2 Answers2026-03-29 03:47:56
บทกลอนแรกนี้เขียนให้คนที่กำลังรู้สึกท้อกับเส้นทางที่ยาวไกล
เดินช้าไม่ใช่ว่าหยุดเดิน
เงยหน้ามองดาวก็ยังไปได้
ปล่อยใจให้เหนื่อยก็พักได้
แต่ไม่ล้มเลิกฝันที่เคยใจไว้
ฉันอ่านบรรทัดพวกนี้แล้วมักเอามาเตือนตัวเองเวลาทางข้างหน้าดูท้าทายมากกว่าปกติ การเดินช้าไม่ได้แปลว่าแพ้ มันแค่หมายถึงเราให้เวลาใจได้หายเหนื่อยและปรับแผนใหม่ได้ การรีบวิ่งอย่างเดียวบางครั้งกลับทำให้อาการทรุดลงเร็วกว่าที่คิด สำหรับฉันบทกลอนสั้น ๆ แบบนี้เป็นเข็มทิศเล็ก ๆ เวลาที่ต้องตัดสินใจสำคัญ เพราะมันเตือนให้เห็นคุณค่าของ 'การต่อเนื่อง' มากกว่าความเร็ว
บทกลอนที่สองชวนให้หันมามองสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว
ใบไม้ร่วงหนึ่งใบก็มีเรื่องเล่า
แสงเช้าสาดยังทำให้เหงาลดลง
มือใครจับเราสั้น ๆ ก็อุ่นพอ
ค่าของวันจึงไม่ต้องหนักจนล้น
ย่อหน้าที่สองนี้ฉันเอาไว้เตือนตัวเองเกี่ยวกับความสำคัญของรายละเอียดเล็ก ๆ ที่มักถูกมองข้าม ความสุขไม่ได้ต้องยิ่งใหญ่เสมอไป บ่อยครั้งมันซ่อนอยู่ในการสังเกตว่ามีใครยังหยิบยื่นความอ่อนโยนให้เราในวันที่เราดูเหมือนไม่มีอะไรเหลือ การให้ความหมายกับทุกวัน ทำให้ชีวิตไม่ว่างเปล่า เหมือนขนมชิมคำเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ ทำให้ยิ้มได้
บทกลอนสุดท้ายเน้นเรื่องการให้อภัยและเริ่มต้นใหม่
คนเราเผลอหลายครั้งก็เป็นธรรมดา
คำขอโทษถ้าออกจากใจคือประตู
เข้าไปเจอวันที่ใหม่ที่อ่อนโยน
ปล่อยบาปเก่าให้เป็นบทเรียนไม่ใช่โซ่
ในย่อหน้าจบนี้ฉันคิดถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน คนเราทุกคนมีวันที่ทำผิดพลาด การถือโทษไว้ตลอดไปไม่ใช่การแก้แค้นที่ยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย การให้อภัยไม่ได้หมายถึงลืมเสมอไป แต่มันคือการเลือกจะเดินหน้าด้วยความเข้าใจมากขึ้น ฉันชอบภาพของประตูที่เปิดออกหลังคำขอโทษ — มันเป็นสัญลักษณ์ของการให้โอกาสซึ่งกันและกัน และนั่นทำให้ความทรงจำขม ๆ กลายเป็นปุ๋ยให้เราเติบโตต่อไป
3 Answers2026-03-12 04:53:45
กลางคืนเงียบๆ แบบนี้ ผมมักจะหา 'บทกลอนสั้น' ที่เป็นมิตรกับความคิดมาอ่านก่อนนอน
ความเรียบง่ายคือหัวใจสำคัญของบทกลอนที่เหมาะอ่านก่อนเข้านอน สำหรับฉัน บทกลอนที่ดีไม่จำเป็นต้องฉลาดเลิศหรู แต่ควรให้ความอุ่น ความปลอบโยน หรือเตือนให้ใจนิ่ง เช่น บทสั้น ๆ ที่มีจังหวะชัดเจนและภาพพรรณนาง่าย ๆ จะช่วยให้สมองค่อย ๆ ลดความเร็วลง ไม่ต้องคิดเรื่องซับซ้อนก่อนหลับ
ตัวอย่างที่ผมชอบก็เป็นแบบนี้: "คืนลมพัดเบา ใจวางลงบนหมอน ใฝ่ฝันไม่ไกล" หรือ "คืนหนึ่งนิทรา สายตาปล่อยวาง เรื่องวุ่นวายพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน" บทสั้น ๆ ทั้งสองให้ความรู้สึกเหมือนคำปลอบ ประโยคสั้น ๆ ช่วยให้ซึมซับได้ทันทีและไม่ต้องย้อนความนาน
ท้ายสุด ผมแนะนำให้เลือกบทที่มีถ้อยคำอบอุ่น ใช้คำซ้ำหรือจังหวะที่คุ้นเคยเล็กน้อย แล้วอ่านช้า ๆ ก่อนหลับ สร้างความสม่ำเสมอจนกลายเป็นพิธีเล็ก ๆ จะช่วยให้การนอนสงบขึ้นและตื่นเช้ามาด้วยหัวใจที่เบา
3 Answers2026-03-12 12:59:26
บทกวีสั้นๆ ที่จับความรักได้ดีที่สุดมักไม่ต้องการคำยืดยาวเพื่อสื่อความหมาย แต่กลับเลือกภาพเดียวที่กระแทกใจได้ทันที
ผมมักชอบบทกวีสั้นแบบที่มีโครงสร้างกระชับ เช่น เฮอิกุหรือทังกะ เพราะมันบังคับให้คนเขียนต้องตัดสิ่งฟุ้งเฟ้อออกเหลือแก่นเดียวของความรัก — ความคิดถึง, ความอาลัย, หรือความอบอุ่นที่เงียบ ๆ เมื่ออ่าน 'Sonnet 116' แล้ว ความประทับใจของผมไม่ได้มาจากสำนวนยืดยาว แต่เป็นความเชื่อมั่นในความรักที่ไม่เปลี่ยนแปลงซึ่งวางอยู่ตรงกลางคล้ายภาพเดียวที่ชัดเจน
อีกแบบที่ผมชอบคือบทกวีในรูปแบบเอพิแกรมหรือวลีสั้น ๆ ที่มีมุขหรือความจริงขม ๆ ซ่อนอยู่ ซึ่งช่วยให้บทเรียนเรื่องความรักแฝงด้วยอารมณ์ขันและความจริงจังในคราวเดียวกัน เวลาเจอวลีสั้นๆ ที่กระแทกใจ ผมมักเก็บมันไว้ในหัวและหยิบมาใช้เตือนตัวเองว่า ความรักบางครั้งไม่จำเป็นต้องพูดให้ยาว แค่หนึ่งภาพหรือประโยคสั้น ๆ ที่ตรงประเด็นก็เพียงพอแล้ว
1 Answers2026-03-29 04:45:27
ลองเริ่มจากแหล่งใกล้ตัวที่เด็กๆ ชอบและผู้ใหญ่หาง่าย: ห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดประชาชน และชั้นหนังสือภาพในร้านหนังสือมักมีรวมเล่มบทกลอนสั้น ๆ และนิทานที่มีข้อคิดไว้เยอะมาก หนังสือรวบรวม 'นิทานอีสป' หรือ 'นิทานชาดก' มักจบด้วยคติสั้น ๆ ที่เด็กเข้าใจได้ง่าย ส่วนรวมคำพังเพยและ 'สุภาษิตไทย' ก็เป็นแหล่งข้อคิดสั้น ๆ ที่แปลงเป็นบทกลอนได้ไม่ยาก ถ้ามองหาเป็นเล่มก็ลองหาแนะนำโดยหัวข้อว่า "กลอนสำหรับเด็ก" หรือ "คำคมเด็ก" ในหมวดหนังสือเด็ก ซึ่งจะได้ทั้งภาพประกอบช่วยให้เด็กเข้าใจและกลอนสั้น ๆ ที่สามารถท่องหรือทำกิจกรรมร่วมกันได้
ลองใช้พื้นที่ออนไลน์เป็นตัวช่วยเสริม: แพลตฟอร์มวิดีโออย่าง YouTube มีช่องอ่านกลอนและเล่านิทานสำหรับเด็กที่ตัดเป็นคลิปสั้นได้ง่าย ส่วนแอปห้องสมุดดิจิทัลหรือร้านขาย eBook ก็มีหนังสือเสียงสั้น ๆ ให้ฟัง ส่วนโซเชียลมีเดียเช่น Instagram และ TikTok สามารถค้นด้วยแฮชแท็กเพื่อเจอบทกลอนสั้น ๆ ที่ผู้ปกครองหรือครูแชร์ เช่น #กลอนเด็ก หรือ #นิทานสอนใจ ที่มักมีการ์ดคำสั้น ๆ พร้อมภาพสีสันสดใส นอกจากนี้ เว็บไซต์สำหรับครูและบล็อกคุณพ่อคุณแม่มักจะมีคอลเล็กชันสื่อการสอนฟรีที่รวมบทกลอนบทสั้นๆ ไว้สำหรับการสอนหรือกิจกรรมเล่านิทาน
เมื่อต้องเลือกหรือประยุกต์บทกลอนให้เหมาะกับเด็กเล็ก แนะนำให้มองหาบทที่มีคำซ้ำ ทำนองชัด และความยาวไม่เกิน 4-6 บรรทัด เพราะเด็กจะจำได้ง่ายและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ฉันมักจะตัดหรือปรับคำให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและคำที่เด็กคุ้นเคย แล้วก็ใช้ภาพประกอบหรือท่าทางประกอบการเล่าเพื่อเพิ่มความเข้าใจ หากอยากสร้างเอง เริ่มจากข้อคิดง่าย ๆ เช่น การแบ่งปัน ความสุภาพ ความซื่อสัตย์ แล้วแต่งเป็นวรรคสั้น ๆ ที่สัมผัสง่าย ตัวอย่างบทกลอนสั้น ๆ ที่ใช้สอนได้ เช่น:
"แบ่งกันยิ้มทุกวัน ทุกคนอบอุ่นในครัวเรือน"
"ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม ตั้งใจทำไม่ต้องกลัวพลาด"
"พูดคำดี โลกก็ยิ้มให้ แม้แค่คำสั้น ล้วนเปลี่ยนวันได้"
"เก็บของให้เป็นที่ พรุ่งนี้หาไม่ตะลึกตะลน"
บทพวกนี้สามารถประยุกต์เป็นบทกลอนกลุ่มกิจกรรม หรือทำเป็นการ์ดคำให้เด็กดึงสุ่มอ่านแล้วเล่าเหตุผลได้ด้วย
สุดท้ายแล้วความสนุกและความสม่ำเสมอสำคัญที่สุด: เลือกบทที่อ่านแล้วอยากทวนซ้ำ ทำเป็นกิจวัตรก่อนนอนหรือก่อนเข้าเรียนสั้น ๆ จะช่วยให้เด็กซึมซับคติและคำสอนแบบเป็นธรรมชาติ ฉันชอบเห็นเด็ก ๆ ส่งต่อบทร้องสั้น ๆ ที่เรียนรู้และเอาไปใช้จริง เพราะมันเป็นวิธีเล็ก ๆ แต่ทรงพลังในการปลูกนิสัยดี ๆ ให้ติดตัวไปนาน
3 Answers2026-03-12 03:18:21
มีแหล่งรวมบทกลอนสั้น ๆ ที่สอนใจอยู่มากมายจนแทบเลือกไม่ถูก และฉันชอบเปิดอ่านมันเวลาอยากได้คำปลอบใจสั้น ๆ วรรคเดียวก็เข้าถึงใจแล้ว
แหล่งแรกที่ฉันมักแนะนำคือ 'ธรรมบท' ซึ่งเป็นชุดข้อคิดสั้น ๆ ของพระพุทธเจ้า แต่ละบทเป็นโคลงสั้น ๆ เต็มไปด้วยข้อเตือนใจเกี่ยวกับความโลภ โทสะ และมรรคผล อ่านง่ายและข้อต่อข้อจับใจทันที หนังสือแปลไทยของ 'ธรรมบท' หาซื้อได้ตามร้านหนังสือใหญ่หรือในรูปแบบอีบุ๊ก ส่วนเวอร์ชันสาธารณะมีอยู่ในห้องสมุดดิจิทัลและเว็บไซต์ธรรมะหลายแห่ง ทำให้เปิดอ่านได้ทั้งบนมือถือและเครื่องอ่านอีบุ๊ก
อีกแหล่งที่ฉันชอบคือบทกลอนสั้นจากกวีไทยคลาสสิกอย่าง 'สุนทรภู่' แม้บางงานจะยาว แต่เขามีคำกลอนสั้น ๆ และสุภาษิตแฝงคติเตือนใจที่ถูกอ้างถึงบ่อย ๆ ผลงานของสุนทรภู่อยู่ในพื้นที่สาธารณสมบัติออนไลน์อย่าง Wikisource และมีรวมเล่มในหนังสือรวมบทกลอนของเขาตามร้านหนังสือเก่าและหอสมุดส่วนกลาง สุดท้ายอย่ามองข้าม 'สุภาษิตไทย' และกลอนหมอนคำสอนพื้นบ้าน ที่มักถูกเก็บในหนังสือรวบรวมคำคม-สุภาษิตหรือเว็บไซต์รวบรวมคำคม คนชอบอ่านสั้น ๆ มักเก็บรูปภาพข้อความ (quote) เหล่านี้ไว้ดูซ้ำ ๆ เป็นแรงบันดาลใจยามต้องการคำพูดกระชับ ๆ สะกิดใจ
4 Answers2026-03-19 12:40:10
คอนเทนต์สั้น ๆ ที่เป็นบทกลอนสอนใจมักทำให้คนหยุดนิ่งและคิดต่อได้เร็วกว่าข้อความยาว ๆ
ฉันมักเลือกบทกลอนที่มีภาพชัดและจังหวะคล้องจองพอประมาณ เพราะมันช่วยให้ผู้อ่านจำประเด็นใจความได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เวลาอ่านนาน ๆ การใส่ความหมายสั้น ๆ ต่อท้ายในบรรทัดเดียวหรือสองบรรทัดจะช่วยเชื่อมโยงกลอนกับบริบทโพสต์ เช่นถ้าอยากกระตุ้นให้คนลงมือเปลี่ยนแปลง อาจยกบรรทัดจาก 'If—' ที่พูดถึงความอดทนมาเป็นตัวตั้งแล้วต่อด้วยคำอธิบายที่ตรงไปตรงมา
ความพอดีคือหัวใจของการเลือกโพสต์แบบนี้ ฉันชอบให้กลอนเป็นจุดกระโดดให้คนคิด ไม่ใช่คำสั่งหรือคำสอนยาวเหยียด คำอธิบายสั้น ๆ ควรเน้นแรงกระตุ้นที่จับต้องได้ เช่น ทำอย่างไรในวันหนึ่ง ๆ หรือมุมมองเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนมุมมองชีวิต เพราะโซเชียลคอนเทนต์มีเวลาเรียกความสนใจจำกัด ทำแบบนี้แล้วเห็นผลได้จริงในเชิงการมีส่วนร่วมและการแชร์
4 Answers2026-03-19 08:23:17
เวลาที่จิตใจเหนื่อยล้า ผมมักหาทางปลอบตัวด้วยบทกลอนสั้นๆ ที่มีความหมายชัดเจนและอ่านง่าย
การเริ่มต้นแบบที่ผมชอบคือมองหาชุดคำค้นที่บอกอารมณ์ เช่น 'ปลอบใจ' 'มีกำลังใจ' หรือ 'ยอมรับตัวเอง' แล้วตามด้วยคำว่า 'บทกลอน' หรือ 'poem' จะเจอคอลเล็กชันจากบล็อก หนังสือรวมบทกวี หรือเพลย์ลิสต์เสียงอ่านที่คัดมาแล้วว่าระบายอารมณ์ได้ดี
ตัวอย่างบทกลอนที่ผมมักหยิบมาอ่านคือ 'The Peace of Wild Things' ซึ่งสื่อถึงการปล่อยวางและพบความสงบในธรรมชาติ เมื่ออ่านคำแปลและคอมเมนต์ประกอบ จะช่วยให้เห็นความหมายเชิงลึก เช่น การยอมรับความไม่แน่นอนและหาที่พักใจในสิ่งเล็กๆ ในชีวิต อะไรที่ช่วยได้สำหรับผมคือจดบรรทัดสำคัญไว้แล้วกลับมาอ่านซ้ำเวลาท้อ ช่วงสองสามบรรทัดที่ติดตัวจะทำงานเหมือนเพื่อนที่เงียบ แต่เข้าใจเราได้ดี
4 Answers2026-03-12 21:11:25
เริ่มต้นด้วยภาพเดียวที่ชัดเจนในหัวของคุณ แล้วปล่อยให้ภาพนั้นเป็นแกนกลางของกลอนสั้นๆ ที่จะจำนัดใจคนอ่านได้ง่าย
ฉันมักเริ่มจากการคิดภาพหนึ่งภาพที่มีความหมายจับต้องได้ เช่น ลมที่พัดกลีบดอกไม้หรือเก้าอี้ว่างบนระเบียง ภาพเดียวจะช่วยจำกัดความคิดและทำให้ถ้อยคำไม่ลอยไปไกล พยายามเลือกคำที่มีสัมผัสทางประสาทรับรู้ เช่น กลิ่น เสียง หรือพื้นผิว เพื่อให้บรรทัดสั้นๆ มีน้ำหนักมากขึ้น
โครงสร้างที่ชอบคือ 2–4 บรรทัด มีจังหวะชัดเจน และใส่คำหวือหนึ่งคำที่พลิกความหมาย เช่น คำกริยาที่คม คำคุณศัพท์ที่ไม่คาดคิด หรือการวางคำซ้ำเล็กๆ เพื่อเป็นฮุค ตัวอย่างเปิดที่ใช้ได้เลยคือ 'ค่ำคืนยกมือส่งคืน' — ประโยคสั้นๆ แต่เรียกภาพและคำถามในหัวคนอ่าน การตัดคำทิ้งและการอ่านออกเสียงซ้ำหลายรอบจะช่วยตัดแต่งจนเกิดความคม ฉันมักจบด้วยบรรทัดที่เหลือพื้นที่ให้ผู้อ่านคิดต่อเอง ซึ่งทำให้กลอนสั้นๆ ติดอยู่ในความทรงจำได้นาน
3 Answers2026-03-12 09:45:18
เลือกกลอนสั้นๆ ที่จุดประกายรอยยิ้มกับน้ำตาเล็กๆ ได้ จะทำให้งานแต่งมีโมเมนต์ซึ้งๆ ที่ไม่ยืดยาวจนเกินไป
ฉันมองว่ากลอนที่เหมาะควรมีความกระชับ แต่ต้องสื่อความมั่นคงและความเป็นคู่ เช่น สองบรรทัดที่จับใจหรือสี่บรรทัดที่ลงตัว ฉันมักเลือกวางกลอนสั้นๆ ไว้ตอนแลกแหวนหรือก่อนพูดคำสาบาน เพราะจังหวะนั้นแขกพร้อมจะรับอารมณ์และสายตาทั้งหมด เช่น กลอนเหล่านี้ที่ฉันคิดขึ้นมาเองเพื่อใช้งานแต่งเล็กๆ: "ยืนเคียงข้าง นับลมหายใจร่วม / ทุกวันเป็นบ้านที่เราเลือกสร้าง" หรือ "สองมือประสาน คือคำสัญญา / ให้รักไม่จาง แม้ฤดูกาลเปลี่ยน" แต่ถ้าอยากได้โทนอ่อนหวานกว่านี้ ฉันก็ชอบแบบสั้นกว่านี้อีกหนึ่งบรรทัดครึ่ง: "เธอคือวันใหม่ สะพานของใจ" ซึ่งเอาไปพิมพ์บนการ์ดเชิญหรือติดบนโต๊ะลงทะเบียนก็ได้
ถ้าต้องเลือกจริงๆ ฉันมักจะลองพูดออกเสียงก่อนในห้องซ้อมงาน เพื่อดูว่าจังหวะและน้ำหนักมันเข้ากับบทบาทของคู่บ่าวสาวไหม บางคำอาจฟังหวานเกินไปเมื่อนำมาใช้บนเวที หรือบางท่อนอาจกระแทกและตรงเกินไป ฉันเชื่อว่ากลอนสั้นแต่เลือกคำดี ๆ จะสร้างความประทับใจยาวนานกว่าคำพูดยืดยาวแค่เพื่อให้ดูเป็นพิธีการ ปิดท้ายด้วยคำแนะนำแบบเป็นเพื่อนว่า เลือกกลอนที่เมื่ออ่านแล้วทั้งสองคนยังยิ้มได้ นั่นคือกลอนที่ควรใช้ในวันสำคัญนี้
7 Answers2026-03-29 05:48:46
เริ่มจากการกำหนดใจกลางข้อคิดที่อยากสื่อก่อนเป็นอันดับแรก เพราะบทกลอนสอนใจที่จับใจคนได้มักมาจากความชัดเจนของข้อความหลักไม่ว่าจะเป็นความกล้า การให้อภัย ความฝัน หรือการยอมรับความเปลี่ยนแปลง เมื่อมีใจความชัดเจนแล้ว ฉันวางโครงเรื่องสั้นๆ ก่อนว่าอยากเริ่มด้วยภาพอะไร จะพาผู้อ่านผ่านฉากหรือความทรงจำแบบไหน แล้วจบด้วยบทสรุปที่ทิ้งข้อคิดให้ค้างอยู่ในใจ การมีโครงแบบนี้ช่วยให้ภาษาที่ใช้ไม่หวือหวาและไม่กระจัดกระจาย ทำให้ข้อคิดเด่นขึ้นโดยไม่สูญเสียความงามของกลอน
ต่อมาฉันให้ความสำคัญกับจังหวะและคำที่เลือกใช้มาก เพราะการสื่อข้อคิดด้วยกลอนต้องอาศัยทั้งเสียงและความหมาย พยายามใช้คำที่มีสัมผัสหรือจังหวะเข้ากัน เพื่อให้ตอนอ่านดังขึ้นในหัวและในใจของผู้อ่าน ภาพเปรียบเทียบสั้นๆ ที่คนทั่วไปเข้าใจได้ทันทีมักมีพลัง เช่น เปรียบความหวังกับเชือกที่โยงผ่านรอยแยกของวันที่หม่น และหลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิคหรือคำยากเกินไปเพราะกลอนสอนใจต้องเข้าถึงคนหลากหลาย ผมชอบใส่ประโยคสั้น ๆ สลับกับประโยคภาพยาว ๆ เพื่อสร้างคลื่นอารมณ์ ให้ผู้อ่านหยุดคิดตรงประโยคสั้นแล้วจมลงในภาพยาว ตัวอย่างที่ทำให้ใจคนสะดุดคือการเล่าเรื่องเล็ก ๆ ที่คนอ่านรู้สึกว่าเคยเจอ เช่น การยืนรอรถเมล์ในสายฝนแล้วมีใครสักคนยื่นร่มให้ นี่แหละคือจุดที่ข้อคิดเกี่ยวกับความเอื้อเฟื้อถ่ายทอดได้เองโดยไม่ต้องอธิบายมาก
ขั้นตอนแก้ไขสำคัญพอ ๆ กับการเขียน ฉันมักปิดไฟแล้วอ่านออกเสียงหลาย ๆ รอบเพื่อจับความติดขัดหรือคำที่ฟังแข็ง แล้วค่อยตัดคำที่ไม่จำเป็นออกให้คมขึ้น การทดสอบกับกลุ่มคนที่หลากหลายก็ช่วยมาก เพราะบางประโยคที่เราเข้าใจลึกซึ้งอาจไม่ชัดเจนสำหรับคนอื่น นอกจากนี้การเลือกช่องทางเผยแพร่ก็สำคัญ—กลอนสั้น ๆ พร้อมภาพสวย ๆ เหมาะกับโซเชียลมีเดีย ขณะที่กลอนยาวและซับซ้อนอาจเข้ากับบล็อกหรือหนังสือรวมกลอน สุดท้ายอย่าลืมใส่เสียงของตัวเองลงไปให้ชัด เพราะความจริงใจและมุมมองเฉพาะตัวจะทำให้ข้อคิดของคุณไม่เพียงถูกอ่าน แต่ยังถูกจดจำและขบคิดต่อไป นี่เป็นวิธีที่ฉันใช้และมักได้ผลเสมอ รู้สึกว่าการเขียนกลอนสอนใจเหมือนการยื่นแว่นให้คนมองโลกนิดหนึ่ง และนั่นทำให้การเขียนทุกบทสนุกขึ้นมาก