ป้ายเล็กๆ หรือรอยเย็บที่ปรากฏบอกได้ว่าเขาไม่ใช่คนที่ผ่านมาง่ายๆ และไอเท็มชิ้นเล็กมักมีพลังการเล่าเรื่องมากกว่ารายละเอียดใหญ่โต ผมชอบการเล่นกับสัญลักษณ์เล็กๆ แบบนี้ เพราะมันชวนให้ย้อนกลับมามองโปสเตอร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบเดียวกับที่เห็นในหนังเรื่อง 'No Country for Old Men' ซึ่งอะไรมองไม่ใหญ่โตแต่กลับหนักแน่นในความหมาย
การสร้างชายวัยกลางคนให้มีมิติเริ่มจากการยอมรับความไม่สมบูรณ์ของเขาเป็นแก่นกลางของเรื่อง
ฉันชอบให้ตัวละครมีรอยต่อระหว่างอดีตที่ยังลากรอยและปัจจุบันที่เขาพยายามประคองชีวิต บทบาท ครอบครัว หรือการงานอาจเป็นกรอบให้เขาดูมีเหตุผล แต่สิ่งเล็กๆ อย่างนิสัยการดื่มกาแฟตอนหกโมงเช้า การเก็บจดหมายเก่าที่ไม่ได้เปิด หรือลักษณะการเดินที่แข็งกระด้าง จะเป็นตัวเชื่อมผิวเผินให้ผู้อ่านรู้สึกว่าเขาเป็นคนจริง ๆ
การให้เขามีความขัดแย้งภายในที่ไม่สามารถแก้ได้ทั้งหมดก็สำคัญ ฉันมักจะใส่แผลเก่า—ความผิดพลาดที่ไม่อาจขอคืน หรือความรักที่ถูกละทิ้ง—แล้วปล่อยให้ผลของแผลนั้นส่งผลต่อการตัดสินใจเล็กน้อยทุกวัน ทำแบบนี้แล้วภาพของชายวัยกลางคนจะไม่ใช่สเตเรโอไทป์ แต่เป็นปัจเจกที่เราอยากรู้ต่อไป
อ่านงานคลาสสิกอย่าง 'The Old Man and the Sea' ทำให้ฉันเห็นว่าการเขียนด้วยความละเอียดของการกระทำประจำและภาษาที่เรียบง่ายสามารถทำให้ตัวละครวัยกลางคนเปล่งประกายได้ โดยไม่ต้องอธิบายยืดยาวมากนัก