คุ้มค่าจริง ๆ ควรหา
ถ้าพูดถึงที่ชัดเจนที่สุด ให้เริ่มจากระบบ 'Secret Missions' ที่ซ่อนอยู่ในหลายฉาก เพราะการเคลียร์เป้าหมายพิเศษพวกนี้ไม่ได้แค่เพิ่มคะแนนหรือทำให้รู้สึกท้าทายเท่านั้น แต่บางอย่างจะให้รางวัลแบบที่อยากให้มีติดตัว เช่น Red Orb เพิ่ม เติมแต้มสกอร์ และบางครั้งการปลดล็อกความท้าทายจะทำให้เราได้ลองใช้สกิลหรือสไตล์การเล่นใหม่ ๆ ที่ทำให้ Dante มีมิติขึ้นในการเล่นซ้ำ
อีกสิ่งที่ต้องระวังคือมุมฉากที่ดูเหมือนไม่สำคัญ — ผนังที่เรียบ ๆ พื้นที่ที่เราต้องกระโดดขึ้นไปหรือทุบของตกแต่ง บ่อยครั้งจะซ่อน Red Orbs หรือเส้นทางลัดไปยังพื้นที่สู้ของบอสย่อย การเล่น Mission Select ซ้ำกับ Dante โดยเฉพาะหลังจากปลดล็อกท่าใหม่ ๆ จะช่วยให้เข้าถึงมุมที่ก่อนหน้านี้ทำไม่ได้ได้ง่ายขึ้น สุดท้ายอย่าลืมว่าถ้าชอบของที่เป็นเนื้อเรื่องลับ การมี DLC อย่างตัวเล่นได้ของ 'Vergil' (ถ้าซื้อ) จะเปิดมุมมองและฉากต่อสู้ที่เสริมภาพรวมของ Dante ให้สมบูรณ์ขึ้น จากมุมมองคนที่เล่นครบจบทุกอัศวิน การตามหาของลับพวกนี้มันเพิ่มคุณค่าให้กับการเล่นมากกว่าตัวรางวัลล้วน ๆ