คณะกรรมการออกข้อสอบภาค ก มีเนื้อหาครอบคลุมอะไรบ้าง?

2026-03-21 14:03:26
183
Share
ABO Personality Quiz
Take a quick quiz to find out whether you‘re Alpha, Beta, or Omega.
Scent
Personality
Ideal Love Pattern
Secret Desire
Your Dark Side
Start Test

3 Answers

Nora
Nora
คนเล่า พนักงาน
การเข้าสอบครั้งแรกทำให้ฉันรู้ว่าภาษาคือหัวใจสำคัญของ 'ภาค ก' แต่ไม่ได้หมายความว่าจะละเลยเนื้อหาอื่น ๆ

ในมุมของฉัน ประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือเรื่องจริยธรรมและบทบาทของรัฐที่มักผสมอยู่กับคำถามเกี่ยวกับการบริหารงาน เช่น การตัดสินใจเชิงนโยบายหรือกรณีศึกษาสั้น ๆ ที่ให้ประเมินผลกระทบต่อประชาชน ส่วนอีกเรื่องคือความยืดหยุ่นของรูปแบบคำถาม — บางปีโจทย์จะเน้นการตีความบทความ บางปีเน้นการคำนวณหรือวิเคราะห์ข้อมูลจากกราฟ ฉะนั้นการฝึกอ่านบทความสั้น ๆ ที่มีมุมมองหลากหลาย และการฝึกตีความตัวเลขจะช่วยได้มาก

สรุปสั้น ๆ ว่าอย่าโฟกัสแค่ท่องเนื้อหา แต่ฝึกทักษะการคิดแบบประยุกต์ ความเข้าใจบริบททางสังคม และความสามารถในการอ่านจับใจความ เมื่อทำอย่างนี้จะช่วยให้รับมือข้อสอบได้แบบไม่ตื่นเต้นเกินไป และได้ผลดีที่สุดในการสอบครั้งต่อไป
2026-03-22 11:43:38
16
Wynter
Wynter
คนแชร์ นักศึกษา
การเตรียมตัวสำหรับ 'ภาค ก' จะง่ายขึ้นเมื่อเข้าใจว่าเนื้อหาครอบคลุมอะไรบ้างและทำไมแต่ละส่วนถึงถูกถามบ่อย

ฉันมองว่าแกนหลักของข้อสอบภาคนี้คือความรู้ความสามารถทั่วไป ซึ่งแบ่งเป็นหลายช่องย่อย เริ่มจากทักษะภาษาไทย — ไม่ใช่แค่การสะกดหรือไวยากรณ์เท่านั้น แต่เป็นการอ่านจับใจความ ตีความข้อความ สรุปความหมาย และวิเคราะห์ข้อความ เช่น ประเภทข้อสอบที่ถามเกี่ยวกับการอ่านบทความสั้น ๆ หรือจับเจตนารมณ์ของผู้เขียน นอกจากนี้ยังมีส่วนของคณิตศาสตร์พื้นฐานและการคิดเชิงตรรกะ ที่มักออกเป็นโจทย์การคำนวณอย่างง่าย การคิดวิเคราะห์เปอร์เซ็นต์ สัดส่วน หรือการตีความข้อมูลจากตารางและกราฟ

อีกส่วนที่สำคัญคือความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและนโยบายของรัฐ — ข้อสอบมักเน้นเรื่องภาพรวมของเศรษฐกิจ การเมือง และประเด็นสังคมที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการ เช่น นโยบายสำคัญ ๆ ของรัฐบาลและผลกระทบต่อประชาชน ส่วนกฎหมายพื้นฐานที่มักออกก็จะเป็นหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวกับการทำงานราชการและจรรยาบรรณด้านการบริหาร งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศพื้นฐานก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้น เช่นความรู้เกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมสำนักงานและแนวคิดเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล

เมื่อรวมกันแล้ว ภาคนี้ต้องการให้ผู้เข้าสอบมีทั้งทักษะการวิเคราะห์ ข้อมูลรอบตัว และความรู้พื้นฐานที่เชื่อมโยงกับการทำงานในหน่วยงานภาครัฐ ฉันมักจะแนะนำให้โฟกัสที่การอ่านข่าวเชิงวิเคราะห์ ฝึกโจทย์ภาษาและคณิตเชิงเหตุผล และทบทวนหลักกฎหมายพื้นฐาน เพื่อให้เวลาเข้าสอบรู้สึกมั่นใจมากขึ้น
2026-03-23 21:18:57
4
Grayson
Grayson
สายแชร์ พ่อค้า
หลายคนมักสงสัยว่า 'ภาค ก' ต้องเตรียมตัวเรื่องไหนบ้างและควรให้น้ำหนักเท่าไร ฉันชอบสรุปเป็นหัวข้อสั้น ๆ เพื่อจำได้ง่าย

1) ภาษาไทย: โจทย์มักเป็นการอ่านจับใจความ การเลือกใช้คำ และข้อสอบไวยากรณ์แบบประยุกต์ ต้องฝึกอ่านบทความสั้น ๆ และจับข้อสรุป
2) ภาษาอังกฤษพื้นฐาน: เน้นการอ่านและคำศัพท์ ใช้เพื่อวัดความสามารถในการตีความภาษาอังกฤษระดับทั่วไป ไม่ได้เป็นเชิงบทสนทนาเชิงลึก
3) คณิตศาสตร์เชิงเหตุผล: ครอบคลุมอัตราร้อยละ, อัตราส่วน, การตีความกราฟ และการแก้ปัญหาแบบตรรกะ
4) ความรู้รอบตัว/เหตุการณ์ปัจจุบัน: ประเด็นเศรษฐกิจ สังคม นโยบายสำคัญของรัฐ และเหตุการณ์ที่มีผลต่อการบริหารประเทศ
5) กฎหมายพื้นฐานและการบริหาร: ประเด็นหลักของรัฐธรรมนูญ หลักการบริหารราชการ และจริยธรรมของข้าราชการ
6) ทักษะคอมพิวเตอร์พื้นฐาน: การใช้งานโปรแกรมสำนักงานและความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและความปลอดภัยข้อมูล

จากประสบการณ์ส่วนตัว ฉันมักแบ่งเวลาอ่านข่าวเชิงวิชาการกับทำโจทย์ภาษาและคณิตวันละละเล็กละน้อย การทำความเข้าใจว่าข้อสอบต้องการวัดอะไรจะช่วยให้จัดลำดับการเตรียมตัวได้ดีขึ้น และเมื่อเจอข้อสอบจริง เทคนิคการอ่านโจทย์อย่างละเอียดจะช่วยให้เลือกคำตอบได้แม่นยำกว่าเดิม
2026-03-24 18:25:23
9
View All Answers
Scan code to download App

Related Books

Related Questions

สอบภาค ก คือข้อสอบเรื่องใดบ้างที่ต้องเตรียม

3 Answers2026-05-22 16:23:34
ย้อนกลับไปสมัยที่กำลังเตรียมสอบ 'ภาค ก' ความรู้ที่ต้องเตรียมมันกว้างกว่าที่คิดเยอะและต้องมีการจัดลำดับความสำคัญให้ชัดเจน สิ่งแรกที่ผมให้ความสำคัญคือทักษะการคิดวิเคราะห์และเหตุผลเชิงตรรกะ ซึ่งมักออกในรูปแบบข้อสอบตัวเลข การวิเคราะห์ข้อมูล และการสรุปใจความจากข้อมูลที่ให้มา ฝึกทำข้อสอบเก่า ๆ จะช่วยให้จับแนวได้เร็วขึ้น ถัดมาคือภาษาไทย—ไม่ใช่แค่การอ่านจับใจความ แต่รวมถึงไวยากรณ์ การสะกดคำ และการเรียงประโยคให้กระชับ เพราะข้อสอบมักทดสอบความเข้าใจและความสามารถในการสื่อสารเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนภาษาอังกฤษจะเน้นอ่านจับใจความ คำศัพท์พื้นฐาน และการทำความเข้าใจกับประโยคที่ซับซ้อนเล็กน้อย ฝึกอ่านบทความภาษาอังกฤษสั้น ๆ เป็นประจำจะช่วยได้มาก อีกหัวข้อที่ผมให้เวลาก็คือความรู้ทั่วไปที่เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน เศรษฐกิจการเมือง และกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการบางส่วน รวมถึงทักษะคอมพิวเตอร์พื้นฐานอย่างการใช้อีเมลและโปรแกรมสำนักงานซึ่งมักปรากฏในข้อสอบเชิงปฏิบัติ แบ่งเวลาอ่านข่าวสั้น ๆ ทุกวัน ทำสรุปเป็นโน้ตเล็ก ๆ จะทำให้ทบทวนง่ายขึ้น สุดท้ายจัดตารางฝึกทำข้อสอบให้เหมือนวันจริง ทั้งเวลาและสภาพแวดล้อม เพื่อควบคุมความกดดันตอนสอบจริงให้ได้

เนื้อหาชีวะ ม.ปลาย ครอบคลุมหัวข้อไหนบ้างที่ออกข้อสอบ?

4 Answers2026-02-14 20:21:33
ช่วงม.ปลายการอ่านชีวะทำให้ฉันเห็นโครงสร้างใหญ่ของเนื้อหาอย่างชัดเจน และนี่คือภาพรวมที่ช่วยให้เลือกหัวข้อไปติวหรือเน้นฝึกทำข้อสอบได้ตรงจุด ส่วนใหญ่ข้อสอบจะออกจากพื้นฐานเรื่อง 'เซลล์' ก่อน เช่น โครงสร้างผนังเซลล์ เยื่อหุ้ม การลำเลียงสารแบบต่างๆ รวมถึงอวัยวะเซลล์สำคัญๆ ที่มักให้วาดหรือระบุหน้าที่ อีกกลุ่มที่มักปรากฏคือพันธุศาสตร์พื้นฐาน—การข้ามพันธุ์แบบเมนเดล นิยามของยีน อลีล การวิเคราะห์ตาราง Punnett และปัญหาเกี่ยวกับมรดกทางพันธุกรรมแบบต่าง ๆ สุดท้ายควรฝึกทักษะการวิเคราะห์กราฟและข้อมูลเชิงทดลอง เพราะข้อสอบมักให้ตาราง ผลการทดลอง หรือภาพ แล้วให้ตีความหรือออกแบบการทดลองสั้นๆ

ผู้สมัครสอบต้องเตรียมตัวอย่างไรกับข้อสอบภาค ก?

3 Answers2026-03-21 14:45:18
เตรียมตัวสอบภาค ก ให้ได้ผลต้องเริ่มจากการวางรากฐานที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ ผมเริ่มด้วยการสแกนขอบเขตเนื้อหาอย่างละเอียด แล้วแบ่งมันออกเป็นหัวข้อเล็ก ๆ ที่จับต้องได้ เช่น ภาษาไทย ความรู้ความสามารถทั่วไป ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ตรรกะ และความรู้เกี่ยวกับหน่วยงานรัฐ จากนั้นผมจัดตารางอ่านแบบยืดหยุ่น: วันไหนโฟกัสภาษาไทย วันไหนฝึกข้อสอบตรรกะ และมีวันที่ทบทวนทั้งชุดข้อสอบเก่าเต็ม ๆ การฝึกทำข้อสอบเก่าเป็นสิ่งที่ผมยึดมาก เพราะมันช่วยให้คุ้นเคยกับรูปแบบคำถามและการจับเวลา ในช่วงแรกผมจะทำแบบไม่จับเวลาเพื่อให้เข้าใจแนวคิด พอชำนาญแล้วจึงจับเวลาและวิเคราะห์จุดอ่อน วิธีเรียนของผมเน้นการทำซ้ำแบบมีเป้าหมาย—ใช้สรุปสั้น ๆ เขียนโน้ตที่หยิบดูง่าย ทำแฟลชการ์ดสำหรับคำศัพท์หรือสูตรที่ลืมง่าย และตั้งคำถามตัวเองหลังอ่านแต่ละบท การเรียนเป็นกลุ่มกับเพื่อนที่ตั้งใจจริงก็ช่วยได้มาก เราแลกเฉลย แลกเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ กัน ทำให้ได้มุมมองที่ต่างออกไป และผมมักจะทดสอบตัวเองด้วยการอธิบายเนื้อหาอย่างย่อให้คนอื่นฟังเพื่อเช็กความเข้าใจ วันสอบจริงผมให้ความสำคัญกับการพักผ่อนเพียงพอและการมาถึงสถานที่สอบก่อนเวลา เผื่อเวลาอ่านโจทย์อย่างใจเย็น เลือกทำข้อที่ถนัดก่อนแล้วค่อยกลับมาท้าทายข้อยาก ๆ การเตรียมตัวที่ดีไม่ใช่แค่เก็บเนื้อหา แต่คือการจัดการเวลาและพลังงานให้ใช้งานได้ตลอดวันสอบ—นั่นเป็นเคล็ดลับที่ช่วยให้ผมไม่ตื่นสนามและทำคะแนนได้ตามเป้า

แนวข้อสอบ ภาค ก กทม ปีล่าสุด มีเนื้อหาอะไรบ้าง

3 Answers2026-03-20 05:08:49
นี่คือภาพรวมของเนื้อหาที่มักออกในข้อสอบภาค ก ของ กทม ปีล่าสุด และผมจะเล่าให้ฟังแบบตรงไปตรงมาโดยแบ่งเป็นประเด็นง่าย ๆ ให้เห็นภาพ ภาพรวมหลัก ๆ ที่ออกจะเป็นเรื่อง 'ความสามารถทั่วไป' และ 'ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับงานราชการ/ท้องถิ่น' ทั้งสองส่วนมักอยู่ในรูปแบบข้อสอบปรนัยหลายตัวเลือก ความสามารถทั่วไปครอบคลุมภาษาไทย (การอ่านจับใจความ ไวยากรณ์ การเติมคำให้เหมาะสม) คณิตศาสตร์พื้นฐานและตรรกะ (ร้อยละ สัดส่วน สมการง่าย ๆ การตีความกราฟ) รวมถึงความสามารถเชิงวิเคราะห์ เช่น การสรุปข้อมูลจากตารางหรือบทความสั้น ๆ นอกจากนั้นยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้ทั่วไป เช่น นโยบายของกรุงเทพฯ ประเด็นสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และเหตุการณ์ปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับเมือง เนื้อหาด้านกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารเมืองก็อาจปรากฏ เช่น หลักการบริหารท้องถิ่นหรือแนวคิดการออกนโยบายสาธารณะ สุดท้ายควรเตรียมตัวสำหรับข้อสอบเฉพาะตำแหน่งที่อาจวัดทักษะเชิงเทคนิคเพิ่มเติม เช่น ความรู้คอมพิวเตอร์พื้นฐานหรือการใช้โปรแกรมสำนักงาน เมื่อเตรียมตัว ผมมักเน้นการฝึกทำข้อสอบเก่า ๆ เพื่อรู้จังหวะข้อสอบและเวลา พยายามอ่านข่าวเมือง อ่านร่างระเบียบหรือสรุปกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และฝึกโจทย์เชิงคำนวณกับตรรกะให้คล่อง ผลคือความมั่นใจจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และรู้ว่าจะโฟกัสเรื่องไหนมากกว่ากันในวันสอบ

กพ ภาค ข มีเนื้อหาอะไรบ้างและน้ำหนักคะแนนเท่าไหร่

3 Answers2026-05-23 17:43:25
อยากเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ 'ภาค ข' ของการสอบ ก.พ. แบบที่ฉันเจอบ่อย ๆ: ส่วนนี้คือการทดสอบความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่งและงานที่สมัคร ไม่ได้เป็นข้อสอบทั่วไปเหมือนภาค ก แต่เน้นเนื้อหาเชิงวิชาชีพที่หน้างานต้องใช้จริง เราเคยเห็นรูปแบบข้อสอบหลากหลาย ทั้งแบบปรนัย (เลือกตอบ), อัตนัย (เขียนตอบ), กรณีศึกษา และบางตำแหน่งอาจมีแบบทดสอบปฏิบัติหรือการใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะ ตัวอย่างเนื้อหาที่มักเจอได้แก่ ความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงาน เช่น กฎหมายราชการหรือกฎหมายสาขาที่เกี่ยวข้อง ความรู้ด้านนโยบายสาธารณะและการบริหารองค์กร ความรู้เชิงเทคนิคสำหรับตำแหน่งวิศวกรรมหรือบัญชี การอ่านงบการเงิน และทักษะการใช้โปรแกรมที่จำเป็น น้ำหนักคะแนนของภาค ข ไม่ได้กำหนดแบบตายตัวในระดับประเทศ แต่มักถูกกำหนดโดยประกาศรับสมัครของแต่ละหน่วยงานและตำแหน่ง อธิบายง่าย ๆ คือบางตำแหน่งที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะทางสูง หน่วยงานมักตั้งน้ำหนักภาค ข สูง เช่น 50–70% ของคะแนนรวม ในขณะที่ตำแหน่งทั่วไปอาจให้ภาค ก มีน้ำหนักมากขึ้นและภาค ข อยู่ราว 30–50% นอกจากนั้นยังมีการจัดสรรคะแนนรวมเป็น 100 คะแนน หรือแยกเป็นคะแนนเต็มของแต่ละภาค แล้วนำมาเทียบสัดส่วนตามประกาศ ดังนั้นเมื่อตั้งใจสมัครงาน ควรอ่านประกาศรับสมัครฉบับนั้น ๆ ให้ละเอียดเพื่อรู้ว่าภาค ข ของตำแหน่งนั้นมีรูปแบบข้อสอบและน้ำหนักคะแนนอย่างไร สุดท้ายอยากบอกว่าการเตรียมตัวเชิงลึกกับตัวอย่างข้อสอบของสาขางานที่สมัคร จะช่วยให้เราเก่งทั้งเนื้อหาและรู้จังหวะการตอบ ทำให้โอกาสผ่านมีมากขึ้น

ภาค ก คือข้อสอบประเภทใดและมีรูปแบบอย่างไร?

5 Answers2026-05-23 16:33:11
คำนิยามของภาค ก ในระบบการสอบราชการไทยโดยรวมคือการเป็นด่านแรกที่วัดความรู้พื้นฐานและทักษะเชิงเหตุผลของผู้เข้าสอบ ผมมองว่ามันคือข้อสอบคัดกรองแบบกว้าง: เน้นความรู้ทั่วไป ภาษา ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ และบางครั้งมีข้อสอบคณิตศาสตร์พื้นฐานหรือภาษาอังกฤษเข้ามาร่วมด้วย เป้าหมายหลักไม่ใช่เจาะลึกวิชาชีพแต่เป็นการวัดว่าสามารถเข้าใจโจทย์ วิเคราะห์ข้อมูล และจัดการเวลาได้หรือไม่ รูปแบบปกติจะเป็นข้อเลือกตอบแบบปรนัยที่ต้องตอบให้ทันในเวลาจำกัด ส่วนการจัดข้อสอบอาจเป็นแบบกระดาษหรือคอมพิวเตอร์ขึ้นกับหน่วยงานที่จัดสอบ คะแนนที่ได้จากภาค ก มักถูกใช้เป็นปัจจัยคัดกรองเบื้องต้นเพื่อเข้าสู่ภาคที่เจาะลึกมากขึ้น เช่น ภาค ข หรือภาค ค ดังนั้นการเตรียมตัวที่ครอบคลุมพื้นฐานและฝึกจับเวลาเป็นสิ่งที่ผมเห็นว่าได้ผลที่สุด

สอบภาค ก คือแตกต่างจากสอบภาค ข อย่างไร

3 Answers2026-05-22 21:43:03
เอาจริง ๆ แล้วการสอบภาค ก กับภาค ข ต่างกันแบบชัดเจนตรงวัตถุประสงค์และระดับความลึกของเนื้อหา ทำให้เวลาที่ผมเตรียมตัวต้องปรับวิธีอย่างมาก ภาค ก มักเป็นการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตคิดวิเคราะห์ และความรู้พื้นฐานที่หน่วยงานใช้เป็นเกณฑ์คัดกรองกว้าง ๆ ผลการสอบภาค ก มักถูกใช้เป็นบันไดขั้นแรกเพื่อให้ผู้เข้าสอบมีสิทธิ์ไปสอบภาคถัด ๆ ไป ดังนั้นเนื้อหาจะเป็นแบบกว้างและเป็นข้อสอบปรนัยที่ค่อนข้างเร็ว ส่วนภาค ข จะเจาะลึกตามตำแหน่งหรือสายงาน เช่น ความรู้เฉพาะทางหรือทักษะปฏิบัติ ทำให้ต้องอ่านหนังสือเฉพาะด้าน ฝึกข้อสอบเชิงเหตุผล หรือซ้อมปฏิบัติจริง ผมมักแบ่งเวลาเรียนรู้แบบสองชั้น: ชั้นกว้างสำหรับภาค ก และชั้นลึกสำหรับภาค ข ถ้าผ่านภาค ก แล้วก็ยังไม่ใช่จบ เพราะบางครั้งภาค ข มีการสัมภาษณ์หรือทดสอบปฏิบัติ ซึ่งข้อสอบลักษณะนี้ต้องฝึกซ้ำและมีตัวอย่างงานจริงประกอบ ใครที่คิดว่าแค่ท่องข้อสอบภาค ก ก็ผ่านทุกอย่าง มักจะเจอภาค ข ที่ยากกว่าได้ ท้ายที่สุดแล้วการรู้ความแตกต่างนี้ช่วยให้ผมจัดตารางอ่านหนังสือได้มีเหตุผลมากขึ้นและไม่เสียเวลาไปกับวิชาไม่ตรงเป้าปลายทาง

ภาค ก คือคะแนนขั้นต่ำที่ต้องใช้ในการสอบหรือไม่?

5 Answers2026-05-23 16:53:01
เราเคยสงสัยว่าคำว่า 'ภาค ก' มันหมายถึงคะแนนขั้นต่ำจริงหรือไม่ เพราะเวลาสมัครงานราชการหรือสอบหลายครั้งคำนี้มักโผล่มาเป็นเงื่อนไข ในประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เข้าใจว่า 'ภาค ก' เป็นชื่อเรียกส่วนของข้อสอบ ที่มักเน้นความรู้ความสามารถทั่วไป เช่น ภาษา ความรู้คณิตศาสตร์ตรรกะ หรือความรู้พื้นฐานด้านกฎหมายหรือระบบราชการ ไม่ได้แปลว่าเป็น "คะแนนขั้นต่ำ" ตัวมันเอง แต่องค์กรที่จัดสอบมักกำหนดคะแนนผ่าน (passing score) ของภาคนี้ไว้เป็นเงื่อนไขการคัดเลือก เช่น บางตำแหน่งอาจตั้งไว้ที่ 50 หรือ 60 คะแนนเป็นขั้นต่ำ หากใครไม่ได้คะแนนในระดับนั้นก็จะตกรอบไปทันที สิ่งที่สำคัญคือหน่วยงานแต่ละแห่งมีวิธีจัดการต่างกัน บางแห่งใช้ 'ภาค ก' เป็นเกณฑ์ตัดกรองเบื้องต้นเพื่อเข้ารอบสัมภาษณ์ บางแห่งรวมคะแนนทุกภาคแล้วจัดอันดับผู้ผ่าน ทั้งหมดขึ้นกับประกาศของหน่วยงานนั้น ๆ ดังนั้นอย่าเข้าใจว่า 'ภาค ก' = คะแนนขั้นต่ำเสมอ แต่ให้มองว่าเป็นส่วนของข้อสอบที่มักมาพร้อมเกณฑ์ผ่านที่ผู้สมัครต้องทำให้ถึงเพื่อมีสิทธิ์เข้ารอบต่อไป
Popular Question
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status