ปิดท้ายด้วย '500 Days of Summer' เวอร์ชันที่ให้การปลดปล่อยมากกว่าแค่หวังผล หนังเรื่องนี้ช่วยให้รับมือกับความผิดหวังได้ดี เพราะมันไม่พยายามชุบตัวละครให้สมบูรณ์แบบ แต่แสดงการเติบโตของคนที่เจ็บปวดแทน จะได้ร้องไห้สักหน่อยแล้วปล่อยวางได้จริงๆ
เมื่ออยากร้องดังให้ปลดปล่อยก็เลือกเพลงที่เนื้อหาเจ็บแต่ได้ความโล่งใจ เช่น 'Someone Like You' เสียงแหบแห้งแต่ง่ายต่อการร้องตาม ทำให้ได้ระบายความคิดถึงโดยไม่ต้องคิดมาก ส่วนถ้าอยากให้เพลงพาเราคิดถึงอดีตแบบโทนเศร้าแต่สวย 'The Night We Met' ให้ความรู้สึกเปราะบางจนทุกโค้งถนนเหมือนหนังสั้นที่ฉันกำลังเดินทางผ่าน ฉากที่ได้ฟังเพลงนี้คือแสงไฟจากเสาโทรศัพท์ยาวเหยียดแล้วความทรงจำมันกระจายออกมาเป็นชั้นๆ