ฉันชอบเล่าให้เพื่อนฟังเสมอว่า 'The Name of the Wind' เป็นหนึ่งในเล่มที่เหมือนถูกเขียนขึ้นมาเพื่ออ่านใต้แสงไฟสลัว ๆ เล่มนี้มีกลิ่นของเพลง เรื่องเล่า และความทรงจำที่เย็บเข้าด้วยกันอย่างประณีต ตัวเอกมีความเป็นศิลปินสูง ทำให้ภาษาของเรื่องเพราะและมีสัมผัสทางดนตรี ทุกครั้งที่อ่านฉันรู้สึกเหมือนได้ฟังคนเล่าเรื่องที่รู้จักจังหวะของโลกและการหยุดพักของคำ
จินตนาการห้องสมุดที่ตึกมันเคลื่อนไหวได้แล้วคุณกำลังยืนอยู่ตรงบันไดวนที่ไม่มีวันสิ้นสุด — นั่นแหละคือทิศทางที่ฉันจะชวนคิดถึงเมื่อมองหาแรงบันดาลใจจากงานอย่าง 'Howl's Moving Castle' และ 'The Shadow of the Wind'.
ตอนแรกฉันมองเห็นภาพห้องสมุดที่เต็มไปด้วยมุมลับ ๆ ห้องอ่านหนังสือที่เปลี่ยนออกแบบได้ตามอารมณ์ของผู้ใช้ ชั้นวางที่หมุนเวียนเส้นทางให้คนเข้าไปค้นพบเรื่องราวโดยบังเอิญ เหมือนโครงสร้างใน 'Howl's Moving Castle' ที่บ้านสามารถเคลื่อนไหวและเก็บความลับได้ทุกคืน ส่วนบรรยากาศใน 'The Shadow of the Wind' ให้ไอเดียเรื่องห้องสมุดที่มีประวัติศาสตร์เป็นเงาที่เดินตามผู้อ่าน กลิ่นฝุ่น ลายมือขีดเขียนในหนังสือเก่า ทำให้การออกแบบเน้นการสัมผัสและร่องรอยของคนก่อนหน้า
เราเคยสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมแมวสามสีถึงมักเป็นตัวเมีย แล้วทำไมบางครั้งเห็นตัวผู้บ้าง บอกเล่าจากมุมที่เข้าใจง่ายก่อน: ลายสามสีเกิดจากการมียีนสีส้มที่อยู่บนโครโมโซม X กับยีนไม่ส้ม (เช่น สีดำ/น้ำตาล) อีกตัวนึง เมื่อสัตว์มียีนสองแบบบนโครโมโซม X สลับกันจะเกิดแพตช์สีต่างกันเพราะเซลล์แต่ละเซลล์ปิดการทำงานของ X หนึ่งแท่งแบบสุ่ม (เรียกว่า X-inactivation หรือ lyonization) ฉะนั้นในแมวเพศเมียที่มีโครโมโซม XX หากมีหนึ่ง X เอายีนสีส้มและอีก X เอายีนไม่ส้ม ก็จะเห็นจุดส้มกับดำปะปนกัน
การมีแถบขาวบนตัวส่วนมากมาจากยีนอีกชนิดหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับ X โดยตรง แต่มันมีผลต่อการเคลื่อนตัวของเซลล์สร้างเม็ดสี (melanocytes) ระหว่างการพัฒนา ทำให้บางจุดขาดเม็ดสีและกลายเป็นสีขาว ดังนั้นการรวมกันของ X-inactivation กับการกระจายเม็ดสีที่ไม่สม่ำเสมอจึงให้ลายสามสีที่เราเห็นได้อย่างงดงาม
สำหรับแมวสามสีตัวผู้ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือมีโครโมโซม X เพิ่มขึ้น (เช่น XXY เหมือนภาวะไคลน์เฟลเทอร์ในมนุษย์) ทำให้มีทั้งยีนสีส้มและยีนไม่ส้มอยู่พร้อมกัน จึงเกิดลายสามสีได้ แต่วิถีนี้มักทำให้แมวเพศผู้มีภาวะเจริญพันธุ์ลดลงหรือเป็นหมันได้ อีกสาเหตุที่หายากคือการเป็นแชมไพร่า (chimerism) เมื่อตัวอ่อนสองตัวรวมกันเป็นตัวเดียว ทำให้มีจีโนไทป์ต่างกันในเนื้อเยื่อต่างส่วน ผลลัพธ์คือแมวเพศผู้บางตัวอาจมีลายสามสีได้โดยไม่ต้องมี X เกิน สรุปแล้วเป็นเรื่องของพันธุกรรมและการพัฒนาเซลล์ที่มาประสานกันจนเกิดผลงานศิลปะบนขนของแมว เหมือนโชคชะตาที่ยิ้มให้ผู้เลี้ยงไปทีหนึ่ง