LOGINนางผู้ปักใจรักเพียงเขา ทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ได้อยู่ใกล้เขา แม้ว่าตนเองจะกลายเป็นคนโง่งม เขาผู้ที่มิได้สนใจใคร่ดีสตรีนางใด แต่กับนาง ไม่รู้ทำไม...ชอบรบกวนหัวใจให้ได้คิดฟุ้งซ่านอยู่ตลอดเวลา
View Moreขอเพียงใจรักมั่น真诚的爱
นางผู้มีรักมั่น รักเพียงเขา แม้เขาไม่รักนาง แต่นางจะทำทุกอย่างไม่สนใจถูกผิด
หลิวหลี หญิงสาวผู้มีใจรักมั่นกับจูหยวนจาง
นางรักเขา ในที่สุด นางก็ได้แต่งงานกับเขา ได้เป็นภรรยาของเขา
จูหยวนจาง ชายหนุ่มผู้เย็นชา ไร้ใจ เห็นความรักเป็นเรื่องโง่งม
ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้แต่งงานกับเขาเช่นนั้นหรือ อยากเป็นภรรยาของเขานักใช่หรือไม่ ได้เลย!
บทนำ
นางผู้ปักใจรักเพียงเขา ทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ได้อยู่ใกล้เขา แม้ว่าตนเองจะกลายเป็นคนโง่งม
เขาผู้ที่มิได้สนใจใคร่ดีสตรีนางใด แต่กับนาง ไม่รู้ทำไม...ชอบรบกวนหัวใจให้ได้คิดฟุ้งซ่านอยู่ตลอดเวลา
จากใจนักเขียน
สวัสดีค่ะ นักเขียนนิยายออนไลน์ นามปากกา หลี่หง สายมโนคนเดิมค่ะ พบกันอีกครั้งกับนิยายเรื่อง ขอเพียงใจรักมั่น ค่ะ
นิยายเรื่องขอเพียงใจรักมั่น เรื่องนี้เป็นนิยายจีนโบราณแนวสมมติที่เน้นในเรื่องราวของความรักหนุ่มสาวของสามีภรรยาที่ออกจะหวานแหววได้ใจ ทั้งที่ฝ่ายชายออกจะแข็งกระด้างส่วนฝ่ายหญิงออกจะอ่อนหวาน แต่ทว่า...หากได้ลองอ่านดูแล้วจะรู้ว่าความแข็งกระด้างของฝ่ายชายกลับอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนความอ่อนหวานของสตรีกลับเข้มแข็งได้อย่างงดงาม
ขอให้นักอ่านทุกท่านมีความสุขในการอ่านนิยายเรื่องนี้ค่ะ รับรองว่าอ่านไปยิ้มไปแน่นอนค่ะ
ขอขอบพระคุณจากใจ
หลี่หง/โล่รัก/LiHongLoveShield
แฟนเพจ>>>https://www.f******k.com/LiHongLoveShield/
**************
หลิวหลีลืมตาตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยร่างกายที่อ่อนแรง และตามเนื้อตามตัวเต็มไปด้วยริ้วรอยสีแดง รอยขบกัด อยู่จนทั่วทั้งเรือนร่างระหงของนาง
เมื่อนางขยับตัวจึงรู้สึกถึงความปวดหนึบที่ช่วงเอวตรงส่วนสงวน เมื่อนางดันร่างกายของตนเองให้ลุกขึ้นนั่ง สายตาของนางพลันมองเห็นริ้วรอยสีแดงชาดจุดหนึ่งอยู่ตรงกลางผ้าปูเตียงสีขาวของเตียงนอนสีแดงมงคล
อา....
รอยเลือด
รอยเลือดนี้แม้จะเป็นแค่เพียงรอยเล็กๆ แต่ทว่า นั่นคือเลือดที่ออกมาจากเส้นใยบางๆในร่างกายของนาง
เส้นพรหมจรรย์
พรหมจรรย์ของนางที่เต็มใจมอบให้เขา ในคืนเข้าหอ
คืนเข้าหอของนางกับเขา...
หลิวหลีค่อยๆล้มตัวลงนอนก่อนจะหลับตาลงอย่างเหน็ดเหนื่อยอ่อนแรงปวดเมื่อยอยู่ตามร่างกาย พลางนึกย้อนไปถึงเรื่องเมื่อช่วงหัวค่ำหลังการส่งตัวเข้าหอในงานแต่งงานของนางกับเขา
ยามนั้น
นางนั่งรอเขาอยู่บนเตียงนอนภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงอย่างตื่นเต้นดีใจอยู่หลายส่วน
เขาผู้เป็นรักแรกและรักเดียวของนาง จูหยวนจาง
ไม่รู้ทำไม นางถึงปักใจรักจูหยวนจางถึงเพียงนี้
เพราะครั้งแรกที่เจอกัน
เพราะครั้งแรกที่ได้คุยทั้งๆที่ไม่รู้จักกัน
เพราะสายตาของนางที่มองไปทางใดก็เจอแต่เขา
หรือเพราะรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์นั่น
ถึงแม้ว่าเขามิได้ยิ้มให้นาง แต่นางกลับตราตรึงมันไว้ในใจอยู่เสมอมาเนิ่นนาน
นางเฝ้ารอ
รอวันที่เขาจะยิ้มแบบนั้นให้นางบ้าง
รอยยิ้มของเขา...
ในขณะที่นางกำลังนั่งรอเขาอยู่นั้น เสียงประตูก็ถูกเปิดออกโดยเขา จูหยวนจาง
อา....
เขามาแล้ว...
ความรู้สึกตื่นเต้นยิ่งเพิ่มขึ้นแบบคูณทวี เมื่อจูหยวนจางเดินเข้ามาในห้องหอ และเดินใกล้เข้ามาที่เตียงนอนตรงที่นางนั่งรอเขาอยู่
ผ้าคลุมหน้าของนางถูกมือเรียวยาวของเขาเปิดออกพร้อมกับใบหน้าคมเข้มเคลื่อนเข้ามาใกล้ที่ใบหน้าแดงระเรื่อของนาง
และ...
ไม่มีการพูดคุยใดๆ
ไม่มีการถามไถ่ใดๆ
ไม่มีแม้แต่การทักทายเล็กๆน้อยๆ
เขาจู่โจมนางอย่างรวดเร็ว คล้ายกับว่าอยากทำสิ่งนี้ให้แล้วๆจบๆกันไป
เสื้อผ้าของนางถูกเขาดึงทึ้งออกจากร่างบอบบางของนางอย่างไม่ใยดี
ริมฝีปากร้อนระอุของเขาพรมจูบนางอย่างไม่ปราณี
นางไม่ทันได้ตั้งตัวกับการกระทำอันดุดันของเขา
นางคาดไม่ถึงว่าเขาจะกระทำการกับนางเยี่ยงนี้
ทำไมเขาช่างรุนแรงกับนางนัก
นี่เป็นครั้งแรกของนาง
ใยเขาไม่นุ่มนวล
หลังจากผ่านความเร่าร้อนรุนแรงอันเจ็บปวดที่เขามอบให้ นางก็หลับใหลไปอยู่นาน
เมื่อตื่นขึ้นมากลางดึก นางพบเพียงความว่างเปล่าอยู่ข้างลำตัวเปลือยเปล่าของนาง
หมอนที่ควรจะมีเขานอนอยู่ กลับไม่มีร่างของเขา
นี่มันอะไรกัน!?
แต่ทว่ายามนั้นมีเหตุการณ์วุ่นวายอยู่นับครั้งไม่ถ้วนตรงแถบชายแดน เขาจึงต้องเดินทางไปประจำการอย่างเลี่ยงไม่ได้แต่ถึงกระนั้น หลิวหลีก็มิได้น่าห่วงสักเท่าไหร่เพราะว่านางย่อมมีผู้พิทักษ์นางได้เป็นอย่างดีแทนตัวของเขา เมื่อจูหยวนจางคิดมาถึงตรงนี้ เสียงเล็กๆแต่ทว่าเข้มข้นดุดันพลันดังขึ้น“หยุดเลยท่านพ่อ” เสียงของเด็กชายวัยเจ็ดขวบปีที่เป็นบุตรชายคนโตของจูหยวนจางเอ่ยขึ้นพร้อมเดินเข้ามาทางจูหยวนจางที่นั่งอยู่ตรงขอบเตียง “ห้ามแตะต้องน้องเล็กนะ” “ใช่ๆท่านพ่อควรไปอาบน้ำล้างตัวเปลี่ยนอาภรณ์เสียก่อน” และตามมาด้วยเสียงของเด็กชายวัยห้าขวบปีเอ่ยตามคนเป็นพี่ชาย “ข้าเห็นคราบเลือดติดอยู่ที่ชุดเกราะของท่านพ่อ” จูหยวนจางจึงรีบดึงฝ่ามือที่กำลังคิดจะอุ้มบุตรสาวที่เกิดมายังไม่ถึงหนึ่งชั่วยามนี้ในทันที เขาลืมไป...เมื่อเขาได้รับข่าวว่าหลิวหลีใกล้คลอดเต็มทีและนางก็เริ่มที่จะมีอาการผิดปกติคล้ายกับเจ็บท้องใกล้คลอดเตือนเป็นระยะๆมาหลายวัน เขาจึงรีบจัดการกับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่หมายจะเข้ามาสร้างความวุ่นวายตรงหมู่บ้านแถบชายแดนจนเสร็จสิ้นแล้วก็รีบควบม้าตะบึงกลับมาเขาใช้เวลาเดินทางอยู่
ด้วยความเมามาย ด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง ด้วยยังไม่ทันได้สังเกตหน้าตา จูหยวนจางเพียงเอื้อมฝ่ามือขึ้นมาแล้วเปิดผ้าคลุมหน้าของเจ้าสาวให้ตกไป ก่อนจะเข้าแนบชิดจัดการสตรีตัวร้ายที่บังอาจใช้สมรสพระราชทานครั้งนี้ผูกมัดเขาเอาไว้ค่ำคืนของการเข้าหอ ค่ำคืนของการเคี่ยวกรำ ค่ำคืนแห่งการทรมาน จูหยวนจางเพียงแค่อยากให้สตรีนางนี้ได้รู้ว่า นางกำลังคิดผิดอย่างมหันต์ ที่บังอาจใช้มารยาร้ายกาจเช่นนี้กับเขาเขาผู้ที่ไม่เคยพ่ายแพ้ให้แก่สตรีนางใด เขาผู้ที่ไม่เคยหลงกลสตรีคนไหน แต่กับนาง...ฮึ่ม! มันใช่หรือไม่และเมื่อเวลาผ่านไป ชายหนุ่มเริ่มสร่างเมา กิจกรรมกระทำชำเราได้สิ้นสุดลงและแล้วเขาจึงได้เห็นโฉมหน้าของเจ้าสาวเขาได้เห็นใบหน้าของนางได้ชัดเจนถนัดตาหลังจากที่เขาได้กระทำการกับนางไปอย่างถึงใจนางกำลังนอนหลับใหลอย่างหมดแรงอยู่ข้างๆกายของเขานางคือสตรีนางนั้นสตรีที่ปลอมตัวเป็นบุรุษนั่นจูหยวนจางถึงกับตกตะลึงลุกขึ้นนั่ง ด้วยคาดไม่ถึง ว่าจะเป็นนางใยถึงเป็นนางเป็นนางได้อย่างไรใยนางถึงต้องทำเยี่ยงนี้ใยนางไม่มาพบเขาดีๆใยนางต้องใช้สมรสพระราชทานฮึ! นี่คงจะเป็นมารยาที่แท้จริงของนางมันเกินไปหรือไม่!?เจอกันคราแรกแสร
แต่ไม่ว่าหลิวหลีจะเดินเล่นไปยังทางเดินด้านใด สายตาของนางก็มักจะไปหยุดอยู่ที่ใครบางคนอยู่ทุกทีร่ำไปโดยไม่รู้ตัวอา...นั่นเขากำลังทำอะไรเขากำลังยืนคุยอยู่กับเหล่าทหารทั้งหลาย ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายยามเมื่อได้อยู่กับเหล่าสหายของเขาหือ!เขายิ้ม นั่นเขายิ้มเขายิ้มกับสหายของเขานางอยากเป็นสหายของเขาผู้นั้นเหลือเกินอืม...แล้วนี่นางจะมองเขาอีกนานหรือไม่กันหลิวหลีเริ่มงุนงงกับตนเอง มิรู้ได้ว่าทำไม รองแม่ทัพจูอะไรนี่ถึงได้อยู่ในสายตาของนางอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมกัน… จูหยวนจาง...จูหยวนจางยังคงครุ่นคิดถึงใครบางคนที่เขาได้เจอะเจอในวันนั้นในวันที่เขาไล่ต้อนเหล่าผู้ร้ายของชนเผ่าๆหนึ่งไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งในวันนั้นเขาได้ช่วยเหลือคนผู้หนึ่งเอาไว้จากคมหอกที่พุ่งตัวลงมาจนเกือบจะปักกลางหลังของคนผู้นั้น ด้วยสัญชาตญาณของเขา เขาจึงก้มลงอุ้มร่างนั้นขึ้นมาบนหลังม้าของเขาเพื่อหลบคมหอกเล่มนั้น บุคคลคนนั้นที่เขาได้ช่วยเหลือเอาไว้เป็นสตรีมิใช่บุรุษเหมือนดั่งเช่นอาภรณ์ที่นางสวมใส่เขาสังเกตได้จากดวงตากลมโตที่เหม่อมองเขาอยู่จนตลอดในระหว่างที่เขาสั่งการอยู่กับทหารของเขาสตรีนางนี้เป็นใครกัน ใ
ทันใดนั้น ม้าตัวนี้พลันกระตุก หลิวหลีถึงกับสะดุ้งตกใจเกือบตกม้าไปจนต้องรีบเอื้อมมือน้อยๆของตนโอบกระชับคนตัวโตที่อยู่ตรงหน้าของนางเอาไว้แน่นหึ! เขาแกล้งนางหลิวหลีได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจเวลาผ่านไปครู่ใหญ่กว่าจะมาถึงในหมู่บ้านหลิวหลีรู้ดีว่ามันช่างใช้เวลานานมากกว่าคราแรกมากนัก กว่าจะเข้าถึงหมู่บ้านแห่งเดิม เนื่องจากว่าในคราแรกนั้นม้ามันวิ่งเร็วมากเพื่อที่จะต้องตามตะครุบคนร้าย แต่รอบนี้มันเพียงแค่วิ่งเหยาะๆก็เท่านั้นแต่ทว่า...ไม่รู้ทำไมหลิวหลีกลับรู้สึกได้ว่ามันเร็วเกินไปใยถึงหมู่บ้านเร็วเกินไปนัก นางยังอยากจะนั่งมองแผ่นหลังของใครบางคนอีกครู่หนึ่ง ไม่ได้หรือไรหลิวหลียังคงนั่งเหม่อมองแผ่นหลังกว้างใหญ่ของรองแม่ทัพจูอยู่อย่างนั้นโดยไม่รู้ตัว แล้วจู่ๆแผ่นหลังเปี่ยมเสน่ห์พลันหายไปหญิงสาวถึงกับกระพริบตากลมโตปริบๆ ขณะยังคงนั่งเก้ออยู่บนหลังม้าเมื่อหญิงสาวมองไปรอบๆทิศทางรอบตัว นางจึงได้เห็นรองแม่ทัพจูผูกม้าเอาไว้ทางหนึ่งแล้วเดินไปคุยอยู่กับชาวบ้านอีกทางหนึ่งโดยที่นางยังนั่งอยู่บนหลังม้าอยู่เลย...อะไรกัน?“น้องชายท่านนั้นไม่ลงมาจากม้าหรือ” เสียงของชาวบ้านท่านหนึ่งถามไปทางรองแม่ทัพจูโดยวาด
หลิวหลีมิได้กล่าวต่อคำใด นางเพียงนั่งฟังเฉินเจียวเหมยเอ่ยคำอย่างใจเย็น“ยามที่ข้าได้ไปประจำการเป็นหมอหญิงของค่ายทหาร ข้ารู้สึกชมชอบชีวิตแบบนั้น การช่วยเหลือผู้คนจากความตายเป็นสิ่งที่ทำให้ข้ามีความสุข อ่อ...ข้าเคยช่วยสามีของเจ้าด้วยนะ ข้ากับเขาจึงกลายมาเป็นสหายกันอย่างไรเล่า กับอ๋องเฉินพี่ชายของข้า
จูหยวนจางพาหลิวหลีเดินเคียงข้างกันมาตามทางของโรงเตี๊ยมก่อนจะให้หลิวหลีนั่งรอที่โต๊ะตัวหนึ่งโดยที่จูหยวนจางเพียงเดินออกไปจากโรงเตี๊ยมเพื่อจะไปหารถม้าหวังจะให้ภรรยาของเขาได้นั่งไปอย่างสบายๆเมื่อหลิวหลีนั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่งเรียบร้อยดีแล้ว หญิงสาวเพียงสั่งอาหารมารอเอาไว้เพื่อรับประทานกับจูหยวนจางก่อนเ
ตามทางเดินทอดยาวระหว่างห้องพักของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ เฉินเจียวเหมยยังคงคอยเมียงมองจูหยวนจางกับภรรยาของเขาจากนอกห้องพักของบุคคลทั้งสองอย่างนึกสนุกช่วงนี้ชาวบ้านต่างร่างกายแข็งแรงกันเป็นอย่างดี แทบจะไม่มีใครเจ็บป่วย นางก็เลยว่างมากไปเสียหน่อยก็เท่านั้นในขณะที่เฉินเจียวเหมยกำลังยืนเมียงมองไปทางห้องพักข
“เจ้าไม่เคืองข้าได้หรือไม่” จูหยวนจางยังคงเอ่ยคำด้วยประโยคน่าฟัง น้ำเสียงนุ่มนวล ดวงตาคมเข้มของเขากำลังมองนางด้วยแววตาอบอุ่น เขาเพียงยกมือขึ้นแล้วใช้ปลายนิ้วของเขาเกลี่ยเบาๆที่พวงแก้มของนางหลิวหลียิ่งมองจูหยวนจางด้วยดวงตากลมโต ก่อนจะกระพริบตาอยู่สองสามทีจูหยวนจางเห็นอย่างนั้น เขาถึงกับหลุดยิ้มออก





