2 Answers2026-01-15 03:45:15
กลิ่นฝุ่นจากกล่องของเล่นเก่าๆ มักจะพาฉันกลับไปสู่ห้องนอนที่เต็มไปด้วยหุ่นพลาสติกและจินตนาการ
ผมเป็นคนสะสมของเก่ามานานจนเริ่มจดจำรุ่นที่คนทั่วไปมองข้ามได้อย่างแม่นยำ ในสายของเล่น 'Transformers' แบบเก่า (ที่หลายคนเรียกกันว่า G1 หรือยุค 80s) ของบางรุ่นถือเป็นของหายากอย่างแท้จริง เช่น หุ่นขนาดยักษ์ในกลุ่ม city-bot อย่าง 'Metroplex' หรือ 'Fortress Maximus' ซึ่งตอนออกครั้งแรกมีจำนวนผลิตไม่มากและบางตัวพบเห็นในสภาพสมบูรณ์น้อยมาก การหาตัวที่อยู่ในกล่องเดิมยังมีสภาพแผ่นพับครบ จะตามมาด้วยราคาที่สูงเกินคาด
นอกจากขนาดและจำนวนผลิตแล้ว ยังมีไลน์ที่เป็นของญี่ปุ่นหรือพรีโปรดักชันที่หายากมาก เช่น ชุดต้นกำเนิดอย่าง 'Diaclone' หรือของที่ออกเฉพาะตลาดญี่ปุ่นบางแบบ ตัวอย่างเช่น รีคอลอร์พิเศษ สติกเกอร์ที่ต่างกัน หรือรุ่นที่เป็นของส่งเสริมการขายเฉพาะร้าน ทั้งหมดนี้ทำให้ความพิเศษสะสมมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผมเองเคยตามหากล่องที่มีสภาพ mint-on-card อยู่เป็นปี ตัวแค่สภาพแวดล้อมและการเก็บรักษาก็ส่งผลต่อมูลค่ามากพอแล้ว
ประเด็นสุดท้ายคืองานอีเวนต์และของแถมพิเศษ—ของที่แจกในงานคอนเวนชันหรือเป็น exclusive mail-away มักจะมีการผลิตจำกัด ตัวอย่างที่เห็นบ่อยคือเวอร์ชันสีพิเศษ สีทองหรือใส (clear) ซึ่งออกมาจำนวนจำกัด ทำให้ตลาดรองไหลไปสู่กลุ่มนักสะสมที่ตามล่าหาเพื่อเติมคอลเล็กชัน การรู้ที่มาที่ไปของรุ่นนั้นๆ ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น เวลาที่ผมเจอชิ้นหายากยังรู้สึกเหมือนได้จับช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์ของเล่น — มันเป็นความสุขแบบแปลกๆ ที่อยากเก็บรักษาไว้ต่อไป
1 Answers2025-12-12 16:35:59
บอกตรงๆ วงการนักสะสมของเล่นจากหนัง 'Transformers: Revenge of the Fallen' มีไอเท็มที่คนตามหากันมากจนเรียกว่าเป็นของหายากระดับตำนาน โดยเฉพาะชิ้นที่เป็นหัวแถวอย่างรุ่นสเกลใหญ่ที่ทำออกมาละเอียดทั้งสองโหมด ที่โดดเด่นสุด ๆ ในความทรงจำของฉันคือรุ่น 'Jetfire' เวอร์ชันผสมระหว่างจรวดและหุ่นยักษ์ที่ออกมาช่วงหนังภาคสอง เพราะขนาด ความซับซ้อนของการทรานส์ฟอร์ม และรายละเอียดสีที่สวย ทำให้ของเดิม ๆ ในสภาพกล่องยังขึ้นราคาสูง อีกชิ้นที่แห่ตามหากันคือ 'Devastator' ชุดคอมไบน์ใหญ่จากทีม Constructicons ของภาคสอง ซึ่งถ้ามีครบและสมบูรณ์พร้อมกล่อง สภาพแบบ MISB (Mint In Sealed Box) ราคาจะพุ่งไปไกลมาก นอกนั้นตัวสตาร์อย่าง 'Optimus Prime' เวอร์ชันฉากสุดท้าย กับตัวร้ายอย่าง 'Megatron' หรือ 'Starscream' เวอร์ชันที่มาพร้อมดีเทลพิเศษและชิ้นส่วนโลหะก็ถือเป็นไอเท็มที่สายสะสมตามหาเช่นกัน
พูดตรง ๆ ว่าเหตุผลที่นักสะสมให้ความสำคัญกับของพวกนี้ไม่ได้มีแค่ความหายาก แต่ยังรวมถึงความทรงจำที่ผูกกับหนัง ประสิทธิภาพของกลไกในการแปลงสภาพ รวมถึงงานสีและวัสดุ เช่น รุ่นที่เป็น Limited Edition ของค่ายญี่ปุ่นอย่าง Takara Tomy มักจะถูกมองว่าเป็นของพรีเมียมเพราะใส่รายละเอียดและวัสดุดีกว่าของ Hasbro เวอร์ชันวางจำหน่ายทั่วไป นอกจากนี้รุ่น Exclusive ที่ออกให้ร้านหรือกิจกรรมพิเศษ โรงงานบางครั้งจะมีการเปลี่ยนสี เปลี่ยนสติกเกอร์ หรือแถมชิ้นส่วนพิเศษ ซึ่งพวกนี้กลายเป็นสิ่งที่นักสะสมตามหาเพื่อให้คอลเลกชันสมบูรณ์ หรือเป็นชิ้นโชว์ที่บ่งบอกฐานะและความคลั่งไคล้ของผู้สะสมได้อย่างดี
แนะนำว่าถ้าใครอยากตามหาและรู้สึกอยากเริ่มสะสมจริง ๆ ให้มองภาพรวมก่อนว่าจะเลือกเน้นอะไร ระหว่างความสมบูรณ์แบบของชิ้นงาน (MISB) กับหุ่นที่มีสภาพดีแต่แกะแล้ว (Loose Complete) เพราะราคาตลาดและการดูแลต่างกันมาก ของหายากแบบ Jetfire หรือ Devastator เมื่อสภาพสมบูรณ์พร้อมกล่องจะได้ราคาดี แต่ก็ต้องแลกกับการเก็บรักษาที่พิถีพิถัน เช่น หลีกเลี่ยงความชื้น การเหลืองของพลาสติก และชิ้นส่วนที่หลวม การรู้จักรุ่นย่อย เช่น เวอร์ชัน Exclusive, Reissue, หรือ Chase Variant จะช่วยให้จับจุดว่าชิ้นไหนสมควรลงทุน หยิบขึ้นมาดูแล้วรู้สึกว่าคุ้มค่าหรือไม่ และสุดท้าย ความสุขของการสะสมสำหรับฉันคือการได้เลือกชิ้นที่มีเรื่องราว ทำให้เวลาเปิดกล่องมาแล้วนั่งดูรายละเอียดหรือจัดวางแสดงมันให้ฟีลเหมือนย้อนกลับไปดูหนังอีกครั้ง — นี่แหละคือความอบอุ่นเล็ก ๆ ที่ของเล่นพวกนี้ให้ได้
4 Answers2025-11-02 06:35:15
บอกเลยว่างานสะสมจาก 'Transformers One' มีเสน่ห์แบบที่ทำให้ย้อนวัยได้ง่าย ๆ — โดยเฉพาะถ้าอยากได้ชิ้นที่ทั้งเท่และคุ้มค่าสมกับการวางโชว์ ฉันมักมองหารุ่นที่เน้นการออกแบบตัวละครในหนังแบบตรงตามคอนเซ็ปต์ เช่นรูปทรงของออพติมัสในวัยหนุ่มหรือบัมเบิ้ลบีที่มีรายละเอียดหน้าตาเฉพาะจากภาพยนตร์
สิ่งที่ฉันให้ความสำคัญคือสัดส่วนกับความสมดุลระหว่างการแปลงร่างและท่าทางในการวางโชว์ ของที่มักโดนใจจะเป็นงานที่ขยับขาแขนได้ดี มีข้อต่อแน่น และมีชิ้นส่วนแยกสำรองหรือชิ้นส่วนแต่งหน้าที่ทำให้โมดูลเสียง/ไฟใส่ได้ง่าย นอกจากนั้นกล่องและใบเสร็จเก็บรักษาไว้ดีช่วยเพิ่มมูลค่าในระยะยาวด้วย ฉันมักเลือกชิ้นจากผู้ผลิตที่มีประวัติคุณภาพดีและการออกแบบที่เคารพต้นฉบับ ถ้าชอบความคลาสสิกก็เลือกชิ้นที่ยึดสัดส่วนจากตัวละครต้นฉบับ ถ้าอยากได้ลุคภาพยนตร์เต็มๆ ก็เลือกชิ้นที่อ้างอิงจาก 'Transformers One' โดยตรง — แค่จับมุมแสงให้ดีแล้วมันสวยจนอยากจ้องทั้งวัน
4 Answers2026-04-05 10:29:40
ในมุมมองของฉัน รุ่นที่เรียกได้ว่าคุ้มค่าสุดสำหรับสะสมในแง่ความคงทนของราคาและความน่าสะสมคือ 'Masterpiece MP-10 Optimus Prime' ของค่ายญี่ปุ่นรุ่นดั้งเดิม ที่มีทั้งความละเอียดในการออกแบบ สเกลที่เข้มข้น และตลาดรองที่แข็งแรง
ฉันเห็นว่าปัจจัยสำคัญคือความเป็นไอคอนของตัวละครและการผลิตที่จำกัด รุ่น 'MP-10' รวมองค์ประกอบทั้งการประกอบที่ทนทาน เหล็กชิ้นบางส่วน และรายละเอียดพิเศษในบรรจุภัณฑ์ซึ่งช่วยให้สภาพมือหนึ่งมีมูลค่าเพิ่มเมื่อเวลาผ่านไป นอกจากนี้รุ่นนี้ได้รับการยอมรับจากนักสะสมทั่วโลก ทำให้มีตลาดรองที่ต่อเนื่อง แม้ราคาเปิดอาจสูง แต่ถ้าดูเป็นการลงทุนระยะยาว โดยเก็บในกล่องเดิม สภาพไม่มีรอย และเก็บคู่มือให้ครบ จะเห็นการฟื้นตัวของราคาชัดเจนเมื่อมีการฉลองครบรอบหรือมีการรีอีชชั้นหนึ่ง
ท้ายที่สุด ฉันมองว่าเลือกซื้อรุ่นที่เป็นสัญลักษณ์จริง ๆ และเน้นสภาพการเก็บรักษามากกว่าแค่รุ่นใหม่ เพราะของที่เป็นไอคอนกับสภาพสมบูรณ์จะคงมูลค่าได้ดีกว่าของหายากที่ไม่มีชื่อเสียงมากนัก
1 Answers2026-06-11 11:17:49
เริ่มจากการตั้งเป้าหมายก่อนว่าอยากเก็บเป็นสินทรัพย์ระยะยาวหรือเก็บเพราะรักจริงจัง เพราะการเลือกโมเดลที่ ‘‘น่าจะมีมูลค่า’’ กับ ‘‘โมเดลที่เรารักจริง’’ ให้ผลต่างกันมากในระยะยาว ถาตอนแรกผมยกเอาคำว่าเป็นนักสะสมแบบจริงจังมาใช้ ผมพบว่ารุ่นจากยุคแรก ๆ ของ 'Transformers' หรือที่เรียกว่า 'G1' (ช่วงกลาง 1980s) มักมีมูลค่าสูง โดยเฉพาะของญี่ปุ่นและอเมริกาต้นฉบับที่ยังอยู่ในกล่องเดิมไม่ได้ถูกเปิด (MIB) หรือมีสภาพสมบูรณ์ครบอุปกรณ์ ตุ๊กตาอย่าง Optimus Prime (Convoy) ตัวต้นฉบับ, Megatron, Soundwave พร้อมเทป และพวก Cassette จิ๋วอย่าง Laserbeak / Ravage เวอร์ชันญี่ปุ่น ถือเป็นของหายากที่นักประมูลงานมักตามหา นอกจากนี้พวกชุด Diaclone หรือ Microman ที่เป็นต้นกำเนิดก่อนจะกลายเป็น 'Transformers' ก็มีราคาดีในตลาดญี่ปุ่น แต่ข้อควรระวังคือต้องดูสภาพกล่อง ฟอยล์ สติ๊กเกอร์ และใบแทรกที่มีกับตัวก่อน เพราะรายการเหล่านี้มีผลกับราคามาก
ย้ายมาที่กลุ่มของคนรักงานแบบสมัยใหม่และช่างฝีมือ พวกไลน์ 'Masterpiece' ของ Takara Tomy เป็นอีกจุดที่ควรสนใจ โมเดลกลุ่มนี้ผลิตคุณภาพสูง รายละเอียดเยอะ และมักออกเป็นล็อตจำกัด รวมถึงมีเวอร์ชันพิเศษหรือสีพิเศษที่จำกัดการผลิต รุ่นแรก ๆ ของซีรีส์ Masterpiece เช่น MP-01 / MP-10 รุ่นเปิดตัวและเวอร์ชันพิเศษ มักถูกเก็บเป็นสินทรัพย์ที่โตขึ้นเมื่อมีคนตามหา นอกจากนั้น รุ่น Exclusive จากงานต่าง ๆ (เช่น BotCon / TFCon) หรือของที่ขายเฉพาะร้าน Takara Tomy Mall มักมีราคาดี ถ้าสภาพยังซีลหรือกล่องสมบูรณ์ ควรเก็บพวกนี้เป็นกลุ่มหนึ่ง
อีกมุมมองที่สำคัญคือความหายากของการผลิตและจำนวนที่ออกขาย ถ้าเป็นรุ่นที่มีการทำซ้ำบ่อย ๆ หรือ Reissue บ่อย มูลค่าอาจไม่โตเท่าต้นฉบับ ตัวอย่างเช่นบางรุ่นของ 'Masterpiece' ที่มีการออกใหม่หลายครั้ง ราคาของล็อตแรกจะเด่นกว่าล็อตหลัง นอกจากนี้รุ่นที่มีชิ้นส่วนโลหะหล่อ (die-cast) หรือชิ้นส่วนที่ทำยาก มีโอกาสเป็นสินทรัพย์ได้ดีขึ้น แต่ต้องแลกกับน้ำหนักและการสึกหรอที่ต้องระวัง ข้อสำคัญคือเก็บรักษาให้ดี เก็บในที่ไม่ชื้น หลีกเลี่ยงแดด และรักษากล่องกับเอกสารการซื้อขายไว้ให้ครบ เพราะตลาดนักสะสมให้คุณค่ากับสภาพโดยรวมมาก
สุดท้ายมุมมองส่วนตัวคือให้ลงทุนลงบนสิ่งที่ตัวเองชอบจริง ๆ แม้จะมองหามูลค่าสูง แต่ถ้าไม่ได้รักผลงานที่เก็บไว้ จะเสียความสุขในการสะสม ความเสี่ยงของการเก็งกำไรคือการเปลี่ยนใจของตลาดและการออกซ้ำของของเล่น ถ้าอยากได้ความปลอดภัย ผสมพอร์ต: เก็บของวินเทจที่หายากเป็นแกนหลัก แล้วเสริมด้วยเวอร์ชันพิเศษของ 'Masterpiece' หรือ Exclusives ที่คุณชอบ การเก็บบันทึกแหล่งที่มาจะช่วยเพิ่มมูลค่าเมื่อขายจริง ๆ สรุปคือเลือกจากความหายาก คุณภาพการผลิต และความชอบส่วนตัว แล้วดูแลสภาพให้ดีที่สุด—นั่นแหละที่ทำให้มูลค่าเติบโตและยังทำให้หัวใจคนสะสมพองโตด้วย
5 Answers2025-12-30 22:21:43
ย้อนไปสมัยที่กล่องของเล่นยังมีกระดาษแทรกกับสติกเกอร์ทางการ ฉันชอบนั่งเทียบรุ่นต่างๆ แล้วคิดว่าชิ้นไหนจะขายได้แพงสุดในบ้านเรา
จากประสบการณ์สะสมมานาน ราคาทรานฟอเมอร์รุ่นเก่าในไทยขึ้นกับปัจจัยหลักสามอย่าง: สภาพ (loose/complete/boxed), ความหายากของรุ่น (สเปเชียลอิดิชันหรือไม่) และแหล่งผลิต (แท้จาก 'Takara' ญี่ปุ่นมักจะราคาสูงกว่า 'Hasbro' เวอร์ชันอเมริกา) ฉันมักเห็นตัวเล่นแบบหลวม ๆ ที่สภาพเล่นหนักขายกันตั้งแต่ 300–3,000 บาท ขึ้นอยู่กับตัวละครเช่น 'Bumblebee' หรือ 'Starscream'
ถ้ามีชิ้นส่วนครบและกล่องเดิม ราคาจะกระโดดเยอะ กล่องสภาพดีสำหรับรุ่นยอดนิยมอย่าง 'Optimus Prime' หรือ 'Megatron' อาจเข้าช่วง 10,000–100,000+ บาท สำหรับคนที่เล่นตลาดจริง ๆ รุ่นพิเศษหรือคอนเวนชันเอ็กซ์คลูซีฟจากญี่ปุ่นบางชิ้นเคยเห็นประกาศขายเป็นแสน ฉันมักเตือนเพื่อนเสมอว่าตัวเลขเหล่านี้แปรผันตามความต้องการของตลาดและความถูกต้องของของ (มีของปลอมเยอะ) แต่การได้ชิ้นที่สมบูรณ์พร้อมกล่องคือความสุขแบบที่หาไม่ได้จากของใหม่
3 Answers2025-12-15 12:24:39
ของสะสมพรีเมียมจาก 'Transformers 9' ที่ทำให้ผมตาลุกวาวคือพวกรูปปั้นขนาดสเกลสูงและชิ้นงานที่ได้ใบรับรองจำกัดจำนวน
ผมชอบความรู้สึกเวลาจับสแตนดี้หรือสตูดิโอสเกลที่รายละเอียดปะทะแสงแล้วเหมือนเห็นชิ้นงานในฉากจริงของหนัง สิ่งที่ผมมองหาคือสเกล 1/4 หรือ 1/6 ที่มีการลงสีแบบ weathering, รายละเอียดเครื่องยนต์, และฐานฉากที่เล่าเรื่องได้ ถ้ามีการปล่อยรุ่นที่มาพร้อมกับป้ายใบเซ็นหรือการ์ดหมายเลข ก็จะยิ่งมีคุณค่าทางสะสมมากขึ้นอีกระดับ
นอกจากรูปปั้นแล้ว หนังสืออาร์ตบุ๊กลิมิเต็ดและแผ่นเสียงซาวด์แทร็กก็เป็นของที่ผมอยากแนะนำสำหรับคนที่ชอบเก็บของที่ให้บรรยากาศเต็ม ๆ อาร์ตบุ๊กดี ๆ จะมีคอนเซ็ปต์อาร์ต เซ็ตติ้งของหุ่น และโน้ตจากทีมงานซึ่งทำให้ชิ้นงานในตู้โชว์มีเรื่องเล่ามากกว่าแค่ของสวย ๆ สุดท้ายถ้าบริษัทปล่อยชุดรีแพลิก้าพร็อพจากฉากสำคัญของหนัง เช่นชิ้นส่วนอาวุธหรือเกราะที่ปรากฏในฉากเปิดตัว จะเป็นไอเท็มที่ผมคิดว่าน่ามีเก็บไว้มากที่สุด เพราะมันเชื่อมทั้งภาพจำและมูลค่าในระยะยาว
4 Answers2026-01-03 15:50:20
คอลเลกชันจาก 'Rise of the Beasts' ช่วงหลัง ๆ นี่จัดเต็มจนหัวใจคนชอบของเล่นเต้นไม่เป็นจังหวะเลย
ผมมักจะบอกเพื่อนว่าช่วงภาพยนตร์นี้ทำให้ไลน์ของ Hasbro กลับมาสดใสอีกครั้ง — มีทั้งชุด 'Studio Series' เวอร์ชันไดคาสท์กับรายละเอียดฉากหลังที่เหมาะสำหรับตั้งโชว์ และของพิเศษแบบ Hasbro Pulse Exclusive ที่มาพร้อมป้ายหมายเลขผลิตจำกัดหรือกล่องพิเศษที่ใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น
นอกเหนือจากนั้น ยังเห็นสตาเชียสหรือสตูดิโอเล็ก ๆ ทำสแตทจ์เรซิ่นของตัวละครอย่าง 'Optimus Primal' หรือฉากไบเซิลที่สวยงาม ผมชอบการสะสมแบบผสมกันระหว่างตัวเล่นที่ขยับได้สำหรับการถ่ายรูปสนุก ๆ กับสแตทจ์นิ่ง ๆ ที่เป็นงานศิลป์ เป็นความสมดุลที่ให้ทั้งความสุขตอนเล่นและภูมิใจเวลาเอามาวางโชว์บนชั้นหนังสือ
3 Answers2026-05-13 09:36:19
แนะนำว่า 'Bumblebee' เป็นตัวเลือกที่อ่อนโยนและเข้าถึงง่ายที่สุดเมื่อต้องการดูเป็นครอบครัว ผมชอบวิธีที่หนังย่อขนาดความยิ่งใหญ่ของสงครามหุ่นยนต์ลงมาเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่อบอุ่นและมีอารมณ์ เนื้อเรื่องโฟกัสที่มิตรภาพระหว่างหุ่นยนต์กับเด็กวัยรุ่น ทำให้เด็ก ๆ สามารถอินได้โดยไม่รู้สึกว่าถูกกลืนด้วยฉากแอ็กชันหนัก ๆ เสียงดังตลอดเวลา
บรรยากาศของหนังชวนให้คิดถึงหนังรุ่นเก่า มีช่วงเวลาที่ตลกและโรแมนติกแบบอ่อนโยน ฉากแอ็กชันยังมีอยู่แต่ควบคุมโทนได้ดี ไม่ได้ทำให้หัวใจเต้นรัวจนกลัวเกินไปสำหรับผู้ชมอายุน้อย ความยาวและจังหวะเรื่องก็เหมาะแก่การดูกับพ่อแม่แล้วคุยกันหลังจบเรื่องเกี่ยวกับความกล้าและมิตรภาพ
ข้อควรระวังคือมีฉากปะทะและเสียงดังบางช่วงที่อาจทำให้เด็กเล็กตกใจได้ ดังนั้นควรใช้ดุลยพินิจในการเลือกอายุให้เหมาะสม ผมมักจะแนะนำให้เด็กที่ยังไม่ชอบเสียงดังหรือฉากตึงเครียดดูพร้อมผู้ใหญ่ แต่ถ้าอยากได้ความเป็นครอบครัวและเรื่องราวหัวใจดี เรื่องนี้มักเป็นตัวเลือกที่ทำให้ทุกคนยิ้มได้เมื่อหนังจบ
3 Answers2026-05-13 07:58:52
การได้ดู 'War for Cybertron' ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้เห็นต้นกำเนิดของสงครามระหว่างออโตบอทกับดิคเซ็ปติคนั่นล่ะ
ฉันมักอธิบายให้เพื่อนฟังว่าซีรีส์นี้เป็นแบบที่เล่าเหตุการณ์ก่อนยุคที่เราเห็นยานลงบนโลก — ทั้งการเมืองบนไซเบอร์ตรอน การแบ่งขั้ว และแรงจูงใจของตัวละครหลัก ๆ ถูกขยายความอย่างจริงจัง ซีรีส์สามตอนใหญ่บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งมีโทนอันหนักแน่นและโฟกัสที่สงครามภายในบ้านเกิดก่อนที่ใครจะมายังโลก มันจึงรู้สึกเหมือนเป็น prequel จริง ๆ แต่เป็น prequel ในความต่อเนื่องของตัวเอง ไม่ได้เชื่อมตรงกับจักรวาลภาพยนตร์ของผู้กำกับบางคน
สิ่งที่ทำให้ฉันชอบคือการที่ซีรีส์กล้าเล่าเรื่องทางการเมืองของหุ่นยนต์ แถมยังมีฉากต้นกำเนิดของเทคโนโลยีและความแตกต่างทางอุดมการณ์ที่อธิบายได้ว่าทำไมการต่อสู้ถึงบานปลาย สรุปคือถาต้องการเห็นเหตุการณ์ก่อนหน้า 'การมาถึงโลก' ในเวอร์ชันแอนิเมชันที่จริงจังและมีรายละเอียด 'War for Cybertron' คือคำตอบที่ดีที่สุดในแง่ของการเล่าเรื่องที่เป็น prequel แม้มันจะไม่ใช่ prequel ให้กับภาพยนตร์ฉบับคนแสดงโดยตรง แต่ก็เติมเต็มช่องว่างเรื่องราวต้นกำเนิดของตัวละครได้ดีมาก