Share

มั่นรักดวงใจเสน่หา
มั่นรักดวงใจเสน่หา
Penulis: B.J.BEN/มัฑศิกาญจน/พันสิงห์

1

last update Tanggal publikasi: 2025-12-14 13:52:36

นิ่มมองพี่ชายที่เคารพด้วยสายตารักใคร่ โมกข์วางมือบนศีรษะของเด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบแล้วยิ้มกว้าง

“พี่ต้องไปแล้วนะคะแม่นิ่มน้อย” โมกข์นั่งยองๆ ลูบศีรษะเด็กน้อยที่อยู่ในชุดเดรสสีชมพูสดใส นิ่มเป็นเด็กหญิงตัวเล็กผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้ากลมหวาน ปากแดง แก้มใส ผมดำขลับหยักศก ดวงตาสีนิลแต่ดูอ่อนหวานสดใส

“พี่โมกข์จะไปนานไหมคะ” เด็กน้อยรับรู้แค่ว่าพี่ชายต้องไปเรียนหนังสือไกลถึงต่างแดน

“ไปไม่นานค่ะ แม่นิ่มน้อยของพี่ต้องดูแลตัวเองให้ดีนะคะ” เขาลูบผมของเธอไปมาเบาๆ อยู่เช่นนั้น ด้วยว่าผูกพันกันมาแต่เล็กแต่น้อย

“นี่เป็นขนมฝอยทองที่นิ่มชอบกินค่ะ พี่โมกข์เอาไว้รองท้องระหว่างทางนะคะ” เด็กหญิงตัวน้อยหยิบขนมฝอยทองออกมาให้พี่ชายตรงหน้า ประโยคของเด็กหญิงตัวน้อยทำให้ผู้ใหญ่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ด้วยว่านิ่มเอาขนมที่ตัวเองชอบให้โมกข์รับประทาน

“ขอบใจมากจ้ะคนดี”

“พี่โมกข์ต้องคิดถึงนิ่มด้วยนะคะ” เด็กน้อยเอ่ยบอกเสียงสั่นเครือ ทำท่าจะร้องไห้เมื่อรู้ว่าจะไม่ได้เจอหน้ากันอีกหลายปี

“แน่นอนค่ะ พี่จะคิดถึงแม่นิ่มน้อยของพี่ทุกเวลา เรียนจบแล้วพี่จะรีบกลับมานะคะ พี่สัญญา” โมกข์ให้คำมั่นสัญญากับน้องน้อยด้วยการเกี่ยวนิ้วก้อยเล็กๆ นั้นอย่างมั่นคง

“ได้เวลาเดินทางแล้วพ่อโมกข์ ขึ้นเรือได้แล้วลูก” คุณนายละมัยผู้เป็นมารดากับคุณพร้อมผู้เป็นบิดารีบบอกลูกชายโดยไว

“แม่กับพ่อจะจดหมายไปหาโมกข์นะลูก ไปอยู่ที่โน่นตั้งใจเรียนนะจ๊ะ”

“ครับคุณแม่ ผมลาครับคุณพ่อ คุณแม่ คุณป้า” โมกข์ยกมือไหว้บิดามารดาและผู้เป็นป้า ก่อนจะโบกมือลาเด็กน้อยที่ยืนอยู่ท่ามกลางผู้ใหญ่

พอโมกข์เดินไปขึ้นเรือ นิ่มก็ร้องไห้ออกมาในทันที ทำให้ผู้ใหญ่ต้องเอ่ยปลอบโยน

“ไม่ร้องไห้นะคะคนดี” คุณนายละมัยดึงเด็กน้อยมากอดแนบอก

“พี่โมกข์จะปะ... ไปนานใช่ไหมคะ” เด็กน้อยถามเสียงสะอึกสะอื้น

“พี่โมกข์ไปเรียนนะแม่นิ่ม เรียนจบพี่เขาก็จะกลับมาเพื่อแต่งงานกับแม่นิ่มไง” เด็กน้อยสะอื้นฮักๆ มองเรือลำใหญ่ที่ค่อยๆ เคลื่อนออกไปอย่างเศร้าใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมโมกข์ต้องไปเรียนไกลจนไม่ได้เจอหน้ากันนานหลายปีแบบนี้

“ไม่ร้องนะจ๊ะ ถ้าแม่นิ่มร้องไห้ พี่โมกข์จะเป็นกังวลนะจ๊ะคนดี” มาลัยเองก็ช่วยปลอบโยน เข้าใจว่าเด็กๆ นั้นสนิทสนมกันมากเพียงใด พอคนหนึ่งคนใดต้องไปเรียนถึงแดนไกล ทำให้ไม่ได้เจอกันนานหลายปีจึงทำให้ทำใจไม่ได้

บิดามารดาของนิ่มนั้นเสียชีวิตไปเมื่อปีกลาย เหลือเพียงแค่ญาติที่ไม่ไยดีเด็กน้อยและหวังเพียงแค่ทรัพย์เงินทอง คุณพร้อมกับคุณนายละมัยทนไม่ไหวจึงไปรับเด็กหญิงมาอยู่ด้วยกัน เนื่องจากบิดามารดาของนิ่มเป็นเพื่อนรักกับคุณพร้อมกับคุณนายละมัย จึงได้หมั้นหมายบุตรชายกับบุตรสาวเอาไว้ตั้งแต่แบเบาะ

คุณพร้อมทำงานที่กระทรวงการคลัง ท่านจึงช่วยเหลือจัดการเรื่องทรัพย์สินของนิ่มและช่วยเก็บรักษาเอาไว้ให้เป็นอย่างดี ไม่เช่นนั้นคงโดนญาติๆ แย่งชิงฉ้อโกงไปจนหมดเพราะนิ่มยังไม่ประสาและรู้ความอันใด

นิ่มสนิทสนมกับบ้านของคุณพร้อมเป็นอย่างดีเพราะบิดามารดาได้ไปมาหาสู่กันเนืองๆ เมื่อครั้งสมัยยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นการย้ายมาอยู่กับครอบครัวของคุณพร้อมจึงทำให้นิ่มมีความสุขมากกว่าอยู่กับญาติที่จ้องจะฮุบสมบัติและไม่สนใจไยดีเธอเลยแม้แต่น้อย

คุณพร้อมเป็นลูกหลานผู้ดีเก่าที่มีที่ดินเป็นอันมาก รวมถึงท่านเป็นคนดีมีความยุติธรรม ท่านจึงเป็นที่นับหน้าถือตาของคนทั่วไป

 ส่วนคุณนายละมัยนั้นเป็นหลานสาวของพระยาพิพัฒน์ ทรัพย์สินมรดกและบ้านเช่าของท่านจึงสืบทอดมายังลูกหลานทำให้คุณนายละมัยร่ำรวยไม่เป็นสองรองใคร สองสามีภรรยานั้นเป็นคนดี ยึดถือความถูกต้องเป็นหลัก ไม่เคยเอาเปรียบใครมีแต่จะช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ นั่นจึงทำให้ท่านทั้งสองเป็นที่รักใคร่ของญาติสนิทมิตรสหายและผู้คนเป็นจำนวนมาก

พ.ศ. ๒๕๑๙...

โมกข์ เทพรักษา บุตรชายคนเดียวของคุณพร้อมและคุณนายละมัยเดินทางกลับมายังประเทศไทยก่อนกำหนดหลายวันหลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาโทจากต่างประเทศ เนื่องด้วยบิดากับมารดานั้นเสียชีวิตพร้อมกันทั้งสองคน งานศพของบุพการีทั้งสองมีแขกผู้มีเกียรติมากันอย่างคับคั่งเพราะบิดามารดาเป็นคนกว้างขวางและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป มาลัยผู้มีศักดิ์เป็นป้านั้นเป็นแม่งานจัดการงานทุกอย่างให้อย่างเรียบร้อย โดยมีนิ่มคอยช่วยเหลือทุกอย่าง นิ่มมีความสามารถในการจัดดอกไม้หน้าศพและจัดการให้คนงานในบ้านทำดอกจันทน์ด้วยตัวเอง จึงไม่ต้องซื้อหา

ครั้งแรกที่โมกข์ในวัยยี่สิบเจ็ดปีได้เจอกับแม่นิ่มน้อยของเขา หัวใจหนุ่มก็เต้นแรงแทบจะหลุดอกอมานอกทรวงอก เด็กหญิงตัวน้อยที่เพียรเขียนจดหมายแนบไปกับจดหมายของบิดามารดาและส่งของไปให้เขาทุกปี ทั้งเสื้อถัก ผ้าพันคอ ผ้าเช็ดหน้า ปลอกหมอนปักลายสวยๆ คือหญิงสาววัยสิบแปดที่เรียบร้อยน่ารัก รวมถึงยังพูดจาอ่อนหวานไพเราะเสนาะหู โมกข์มองหน้าสาวน้อยแล้วเหมือนหลงเข้าไปอยู่ในภวังค์รัก ความสัมพันธ์ของเขากับสาวน้อยคือจดหมายที่ส่งถึงกันตลอดระยะเวลาหลายปี เมื่อได้พบเจอกันอีกครั้งจึงทำให้ทั้งสองไม่ได้รู้สึกเหมือนคนแปลกหน้า แต่กลับรู้สึกสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว

โมกข์มองคู่หมั้นวัยเด็กของเขาที่บิดามารดาอุปการะเลี้ยงดูเอาไว้ด้วยสายตาลึกซึ้ง การได้เจอเธออีกครั้งทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองตกอยู่ในห้วงรักห้วงเสน่หา นิ่มเป็นคนสุภาพเรียบร้อย เนื้อตัวของเธอสะอาดสะอ้านหอมกรุ่น เขามองเธอทีไร รู้สึกได้ถึงความเย็นตาเย็นใจ ในขณะที่เธอคอยช่วยต้อนรับแขกเหรื่อก็มีชายหนุ่มที่เดินทางมางานศพของบิดามารดาเข้ามาทักทายยิ้มหวานให้เธอมากมาย เป็นครั้งแรกที่โมกข์รู้สึกหึงหวงผู้หญิงคนหนึ่งสุดใจและคนคนนั้นก็คือคู่หมั้นคู่หมายวัยเยาว์ของเขานั่นเอง เขาอยากรู้นักว่าผู้ชายพวกนั้นไม่รู้หรืออย่างไรว่าเธอมีเจ้าของแล้ว

นิ่มได้รู้จักกับเพื่อนของโมกข์ที่เรียนจบกลับมาจากอังกฤษในรุ่นเดียวกัน เพื่อนๆ ของโมกข์มาร่วมงานศพครบกันทุกคน มีพฤกษ์ ฤทธิ์ ศักดิ์ กริช ไกรและนพ แต่คนที่นิ่มต้องรับหน้าด้วยความไม่สบายใจคือญาติๆ ของเธอ นานหลายปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน เจอกันทีไรก็คุยกันแต่เรื่องทรัพย์สมบัติซึ่งเธอได้แต่ปิดปากเงียบเพราะไม่อยากโต้แย้งด้วย คิดว่าญาติๆ ได้ทรัพย์สมบัติจากครอบครัวของเธอไปมากพอแล้ว ส่วนที่ยังเหลืออยู่ตกมาถึงมือเธอคือส่วนที่บิดามารดาของโมกข์ช่วยดูแลรักษาเอาไว้ให้ ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่เหลืออะไรติดตัวเลยแม้แต่สตางค์แดงเดียว

โมกข์มีท่าทีปกป้องและห่วงใย เขาออกหน้าโดยการสนทนาแทนเธอทุกอย่าง เธอรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยเมื่อมีเขาอยู่ใกล้ๆ โมกข์เหมือนเสาหลักของชีวิตหลังจากที่บิดามารดาของเขาเสียชีวิต แม้ไม่ได้เจอกันนานหลายปีแต่พอได้เจอกันอีกครั้งเธอกลับรู้สึกว่าโมกข์ให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยยามที่มีเขาอยู่ข้างกาย เขามีความเป็นผู้นำสูง ตัดสินใจเด็ดขาดและพูดคำไหนคำนั้น จนญาติๆ ของเธอไม่กล้าหาเรื่องอะไรเธออีก ญาติๆ ของเธอคงคิดว่าสิ้นคุณพร้อมและคุณนายละมัยแล้ว โมกข์เป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนจะข่มเหงอะไรก็ได้ รวมไปถึงเธอด้วย แต่โมกข์ก็แสดงออกถึงความเป็นผู้ใหญ่ที่พูดจาตรงไปตรงมาและน่ายำเกรงจนญาติๆ ที่แสนละโมบของเธอต้องล่าถอยกลับไปแทบไม่ทัน

“ขอบคุณนะคะพี่โมกข์”

“เรื่องอะไรคะ”

“เรื่องญาติๆ ของนิ่มน่ะค่ะ และต้องขอโทษพี่โมกข์ด้วยนะคะ หากทำอะไรให้รู้สึกไม่สบายใจ” เธอยกมือไหว้เขา แต่โมกข์รวบมือน้อยของเธอเอาไว้

“ขอโทษทำไมคะ นิ่มไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย ถ้าต้องขอโทษกันจริงๆ ให้ทำผิดเสียก่อน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   55

    “ภายหลังที่พระเซ๋าซูกงหรือพระหมอได้บอกคุณพระจีนคณานุรักษ์ให้ไปหาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวโดยวิธีเข้าทรงแล้ว คุณพระจีนคณานุรักษ์ ก็ได้ไปหาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวให้ช่วยรักษาโรคโดยวิธีอัญเชิญวิญญาณของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับทรง เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวบอกว่าจะรักษาโรคให้หายโดยมีข้อแม้ว่า เมื่อหายแล้วคุณพระจีนคณานุรักษ์ต้องสร้างศาลเจ้าที่เมืองปัตตานีให้ท่านกับน้องสาวประทับ และขอให้แกะสลักรูปของท่านกับน้องสาวด้วยโดยขอให้ประทับอยู่ร่วมกับพระเซ๋าซูกงหรือพระหมอในศาลเจ้าเดียวกัน ซึ่งคุณพระจีนคณานุรักษ์ได้ตกลงทำตามเงื่อนไขทุกประการ ในที่สุดคุณพระจีนคณานุรักษ์ก็หายจากโรคดังกล่าว และได้ปฏิบัติตามสัญญา คือให้คนจีนแกะสลักรูปเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากกิ่งมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งเป็นกิ่งที่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตาย โดยวิธีอัญเชิญวิญญาณเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับทรงนายช่างซึ่งเป็นผู้แกะสลักจนรูปเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวและน้องสาวเสร็จเรียบร้อย พร้อมกันนั้นคุณพระจีนคณานุรักษ์ก็ได้สร้างศาลเจ้าหลังใหม่ดังที่ปรากฏมาจนทุกวันนี้จ้ะ”“พิธีลุยน้ำลุยไฟล่ะคะ หนูเคยได้ยินแต่ไม่เคยไปดูเลยสักครั้ง” เพชรานั้นต้องตามบิดามารดาไปอยู่ที่จ

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   54

    “เป็นแบบนี้นี่เอง”“ในที่สุดลิ้มโต๊ะเคี่ยมและธิดาเจ้าเมืองกรือเซะจึงได้เข้าสู่พิธีวิวาห์ตามหลักศาสนาอิสลาม โดยลิ้มโต๊ะเคี่ยมยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามตามฝ่ายธิดาเจ้าเมือง เพราะยึดถือความรักเป็นใหญ่ รวมทั้งลูกเรือที่มากับลิ้มโต๊ะเคี่ยมทั้งหมดก็ไม่กลับประเทศจีนอีก ยอมอยู่กับลิ้มโต๊ะเคี่ยมผู้เป็นนายที่เมืองกรือเซะจ้ะ”“อ้อ... หนูเข้าใจแล้วค่ะ ศาสนาอื่นหากสมรสกับศาสนาอิสลามจะต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาเดียวกัน”“ใช่จ้ะ ลูกเรือก็เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม มาตั้งรกรากมีครอบครัวที่กรือเซะด้วยจ้ะ ลูกเรือที่เป็นลูกน้องของลิ้มโต๊ะเคี่ยมทุกคนล้วนมีฝีมือในเชิงรบพุ่งและมีฝีมือในเชิงดาบ โดยเฉพาะนายท้ายเรือต้นหน เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการหล่อปืนใหญ่ ซึ่งปืนเป็นอาวุธจำเป็นในการรบพุ่งสมัยนั้นจ้ะ”“ในสมัยนั้นเขาก็ใช้ดาบและปืนเป็นอาวุธใช่ไหมคะคุณยาย”“ใช่จ้ะ เจ้าเมืองกรือเซะเองเห็นความจำเป็นนี้เช่นกัน จึงได้สั่งให้หล่อปืนใหญ่ด้วยทองแดงเพื่อไว้ใช้ป้องกันเมือง ๑ กระบอก ครั้นเมื่อหล่อเสร็จได้ทดลองยิงปรากฏว่าปืนแตกใช้การไม่ได้ ลิ้มโต๊ะเคี่ยมในฐานะผู้อำนวยการหล่อปืนใหญ่จึงสั่งการให้หล่อใหม่อีกครั้ง ค

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   53

    “คุณยายนี่ไม่ตกยุคเลยจริงๆ นะคะ”“คุณตาสอนน่ะจ้ะ” เธอหมายถึงไลน์ที่โทร. หากันฟรี“คุณตาสุดยอดไปเลยค่ะ” เพชรายกนิ้วโป้งให้ผู้เป็นตา เพราะตาของเธอเก่ง อารมณ์ดี ใจดีมีเมตตาและไม่เคยดุเธอเลย แต่มักจะพูดอะไรกับลูกหลานด้วยเหตุผล ไม่วางอำนาจบาตรใหญ่เหมือนผู้ใหญ่บางคน คุณตาโมกข์ของเธอจึงเป็นที่นับหน้าถือตา แถมท่านยังบริจาคเงินช่วยทุนการศึกษาเด็กผู้ยากไร้เป็นประจำทุกปีอีกด้วย“คุณแม่เคยเล่าว่าสมัยก่อนรองเท้ายี่ห้อสกอลล์ฮิตมากเลยนะคะ ใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง แถมยังมีราคาแพงด้วย โดนขโมยไปหลายรอบเพราะคนอื่นก็อยากใส่เหมือนกัน”“ใช่จ้ะ แม่เรากลับมาฟ้องยายนั่งร้องไห้ว่ารองเท้าหายอยู่หลายวันตอนหลังเขียนชื่อติดเอาไว้ที่รองเท้าเลยละ”“ฮ่าๆๆ คุณแม่นี่หัวคิดดีมากเลยนะคะ” เพชราหยิบขนมช่อม่วงมารับประทานแล้วอมยิ้ม“เมื่อก่อนมีของกินแปลกๆ พวกหมากฝรั่งบุหรี่ด้วยนะ คุณตาเคยดุลุงของเราสุดท้ายก็หน้าแตก”“เพราะสูบบุหรี่ไม่ดีใช่ไหมคะ”“ใช่จ้ะ ลุงๆ ป้าๆ และแม่ของเรานี่ไปเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์กันทุกคน สอบนักธรรมจนจบนักธรรมศึกษาชั้นเอกกันทุกคนเลย เมื่อก่อนตอนเรียนภาษาไทยก็ต้องท่องเวชสันดรด้วย แม่เราน่ะชอบดูรายการ

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   52

    กลับมาจากโรงเรียนลุงๆ ป้าๆ กับแม่ของเราก็เอามานั่งเล่นทายปัญหาสุภาพษิตคำพังเพยกันใหญ่ ดึกดื่นนั่งทายกันไม่ยอมหลับยอมนอน ยายว่าก็เป็นหนังสือที่ดีอยู่นะ” “เดี๋ยวนี้อยากได้เนื้อเพลงของใคร หรือเกมลับสมองก็เปิดเน็ตเข้าไปหาในอินเตอร์เน็ตได้เลยค่ะ” เพชราเป็นเด็กที่ทันสมัยรู้จักใช้โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่องแคล่ว“อันนี้จริง สมัยก่อนจะทำอาหารทีต้องหาซื้อหนังสือทำอาหารหรือถามสูตรจากคนเฒ่าคนแก่ เดี๋ยวนี้เปิดคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ดูก็มีสูตรอาหารเยอะแยะ แถมยังมีคนทำให้ดูอีกด้วย มันทันสมัยกว่าสมัยก่อนเยอะเลยจ้ะ”นิ่มเห็นด้วยกับหลาน เธอผ่านยุคอนาล็อกมาจนถึงยุคดิจิตอลจึงเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ผ่านไปเร็วมาก โทรศัพท์มือถือสมัยก่อนเครื่องใหญ่และน้ำหนักเยอะ เดี๋ยวนี้น้ำหนักเบามีหน้าจอสัมผัสได้เพียงแค่แตะ เมื่อก่อนต้องนั่งจิ้มตัวเลขเอา บางทีก็หาแป้นไม่เจอ ต่อไปยังไม่รู้ว่าจะพัฒนาไปถึงขั้นไหนอีก“แต่เพชรชอบขนมแล้วก็อาหารที่คุณยายทำค่ะ อร่อยแล้วก็หาซื้อที่ไหนไม่ได้เพราะรสชาติที่คุณยายทำสุดยอดเลยค่ะ”“ปากหวานเสียจริงเด็กคนนี้ แม่เราก็ขี้อ้อน มีช่วงหนึ่งเข้าสู่วัยรุ่นแล้วมาอ้อนขอโทรศัพท์

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   51

    โมกข์กับนิ่มเลี้ยงสายฟ้ากับสายฝนเหมือนลูกในไส้ ไม่ให้คนในบ้านพูดถึงชาติกำเนิดและเรื่องไม่ดีในอดีตเด็ดขาด เด็กทั้งสองนั้นค่อนข้างรักน้องชายอย่างสว่างเป็นอันมากอาจเพราะวัยไล่เลี่ยกัน ในขณะที่พจน์ พันและพลอยนั้นคลอดคลอดหลังพี่ๆ สามปีนิ่มและโมกข์ให้ความรักแก่เด็กๆ ทุกคนเสมอหน้า เสมือนว่าทุกคนคือลูกแท้ๆ โดยไม่แบ่งแยก ทั้งสอนการบ้าน ทั้งสอนภาษา อีกทั้งรับอาจารย์มาสอนพิเศษเพิ่มเติมในวิชาที่ทางโรงเรียนไม่ได้สอน ทั้งสองสอนให้ลูกๆ ใช้ชีวิตตามวัยและรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง สอนให้รู้จักตัวเองและไม่เอาเปรียบผู้อื่น“พี่โมกข์มองการณ์ไกล ให้เด็กๆ เรียนภาษาจีนกับภาษามลายูด้วย” เธอเอ่ยชมสามีเพราะในจังหวัดที่อาศัยอยู่รวมถึงในชุมชนนั้นมีคนไทยเชื้อสายจีนและไทยมุสลิมปะปนกันอยู่โดยเฉพาะไทยมุสลิม ดังนั้นการเรียนรู้ภาษาได้หลายภาษานอกจากภาษาไทยกับภาษาอังกฤษแล้ว จึงเป็นเรื่องดีต่อการค้าขายและการดำเนินกิจการของครอบครัวเด็กๆ ได้เรียนในโรงเรียนชื่อดังประจำจังหวัด สว่างเรียนเก่งและค่อนข้างหัวดี จึงสามารถสอนการบ้านสายฟ้ากับสายฝนได้ ทั้งสามอายุเท่ากันแต่สายฟ้ากับสายฝนนั้นแก่เดือนกว่าสว่างเป็นคนมีน้ำใจ มีเมตตาต

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   50

    “เหรอคะคุณป้า” เธอมองหน้าสามี“พอป้าบอกว่าวันนี้กินตามใจปากได้แล้ว อะไรที่อยากกินก็รีบเร่งไปหาซื้อของมาตั้งแต่ไก่โห่ บางอย่างก็เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวาน”“ที่พี่โมกข์หายไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วกลับเสียดึกดื่น แถมเมื่อเช้าก็ยังลุกหนีไปตั้งแต่หัวรุ่งเพราะไปหาวัตถุดิบมาปรุงอาหารให้นิ่มเหรอคะ” เธอมองสามีอย่างซาบซึ้งใจ“จ้ะ ไปหาสรรหาทุกอย่างที่คิดว่าแม่นิ่มอยากจะกินมาให้ป้าช่วยทำให้”“ขอบพระคุณค่ะ” นิ่มยกมือไหว้สามี“พี่รักนิ่มที่สุด สิ่งไหนที่จะทำให้นิ่มมีความสุขได้ พี่ก็จะรีบทำมันในทันที” ตั้งแต่ได้อยู่ด้วยกันนิ่มก็รู้ว่าเขารักเธอมาก เขาไม่เคยทำให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจ ไม่เคยด่าว่าทุบตี มีแต่จะสนับสนุนเธอในทุกๆ เรื่อง อยากเปิดร้านขนมเขาก็ช่วยเหลือทุกอย่าง อยากทำอะไรเขาก็เห็นดีเห็นงามด้วยเสมอมาลัยพยักหน้าให้นิดวางจานข้าวเหนียวมะม่วงลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะ พากันออกไปจากห้อง ปล่อยให้สามีภรรยาได้อยู่ด้วยกันนิ่มตั้งใจเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กธรรมดาที่ไม่มีอภิสิทธิ์เหนือใคร เลี้ยงให้มีความรักความเมตตาต่อผู้อื่น และเลี้ยงให้เป็นคนดี ให้เกียรติผู้อื่น แม้จะมีข้าทาสบริวารมากมายก็ให้หัดทำอะไรด้วยตัวเอง รับผิดชอบ

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   26

    ในยุคนี้ผู้คนนิยมเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด โมกข์เป็นคนนำแฟชั่นอยู่มาก เขานิยมอะไรกันก็จะพาเธอไปซื้อมาสวมใส่ไม่ให้ตกยุค ผู้หญิงยุคนี้ใส่รองเท้าส้นตึก สวมเครื่องประดับสร้อยแหวนและกำไลข้อมือใหญ่ๆ แต่งกายแบบฮิปปี้ กางเกงขาบาน หรืออีกแนวที่นิยมคือแนวดิสโกเดี๋ยวนี้เธอออกไปนอกบ้านก็สวมใส่กางเกงตามแฟชั่นที่โมกข

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   13

    โมกข์ดึงดอกมะลิหอมกรุ่นจากกระเป๋าออกมา เธอมองอย่างสงสัย“พี่ให้ค่ะ” เขาทัดไปกับหูเล็กๆ ของเธอแล้วหอมแก้มสาว ซุกไซ้เข้าหาจนเธอต้องเบี่ยงหลบด้วยความขัดเขิน“พี่รักแม่นิ่มน้อยที่สุดเลยค่ะ” คำหวานของเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นถี่ระรัวเปี่ยมไปด้วยความสุข“นิ่มก็รักพี่โมกข์ที่สุดเลยค่ะ” เธอกุมมือของเขาเอาไว้

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   5

    “ปกติพี่ไม่ค่อยชอบกินของหวานหรอกค่ะ แต่ถ้าน้องนิ่มทำ พี่ก็กินได้หมดนั่นแหละครับ” คนปากหวานตอบเสียงหวานทำเอาคนฟังยิ้มเขิน“นิ่มจะให้คนไปเก็บดอกบัวนำไปถวายพระพรุ่งนี้ค่ะ ต้องขอตัวสักครู่นะคะ” หล่อนเอ่ยบอกหลังจากนั่งจิบน้ำชาสนทนากับโมกข์อีกครู่ใหญ่“เก็บที่ไหนหรือคะ” โมกข์เอ่ยถามอย่างสนใจ เขานึกลองไปเ

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   4

    “อุ๊ย!” นิ่มอุทานเมื่อจะเด็ดดอกรักแต่กลับมีมือหนาเอื้อมมาเด็ดดอกรักดอกเดียวกับเธอ“พี่โมกข์” เธอหันมามองเขา ก่อนจะหน้าแดงเมื่อได้สบตาคมเข้มหวานหยดคู่นั้น“น้องนิ่มจะเอาดอกรักไปทำอะไรคะ”“ร้อยมาลัยค่ะพี่โมกข์” เธอตอบเสียงนุ่ม รีบดึงมือกลับแต่เขารวบเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เธอเงยหน้ามอง ในขณะที่แก้มร้อนผ่าว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status