FAZER LOGINนางผู้ปักใจรักเพียงเขา ทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ได้อยู่ใกล้เขา แม้ว่าตนเองจะกลายเป็นคนโง่งม เขาผู้ที่มิได้สนใจใคร่ดีสตรีนางใด แต่กับนาง ไม่รู้ทำไม...ชอบรบกวนหัวใจให้ได้คิดฟุ้งซ่านอยู่ตลอดเวลา
Ver maisแต่ทว่ายามนั้นมีเหตุการณ์วุ่นวายอยู่นับครั้งไม่ถ้วนตรงแถบชายแดน เขาจึงต้องเดินทางไปประจำการอย่างเลี่ยงไม่ได้แต่ถึงกระนั้น หลิวหลีก็มิได้น่าห่วงสักเท่าไหร่เพราะว่านางย่อมมีผู้พิทักษ์นางได้เป็นอย่างดีแทนตัวของเขา เมื่อจูหยวนจางคิดมาถึงตรงนี้ เสียงเล็กๆแต่ทว่าเข้มข้นดุดันพลันดังขึ้น“หยุดเลยท่านพ่อ” เสียงของเด็กชายวัยเจ็ดขวบปีที่เป็นบุตรชายคนโตของจูหยวนจางเอ่ยขึ้นพร้อมเดินเข้ามาทางจูหยวนจางที่นั่งอยู่ตรงขอบเตียง “ห้ามแตะต้องน้องเล็กนะ” “ใช่ๆท่านพ่อควรไปอาบน้ำล้างตัวเปลี่ยนอาภรณ์เสียก่อน” และตามมาด้วยเสียงของเด็กชายวัยห้าขวบปีเอ่ยตามคนเป็นพี่ชาย “ข้าเห็นคราบเลือดติดอยู่ที่ชุดเกราะของท่านพ่อ” จูหยวนจางจึงรีบดึงฝ่ามือที่กำลังคิดจะอุ้มบุตรสาวที่เกิดมายังไม่ถึงหนึ่งชั่วยามนี้ในทันที เขาลืมไป...เมื่อเขาได้รับข่าวว่าหลิวหลีใกล้คลอดเต็มทีและนางก็เริ่มที่จะมีอาการผิดปกติคล้ายกับเจ็บท้องใกล้คลอดเตือนเป็นระยะๆมาหลายวัน เขาจึงรีบจัดการกับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่หมายจะเข้ามาสร้างความวุ่นวายตรงหมู่บ้านแถบชายแดนจนเสร็จสิ้นแล้วก็รีบควบม้าตะบึงกลับมาเขาใช้เวลาเดินทางอยู่
ด้วยความเมามาย ด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง ด้วยยังไม่ทันได้สังเกตหน้าตา จูหยวนจางเพียงเอื้อมฝ่ามือขึ้นมาแล้วเปิดผ้าคลุมหน้าของเจ้าสาวให้ตกไป ก่อนจะเข้าแนบชิดจัดการสตรีตัวร้ายที่บังอาจใช้สมรสพระราชทานครั้งนี้ผูกมัดเขาเอาไว้ค่ำคืนของการเข้าหอ ค่ำคืนของการเคี่ยวกรำ ค่ำคืนแห่งการทรมาน จูหยวนจางเพียงแค่อยากให้สตรีนางนี้ได้รู้ว่า นางกำลังคิดผิดอย่างมหันต์ ที่บังอาจใช้มารยาร้ายกาจเช่นนี้กับเขาเขาผู้ที่ไม่เคยพ่ายแพ้ให้แก่สตรีนางใด เขาผู้ที่ไม่เคยหลงกลสตรีคนไหน แต่กับนาง...ฮึ่ม! มันใช่หรือไม่และเมื่อเวลาผ่านไป ชายหนุ่มเริ่มสร่างเมา กิจกรรมกระทำชำเราได้สิ้นสุดลงและแล้วเขาจึงได้เห็นโฉมหน้าของเจ้าสาวเขาได้เห็นใบหน้าของนางได้ชัดเจนถนัดตาหลังจากที่เขาได้กระทำการกับนางไปอย่างถึงใจนางกำลังนอนหลับใหลอย่างหมดแรงอยู่ข้างๆกายของเขานางคือสตรีนางนั้นสตรีที่ปลอมตัวเป็นบุรุษนั่นจูหยวนจางถึงกับตกตะลึงลุกขึ้นนั่ง ด้วยคาดไม่ถึง ว่าจะเป็นนางใยถึงเป็นนางเป็นนางได้อย่างไรใยนางถึงต้องทำเยี่ยงนี้ใยนางไม่มาพบเขาดีๆใยนางต้องใช้สมรสพระราชทานฮึ! นี่คงจะเป็นมารยาที่แท้จริงของนางมันเกินไปหรือไม่!?เจอกันคราแรกแสร
แต่ไม่ว่าหลิวหลีจะเดินเล่นไปยังทางเดินด้านใด สายตาของนางก็มักจะไปหยุดอยู่ที่ใครบางคนอยู่ทุกทีร่ำไปโดยไม่รู้ตัวอา...นั่นเขากำลังทำอะไรเขากำลังยืนคุยอยู่กับเหล่าทหารทั้งหลาย ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายยามเมื่อได้อยู่กับเหล่าสหายของเขาหือ!เขายิ้ม นั่นเขายิ้มเขายิ้มกับสหายของเขานางอยากเป็นสหายของเขาผู้นั้นเหลือเกินอืม...แล้วนี่นางจะมองเขาอีกนานหรือไม่กันหลิวหลีเริ่มงุนงงกับตนเอง มิรู้ได้ว่าทำไม รองแม่ทัพจูอะไรนี่ถึงได้อยู่ในสายตาของนางอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมกัน… จูหยวนจาง...จูหยวนจางยังคงครุ่นคิดถึงใครบางคนที่เขาได้เจอะเจอในวันนั้นในวันที่เขาไล่ต้อนเหล่าผู้ร้ายของชนเผ่าๆหนึ่งไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งในวันนั้นเขาได้ช่วยเหลือคนผู้หนึ่งเอาไว้จากคมหอกที่พุ่งตัวลงมาจนเกือบจะปักกลางหลังของคนผู้นั้น ด้วยสัญชาตญาณของเขา เขาจึงก้มลงอุ้มร่างนั้นขึ้นมาบนหลังม้าของเขาเพื่อหลบคมหอกเล่มนั้น บุคคลคนนั้นที่เขาได้ช่วยเหลือเอาไว้เป็นสตรีมิใช่บุรุษเหมือนดั่งเช่นอาภรณ์ที่นางสวมใส่เขาสังเกตได้จากดวงตากลมโตที่เหม่อมองเขาอยู่จนตลอดในระหว่างที่เขาสั่งการอยู่กับทหารของเขาสตรีนางนี้เป็นใครกัน ใ
ทันใดนั้น ม้าตัวนี้พลันกระตุก หลิวหลีถึงกับสะดุ้งตกใจเกือบตกม้าไปจนต้องรีบเอื้อมมือน้อยๆของตนโอบกระชับคนตัวโตที่อยู่ตรงหน้าของนางเอาไว้แน่นหึ! เขาแกล้งนางหลิวหลีได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจเวลาผ่านไปครู่ใหญ่กว่าจะมาถึงในหมู่บ้านหลิวหลีรู้ดีว่ามันช่างใช้เวลานานมากกว่าคราแรกมากนัก กว่าจะเข้าถึงหมู่บ้านแห่งเดิม เนื่องจากว่าในคราแรกนั้นม้ามันวิ่งเร็วมากเพื่อที่จะต้องตามตะครุบคนร้าย แต่รอบนี้มันเพียงแค่วิ่งเหยาะๆก็เท่านั้นแต่ทว่า...ไม่รู้ทำไมหลิวหลีกลับรู้สึกได้ว่ามันเร็วเกินไปใยถึงหมู่บ้านเร็วเกินไปนัก นางยังอยากจะนั่งมองแผ่นหลังของใครบางคนอีกครู่หนึ่ง ไม่ได้หรือไรหลิวหลียังคงนั่งเหม่อมองแผ่นหลังกว้างใหญ่ของรองแม่ทัพจูอยู่อย่างนั้นโดยไม่รู้ตัว แล้วจู่ๆแผ่นหลังเปี่ยมเสน่ห์พลันหายไปหญิงสาวถึงกับกระพริบตากลมโตปริบๆ ขณะยังคงนั่งเก้ออยู่บนหลังม้าเมื่อหญิงสาวมองไปรอบๆทิศทางรอบตัว นางจึงได้เห็นรองแม่ทัพจูผูกม้าเอาไว้ทางหนึ่งแล้วเดินไปคุยอยู่กับชาวบ้านอีกทางหนึ่งโดยที่นางยังนั่งอยู่บนหลังม้าอยู่เลย...อะไรกัน?“น้องชายท่านนั้นไม่ลงมาจากม้าหรือ” เสียงของชาวบ้านท่านหนึ่งถามไปทางรองแม่ทัพจูโดยวาด
รอยเลือดที่มีมากกว่า ฝุ่นดินที่มีเยอะกว่า สิ่งเหล่านั้นแสดงให้เห็นว่ารองแม่ทัพจูผู้นี้กล้าหาญชาญชัยเพียงใดมิใช่ว่าเขาจะต้องอยู่กลางกลุ่มขบวนหรอกหรือ มิใช่ว่าเขาจะต้องให้เหล่าทหารออกประจัญบานล่วงหน้าหรอกหรือเพื่อรักษาบุคคลสำคัญที่มีตำแหน่งสูงส่งเหล่าทหารชั้นล่างย่อมต้องนำหน้าฟาดฟันก่อนมิใช่หรือ
เวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่หลังการจลาจลสงบลงโดยการที่กลุ่มคนร้ายถูกกลุ่มทหารกลุ่มใหญ่ไล่ต้อนจนกลุ่มคนร้ายพวกนั้นถูกล้อมเอาไว้และโดนไล่ต้อนไปที่ทุ่งโล่งกว้างหลังหมู่บ้านแห่งนี้หลิวหลีและเด็กชายคนหนึ่งจึงถูกบุรุษเจ้าของฝ่ามือที่กระตุกหลิวหลีขึ้นมานั่งอยู่บนหลังม้าตัวนี้ก่อนหน้านั้นจึงได้ถูกปลดปล่อยให้หลิ
กลางตลาดแห่งหนึ่งที่กำลังคับคั่งไปด้วยเหล่าชาวบ้านร้านตลาด มีบุคคลคนหนึ่งกำลังเดินปะปนกันไปกับบรรดาชาวบ้านเหล่านั้นด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์คล้ายๆกับบุรุษแต่ทว่า...หากใบหน้ากลับไม่เป็นเช่นนั้น บุคคลผู้นี้มีนามว่าหลิวหลีวันนี้หลิวหลีแค่อยากมาเดินตลาดเพื่อเลือกซื้อผ้าสักผืนสองผืนนำไปตัดอาภร
ความห่วงหาอาทร ความโหยหาที่แสนคิดถึง ความต้องการเสพสมร่วมสุข เป็นเรื่องปกติของสามีภรรยาทุกคู่ที่ล้วนแล้วแต่เป็นไปเฉกเช่นเดียวกันนี้หนึ่งชั่วยามถัดมา...หลังจากผ่านการเคี่ยวกรำตามอารมณ์ความรู้สึกที่แสนจะโหยหาไปหลายครา จนพายุอารมณ์ทั้งหมดสงบลง แต่ทว่าสองสามีภรรยายังคงโอบกอดรัดเกี่ยวคลอเคลียกันและกัน

















