การบรรยายในหนังสือเสียงยิ่งเพิ่มชั้นความเป็นจริงหรือความรู้สึกว่าเป็นคนนั้นจริง ๆ เพราะน้ำเสียงและสำเนียงช่วยเติมรายละเอียด ในกรณีของงานอย่าง 'The Old Man and the Sea' บทบรรยายและคำอธิบายของผู้เขียนทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนเห็นชายชราที่มีปีกการใช้ชีวิตจริง ๆ แต่ก็ไม่น่าจะเป็นการยกบุคคลเฉพาะเจาะจงเพียงคนเดียว ส่วนงานสมัยใหม่หลายชิ้นจะบอกไว้ในคำนำหรือสัมภาษณ์ว่าต้นแบบมาจากใคร หากเป็นบุคคลมีตัวตนและระบุตัวได้ อาจมีเรื่องสิทธิหรือความยินยอมเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้การเชื่อมโยงชัดเจนน้อยลง ฉันมักชอบความคลุมเครือนี้เพราะช่วยให้จินตนาการของผู้ฟังทำงานต่อ แต่บางครั้งก็อยากรู้เบื้องหลังบ้างเหมือนกัน
อยากชวนให้มองชื่อนี้จากมุมปรัชญาและประวัติศาสตร์ทางวรรณกรรมก่อน — ชื่อแบบ 'ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง' มักถูกนำมาใช้ในงานเรียงความเชิงวิเคราะห์มากกว่าจะเป็นนิยายเชิงพล็อตที่มีผู้แต่งคนเดียว ในบริบทนี้ผมมักนึกถึงงานของนักคิดที่สนใจหน้าที่ของผู้เล่า เช่นบทความสำคัญของ Walter Benjamin ที่มีชื่อดั้งเดิมว่า 'Der Erzähler' ซึ่งพูดถึงการเปลี่ยนผ่านของการเล่าเรื่องจากปากต่อปากมาสู่รูปแบบสมัยใหม่
ผมมองว่าถ้าใครถามว่าใครคือผู้แต่งในความหมายเชิงทฤษฎี คนที่ต้องพูดถึงคือ Benjamin เพราะงานอื่น ๆ ของเขาที่คนรู้จักดี เช่น 'The Work of Art in the Age of Mechanical Reproduction' และ 'Theses on the Philosophy of History' ช่วยวางรากว่าการเล่าเรื่องมีความหมายอย่างไรในสังคมสมัยใหม่ งานเหล่านี้ไม่ได้ให้โครงเรื่องแบบนิยาย แต่เปลี่ยนวิธีที่เราเข้าใจผู้เล่าและความทรงจำ ซึ่งทำให้ชื่อ 'ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง' กลายเป็นสัญลักษณ์มากกว่าจะเป็นงานของนักเขียนคนใดคนหนึ่ง