สำนวนไทยหลายชิ้นมีความละมุนและยากต่อการถ่ายทอด เพราะมากกว่าแค่คำ ๆ เดียวที่ต้องแปล แต่เป็นทั้งบริบท อารมณ์ และน้ำเสียงของผู้พูด
ผมมักเริ่มจากการแยกชั้นของความหมายก่อน: ความหมายเชิงพฤติกรรม (คนทำอะไร), ความหมายเชิงอารมณ์ (รู้สึกยังไง), และความหมายเชิงวัฒนธรรม (ทำไมถึงทำแบบนั้น) เช่นสำนวน 'น้ำขึ้นให้รีบตัก' ถ้าต้องสื่อความหมายเชิงการกระทำจะใช้ 'seize the opportunity' หรือถ้าต้องการสีสันแบบสำนวนอาจเลือก 'make hay while the sun shines' ส่วนสำนวน 'จับปลาสองมือ' บางครั้งแปลตรง ๆ ว่า 'trying to do two things at once' ก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องการให้ดูประชดอาจใช้ 'trying to have it both ways'
ในงานแปลเชิงวรรณกรรมผมยอมแลกความตรงตัวเพื่อรักษาจังหวะและโทน ในขณะที่งานแปลเชิงกฎหมายหรือคู่มือจะรักษาความเที่ยงตรงมากกว่า และถ้าผู้อ่านกลุ่มเฉพาะทางไม่เข้าใจ การใส่คำอธิบายสั้น ๆ ในเชิงบรรทัดหรือบรรณานุกรมเล็ก ๆ ก็เป็นทางเลือกที่ฉลาด นี่คือวิธีการที่ผมใช้เมื่ออยากให้ผู้อ่านภาษาอังกฤษรับรู้สำนวนไทยได้ทั้งความหมายและกลิ่นอายจากต้นฉบับ
หลายครั้งที่ได้ยินบทสวดแปลเป็นอังกฤษแล้วรู้สึกว่าคำง่าย ๆ ซ่อนความหมายเชิงลึกไว้เยอะจริง ๆ
ฉันมักเริ่มจากบทที่คนรู้จักกันมากที่สุดคือ 'The Lord's Prayer' ซึ่งเป็นบทสวดของคริสตศาสนา ประโยคสำคัญอย่าง "Our Father in heaven, hallowed be your name" แปลตรงตัวว่า 'พระบิดาของเราในสวรรค์ ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์' แต่ความหมายเชิงลึกคือการยอมรับความเป็นผู้สูงสุด และขอให้การดำรงอยู่ของพระองค์สะท้อนมาสู่ชีวิตเรา ข้อถัดมา "Give us this day our daily bread" ไม่ได้หมายถึงขนมปังเพียงอย่างเดียว แต่สื่อถึงการขออาหารทางกายและใจที่พอเพียงในชีวิตประจำวัน
บทสวดอื่นอย่าง 'Hail Mary' พูดถึงการอุทิศและขอพระมารดาเป็นผู้ช่วยเหลือ เมื่อแปลเป็นอังกฤษเช่น "Holy Mary, Mother of God, pray for us sinners" จะเห็นชัดว่าผู้สวดขอความเมตตาและการอุปถัมภ์ ในขณะที่ 'Glory Be' หรือ "Glory be to the Father, and to the Son, and to the Holy Spirit" สรุปเป็นการถวายพระเกียรติแก่พระตรีเอกภาพ ซึ่งสั้นแต่หนักแน่นและมักใช้ปิดบทสวดเพื่อย้ำความเคารพ
อ่านบทสวดแปลภาษาอังกฤษแล้วฉันรู้สึกว่าคำบางคำเหมือนกุญแจเปิดความหมายกว้าง ๆ — บางคำเรียบง่าย แต่เมื่อเข้าใจบริบทแล้วจะเห็นความตั้งใจในการขอ ความยอมรับ และการถวายเกียรติที่ต่างกันไปในแต่ละบท นี่แหละที่ทำให้การแปลบทสวดไม่ใช่แค่แปลคำต่อคำ แต่เป็นการถ่ายทอดจิตใจด้วย