LOGIN
นิ่มมองพี่ชายที่เคารพด้วยสายตารักใคร่ โมกข์วางมือบนศีรษะของเด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบแล้วยิ้มกว้าง
“พี่ต้องไปแล้วนะคะแม่นิ่มน้อย” โมกข์นั่งยองๆ ลูบศีรษะเด็กน้อยที่อยู่ในชุดเดรสสีชมพูสดใส นิ่มเป็นเด็กหญิงตัวเล็กผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้ากลมหวาน ปากแดง แก้มใส ผมดำขลับหยักศก ดวงตาสีนิลแต่ดูอ่อนหวานสดใส
“พี่โมกข์จะไปนานไหมคะ” เด็กน้อยรับรู้แค่ว่าพี่ชายต้องไปเรียนหนังสือไกลถึงต่างแดน
“ไปไม่นานค่ะ แม่นิ่มน้อยของพี่ต้องดูแลตัวเองให้ดีนะคะ” เขาลูบผมของเธอไปมาเบาๆ อยู่เช่นนั้น ด้วยว่าผูกพันกันมาแต่เล็กแต่น้อย
“นี่เป็นขนมฝอยทองที่นิ่มชอบกินค่ะ พี่โมกข์เอาไว้รองท้องระหว่างทางนะคะ” เด็กหญิงตัวน้อยหยิบขนมฝอยทองออกมาให้พี่ชายตรงหน้า ประโยคของเด็กหญิงตัวน้อยทำให้ผู้ใหญ่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ด้วยว่านิ่มเอาขนมที่ตัวเองชอบให้โมกข์รับประทาน
“ขอบใจมากจ้ะคนดี”
“พี่โมกข์ต้องคิดถึงนิ่มด้วยนะคะ” เด็กน้อยเอ่ยบอกเสียงสั่นเครือ ทำท่าจะร้องไห้เมื่อรู้ว่าจะไม่ได้เจอหน้ากันอีกหลายปี
“แน่นอนค่ะ พี่จะคิดถึงแม่นิ่มน้อยของพี่ทุกเวลา เรียนจบแล้วพี่จะรีบกลับมานะคะ พี่สัญญา” โมกข์ให้คำมั่นสัญญากับน้องน้อยด้วยการเกี่ยวนิ้วก้อยเล็กๆ นั้นอย่างมั่นคง
“ได้เวลาเดินทางแล้วพ่อโมกข์ ขึ้นเรือได้แล้วลูก” คุณนายละมัยผู้เป็นมารดากับคุณพร้อมผู้เป็นบิดารีบบอกลูกชายโดยไว
“แม่กับพ่อจะจดหมายไปหาโมกข์นะลูก ไปอยู่ที่โน่นตั้งใจเรียนนะจ๊ะ”
“ครับคุณแม่ ผมลาครับคุณพ่อ คุณแม่ คุณป้า” โมกข์ยกมือไหว้บิดามารดาและผู้เป็นป้า ก่อนจะโบกมือลาเด็กน้อยที่ยืนอยู่ท่ามกลางผู้ใหญ่
พอโมกข์เดินไปขึ้นเรือ นิ่มก็ร้องไห้ออกมาในทันที ทำให้ผู้ใหญ่ต้องเอ่ยปลอบโยน
“ไม่ร้องไห้นะคะคนดี” คุณนายละมัยดึงเด็กน้อยมากอดแนบอก
“พี่โมกข์จะปะ... ไปนานใช่ไหมคะ” เด็กน้อยถามเสียงสะอึกสะอื้น
“พี่โมกข์ไปเรียนนะแม่นิ่ม เรียนจบพี่เขาก็จะกลับมาเพื่อแต่งงานกับแม่นิ่มไง” เด็กน้อยสะอื้นฮักๆ มองเรือลำใหญ่ที่ค่อยๆ เคลื่อนออกไปอย่างเศร้าใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมโมกข์ต้องไปเรียนไกลจนไม่ได้เจอหน้ากันนานหลายปีแบบนี้
“ไม่ร้องนะจ๊ะ ถ้าแม่นิ่มร้องไห้ พี่โมกข์จะเป็นกังวลนะจ๊ะคนดี” มาลัยเองก็ช่วยปลอบโยน เข้าใจว่าเด็กๆ นั้นสนิทสนมกันมากเพียงใด พอคนหนึ่งคนใดต้องไปเรียนถึงแดนไกล ทำให้ไม่ได้เจอกันนานหลายปีจึงทำให้ทำใจไม่ได้
บิดามารดาของนิ่มนั้นเสียชีวิตไปเมื่อปีกลาย เหลือเพียงแค่ญาติที่ไม่ไยดีเด็กน้อยและหวังเพียงแค่ทรัพย์เงินทอง คุณพร้อมกับคุณนายละมัยทนไม่ไหวจึงไปรับเด็กหญิงมาอยู่ด้วยกัน เนื่องจากบิดามารดาของนิ่มเป็นเพื่อนรักกับคุณพร้อมกับคุณนายละมัย จึงได้หมั้นหมายบุตรชายกับบุตรสาวเอาไว้ตั้งแต่แบเบาะ
คุณพร้อมทำงานที่กระทรวงการคลัง ท่านจึงช่วยเหลือจัดการเรื่องทรัพย์สินของนิ่มและช่วยเก็บรักษาเอาไว้ให้เป็นอย่างดี ไม่เช่นนั้นคงโดนญาติๆ แย่งชิงฉ้อโกงไปจนหมดเพราะนิ่มยังไม่ประสาและรู้ความอันใด
นิ่มสนิทสนมกับบ้านของคุณพร้อมเป็นอย่างดีเพราะบิดามารดาได้ไปมาหาสู่กันเนืองๆ เมื่อครั้งสมัยยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นการย้ายมาอยู่กับครอบครัวของคุณพร้อมจึงทำให้นิ่มมีความสุขมากกว่าอยู่กับญาติที่จ้องจะฮุบสมบัติและไม่สนใจไยดีเธอเลยแม้แต่น้อย
คุณพร้อมเป็นลูกหลานผู้ดีเก่าที่มีที่ดินเป็นอันมาก รวมถึงท่านเป็นคนดีมีความยุติธรรม ท่านจึงเป็นที่นับหน้าถือตาของคนทั่วไป
ส่วนคุณนายละมัยนั้นเป็นหลานสาวของพระยาพิพัฒน์ ทรัพย์สินมรดกและบ้านเช่าของท่านจึงสืบทอดมายังลูกหลานทำให้คุณนายละมัยร่ำรวยไม่เป็นสองรองใคร สองสามีภรรยานั้นเป็นคนดี ยึดถือความถูกต้องเป็นหลัก ไม่เคยเอาเปรียบใครมีแต่จะช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ นั่นจึงทำให้ท่านทั้งสองเป็นที่รักใคร่ของญาติสนิทมิตรสหายและผู้คนเป็นจำนวนมาก
พ.ศ. ๒๕๑๙...
โมกข์ เทพรักษา บุตรชายคนเดียวของคุณพร้อมและคุณนายละมัยเดินทางกลับมายังประเทศไทยก่อนกำหนดหลายวันหลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาโทจากต่างประเทศ เนื่องด้วยบิดากับมารดานั้นเสียชีวิตพร้อมกันทั้งสองคน งานศพของบุพการีทั้งสองมีแขกผู้มีเกียรติมากันอย่างคับคั่งเพราะบิดามารดาเป็นคนกว้างขวางและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป มาลัยผู้มีศักดิ์เป็นป้านั้นเป็นแม่งานจัดการงานทุกอย่างให้อย่างเรียบร้อย โดยมีนิ่มคอยช่วยเหลือทุกอย่าง นิ่มมีความสามารถในการจัดดอกไม้หน้าศพและจัดการให้คนงานในบ้านทำดอกจันทน์ด้วยตัวเอง จึงไม่ต้องซื้อหา
ครั้งแรกที่โมกข์ในวัยยี่สิบเจ็ดปีได้เจอกับแม่นิ่มน้อยของเขา หัวใจหนุ่มก็เต้นแรงแทบจะหลุดอกอมานอกทรวงอก เด็กหญิงตัวน้อยที่เพียรเขียนจดหมายแนบไปกับจดหมายของบิดามารดาและส่งของไปให้เขาทุกปี ทั้งเสื้อถัก ผ้าพันคอ ผ้าเช็ดหน้า ปลอกหมอนปักลายสวยๆ คือหญิงสาววัยสิบแปดที่เรียบร้อยน่ารัก รวมถึงยังพูดจาอ่อนหวานไพเราะเสนาะหู โมกข์มองหน้าสาวน้อยแล้วเหมือนหลงเข้าไปอยู่ในภวังค์รัก ความสัมพันธ์ของเขากับสาวน้อยคือจดหมายที่ส่งถึงกันตลอดระยะเวลาหลายปี เมื่อได้พบเจอกันอีกครั้งจึงทำให้ทั้งสองไม่ได้รู้สึกเหมือนคนแปลกหน้า แต่กลับรู้สึกสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว
โมกข์มองคู่หมั้นวัยเด็กของเขาที่บิดามารดาอุปการะเลี้ยงดูเอาไว้ด้วยสายตาลึกซึ้ง การได้เจอเธออีกครั้งทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองตกอยู่ในห้วงรักห้วงเสน่หา นิ่มเป็นคนสุภาพเรียบร้อย เนื้อตัวของเธอสะอาดสะอ้านหอมกรุ่น เขามองเธอทีไร รู้สึกได้ถึงความเย็นตาเย็นใจ ในขณะที่เธอคอยช่วยต้อนรับแขกเหรื่อก็มีชายหนุ่มที่เดินทางมางานศพของบิดามารดาเข้ามาทักทายยิ้มหวานให้เธอมากมาย เป็นครั้งแรกที่โมกข์รู้สึกหึงหวงผู้หญิงคนหนึ่งสุดใจและคนคนนั้นก็คือคู่หมั้นคู่หมายวัยเยาว์ของเขานั่นเอง เขาอยากรู้นักว่าผู้ชายพวกนั้นไม่รู้หรืออย่างไรว่าเธอมีเจ้าของแล้ว
นิ่มได้รู้จักกับเพื่อนของโมกข์ที่เรียนจบกลับมาจากอังกฤษในรุ่นเดียวกัน เพื่อนๆ ของโมกข์มาร่วมงานศพครบกันทุกคน มีพฤกษ์ ฤทธิ์ ศักดิ์ กริช ไกรและนพ แต่คนที่นิ่มต้องรับหน้าด้วยความไม่สบายใจคือญาติๆ ของเธอ นานหลายปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน เจอกันทีไรก็คุยกันแต่เรื่องทรัพย์สมบัติซึ่งเธอได้แต่ปิดปากเงียบเพราะไม่อยากโต้แย้งด้วย คิดว่าญาติๆ ได้ทรัพย์สมบัติจากครอบครัวของเธอไปมากพอแล้ว ส่วนที่ยังเหลืออยู่ตกมาถึงมือเธอคือส่วนที่บิดามารดาของโมกข์ช่วยดูแลรักษาเอาไว้ให้ ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่เหลืออะไรติดตัวเลยแม้แต่สตางค์แดงเดียว
โมกข์มีท่าทีปกป้องและห่วงใย เขาออกหน้าโดยการสนทนาแทนเธอทุกอย่าง เธอรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยเมื่อมีเขาอยู่ใกล้ๆ โมกข์เหมือนเสาหลักของชีวิตหลังจากที่บิดามารดาของเขาเสียชีวิต แม้ไม่ได้เจอกันนานหลายปีแต่พอได้เจอกันอีกครั้งเธอกลับรู้สึกว่าโมกข์ให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยยามที่มีเขาอยู่ข้างกาย เขามีความเป็นผู้นำสูง ตัดสินใจเด็ดขาดและพูดคำไหนคำนั้น จนญาติๆ ของเธอไม่กล้าหาเรื่องอะไรเธออีก ญาติๆ ของเธอคงคิดว่าสิ้นคุณพร้อมและคุณนายละมัยแล้ว โมกข์เป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนจะข่มเหงอะไรก็ได้ รวมไปถึงเธอด้วย แต่โมกข์ก็แสดงออกถึงความเป็นผู้ใหญ่ที่พูดจาตรงไปตรงมาและน่ายำเกรงจนญาติๆ ที่แสนละโมบของเธอต้องล่าถอยกลับไปแทบไม่ทัน
“ขอบคุณนะคะพี่โมกข์”
“เรื่องอะไรคะ”
“เรื่องญาติๆ ของนิ่มน่ะค่ะ และต้องขอโทษพี่โมกข์ด้วยนะคะ หากทำอะไรให้รู้สึกไม่สบายใจ” เธอยกมือไหว้เขา แต่โมกข์รวบมือน้อยของเธอเอาไว้
“ขอโทษทำไมคะ นิ่มไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย ถ้าต้องขอโทษกันจริงๆ ให้ทำผิดเสียก่อน
“ภายหลังที่พระเซ๋าซูกงหรือพระหมอได้บอกคุณพระจีนคณานุรักษ์ให้ไปหาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวโดยวิธีเข้าทรงแล้ว คุณพระจีนคณานุรักษ์ ก็ได้ไปหาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวให้ช่วยรักษาโรคโดยวิธีอัญเชิญวิญญาณของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับทรง เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวบอกว่าจะรักษาโรคให้หายโดยมีข้อแม้ว่า เมื่อหายแล้วคุณพระจีนคณานุรักษ์ต้องสร้างศาลเจ้าที่เมืองปัตตานีให้ท่านกับน้องสาวประทับ และขอให้แกะสลักรูปของท่านกับน้องสาวด้วยโดยขอให้ประทับอยู่ร่วมกับพระเซ๋าซูกงหรือพระหมอในศาลเจ้าเดียวกัน ซึ่งคุณพระจีนคณานุรักษ์ได้ตกลงทำตามเงื่อนไขทุกประการ ในที่สุดคุณพระจีนคณานุรักษ์ก็หายจากโรคดังกล่าว และได้ปฏิบัติตามสัญญา คือให้คนจีนแกะสลักรูปเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากกิ่งมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งเป็นกิ่งที่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตาย โดยวิธีอัญเชิญวิญญาณเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับทรงนายช่างซึ่งเป็นผู้แกะสลักจนรูปเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวและน้องสาวเสร็จเรียบร้อย พร้อมกันนั้นคุณพระจีนคณานุรักษ์ก็ได้สร้างศาลเจ้าหลังใหม่ดังที่ปรากฏมาจนทุกวันนี้จ้ะ”“พิธีลุยน้ำลุยไฟล่ะคะ หนูเคยได้ยินแต่ไม่เคยไปดูเลยสักครั้ง” เพชรานั้นต้องตามบิดามารดาไปอยู่ที่จ
“เป็นแบบนี้นี่เอง”“ในที่สุดลิ้มโต๊ะเคี่ยมและธิดาเจ้าเมืองกรือเซะจึงได้เข้าสู่พิธีวิวาห์ตามหลักศาสนาอิสลาม โดยลิ้มโต๊ะเคี่ยมยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามตามฝ่ายธิดาเจ้าเมือง เพราะยึดถือความรักเป็นใหญ่ รวมทั้งลูกเรือที่มากับลิ้มโต๊ะเคี่ยมทั้งหมดก็ไม่กลับประเทศจีนอีก ยอมอยู่กับลิ้มโต๊ะเคี่ยมผู้เป็นนายที่เมืองกรือเซะจ้ะ”“อ้อ... หนูเข้าใจแล้วค่ะ ศาสนาอื่นหากสมรสกับศาสนาอิสลามจะต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาเดียวกัน”“ใช่จ้ะ ลูกเรือก็เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม มาตั้งรกรากมีครอบครัวที่กรือเซะด้วยจ้ะ ลูกเรือที่เป็นลูกน้องของลิ้มโต๊ะเคี่ยมทุกคนล้วนมีฝีมือในเชิงรบพุ่งและมีฝีมือในเชิงดาบ โดยเฉพาะนายท้ายเรือต้นหน เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการหล่อปืนใหญ่ ซึ่งปืนเป็นอาวุธจำเป็นในการรบพุ่งสมัยนั้นจ้ะ”“ในสมัยนั้นเขาก็ใช้ดาบและปืนเป็นอาวุธใช่ไหมคะคุณยาย”“ใช่จ้ะ เจ้าเมืองกรือเซะเองเห็นความจำเป็นนี้เช่นกัน จึงได้สั่งให้หล่อปืนใหญ่ด้วยทองแดงเพื่อไว้ใช้ป้องกันเมือง ๑ กระบอก ครั้นเมื่อหล่อเสร็จได้ทดลองยิงปรากฏว่าปืนแตกใช้การไม่ได้ ลิ้มโต๊ะเคี่ยมในฐานะผู้อำนวยการหล่อปืนใหญ่จึงสั่งการให้หล่อใหม่อีกครั้ง ค
“คุณยายนี่ไม่ตกยุคเลยจริงๆ นะคะ”“คุณตาสอนน่ะจ้ะ” เธอหมายถึงไลน์ที่โทร. หากันฟรี“คุณตาสุดยอดไปเลยค่ะ” เพชรายกนิ้วโป้งให้ผู้เป็นตา เพราะตาของเธอเก่ง อารมณ์ดี ใจดีมีเมตตาและไม่เคยดุเธอเลย แต่มักจะพูดอะไรกับลูกหลานด้วยเหตุผล ไม่วางอำนาจบาตรใหญ่เหมือนผู้ใหญ่บางคน คุณตาโมกข์ของเธอจึงเป็นที่นับหน้าถือตา แถมท่านยังบริจาคเงินช่วยทุนการศึกษาเด็กผู้ยากไร้เป็นประจำทุกปีอีกด้วย“คุณแม่เคยเล่าว่าสมัยก่อนรองเท้ายี่ห้อสกอลล์ฮิตมากเลยนะคะ ใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง แถมยังมีราคาแพงด้วย โดนขโมยไปหลายรอบเพราะคนอื่นก็อยากใส่เหมือนกัน”“ใช่จ้ะ แม่เรากลับมาฟ้องยายนั่งร้องไห้ว่ารองเท้าหายอยู่หลายวันตอนหลังเขียนชื่อติดเอาไว้ที่รองเท้าเลยละ”“ฮ่าๆๆ คุณแม่นี่หัวคิดดีมากเลยนะคะ” เพชราหยิบขนมช่อม่วงมารับประทานแล้วอมยิ้ม“เมื่อก่อนมีของกินแปลกๆ พวกหมากฝรั่งบุหรี่ด้วยนะ คุณตาเคยดุลุงของเราสุดท้ายก็หน้าแตก”“เพราะสูบบุหรี่ไม่ดีใช่ไหมคะ”“ใช่จ้ะ ลุงๆ ป้าๆ และแม่ของเรานี่ไปเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์กันทุกคน สอบนักธรรมจนจบนักธรรมศึกษาชั้นเอกกันทุกคนเลย เมื่อก่อนตอนเรียนภาษาไทยก็ต้องท่องเวชสันดรด้วย แม่เราน่ะชอบดูรายการ
กลับมาจากโรงเรียนลุงๆ ป้าๆ กับแม่ของเราก็เอามานั่งเล่นทายปัญหาสุภาพษิตคำพังเพยกันใหญ่ ดึกดื่นนั่งทายกันไม่ยอมหลับยอมนอน ยายว่าก็เป็นหนังสือที่ดีอยู่นะ” “เดี๋ยวนี้อยากได้เนื้อเพลงของใคร หรือเกมลับสมองก็เปิดเน็ตเข้าไปหาในอินเตอร์เน็ตได้เลยค่ะ” เพชราเป็นเด็กที่ทันสมัยรู้จักใช้โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่องแคล่ว“อันนี้จริง สมัยก่อนจะทำอาหารทีต้องหาซื้อหนังสือทำอาหารหรือถามสูตรจากคนเฒ่าคนแก่ เดี๋ยวนี้เปิดคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ดูก็มีสูตรอาหารเยอะแยะ แถมยังมีคนทำให้ดูอีกด้วย มันทันสมัยกว่าสมัยก่อนเยอะเลยจ้ะ”นิ่มเห็นด้วยกับหลาน เธอผ่านยุคอนาล็อกมาจนถึงยุคดิจิตอลจึงเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ผ่านไปเร็วมาก โทรศัพท์มือถือสมัยก่อนเครื่องใหญ่และน้ำหนักเยอะ เดี๋ยวนี้น้ำหนักเบามีหน้าจอสัมผัสได้เพียงแค่แตะ เมื่อก่อนต้องนั่งจิ้มตัวเลขเอา บางทีก็หาแป้นไม่เจอ ต่อไปยังไม่รู้ว่าจะพัฒนาไปถึงขั้นไหนอีก“แต่เพชรชอบขนมแล้วก็อาหารที่คุณยายทำค่ะ อร่อยแล้วก็หาซื้อที่ไหนไม่ได้เพราะรสชาติที่คุณยายทำสุดยอดเลยค่ะ”“ปากหวานเสียจริงเด็กคนนี้ แม่เราก็ขี้อ้อน มีช่วงหนึ่งเข้าสู่วัยรุ่นแล้วมาอ้อนขอโทรศัพท์
โมกข์กับนิ่มเลี้ยงสายฟ้ากับสายฝนเหมือนลูกในไส้ ไม่ให้คนในบ้านพูดถึงชาติกำเนิดและเรื่องไม่ดีในอดีตเด็ดขาด เด็กทั้งสองนั้นค่อนข้างรักน้องชายอย่างสว่างเป็นอันมากอาจเพราะวัยไล่เลี่ยกัน ในขณะที่พจน์ พันและพลอยนั้นคลอดคลอดหลังพี่ๆ สามปีนิ่มและโมกข์ให้ความรักแก่เด็กๆ ทุกคนเสมอหน้า เสมือนว่าทุกคนคือลูกแท้ๆ โดยไม่แบ่งแยก ทั้งสอนการบ้าน ทั้งสอนภาษา อีกทั้งรับอาจารย์มาสอนพิเศษเพิ่มเติมในวิชาที่ทางโรงเรียนไม่ได้สอน ทั้งสองสอนให้ลูกๆ ใช้ชีวิตตามวัยและรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง สอนให้รู้จักตัวเองและไม่เอาเปรียบผู้อื่น“พี่โมกข์มองการณ์ไกล ให้เด็กๆ เรียนภาษาจีนกับภาษามลายูด้วย” เธอเอ่ยชมสามีเพราะในจังหวัดที่อาศัยอยู่รวมถึงในชุมชนนั้นมีคนไทยเชื้อสายจีนและไทยมุสลิมปะปนกันอยู่โดยเฉพาะไทยมุสลิม ดังนั้นการเรียนรู้ภาษาได้หลายภาษานอกจากภาษาไทยกับภาษาอังกฤษแล้ว จึงเป็นเรื่องดีต่อการค้าขายและการดำเนินกิจการของครอบครัวเด็กๆ ได้เรียนในโรงเรียนชื่อดังประจำจังหวัด สว่างเรียนเก่งและค่อนข้างหัวดี จึงสามารถสอนการบ้านสายฟ้ากับสายฝนได้ ทั้งสามอายุเท่ากันแต่สายฟ้ากับสายฝนนั้นแก่เดือนกว่าสว่างเป็นคนมีน้ำใจ มีเมตตาต
“เหรอคะคุณป้า” เธอมองหน้าสามี“พอป้าบอกว่าวันนี้กินตามใจปากได้แล้ว อะไรที่อยากกินก็รีบเร่งไปหาซื้อของมาตั้งแต่ไก่โห่ บางอย่างก็เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวาน”“ที่พี่โมกข์หายไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วกลับเสียดึกดื่น แถมเมื่อเช้าก็ยังลุกหนีไปตั้งแต่หัวรุ่งเพราะไปหาวัตถุดิบมาปรุงอาหารให้นิ่มเหรอคะ” เธอมองสามีอย่างซาบซึ้งใจ“จ้ะ ไปหาสรรหาทุกอย่างที่คิดว่าแม่นิ่มอยากจะกินมาให้ป้าช่วยทำให้”“ขอบพระคุณค่ะ” นิ่มยกมือไหว้สามี“พี่รักนิ่มที่สุด สิ่งไหนที่จะทำให้นิ่มมีความสุขได้ พี่ก็จะรีบทำมันในทันที” ตั้งแต่ได้อยู่ด้วยกันนิ่มก็รู้ว่าเขารักเธอมาก เขาไม่เคยทำให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจ ไม่เคยด่าว่าทุบตี มีแต่จะสนับสนุนเธอในทุกๆ เรื่อง อยากเปิดร้านขนมเขาก็ช่วยเหลือทุกอย่าง อยากทำอะไรเขาก็เห็นดีเห็นงามด้วยเสมอมาลัยพยักหน้าให้นิดวางจานข้าวเหนียวมะม่วงลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะ พากันออกไปจากห้อง ปล่อยให้สามีภรรยาได้อยู่ด้วยกันนิ่มตั้งใจเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กธรรมดาที่ไม่มีอภิสิทธิ์เหนือใคร เลี้ยงให้มีความรักความเมตตาต่อผู้อื่น และเลี้ยงให้เป็นคนดี ให้เกียรติผู้อื่น แม้จะมีข้าทาสบริวารมากมายก็ให้หัดทำอะไรด้วยตัวเอง รับผิดชอบ







