โครงสร้างการเล่าเรื่องของตัวเอกไล่จากอดีตที่แตกกระจัดกระจายไปสู่ปัจจุบัน ทำให้ฉันต้องประกอบภาพเขาเองมากกว่าจะถูกบอกตรง ๆ สำนวนการบรรยายใช้ภาษาที่ค่อนข้างกวีในบางย่อหน้า และกลับมาเป็นภาษาธรรมดาในฉากแอ็กชัน นั่นสร้างความเคลื่อนไหวทางจังหวะที่ฉันคิดว่าฉลาดมาก ตัวละครถูกวางให้เป็นทรงพลังบนเวทีมนุษยนิยม: เขาไม่ใช่ฮีโร่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ไม่ใช่ผู้ร้ายเต็มตัว จุดที่ทำให้ฉันชอบคือการใช้เพลงประจำตัวหรือท่วงทำนองซ้ำระหว่างบท ซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงเสียงให้ความทรงจำและแรงจูงใจของเขาเด่นขึ้น คล้ายกับการผูกเรื่องเล่าด้วยธีมดนตรีในนิยายอย่าง 'The Name of the Wind' แต่เปลี่ยนมาเป็นสัญลักษณ์ภายในจิตใจแทน ฉันมองว่าแนวทางนี้ทำให้เขามีความหลากหลายทางอารมณ์และคงอยู่ในใจนานกว่าตัวละครที่ถูกอธิบายครบทุกมิติ